เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 49 สามเดือน

บทที่ 49 สามเดือน

บทที่ 49 สามเดือน


บทที่ 49 สามเดือน

ไกลออกไป เอลินอร์และเหล่าองค์รักษ์กำลังแอบสังเกตการณ์ อยากรู้ว่าผู้ชายที่มีคุณสมบัติแบบไหนกันแน่ ถึงทำให้โมโมอุซางิผู้ถือตัวยอมรับเป็นศิษย์

“เกิดอะไรขึ้น พลเรือโทโมโมอุซางิกำลังสอนพื้นฐานวิชาดาบเนี่ยนะ?”

“พระเจ้าช่วย หรือว่าจะถูกตาต้องใจเข้าให้แล้วจริงๆ!”

“พลเรือโทโมโมอุซางิของพวกเรา ในที่สุดก็จะมีความรักแล้วเหรอ?”

เหล่าองค์รักษ์ซุบซิบและวิจารณ์กันอย่างออกรส

“อายุขนาดนี้เพิ่งจะมาเริ่มฝึกพื้นฐานวิชาดาบ จะไปมีอนาคตอะไร”

เอลินอร์รู้สึกแปลกใจ

ผลปีศาจคือทางลัดสู่ความแข็งแกร่ง หากได้ผลปีศาจที่ทรงพลังมาสักผล แค่ฝึกฝนการใช้พลังนิดหน่อยก็เก่งขึ้นได้แล้ว

แต่กระบวนท่าและวิชาดาบนั้นต่างออกไป โดยเฉพาะวิชาดาบ จอมดาบแทบทุกคนล้วนเริ่มฝึกฝนกันตั้งแต่เด็ก เพื่อวางรากฐานให้มั่นคง

เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีจอมดาบคนไหนมาเริ่มฝึกเอาตอนโตแล้วรุ่ง

“บางทีพลเรือโทโมโมอุซางิอาจจะมองเห็นคุณสมบัติด้านอื่นของชายคนนี้ก็ได้”

เอลินอร์รู้สึกผิดหวัง นึกว่าร็อดจะเป็นอัจฉริยะด้านวิชาดาบที่หาตัวจับยากเสียอีก!

หลังจากดูอยู่พักหนึ่ง เธอก็หมดความสนใจ แล้วกลับไปแช่ออนเซ็นบำรุงผิวพรรณต่อ

...

การขัดเกลาพื้นฐานวิชาดาบนั้นน่าเบื่อหน่ายและจืดชืดเป็นอย่างยิ่ง

การทำท่าเดิมซ้ำๆ หลายร้อยครั้ง เกือบพันครั้ง ก็ไม่ใช่สิ่งที่คนปกติจะทนได้แล้ว ไม่ต้องพูดถึง 100,000 ครั้งของร็อดเลย

นี่ไม่ใช่แค่การทำลายล้างร่างกาย แต่ยังเป็นการทดสอบจิตวิญญาณและความมุ่งมั่น!

“การฟันของจอมดาบ ที่สำคัญที่สุดไม่ใช่พละกำลัง นั่นมันพวกบ้าพลัง!”

“สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับจอมดาบ คือความแม่นยำ การฟัน 100,000 ครั้งต้องแม่นยำเหมือนดาบเดียว!”

“เมื่อไหร่ก็ตามที่การฟัน 100,000 ครั้งของเธอ รักษาให้อยู่ในสภาวะเดียวกันได้ทั้งหมด เมื่อนั้นแหละพื้นฐานวิชาดาบของเธอถึงจะสอบผ่าน”

คำพูดของโมโมอุซางิวนเวียนอยู่ในหัว ร็อดมีสีหน้ามุ่งมั่น แววตาจดจ่อแน่วแน่

ทัศนคติของเขาต่อการฝึกฝนนั้นจริงจังจนถึงขั้นหลงใหล

นี่คือโลกที่ยกย่องผู้แข็งแกร่ง พลังอำนาจรวมอยู่ในตัวคนคนเดียว พลังของคนเพียงคนเดียวสามารถต่อกรกับกองทัพ ต่อกรกับประเทศ หรือแม้แต่สยบยุคสมัย!

แต่ความแข็งแกร่งไม่ได้ลอยลงมาจากฟ้า ต้องผ่านการฝึกฝนที่ยากลำบากและยาวนานถึงจะครอบครองได้ ร็อดเตรียมใจในเรื่องนี้ไว้แล้ว

การฟันดาบครั้งแล้วครั้งเล่า การปรับแก้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างต่อเนื่อง การเรียกใช้พลังทุกส่วนของร่างกายอย่างเต็มที่...

