- หน้าแรก
- ยอดทหารชายแดน ไข่ไก่แลกภรรยา
- บทที่ 428 - เมืองเฝยสุ่ย
บทที่ 428 - เมืองเฝยสุ่ย
บทที่ 428 - เมืองเฝยสุ่ย
บทที่ 428 - เมืองเฝยสุ่ย
เมื่อซาไห่มาถึงริมแม่น้ำเสี่ยวเป่ย เห็นภาพตรงหน้าก็แทบจะเป็นลม
ศพทหารเหลียวตงลอยเกลื่อนแม่น้ำ ริมฝั่งมีผู้รอดชีวิตเพียงห้าร้อยหกร้อยคน
บ้างเหม่อลอย บ้างนั่งร้องไห้ บ้างพยายามช่วยเพื่อนทหารที่ยังพอมีลมหายใจอยู่ในน้ำ
ฝั่งตรงข้าม ทหารเป่ยหมานกำลังระดมยิงธนูใส่ทหารเหลียวตงในน้ำ เห็นใครยังขยับก็ยิงซ้ำ
"นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?"
สมองของซาไห่อื้ออึง คว้าตัวทหารเหลียวตงที่กำลังเสียสติมาคนหนึ่ง
"ทำไมเป็นแบบนี้? แม่ทัพหลิวล่ะ? ใต้เท้าไป๋ล่ะ?"
ซาไห่คุมท้ายขบวน คอยรวบรวมทหารที่พลัดหลงและเก็บกวาดของที่ยึดได้
เขานึกว่าจะมาทันเห็นฝ่ายตนฉลองชัย ไม่คิดว่าจะมาเจอความพ่ายแพ้ยับเยินขนาดนี้!
"ข้าศึกข้ามแม่น้ำไปก่อน พวกเราข้ามตามไป ถึงกลางแม่น้ำ... ถึงกลางแม่น้ำจู่ๆ น้ำป่าก็หลากมา"
ทหารผู้นั้นตาลอย เล่าเหตุการณ์ตะกุกตะกัก
"พี่น้องโดนน้ำพัดไปเยอะแยะ แม่ทัพหลิว ใต้เท้าไป๋ ก็โดนพัดไป..."
ซาไห่รู้สึกแน่นหน้าอก หน้ามืดคล้ายจะกระอักเลือด
"หลงกลแผนชั่วของเจี่ยอวี้แล้ว!"
ซาไห่เจ็บใจนัก มองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วสั่งการ "ไป! รีบไป! ไปตามหาใต้เท้าไป๋กับแม่ทัพหลิวที่ปลายน้า!"
องครักษ์เห็นซาไห่โกรธจนตัวสั่น รีบเข้ามาประคอง
"ใต้เท้า รักษาสุขภาพด้วยขอรับ อย่าเพิ่งร้อนใจ แม่ทัพหลิวกับใต้เท้าไป๋ต้องไม่เป็นไร..."
พวกเขาควรจะเป็นอะไรไปซะ!
ซาไห่แทบจะหลุดปากพูดออกมา หากไม่ใช่เพราะไป๋ฮว่าลำพองใจ หลิวฉีประมาท จะมีความพ่ายแพ้ยับเยินในวันนี้หรือ?
ตอนนี้ทหารฝีมือดีจากกองพันห้าทัพห้าพันนายจมหายไปในแม่น้ำเสี่ยวเป่ย!
เขาจะเอาหน้าไปพบท่านแม่ทัพใหญ่ได้อย่างไร?
กำแพงยาวทางเหนือของเหลียวตงยังสร้างไม่เสร็จ ชายแดนเหนือยังต้องการทหารจำนวนมาก
ถานโจว จี้โจว เป่ยจื๋อลี่ และเมืองเฟิ่งอู๋ของเป่ยหมาน เหลียวตงเปิดศึกสี่ด้าน
กำลังพลก็ตึงมืออยู่แล้ว ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เท่ากับตัดแขนขาแผนการเดิมของหลินเฟิงไปข้างหนึ่ง
เผลอๆ ความปลอดภัยของด่านซานเหอกวานอาจสั่นคลอน!
เขาจะมีหน้าไปพบหลินเฟิงได้อย่างไร?
"ศึกแม่น้ำเสี่ยวเป่ย" ในเดือนแปด รัชศกจิ่งไท่ปีที่ห้า เป็นชัยชนะที่งดงามที่สุดของเป่ยหมานนับตั้งแต่รบกับทัพเหลียวตงมา
ที่ผ่านมาเป่ยหมานรบกับหลินเฟิงไม่เคยได้เปรียบ ไม่เสียหายหนักก็โดนแผนลวงของหลินเฟิงเล่นงานจนยับเยิน
ศึกแม่น้ำเสี่ยวเป่ย เจี่ยอวี้แสร้งแพ้หลายครั้ง เสียทหารอี้จวินไปราวห้าพันนาย
แต่ผลลัพธ์คือกวาดล้างทหารกองพันห้าทัพเหลียวตงห้าพันนาย บวกกับทหารรักษาด่านซานเหอกวานอีกสองพันนาย!
