เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ตัวแทนแห่งความยุติธรรม

บทที่ 19 ตัวแทนแห่งความยุติธรรม

บทที่ 19 ตัวแทนแห่งความยุติธรรม


บทที่ 19 ตัวแทนแห่งความยุติธรรม

เย่เสี่ยวฝานไม่ได้หลอกลวงฉินเฟิง แต่เขาไม่มีอะไรจะสอนอีกฝ่ายได้จริงๆ

หนทางสู่ความแข็งแกร่งของเขานั้นเรียบง่าย เพียงแค่กินเนื้อและออกกำลังกาย พลังในร่างกายก็จะเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง

จะให้เขาบอกไปตรงๆ เหรอว่า 'แค่นายวิ่ง วิดพื้น และกินเนื้อทุกวัน นายก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ' อย่างนั้นหรือ?

"มาเถอะพ่อหนุ่ม วิ่งไปพร้อมกับดวงตะวัน ให้ความหนุ่มสาวของนายลุกโชน"

ขืนพูดแบบนั้น อีกฝ่ายคงคิดว่าเขาบ้าแน่ๆ

เมื่อเห็นเย่เสี่ยวฝานยืนยันเช่นนั้น ฉินเฟิงทำได้เพียงตัดใจอย่างเสียดาย

ทว่าเขาก็ฉุกคิดขึ้นได้ จึงอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ผู้อาวุโส หรือท่านจะบอกว่า... ที่นี่มีราชาอสูรอยู่ถึงสี่ตน?"

เย่เสี่ยวฝานลูบหัวโล้นของตัวเอง "ใช่ มีปัญหาอะไรรึเปล่า?"

"ไม่มี... ไม่มีครับ"

ฉินเฟิงส่ายหน้า ในใจเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

เขาเข้าใจมาตลอดว่าในลานบ้านเล็กๆ แห่งนี้มีราชาอสูรเพียงสองตน

ไม่คาดคิดเลยว่าเจ้าหมาดำตัวใหญ่กับปลาหลีฮื้อนั่นก็เป็นราชาอสูรด้วยเช่นกัน

แต่เมื่อลองคิดดูอีกที เขาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องปกติ

ยอดฝีมือระดับผู้อาวุโสเย่จะเลี้ยงสัตว์ธรรมดาๆ ได้อย่างไร?

สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ สุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่ราชาอสูรคางคกทองคำ เขาเดินเข้าไปหาแล้วเอ่ยอย่างนอบน้อมว่า "ผู้อาวุโสคางคกทองคำ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถิด"

ราชาอสูรคางคกทองคำปรายตามองฉินเฟิง โบกอุ้งเท้าคางคกไปมาแล้วกล่าวอย่างรำคาญ "ไสหัวไป ข้าไม่มีเวลาว่างหรอกนะ"

ฉินเฟิงผู้ไม่ย่อท้อหันไปมองแม่ไก่แก่ที่อยู่ข้างๆ

แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก แม่ไก่แก่ก็ชิงพูดขึ้นก่อน "เจ้าหนูมนุษย์ ข้ายังไม่มีเวลาจะบำเพ็ญเพียรให้ตัวเองเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปสอนเจ้า? ไปหาเจ้าปลาหรือเจ้าหมานั่นสิ"

ฉินเฟิงหันไปมองปลาหลีฮื้อในอ่างน้ำและหมาดำตัวใหญ่ที่นอนหมอบอยู่ใต้ชายคา แววตาฉายแววลังเล

ต่างจากคางคกทองคำและแม่ไก่แก่ เขาไม่เคยได้ยินกิตติศัพท์ของสองตัวนี้มาก่อน และไม่รู้ระดับความแข็งแกร่งด้วย ทำให้เขาตัดสินใจไม่ถูกอยู่ชั่วครู่

ปลาหลีฮื้อว่ายขึ้นมาเหนือน้ำ ชำเลืองมองฉินเฟิง ส่ายหัวแล้วกล่าวว่า "เจ้าหนู ข้าก็ไม่ได้รังเกียจที่จะรับศิษย์หรอกนะ แต่พรสวรรค์ของเจ้าน่ะมัน... เอ่อ เจ้าก็รู้นะ"

ปลาหลีฮื้อกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะมุดลงไปใต้น้ำ

การถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้จิตใจของฉินเฟิงบอบช้ำอย่างหนัก แต่เมื่อนึกถึงสายตาดูถูกเหยียดหยามและความเย็นชาที่ได้รับมาตลอดหลายปี ประกายแห่งความมุ่งมั่นก็ลุกโชนขึ้นในแววตาอีกครั้ง