ในการปรับแก้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ ท่วงท่าการฟันดาบของร็อดเริ่มกลมกลืนและลื่นไหลมากขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มมีเค้าลางของความเป็นปรมาจารย์ที่พลิ้วไหว

ในตอนนั้นเอง

เนื่องจากความเหนื่อยล้าของกล้ามเนื้อแขน ท่าฟันดาบของร็อดจึงผิดเพี้ยนและบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย เขาเองยังไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ แต่โมโมอุซางิกลับสังเกตเห็นได้ในทันที

“รักษาสภาพไว้ให้ดี มุมดาบของเธอเมื่อกี้เบี้ยวไปนิดหน่อย การออกแรงแขนผิดปกติไป”

โมโมอุซางิตำหนิด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ แต่ในใจกลับรู้สึกเหมือนฝัน และรู้สึกเหลือเชื่ออย่างยิ่ง

เพราะความเร็วในการพัฒนาของร็อดนั้นรวดเร็วเกินไป ราวกับมหาจอมดาบที่กลับชาติมาเกิด และตอนนี้เป็นเพียงการค่อยๆ รื้อฟื้นพลังที่เคยสูญเสียไปกลับคืนมาทีละก้าวเท่านั้น

การฝึกพื้นฐานพูดน่ะง่าย แต่ทำยาก มักต้องอาศัยความเพียรพยายามเป็นเวลาหลายปี

ต่อให้มีมหาจอมดาบอย่างเธอคอยสอนแบบตัวต่อตัว ความเร็วในการเรียนรู้ก็ไม่น่าจะเวอร์ขนาดนี้ โมโมอุซางิจึงคิดว่าการสอนครั้งนี้อาจต้องใช้เวลานานขึ้น

แต่คาดไม่ถึงเลยว่า ร็อดกลับสร้างเซอร์ไพรส์ให้เธอ หรือจะเรียกว่าทำให้ตกใจจนขวัญผวาก็ได้

จากตอนแรกที่เต็มไปด้วยจุดบกพร่อง จนถึงตอนนี้ที่ฟันดาบ 10,000 ครั้งถึงจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง เขาใช้เวลาไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ

“ดูท่าเวลา 3 เดือนคงจะสอนจบได้จริงๆ แฮะ”

ใบหน้าที่เปี่ยมเสน่ห์ของโมโมอุซางิยังคงเรียบเฉย แต่ในใจกลับรู้สึกว่างโหวงและเศร้าสร้อยเล็กน้อย

ความรู้สึกนี้มันแปลกประหลาดมาก

อุตส่าห์วางแผนการสอนมาอย่างดิบดี กระตือรือร้นจะสอน ถึงขั้นลงมือเอง สรรหาวิธีสารพัด หวังจะเจียระไนหยกดิบก้อนนี้อย่างประณีตบรรจง

แต่ใครจะไปคิดว่า หยกดิบก้อนนี้ดันวิวัฒนาการตัวเองได้ ขจัดสิ่งเจือปนออกไปได้เอง เธอยังไม่ทันออกแรงเลย มันก็เริ่มเปล่งประกายซะแล้ว!

ลูกศิษย์ที่เก่งกาจย่อมทำให้อาจารย์ดีใจ แต่ถ้าเก่งเกินไป ก็ทำให้อาจารย์รู้สึกแย่ได้เหมือนกัน เพราะมันทำให้ดูเหมือนการสอนของอาจารย์ไร้ค่า

ความรู้สึกของโมโมอุซางินั้นซับซ้อนและละเอียดอ่อน แต่ร็อดไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น

เขาจมดิ่งอยู่ในสภาวะการฝึกดาบนี้

เขาชอบดาบ ไม่ใช่แค่เพราะวิชาดาบมันเท่ แต่เพราะมีวาสนาบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มิฉะนั้นพรสวรรค์แรกของ ‘คัมภีร์แห่งปัญญา’ คงไม่ใช่ความเชี่ยวชาญวิชาดาบ

ดาบแล้ว ดาบเล่า และอีกดาบเล่า...

เหงื่อหยดแล้วหยดเล่าไหลลงจากหน้าผาก แต่ไม่อาจส่งผลกระทบต่อร็อดได้เลย เขาฟันดาบต่อไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อค้นหาความรู้สึกที่ใช่ที่สุดเพียงหนึ่งเดียว

โมโมอุซางิบอกว่า แก่นแท้แห่ง “ดาบ” ที่มหาจอมดาบเข้าถึงนั้น พัฒนามาจากพื้นฐานวิชาดาบ คำพูดนี้ดูเหมือนลึกลับซับซ้อนจับต้องไม่ได้ แต่ความจริงแล้วได้มอบเป้าหมายที่ชัดเจนให้กับร็อด

ในเมื่อแก่นแท้แห่งดาบนั้นลึกซึ้งและอธิบายด้วยคำพูดไม่ได้ งั้นก็แค่ฝึกพื้นฐานวิชาดาบให้ถึงขีดสุด แล้วให้แก่นแท้แห่งการ “ฟัน” ปรากฏออกมาเอง

อย่างที่เรียกว่าเมื่อองค์ประกอบครบถ้วน ความสำเร็จก็จะตามมาเอง การปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ฝืนบังคับ กลับจะทำให้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตมหาจอมดาบได้ดีกว่าและเร็วกว่า

