เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 52 - เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพมงคลสถิต

บทที่ 52 - เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพมงคลสถิต

บทที่ 52 - เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพมงคลสถิต


บทที่ 52 - เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพมงคลสถิต

งานชุมนุมโอสถขนาดย่อมจบลง จี้หยวนกลืนกินยาบำรุงไปราวห้าสิบชุด เล่นเอาบรรดาลูกหลานขุนนางและทายาทตระกูลทหารต่างพากันอ้าปากค้าง

ต่อให้เป็นเหล้าเนื้อธรรมดา คนทั่วไปกินเข้าไปขนาดนั้นก็คงจุกจนเดินไม่ไหวแล้ว

แต่ร่างกายของจี้จิ่วหลางผู้นี้ราวกับมีหลุมดำซ่อนอยู่ข้างใน ไม่ว่าเลือดลมจะคำรามกึกก้องเพียงใด เส้นเอ็นและผิวหนังจะสั่นไหวแค่ไหน

เขาก็ยังคงรักษาสภาพปกติไว้ได้

หน้าท้องไม่ป่องออกมาให้เห็นสักนิด

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม เมื่อจี้หยวนดื่มเหล้าดีหมีจอมพลังถ้วยสุดท้ายหมด ก็หยิบผ้าเช็ดมือในถาดมาเช็ดปาก

จากนั้นจึงพ่นลมหายใจยาวออกมาด้วยความพึงพอใจ ราวกับลูกค้าที่กินอิ่มดื่มหนำในภัตตาคาร ดูสบายอารมณ์เป็นที่สุด

ฤทธิ์ยาบำรุงมหาศาลกำลังอาละวาดอยู่ในร่างกาย วิ่งพล่านไปทั่วทิศทาง

ดั่งคลื่นลมบ้าคลั่ง!

ฉีกกระชากแขนขาและอวัยวะภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่า!

แต่จี้หยวนยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย วางมือสองข้างไว้บนพนักเก้าอี้

แยกเท้าสองข้างกว้างเท่าหัวไหล่ ทิ้งน้ำหนักตัวลงเล็กน้อย

ท่วงท่านี้นั้นดูธรรมดา เหมือนแค่เอาม้านั่งมาผสมกับการนั่งเก้าอี้

แต่กลับแผ่รังสีความยิ่งใหญ่ออกมาอย่างน่าประหลาด!

"เชิญพวกท่านตามสบาย"

จี้หยวนพูดขึ้นประโยคหนึ่ง ราวกับเขาเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้เสียเอง

จากนั้นไม่สนใจปฏิกิริยาของใคร เริ่มกำหนดลมหายใจเข้าออกทันที

เห็นเพียงกระดูกสันหลังดั่งมังกรยักษ์ ขยับขับเคลื่อนเอวและสะโพก เชื่อมโยงไปทั่วร่าง

ฤทธิ์ยาบำรุงเหล่านั้นเหนียวข้นราวกับน้ำมัน ค่อยๆ ถูกบดขยี้แทรกซึมหลอมรวมเข้าสู่เลือดเนื้อ

เมื่อครู่ที่กลืนยาห้าสิบชุดลงไป เป็นการทดสอบหกอวัยวะกลวงแปรเปลี่ยนเป็นปราณ ตอนนี้ถึงตาห้าอวัยวะตันเก็บซ่อนจิตบ้างแล้ว

ตึก! ตึก ตึก!

เสียงหัวใจเต้นแรงดั่งรัวกลอง สะเทือนจนแก้วหูสั่นไหว

ในระหว่างที่จี้หยวนหายใจ กระแสลมเหนือจมูกดูเหมือนงูตัวเล็กๆ ที่กำลังบิดตัวไปมา

ในขณะเดียวกัน วิชาระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำรามที่พัฒนาแล้วก็ถูกกระตุ้นไม่หยุด เหมือนกำลังทะลวงผ่านขีดจำกัดชั้นแล้วชั้นเล่า

เมื่อเห็นภาพนี้ อวิ๋นซือชิวชะงักไปครู่หนึ่ง เม้มริมฝีปากแน่น

เขาไม่พูดอะไรมาก ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ ว่า

"ความสามารถของพี่จี้ ข้าเทียบไม่ติดจริงๆ"

สมกับเป็นลูกชายรองเจ้ากรมพิธีการ ยังพอมีความรู้ความอบรมอยู่บ้าง

เมื่อเขาพบว่าจี้หยวนฝึกฝนจนกายในและกายนอกรวมเป็นหนึ่ง ก้าวเข้าสู่ขั้นเสพกลืนลมปราณอย่างเป็นทางการแล้ว

เขารู้ตัวว่าแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี จึงเลือกที่จะประสานมือคารวะแล้วจากไป รักษาหน้าตาและมารยาทไว้เป็นครั้งสุดท้าย

"ร้ายกาจ ร้ายกาจจริงๆ ร่างกายนั่น... จี้จิ่วหลางสมกับที่เป็นอันดับหนึ่งของสำนักฝึกยุทธ์"