สุดท้าย เขามองไปที่หมาดำตัวใหญ่ใต้ชายคา

เขาเดินเข้าไปใกล้ ทิ้งตัวลงคุกเข่าดังตึง แล้ววิงวอนว่า "ผู้อาวุโส โปรดรับผมเป็นศิษย์ด้วยเถิดครับ"

ทว่าเจ้าหมาดำไม่แม้แต่จะปรือตามอง ราวกับไม่ได้ยินเสียงวิงวอนของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

ใบหน้าของฉินเฟิงซีดเผือด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อโดยไม่รู้ตัว

"ผู้อาวุโส ผมขอร้องล่ะครับ"

เขาวิงวอนอีกครั้ง พร้อมกับโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างแรง

ด้วยความแรง หน้าผากของเขาจึงถลอกจนเลือดไหลซึมลงสู่พื้นดิน

เย่เสี่ยวฝานมองดูอยู่ด้านข้างด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมฉินเฟิงถึงได้ดื้อรั้นขนาดนี้

ในที่สุดเจ้าหมาดำก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น แล้วเอ่ยอย่างเฉยชา "เจ้าหนู ผู้ใหญ่ที่บ้านไม่เคยสอนรึไงว่าเวลาจะขอร้องใครต้องมีของติดไม้ติดมือมาด้วย? มาตัวเปล่าแล้วยังหวังจะฝากตัวเป็นศิษย์เนี่ยนะ?"

ฉินเฟิงเงยหน้าขึ้นด้วยความตะลึงงัน จากนั้นแววตาก็ฉายแววยินดี เขารีบถามอย่างระมัดระวัง "ผู้อาวุโส ไม่ทราบว่าท่านชอบสิ่งใดครับ?"

เจ้าหมาดำเอียงคอทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "เห็นแก่ที่เจ้าเรียกข้าว่าอาจารย์ เอาเป็นสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ก็พอ ไปหาสมุนไพรวิญญาณอายุสองร้อยปีขึ้นไปมาให้ข้าสักไม่กี่สิบต้นก็ใช้ได้แล้ว"

เฮือก!

ฉินเฟิงเบิกตากว้าง

นี่... นี่เรียกว่าสินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เหรอ?

เจ้าหมาดำปรายตามอง "อะไรกัน แค่นี้หามาไม่ได้งั้นรึ?"

ใบหน้าของฉินเฟิงแดงก่ำ เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเว้าวอน "ผู้อาวุโส... ขอมอบให้ในภายหลังได้ไหมครับ?"

เจ้าหมาดำพยักหน้า "ก็ได้ งั้นเรื่องรับศิษย์ก็เอาไว้คุยกันทีหลังแล้วกัน"

ฉินเฟิงหน้าถอดสี เขาอ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็พูดไม่ออก

สุดท้าย เขาได้แต่หันไปมองเย่เสี่ยวฝาน

เย่เสี่ยวฝานผายมือออก "นั่นเป็นสิทธิของพวกเขา ฉันบังคับไม่ได้หรอก"

ฉินเฟิงยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ ผ่านไปเนิ่นนานจึงเดินคอตกออกจากลานบ้านไปด้วยความผิดหวัง

เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าประตูเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"เจ้าหนู เดี๋ยวเก่อน"

ฉินเฟิงหันขวับกลับมา มองเจ้าหมาดำด้วยความหวัง

"ไม่ต้องมามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ข้าไม่นิยมไม้ป่าเดียวกัน โดยเฉพาะกับมนุษย์"

เจ้าหมาดำทำหน้าขยะแขยง ก่อนจะพูดต่อ "จะให้ของทีหลังก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ แต่ต้องมีดอกเบี้ยนะ"

ฉินเฟิงรีบวิ่งกลับมาโค้งคำนับทันที "ผู้อาวุโส ขอเพียงท่านยอมรับผมเป็นศิษย์ เงื่อนไขอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น"

เจ้าหมาดำลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า "เจ้าพูดเองนะ ข้าไม่ได้บังคับ"

ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก

เจ้าหมาดำแสร้งทำเป็นครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า "เอาอย่างนี้แล้วกัน ข้าไม่ต้องการสมุนไพรวิญญาณแล้ว แต่ในอนาคตไม่ว่าเจ้าจะได้รับวาสนาหรือโอกาสใดๆ เจ้าต้องนำมาเซ่นไหว้ข้าก่อน ถึงจะมีสิทธิ์ใช้ส่วนของตัวเอง"

ฉินเฟิงลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตกลง "ตกลงครับ"

รอยยิ้ม "ใจดี" ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าหมาดำ มันยื่นอุ้งเท้าไปตบหัวฉินเฟิงเบาๆ แล้วยิ้มว่า "ไม่เลว ไม่เลว เจ้าหนูคนนี้สอนได้"

