เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 329 - แผนลับในถุงแพร

บทที่ 329 - แผนลับในถุงแพร

บทที่ 329 - แผนลับในถุงแพร


บทที่ 329 - แผนลับในถุงแพร

เหลียวตงกำลังเจริญรุ่งเรืองวันคืน แต่ที่ด่านจื่อจิงกวานอันห่างไกลในเป่ยจื๋อลี่ สงครามกลับดุเดือดตึงเครียดถึงขีดสุด

รัชศกจิ่งไท่ปีที่สาม เดือนสิบเอ็ด วันที่สามสิบห้าของการสู้รบที่ด่านจื่อจิงกวาน หิมะตกหนัก

ค่ายใหญ่กองทัพเป่ยหมาน ณ กระโจมบัญชาการกลาง

ต๋าเหยียนข่านแห่งเป่ยหมานนั่งอยู่บนแท่นแม่ทัพ สายตากวาดมองเหล่าขุนพล ความหม่นหมองระหว่างคิ้วดุจเมฆฝนที่ไม่อาจสลายตัว

"ท่านข่าน 'กองทัพอี้จวิน' รุ่นที่สองเสียหายหนัก ตอนนี้เหลือไม่ถึงพันคนแล้ว"

แม่ทัพเหอจัวแห่งเป่ยหมานกล่าวเสียงเบา "'กองทัพอี้จวิน' ไม่สามารถบุกตีเมืองต่อได้แล้ว ท่านเห็นควรให้ชะลอการโจมตีหรือไม่?"

การบุกของกองทัพเป่ยหมานเมื่อเวลาผ่านไป ไม่เพียงไม่ลดความรุนแรงลง แต่กลับยิ่งดุเดือดขึ้น

เมื่อถึงวันที่ยี่สิบห้า จากการโจมตีเฉพาะตอนกลางวัน ก็เปลี่ยนเป็นระดมโจมตีทั้งวันทั้งคืน

จนถึงวินาทีนี้ กองทัพเป่ยหมานก็ยังคงบุกตีเมืองอยู่

"ไม่ได้!"

ต๋าเหยียนข่านปฏิเสธทันที "กองทัพเราเหนื่อย แล้วคนต้าเฉียนไม่เหนื่อยหรือ? หากให้คนต้าเฉียนได้พักหายใจ กองทัพเราจะยิ่งตีด่านจื่อจิงกวานยากขึ้นไปอีก!"

สิ้นคำต๋าเหยียนข่าน เหล่าขุนพลที่ตั้งใจจะเกลี้ยกล่อมต่างพากันสงบปากสงบคำดั่งจั๊กจั่นในฤดูหนาว

ด่านจื่อจิงกวานตีแตกยากกว่าที่คิด จนถึงวันนี้ กองทัพอี้จวินรุ่นที่สองที่เกณฑ์มาจากหลงซีและเยียนอวิ๋น เกือบหนึ่งหมื่นห้าพันคน รบจนเหลือเพียงพันคน

ทหารราบชั้นยอดของเป่ยหมาน ก็สูญเสียไปในช่วงนี้กว่าห้าพันนาย รวมแล้วบาดเจ็บล้มตายถึงสองหมื่นคน!

ความสูญเสียมหาศาลเช่นนี้ แต่เป่ยหมานยังยึดด่านจื่อจิงกวานไม่ได้ ทำให้ต๋าเหยียนข่านทั้งโกรธแค้นและร้อนรน

มาฮามู่เสนาบดีกรมกลาโหมเป่ยหมานเดินทางจากแนวหลังมาถึงแนวหน้า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "ท่านข่าน อากาศยิ่งหนาวเย็นลง หากเข้าสู่เดือนสิบสอง การรบจะยิ่งยากลำบาก"

"กระหม่อมเห็นว่า ต้าเฉียนยังคงมีรากฐานที่มั่นคง เป่ยหมานเรายึดครองหกเมืองแห่งเยียนอวิ๋น และสองเมืองแห่งหลงซีได้แล้ว"

"ท่านข่านสร้างผลงานยิ่งใหญ่ที่กษัตริย์องค์ก่อนๆ มิอาจทำได้ เหตุใดจึงไม่ฉวยโอกาสนี้เจรจาสงบศึกกับต้าเฉียน?"

มาฮามู่กล่าวเสียงเบา "รอให้อากาศอบอุ่นเหมาะแก่การบุก เราค่อยยกทัพลงใต้ต่อ ทำลายต้าเฉียน..."

แม่ทัพเยลู่หู่ได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า "ใต้เท้ามาฮามู่ แม้ต้าเฉียนจะเสียหลงซีและเยียนอวิ๋น แต่รากฐานยังอยู่ หากไม่ฉวยโอกาสตอนต้าเฉียนอ่อนแอทุ่มกำลังบุกทำลายให้สิ้นซาก ย่อมเป็นภัยในภายภาคหน้าไม่สิ้นสุด!"