จางถิงมองจี้หยวนที่กำลังย่อยฤทธิ์ยาด้วยสายตาลึกซึ้ง แล้วตัดสินใจเดินตามอวิ๋นซือชิว รีบก้าวออกจากห้องโถงเหลียงอีทันที

พอมีคนนำ ก็ย่อมมีคนตาม

ลูกหลานตระกูลขุนนางและทายาทตระกูลทหารที่ลั่วอวี่เจินเชิญมา

ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ในเมืองหลวงเทียนจิง

แต่วันนี้กลับถูกหนุ่มบ้านนอกเหลียวตงคนหนึ่งสยบจนหมดราศี ก็ย่อมไม่อยากจะอยู่ต่อให้ขายหน้า

งานชุมนุมโอสถขนาดย่อมจึงค่อยๆ เลิกราไป

ลั่วอวี่เจินไม่ได้รั้งตัวไว้มากความ เพียงพูดจาทักทายตามมารยาทไม่กี่ประโยค แล้วสั่งให้บ่าวไพ่ห่อยาสามอย่างมอบให้แขกติดมือกลับบ้าน

จี้หยวนไม่รับรู้เรื่องราวภายนอกเลยแม้แต่น้อย

เขาจมดิ่งอยู่กับการเติบโตของร่างกาย

"ภายนอกคือเลี้ยงกาย เสริมสร้างเส้นเอ็นกระดูก ภายในคือลมหายใจ บริหารอวัยวะภายใน

เมื่อสองขั้นตอนนี้มาถึง ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นเสพกลืนลมปราณ"

ความหมายที่แท้จริงของระดับขั้นนี้ไหลเวียนอยู่ในใจของจี้หยวน

อะไรคือการเสพกลืนลมปราณ?

ปากและจมูกคือประตูหายใจภายนอก

เมื่อฝึกภายในจนสำเร็จ ร่างกายทุกส่วนจะสามารถส่งแรงได้หมด แม้กระทั่งเส้นขน

นี่คือสิ่งที่คนโบราณเรียกว่า ฝึกยุทธ์จนถึงแก่น

เมื่อเข้าสู่ระดับนี้ จะสามารถควบคุมรูขุมขนให้พยายามหายใจภายใน ทำให้ร่างกายเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา

จิตใจสงบ ลมหายใจบริสุทธิ์ ยกระดับความเข้มข้นของเลือดลมในตัวได้อย่างมหาศาล

หลังจากยุคร้อยสำนักบูชายุทธ์ ยอดคนสายเต๋าเคยกล่าวไว้ว่า

วิธีการหายใจ ขั้นต่ำคือการทู่น่า (คายเก่ารับใหม่) หายใจเข้าคอ ประเดี๋ยวเดียวก็รั่วไหล

ขั้นกลางคือการกินลมปราณ เข้าห้าอวัยวะตันผ่านหกอวัยวะกลวง บำรุงแก่นแท้

ขั้นสูงคือการเสพกลืนลมปราณ ลมปราณภายในหนึ่งคำไหลเวียนทั่วร่าง ฝึกฝนเนิ่นนานสามารถอายุยืนยาว

ประโยคสุดท้ายอาจมีส่วนเกินจริงไปบ้าง

แต่ทว่า

หลังจากจี้หยวนก้าวเข้าสู่ขั้นเสพกลืนลมปราณแล้ว

ความเร็วในการโคจรลมปราณในร่างก็เร็วขึ้นมากจริงๆ

สะสมลมปราณภายในหนึ่งคำ

ชั่วพริบตาก็พุ่งพล่านไปทั่วแขนขาและร่างกาย

ทำให้การส่งแรง การออกแรง รุนแรงและดุดันยิ่งกว่าเดิม!

"หมัดนี้ถ้าต่อยออกไปตอนนี้ อย่างน้อยต้องมีพลังวัตรห้าสิบปี!"

จี้หยวนลืมตาขึ้น ห้องโถงเหลียงอีสว่างไสวด้วยแสงไฟ

พอมองออกไปข้างนอก ท้องฟ้ากลับมืดสลัวเลือนรางเสียแล้ว

ค่ำแล้ว

"ผ่านไปนานขนาดนี้เลยรึ"

หลายชั่วยามผ่านไปในพริบตา ยาห้าสิบชุดย่อยไปได้ครึ่งหนึ่ง

จี้หยวนสัมผัสได้ถึงความเปี่ยมล้นของเลือดลมในกาย อดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกเดียวกับอวิ๋นซือชิวลูกชายรองเจ้ากรมพิธีการ

เที่ยวนี้มาแล้วคุ้มค่าจริงๆ!