"เอาล่ะ โขกศีรษะให้ข้าสามที จากนี้ไปเจ้าคือศิษย์รักของข้า"

ฉินเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบโขกศีรษะให้เจ้าหมาดำสามครั้งอย่างหนักแน่น

ราชาอสูรอีกสามตนที่อยู่ใกล้ๆ แอบส่ายหน้า คิดในใจว่าเจ้าหนูฉินเฟิงโดนหลอกเข้าเต็มเปาแล้ว

ทว่าฉินเฟิงกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด เขากล่าวอย่างกระตือรือร้น "ท่านอาจารย์ โปรดชี้แนะการฝึกตนให้ศิษย์ด้วยครับ"

แต่เจ้าหมาดำกลับส่ายหน้าแล้วถามว่า "ศิษย์เอ๋ย เคยได้ยินประโยคนี้ไหม?"

ฉินเฟิงถามอย่างสงสัย "ประโยคไหนครับ?"

"อาจารย์ทำได้เพียงพาเข้าประตู ที่เหลืออยู่ที่การฝึกฝนของตนเอง"

ฉินเฟิงตีหน้ามึนงง ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่

เจ้าหมาดำตบไหล่ชายหนุ่มเพื่อให้กำลังใจ "ศิษย์เอ๋ย อาจารย์คาดหวังในตัวเจ้ามากนะ กลับไปตั้งใจฝึกฝนให้ดี มีอะไรไม่เข้าใจค่อยมาถามอาจารย์"

เย่เสี่ยวฝานแทบจะกลั้นขำไม่อยู่ คิดในใจว่าไอ้หมาเวรนี่มันร้ายจริงๆ หลอกคนได้เป็นตุเป็นตะ

สุดท้าย ฉินเฟิงก็เดินออกจากลานบ้านไปด้วยอารมณ์หดหู่

"ไอ้หมาเวร เขาจริงใจขนาดนั้น แกยังไปหลอกเขาได้ลงคอ?" เย่เสี่ยวฝานตีหน้าดุแล้วด่าทอ

เจ้าหมาดำยิ้มซื่อๆ "เจ้านาย ข้าจำมาจากท่านนั่นแหละ"

"หุบปาก อย่ามาพูดมั่วซั่ว ฉันคือตัวแทนแห่งความยุติธรรม ไม่เคยทำเรื่องไร้ศีลธรรมพรรค์นั้น"

เย่เสี่ยวฝานตวาดเสียงดัง พร้อมกับชี้ไปที่คำว่า 'ยุติธรรม' บนหลังเสื้อ

'ถ้าท่านยุติธรรม โลกนี้คงไม่มีคนเลวแล้วล่ะมั้ง...' เจ้าหมาดำบ่นอุบอิบในใจ แต่ปากกลับพูดประจบสอพลอ "ใช่ครับ ใช่ครับ เจ้านายคือตัวแทนแห่งความยุติธรรม เป็นผู้กอบกู้ที่สวรรค์ส่งมาโปรดสัตว์ การได้ติดตามเจ้านายถือเป็นบุญวาสนาที่ข้าสั่งสมมาแปดชาติภพ"

"ฮึ่ม พูดจาเข้าท่า"

เย่เสี่ยวฝานแค่นเสียง ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเตรียมอาหารเย็นให้เย่เสี่ยวหม่าน

...

อีกด้านหนึ่ง ยิ่งฉินเฟิงกลับไปคิดทบทวน เขาก็ยิ่งโมโห

เขาจริงใจขนาดนั้น แต่สุดท้ายกลับโดนอีกฝ่ายปั่นหัวเล่นเหมือนลิง

ถ้าไม่ใช่เพราะสู้ไม่ได้ เขาคงพุ่งเข้าไปตบหน้าสั่งสอนให้รู้วิธีการเป็นหมาที่ดีไปแล้ว

"อ๊ากกก อยากอัดคนโว้ย"

ฉินเฟิงคำรามลั่นในใจ คว้าดาบศึกเดินออกจากเมืองฐานที่มั่น มุ่งหน้าเข้าสู่ภูเขาซูซานเพื่อล่าสัตว์อสูร

เจอตัวไหนเป็นฆ่าไม่เลี้ยง ไม่นานตัวเขาก็ชุ่มโชกไปด้วยเลือดอสูร

หลังจากสังหารสัตว์อสูรไปหลายสิบตัวติดต่อกัน ความอัดอั้นตันใจก็มลายหายไป ความรู้สึกปลอดโปร่งเข้ามาแทนที่

ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง

"นี่มัน??"

...

จบบทที่ บทที่ 19 ตัวแทนแห่งความยุติธรรม

คัดลอกลิงก์แล้ว