ผลงานยอดเยี่ยม!
เจี่ยอวี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ต่อให้เป็นทหารอี้จวิน ในมือเขาก็รบชนะได้!
เขาเจี่ยอวี้ มีความสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ผุพังให้กลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์!
หนึ่งวันต่อมา ปลายน้าแม่น้ำเสี่ยวเป่ย ในป่าแห่งหนึ่ง
ไป๋ฮว่าเนื้อตัวมอมแมม นั่งพิงต้นไม้เก่าแก่ ไม่ขยับเขยื้อน ใบหน้าไร้ชีวิตชีวา
หลิวฉีอาการดีกว่าไป๋ฮว่านิดหน่อย คิ้วขมวดมุ่น ไม่พูดไม่จา
ซาไห่มองไป๋ฮว่า แล้วมองหลิวฉี อ้าปากจะพูดแต่ก็เงียบไป
ซาไห่นำทหารเดนตายออกตามหาที่ปลายน้าอยู่หนึ่งวันเต็มๆ กว่าจะเจอไป๋ฮว่าและหลิวฉีที่รอดตายมาได้
รวมพลกันแล้ว เหลือทหารไม่ถึงสองพันนาย สภาพดูไม่จืด
"หน่วยลาดตระเวนไปสืบมาแล้ว ทัพอี้จวินเป่ยหมานกำลังพักฟื้น เราอ้อมกลับด่านซานเหอกวาน สองวันก็น่าจะถึง"
ซาไห่เสียงต่ำ "ข้าส่งข่าวให้แม่ทัพอวี๋จิ้นแล้ว ทางเป่ยจื๋อลี่คงต้องพึ่งแม่ทัพอวี๋จิ้น เราต้องกลับไปเฝ้าด่านซานเหอกวาน"
"กลับ... ด่านซานเหอกวาน?"
ริมฝีปากไป๋ฮว่าแห้งผาก เสียงแหบพร่า
"จะกลับไปอย่างไร? พี่น้องห้าพันคนตามข้าออกมา เหลือรอดกลับไปแค่ห้าร้อยกว่าคน"
ไป๋ฮว่าตาเบิกโพลง ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด "ข้ายังมีหน้าไปพบท่านแม่ทัพหลินได้อีกหรือ? ข้าเกลียดตัวเอง! เกลียดตัวเองที่ไม่เชื่อฟังท่านแม่ทัพ!"
ไป๋ฮว่าโขกหัวเข้ากับต้นไม้
"ปัง! ปัง! ปัง!"
คนอื่นเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปห้าม
"อย่าห้ามข้า! ปล่อยให้ข้าตาย! อ๊าก!"
ไป๋ฮว่าโขกหัวจนเลือดอาบ ทันใดนั้นก็มีเท้าข้างหนึ่งถีบเข้ามา
"ผัวะ!"
ซาไห่ถีบเต็มแรง จนไป๋ฮว่ากลิ้งไปกับพื้น
"ไป๋ฮว่า! เจ้าทำตัวให้มันสมชายหน่อยได้ไหม?"
ซาไห่พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อไป๋ฮว่า
"ใช่! เจ้าสมควรตาย! สมควรตายพันครั้งหมื่นครั้ง! ท่านแม่ทัพใหญ่บอกแล้วว่าเจี่ยอวี้เจ้าเล่ห์ เป็นยอดขุนพลอันดับหนึ่งของเป่ยหมาน!"
"เจ้าชนะไม่กี่ครั้งก็ลำพองใจ ประมาทเลินเล่อ! ทำพี่น้องตายไปตั้งเท่าไหร่!"
"ไม่ใช่แค่เจ้าที่สมควรตาย แม่ทัพหลิว ข้า ก็สมควรตาย! แต่ถ้าเราตาย ด่านซานเหอกวานจะทำยังไง?"
ซาไห่ผลักไป๋ฮว่าออก "จะตาย ก็รอให้ท่านแม่ทัพใหญ่กลับมา เจอหน้าท่านแม่ทัพใหญ่ก่อนค่อยตาย! ก่อนหน้านั้น ต้องรักษาด่านซานเหอกวานไว้ให้ได้!"
พูดจบ ซาไห่ก็น้ำตานองหน้า
ความสูญเสียครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ทัพเหลียวตงไม่เคยพ่ายแพ้ขนาดนี้มาก่อน ตัวเขาซาไห่ก็มีความผิดเช่นกัน
ไป๋ฮว่านอนอยู่บนพื้นครู่หนึ่ง แล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง
คราวนี้ใบหน้าไป๋ฮว่าเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นบ้างแล้ว
"พี่ซา เจ้าด่าได้ดี! ด่าได้ถูก! ข้าไป๋ฮว่าสมควรตาย! เราส่งจดหมายถึงท่านแม่ทัพใหญ่ รอท่านแม่ทัพใหญ่ลงโทษ ก่อนหน้านั้น ต้องรักษาด่านซานเหอกวาน!"