"พี่จี้ ในที่สุดท่านก็เสร็จเสียที"

ลั่วอวี่เจินใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง พิงโต๊ะด้วยอาการง่วงงุน

เขารู้ว่าเวลาฝึกวิชา สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการถูกรบกวน

จึงไล่บ่าวไพ่และคนรับใช้ออกไป แล้วนั่งรอในห้องโถงเหลียงอีอยู่คนเดียว

"ลำบากพี่ลั่วต้องมาเฝ้า ตอนนี้ยามไหนแล้ว"

จี้หยวนถามเสียงเบา

"เพิ่งพ้นยามซวี พอดีเข้ายามไฮ่ ประตูเมืองน่าจะใกล้ปิดแล้ว"

ลั่วอวี่เจินตอบ

"มิเช่นนั้น คืนนี้พี่จี้พักที่สวนจัวดีไหม

ท่านกับข้าจะได้จุดเทียนสนทนากันยาวๆ ถกเรื่องวรยุทธ์ เหนื่อยแล้วก็นอนคุยกันเท้าก่ายกัน ก็ถือเป็นเรื่องงามประการหนึ่ง"

จี้หยวนรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน

บางทีลั่วอวี่เจินอาจไม่ได้คิดอะไร

ยุคสมัยนี้ผู้ชายอกสามศอกสองคนนอนเตียงเดียวกัน จริงๆ แล้วเป็นการแสดงออกถึงความสนิทสนมลึกซึ้ง

แต่เขาไม่ชินจริงๆ

แน่นอน ถ้าลั่วอวี่เจินชวนไปหอวสันต์บุปผาหรือย่านเริงรมย์

ไปดูให้เห็นกับตาว่าอะไรคือการ "ตีวงน้ำชา" (คัดเลือกแขก) อะไรคือ "ยอดบุปผา"

อันนั้นจี้หยวนสนใจมาก

"งั้นข้าจะให้พ่อบ้านจัดรถม้าไปส่งพี่จี้ที่ย่านไท่อัน มีธงของโรงเงินทงเป่า ทหารเมืองชั้นในคงไม่กล้าขวาง"

ลั่วอวี่เจินส่งเสียงเรียกเด็กรับใช้ชุดเขียวที่รออยู่หน้าห้อง ให้เอาป้ายคำสั่งของเขาไปเบิกรถม้า

"งานชุมนุมโอสถวันนี้ พี่จี้ช่วยกู้หน้าข้าได้มากโข กินยาคนเดียวตั้งห้าสิบชุด เล่นเอาพวกคุณชายตระกูลใหญ่กับทายาทขุนนางที่ตาอยู่บนยอดไม้พวกนั้นตะลึงงันไปเลย! โดยเฉพาะอวิ๋นซือชิวที่ขึ้นชื่อว่าหยิ่งยโส ก็ยังต้องยอมสยบให้พี่จี้ เดินคอตกกลับไป..."

ฟังคำยกยออย่างไม่เสียดายน้ำลายของลั่วอวี่เจิน จี้หยวนเพียงยิ้มบางๆ

เขาแค่อยากมากินฟรีดื่มฟรีจริงๆ นะ

ส่วนเรื่องโชว์เทพต่อหน้าธารกำนัลน่ะหรือ?

อย่างมากก็แค่ทางผ่าน

"จริงสิ พี่จี้ ตอนกลางคืนเดินทางต้องระวังหน่อยนะ

คราวก่อนที่กลับจากถนนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง พี่รองข้ากำชับมาว่า แถวนั้นไม่ค่อยสะอาด ย่านเมืองชั้นนอกสิบหกแห่งช่วงนี้มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นบ่อยๆ"

ลั่วอวี่เจินเดินมาส่งถึงหน้าประตูสวนจัว ราวกับเขามีมิตรภาพอันดีกับจี้หยวนจริงๆ

ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายสามลั่วคนนี้มักจะบ่นถึงพี่สาวคนดีที่มีสัญญาหมั้นหมายกับหยางซิว พร้อมทำท่าทางเหมือนสุนัขเลียแข้งเลียขาผู้หลงใหล

จี้หยวนคงนึกว่าหมอนี่มีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกันแน่!

"แอบน้ำลายหกใส่คู่หมั้นชาวบ้าน ที่แท้ก็โจโฉกลับชาติมาเกิด!"

ก่อนจะก้าวขึ้นรถม้า จู่ๆ จี้หยวนก็นึกสนุก

กระตุ้นแผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดิน อยากจะลองส่องดูดวงชะตาของลั่วอวี่เจิน

ตึง!

เสียงสะเทือนไร้เสียงดังขึ้น!

หัวของจี้หยวนเหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบเข้าอย่างจัง

ร่างโงนเงนอย่างรุนแรง แทบจะล้มคว่ำเข้าไปในรถม้า

[ลั่วอวี่เจิน]

[โครงสร้างชะตา: เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพหายนะขาดหาย เทพมงคลสถิต]

[ลิขิตชะตา: ร่ำรวยสูงศักดิ์ยิ่ง (เขียว), วาสนาฟ้าประทาน (เขียว), รอดตายในที่คับขัน (เขียว), จิตใจบริสุทธิ์ (ขาว), รักต้องห้าม (ขาว), บ้านแตก (ขาว), ไร้ทรัพย์ (เทา)]

[ประเมิน: สามเขียว สามขาว หนึ่งเทา ศักยภาพระดับอี่กลาง]

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 52 - เทียนอี่หนุนนำดวงชะตา เทพมงคลสถิต

คัดลอกลิงก์แล้ว