แน่นอนว่าโมโมอุซางิไม่ได้สอนแค่พื้นฐานวิชาดาบ แต่ยังมีการต่อสู้จริงด้วย

วิชาดาบไม่เหมือนการเสริมสร้างร่างกาย หากต้องการวัดความก้าวหน้า มีแต่การต่อสู้จริงเท่านั้นที่มีประสิทธิภาพและสมจริงที่สุด

มีเพียงการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดเท่านั้น ที่จะหลอมรวมเป็นวิถีดาบที่แข็งแกร่งที่สุด เหมือนกับโซโลที่สู้กับฝูงลิงบาบูน

แน่นอน โมโมอุซางิไม่ได้เลี้ยงลิงบาบูนประหลาดที่เชี่ยวชาญวิชาดาบพวกนั้นไว้ ดังนั้นเธอจึงต้องลงมือเอง โดยกดพลังไว้แล้วสู้กับร็อด

การประลองแบบนี้...

ร็อดไม่มีทางชนะอยู่แล้ว

ต่อให้โมโมอุซางิไม่ใช้ฮาคิสังเกต ต่อให้เธอกดพลังและความเร็วเอาไว้ ก็ยังสามารถเชือดเขาได้นิ่มๆ

ความเข้าใจในวิถีดาบของทั้งสองคนอยู่กันคนละชั้น แม้ร็อดจะมีลูกเล่นแพรวพราวหรือแทคติกแปลกๆ บ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ถูกแก้ทางได้ในพริบตา ส่วนใหญ่โมโมอุซางิจะเป็นฝ่ายป้อนกระบวนท่าให้ร็อดเสียมากกว่า

...

เวลากลางวันส่วนใหญ่หมดไปกับการฝึกพื้นฐานวิชาดาบ สลับกับการประลองดาบเพื่อพิสูจน์วิถีดาบ ส่วนกลางคืนก็ใช้สายฟ้าขัดเกลาร่างกาย แช่ออนเซ็นบ้าง ออกไปล่าสัตว์ป่าบ้าง...

เวลา 3 เดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ณ ลานกว้าง

เอลินอร์มองร็อดด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วกล่าวเรียบๆ ว่า:

“วันนี้พลเรือโทโมโมอุซางิพักผ่อน ให้ฉันมาเป็นคู่ซ้อมวิชาดาบให้นายแทน”

เธอถือดาบเรียวเล็กที่ดูงดงาม คล้ายกับดาบเรเปียร์ คนที่ใช้ดาบประเภทนี้มักจะเชี่ยวชาญการ ‘แทง’ เป็นพิเศษ

การแทงเป็นรูปแบบดาบที่มีพลังสังหารสูงสุด และเร็วที่สุด แต่ก็อันตรายที่สุดเช่นกัน เปรียบเสมือนการเดินบนเส้นลวด เพราะท่านี้จะเปิดเผยช่องโหว่ใหญ่ที่สุด ทำให้ศัตรูฉวยโอกาสได้ง่าย

ร็อดรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่นึกเลยว่าผู้ช่วยสาวที่ดูเรียบร้อยและจืดจางคนนี้ จะเป็นถึงจอมดาบหญิง!

เขาไม่มีความคิดดูถูกเลยแม้แต่น้อย

คนที่สามารถเป็นผู้ช่วยของโมโมอุซางิได้ ความแข็งแกร่งของเอลินอร์อย่างน้อยต้องเทียบเท่ากับพลเรือโท!

“ตอนนี้เลยเหรอ?”

“เข้ามาเลย!”

“คุณแน่ใจนะ?” ร็อดถามย้ำอีกครั้ง

“อายุนิดเดียว พูดมากจริง ให้เข้ามาก็เข้ามา! คิดจริงๆ เหรอว่าจะทำอันตรายฉันได้” เอลินอร์พูดอย่างหงุดหงิด

ความประทับใจที่เธอมีต่อร็อดไม่ค่อยดีนัก

เพราะความคาดหวังตอนแรกสูงเกินไป นึกว่าร็อดเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยาก จนโมโมอุซางิต้องรับเข้าสังกัดแบบไม่สนหน้าอินหน้าพรหม ยอมสละเวลามาสอนตัวต่อตัว ถึงขนาดหักหน้าพลเอกคิซารุก็ยอม

แต่ใครจะไปคิดว่า พอลากมาถึงเกาะนี้ ร็อดเพิ่งจะมาเริ่มฝึกพื้นฐานวิชาดาบ!

“งั้นผมบุกตรงๆ แล้วนะ!”

พูดมาขนาดนี้ ร็อดก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เขาถีบเท้าลงพื้น ร่างพุ่งออกไปราวกับภาพลวงตา

จบบทที่ บทที่ 49 สามเดือน

คัดลอกลิงก์แล้ว