ไป๋ฮว่า ซาไห่ และหลิวฉี สามคนนำทัพพ่ายแพ้ เดินอ้อมกลับด่านซานเหอกวานอย่างอับอาย
ในขณะที่ทางเหนือนอกด่าน เมืองเฟิ่งอู๋ของเป่ยหมาน ก็กำลังระส่ำระสาย
เมืองเฟิ่งอู๋ เมืองเฝยสุ่ย
หวังตัวนั่งอยู่ในร้าน มองดูทหารที่เดินขวักไขว่บนถนน อดชะโงกหน้าออกไปดูไม่ได้
หวังตัวตั้งแต่โดนโจรป่าลี่เฟยอวี่ปล้น ก็เก็บตัวเงียบอยู่ในเมืองเฝยสุ่ย ไม่กล้าออกไปไหน
เขาและหนิวต้าลี่แจ้งข่าวเรื่องโจรป่าจะบุกเมืองเฟิ่งอู๋เฉิงให้เจ้าเมืองทราบแล้ว ก็ไม่กล้าออกไปค้าขายไกลๆ อีก
"เถ้าแก่หวัง!"
หวังตัวเพิ่งชะโงกหน้าออกไป ก็เห็นหนิวต้าลี่สะพายห่อผ้าเดินเข้ามาทักทาย
คู่ทุกข์คู่ยากคู่นี้ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ความสัมพันธ์จึงแน่นแฟ้น หนิวต้าลี่ไม่อยากเป็นคนคุ้มกันสินค้าอีกแล้ว จึงไปสมัครเป็นองครักษ์ในจวนเจ้าเมือง
"น้องหนิว? มาได้ไงเนี่ย?"
หวังตัวรีบเชิญหนิวต้าลี่เข้ามา
"ออกมาซื้อของให้พ่อบ้านจวนเจ้าเมืองน่ะ เลยแวะมาหาท่านหน่อย"
หนิวต้าลี่ไม่เกรงใจ เดินเข้ามานั่งหลังเคาน์เตอร์ รินชาดื่มเอง
หวังตัวขยับเข้าไปใกล้หนิวต้าลี่ ถามว่า "น้องหนิว ทหารข้างนอกนั่นมันเรื่องอะไรกัน? จะรบกันหรือ?"
"วันนี้วันเดียวข้าเห็นทหารเดินผ่านไปห้าหกรอบแล้ว หรือว่าไอ้ลี่เฟยอวี่สารเลวนั่นมันบุกมาแล้ว?"
หนิวต้าลี่ดื่มชา "อึกๆ" แล้วหัวเราะหึๆ "ไม่ใช่ ท่านแม่ทัพกาลาไท่ที่เมืองเฟิ่งอู๋เฉิง ขอยืมทหารจากเมืองเฝยสุ่ย ไปช่วยป้องกันเมืองเฟิ่งอู๋เฉิงน่ะสิ!"
หนิวต้าลี่เล่าเรื่องที่ได้ยินมาจากจวนเจ้าเมืองให้หวังตัวฟัง
เมืองใหญ่ในเป่ยหมานมีจำนวนจำกัด ดังนั้นแต่ละเมืองจึงมี "ผู้รักษาการณ์" (โส่วเจี้ยง)
ตำแหน่งผู้รักษาการณ์เทียบเท่ากับผู้บัญชาการกองรักษาการณ์ (จื่อฮุยสื่อ)
กาลาไท่ ผู้รักษาการณ์เมืองเฟิ่งอู๋เฉิง เป็นขุนนางชั้นสูง ชื่อในภาษาเป่ยหมานโบราณแปลว่า "ผู้มีไฟ"
กาลาไท่เป็นคนระมัดระวังตัว ตั้งแต่ได้รับข่าวจากหนิวต้าลี่และหวังตัวผ่านทางเมืองเฝยสุ่ย เขาก็ระวังตัวแจ
ผลปรากฏว่าเขาพบความผิดปกติจริงๆ
รอบเมืองเฟิ่งอู๋เฉิงเริ่มมีร่องรอยทหารม้าปรากฏขึ้นหนาตา มาเร็วไปเร็ว หน่วยลาดตระเวนที่กาลาไท่ส่งออกไป หายสาบสูญไปทีละกลุ่ม!
และพ่อค้าที่เดินทางเข้าออกเมืองเฟิ่งอู๋เฉิง ก็เริ่มถูกปล้นสะดมจนหมดตัว!