มาฮามู่ขมวดคิ้ว ถามเยลู่หู่ว่า "แม่ทัพเยลู่พูดมีเหตุผล แต่การป้องกันของด่านจื่อจิงกวานแข็งแกร่งดั่งทองแดงกำแพงเหล็ก ยังต้องตีอีกนานเท่าใด?"

"สองหมื่นชีวิต หายวับไปเหมือนเกี่ยวหญ้า มิสู้เรียกร้องเงินทองทรัพย์สินจากต้าเฉียน ฟื้นฟูกำลังไพร่พลดีกว่าหรือ"

เป่ยหมานยึดครองหกเมืองแห่งเยียนอวิ๋นและสองเมืองแห่งหลงซี รากฐานยังไม่มั่นคง

ยุทธศาสตร์ของมาฮามู่เน้นความมั่นคง เจรจาสงบศึกเพื่อรีดไถเงินทอง แล้วบีบให้ต้าเฉียนยกเยียนอวิ๋นและหลงซีให้เป่ยหมาน

ยึดครองเยียนอวิ๋นและหลงซีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย!

ทว่า มาฮามู่ประเมินความทะเยอทะยานของต๋าเหยียนข่านต่ำเกินไป สิ่งที่ต๋าเหยียนข่านต้องการคือต้าเฉียนทั้งแผ่นดิน!

หากสามารถตีด่านจื่อจิงกวาน ยึดเมืองเป่ยผิงได้ในฤดูหนาวนี้ ต๋าเหยียนข่านมั่นใจว่าจะทำลายต้าเฉียนได้ภายในสามปี!

มหาปณิธานที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนและจะไม่มีใครทำได้อีกในอนาคตอยู่ตรงหน้าแล้ว ต๋าเหยียนข่านจะยอมล้มเลิกได้อย่างไร?

ต๋าเหยียนข่านยิ่งฟังคำพูดของมาฮามู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

สายตาของเขาเผลอมองไปทางคนผู้หนึ่งที่นั่งอยู่ค่อนไปทางด้านหลังของกระโจม

ชายหนุ่มในชุดสีเขียวท่าทางเหมือนบัณฑิต เพียงแต่ใบหน้าฉายแววเหนื่อยล้า ดูมอมแมมจากการเดินทางไกล

เขาคือ เฉิงโย่ว ที่เพิ่งเดินทางมาถึงด่านจื่อจิงกวานในวันนี้

การเดินทางของเฉิงโย่วเต็มไปด้วยอุปสรรค จากหวงโจวมาอันโจวเจอพายุหิมะ ต้องล่าช้าไปหลายวัน

กว่าจะมาถึงเยียนอวิ๋น ก็มาเจอชาวบ้านต้าเฉียนในโยวโจวก่อจลาจล จนต้องเดินทางอ้อม

ต๋าเหยียนข่านเสียงขรึมลง "เฉิงโย่ว เจ้า... มีแผนการรับมือหรือไม่?"

เฉิงโย่วเพิ่งมาถึงก็เข้าร่วมประชุมแม่ทัพในวันนี้ทันที หลายเรื่องยังไม่ทันได้กราบทูลต๋าเหยียนข่าน เมื่อสายตาของทุกคนจับจ้องมาที่เขา เฉิงโย่วก็ค่อยๆ ลุกขึ้นทำความเคารพ

"ฝ่าบาท กระหม่อมไร้ความสามารถ ไม่มีแผนการอันประเสริฐในการทำลายด่านจื่อจิงกวาน แต่..."

ทว่า เฉิงโย่วยังพูดไม่ทันจบ ภายในกระโจมก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้น "เหอะ! ข้าก็นึกว่าศิษย์เอกของแม่ทัพใหญ่เจี่ยจะมีวิสัยทัศน์สูงส่งอันใด ที่แท้ก็ไม่มีปัญญาทำลายข้าศึกเหมือนกัน"

นายทหารหนุ่มที่พูดจาถากถางเฉิงโย่วกอดอก แสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม

เขาอายุราวๆ ยี่สิบเจ็ดปี ใบหน้าหยาบกร้านดุดัน

คนผู้นี้ชื่อ หลี่จี้ เป็นนายทหารชั้นสูงในทัพใต้ มาจากตระกูลหลี่แห่งเป่ยหมาน

หลี่จี้เกลียดชังเจี่ยอวี่เป็นพิเศษ จึงพาลไม่ชอบขี้หน้าเฉิงโย่วไปด้วย

ข้างกายหลี่จี้ เฉินสือ นายทหารชั้นสูงอีกคนหนึ่งของเป่ยหมานก็เบ้ปาก

"แม่ทัพใหญ่เจี่ยหลบอยู่ในเมืองตุนหวงไม่ออกมา แต่ในกองทัพกลับมีคนยกย่องเชิดชูเขา ราวกับว่าเขาเป็นที่หนึ่งในบรรดาแม่ทัพนายกองทัพใต้ น่าขันสิ้นดี"

"มีแม่ทัพเยลู่กับแม่ทัพเหอจัวอยู่ แม่ทัพชาวฮั่นอย่างเขาจะถูกยกย่องขึ้นมาได้อย่างไร? เรื่องตลก ฮ่าๆๆๆ! ก็แค่ชื่อเสียงจอมปลอมเท่านั้น!"

เยลู่หู่ขมวดคิ้ว เอ่ยปากดุหลี่จี้และเฉินสือ

"หุบปาก! แม่ทัพเจี่ยอวี่วางแผนการรบให้ทัพใต้ มีความดีความชอบใหญ่หลวง พวกเจ้าสองคนเป็นแค่รองแม่ทัพ นายกองเอก บังอาจวิพากษ์วิจารณ์แม่ทัพใหญ่เชียวรึ?"

หลินจี้และเฉินสือถูกเยลู่หู่ดุเข้าให้ ก็รีบสงบปากสงบคำทันที

เฉินสือหดคอ กล่าวว่า "แม่ทัพเยลู่ดุว่าก็ถูก แต่แม่ทัพเจี่ยไม่มีวิธีทำลายข้าศึก ก็เป็นเรื่องจริงมิใช่หรือ?"

พูดจบ เฉินสือก็ปรายตามองเฉิงโย่ว ยิงฟันยิ้มให้อย่างท้าทาย

เฉิงโย่วเผชิญหน้ากับการยั่วยุของเฉินสือ เขาค่อยๆ ชูกล่องผ้าไหมในอกเสื้อขึ้นมา

"ผู้ใดบอกว่าท่านอาจารย์ไร้แผนการทำลายข้าศึก?"

หือ?

บรรยากาศในกระโจมบัญชาการพลันชะงักงัน ต๋าเหยียนข่านแห่งเป่ยหมานจ้องมองเฉิงโย่วเขม็ง

"เฉิงโย่ว เจ้าว่ากระไรนะ?!"

เฉิงโย่วเดินออกจากที่นั่ง ก้าวไปหาต๋าเหยียนข่านทีละก้าว

"ฝ่าบาท ก่อนเฉิงโย่วจะออกจากเมืองตุนหวง ท่านอาจารย์ได้มอบกล่องผ้าไหมนี้ให้กระหม่อม ให้นำมาถวายแด่ฝ่าบาท"

"ท่านอาจารย์กล่าวว่า ในนี้คือวิธีทำลายด่านที่ท่านคิดไว้ หากลิขิตสวรรค์เข้าข้างเป่ยหมาน วิธีนี้ย่อมสามารถตีแตกด่านจื่อจิงกวาน ช่วยฝ่าบาทควบม้าย่ำเมืองเป่ยผิง ครองความเป็นใหญ่ในแผ่นดินภาคกลาง!"

หัวใจของต๋าเหยียนข่านเต้นระรัว เขาอดใจไม่ไหวรีบก้าวเข้าไปหาเฉิงโย่ว คว้ากล่องผ้าไหมมาถือไว้

ต๋าเหยียนข่านกระหายที่จะทำลายด่านจื่อจิงกวานเหลือเกิน ปณิธานอันยิ่งใหญ่อยู่ตรงหน้า แต่กลับถูกด่านจื่อจิงกวานขวางกั้นไว้

"กริ๊ก!"

ต๋าเหยียนข่านเปิดกล่องผ้าไหม ด้านในมีถุงแพรสีแดงเข้มใบหนึ่ง

หลี่จี้เบ้ปาก กระซิบกระซาบกับเฉินสือข้างๆ

"ทำถุงแพรอะไรมา? แกล้งทำเป็นลึกลับ ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจี่ยอวี่จะมีวิธีตีเมืองได้จริง เขาเป็นเทพยดาหรือไง?"

มือของต๋าเหยียนข่านสั่นเทาเล็กน้อย เขาเปิดถุงแพร คลี่จดหมายข้างในออกมาดู

สีหน้าของต๋าเหยียนข่านเปลี่ยนจากเคร่งขรึมเป็นตกตะลึง จากตกตะลึงเป็นไม่อยากจะเชื่อระคนปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง

"ฮ่าๆๆๆ! ฮ่าๆๆๆ!"

ต๋าเหยียนข่านแหงนหน้าหัวเราะลั่น

"ฮ่าๆๆๆ! เยี่ยมมากเจี่ยอวี่! เยี่ยมมาก ลิขิตสวรรค์เข้าข้างเป่ยหมานเราจริงๆ!"

จบบทที่ บทที่ 329 - แผนลับในถุงแพร

คัดลอกลิงก์แล้ว