- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 51 - พยัคฆ์หมอบเนินใหญ่ ยมราชแห่งนรกโลกันตร์
บทที่ 51 - พยัคฆ์หมอบเนินใหญ่ ยมราชแห่งนรกโลกันตร์
บทที่ 51 - พยัคฆ์หมอบเนินใหญ่ ยมราชแห่งนรกโลกันตร์
บทที่ 51 - พยัคฆ์หมอบเนินใหญ่ ยมราชแห่งนรกโลกันตร์
"พี่ลั่ว กลิ่นยานั่นจะจางหมดแล้วนะ"
คำพูดเบาหวิวของจี้หยวนช่วยเตือนสติลั่วอวี่เจิน ใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชาราวกับน้ำแข็งจึงดูผ่อนคลายลงบ้าง
เขาเชิญเหล่าหนุ่มสาวผู้มีอนาคตไกลจากย่านต่างๆ มารวมตัวกัน ไม่ใช่เพื่อจะใช้อำนาจความเป็นพระญาติมาข่มใคร แต่เพื่อดึงดูดทายาทตระกูลขุนนางทหารที่มีฝีมือโดดเด่น ให้ไปสั่งสอนหยางซิวบนเวทีประลองเก้าทวีปต่างหาก
นั่นคือเป้าหมายหลัก
แน่นอนว่าถ้าสามารถโน้มน้าวใจจี้หยวนให้ยอมลงมือได้ นั่นย่อมเป็นเรื่องดีที่สุด
"เมื่อครู่ข้าเสียมารยาทไปหน่อย เดิมทีเป็นเรื่องมงคลแท้ๆ ดันเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาได้ เดี๋ยวพอเปิดโต๊ะจีนแล้วข้าจะขอดื่มสามจอกเป็นการไถ่โทษก็แล้วกัน"
ลั่วอวี่เจินปรับอารมณ์แล้วปรบมือเรียกให้ทุกคนนั่งลง
"ในขวดหยกบนจานนี้คือยาเม็ดครรภ์เสือดาวสร้างเส้นเอ็น ในถ้วยเล็กคือเหล้าดีหมีจอมพลัง ส่วนในโถดินเผาคือยาขี้ผึ้งกระดูกเสือไขกระดูกหยก มีเตรียมไว้ให้อย่างละร้อยชุด เชิญทุกท่านหยิบได้ตามสบาย"
ดวงตาของจี้หยวนเป็นประกายวาววับ เขานึกทึ่งในความใจป้ำของลั่วอวี่เจิน
เงินเจ็ดแปดพันตำลึงถูกใช้จ่ายราวกับสายน้ำไหลโดยที่เจ้าตัวไม่ขมวดคิ้วสักแอะ คุณชายสามตระกูลลั่วคนนี้ช่างสปอร์ตใจป้ำเสียจริง
ไม่รู้ว่าเจ้าสุนัขรับใช้หลินลู่นั่น ยอมเสี่ยงตายขายตำแหน่งนายกองร้อยว่างๆ หนึ่งตำแหน่ง จะฟันกำไรไปได้สักเท่าไหร่กันเชียว
คงสักสามสี่พันตำลึงกระมัง
คนเปรียบเทียบกับคนแล้วมันน่าโมโหนัก
"คุณชายสามลั่วช่างใจกว้างจริงๆ เที่ยวนี้มาแล้วคุ้มค่ามาก"
อวิ๋นซือชิวผู้มีมาดสุขุมนุ่มลึกยังอดหวั่นไหวไม่ได้
บรรดาผู้คนในที่นี้ ยกเว้นเจ้าหนุ่มบ้านนอกจางเหลียวตงคนนั้น ล้วนเป็นผู้มีอันจะกินหรือไม่ก็มีฐานะสูงส่ง ไม่เคยขาดแคลนเงินทองมาตั้งแต่เกิด
แต่การจะควักเงินหลายพันตำลึงออกมาโยนเล่นง่ายๆ แบบนี้ ต้องอาศัยทั้งความใจถึงและบารมี หากไม่มีตระกูลกั๋วกงหรือท่านโหวคอยหนุนหลัง ทายาทตระกูลขุนนางทั่วไปคงทำตามไม่ได้แน่
พวกเขามีเงินมีอำนาจก็จริง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้เป็นผู้นำตระกูล
"ยาวิเศษสามอย่างนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรหรือ"
คุณชายแซ่จางที่นั่งอยู่ทางด้านขวาล่าง เทนาเม็ดขนาดเท่าลำไยออกจากขวดหยก กลิ่นหอมเข้มข้นของยาลอยมาแตะจมูก ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของชั้นดี
"ข้าเคยบอกไว้แล้วว่า ทุกท่านมีพื้นเพไม่ธรรมดา การฝึกยุทธ์ฝึกวิชาย่อมไม่ขาดแคลนยาบำรุง แต่ตำรยาของทั้งสามสิ่งนี้ ทางหอพันตำลึงได้ระดมหมอยาฝีมือดีช่วยกันสรุปและสกัดมาจากตำราคงเหลือของสำนักราชันย์กระถาง ที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดเมื่อสี่สิบปีก่อน สรรพคุณของมันรับรองว่าไม่ด้อยไปกว่ายาวิเศษชั้นยอดในวังหลวงเลย"
"ข้อเสียเพียงอย่างเดียวอาจจะเป็น... ฤทธิ์ยาที่ค่อนข้างรุนแรงเกินไป หากรากฐานเส้นเอ็นกระดูกของตนเองยังไม่แน่นพอ อาจส่งผลเสียแทนที่จะเป็นผลดี ดังนั้นอย่าได้ฝืนกิน ระวังจะย่อยสลายไม่ทันจนทำร้ายอวัยวะภายในเอาได้"
ลั่วอวี่เจินกล่าวเตือนเป็นพิเศษ
การที่เขากล้าตั้งชื่องานชุมนุมยุทธ์ครั้งนี้ว่า "งานชุมนุมโอสถ" แสดงว่าเขามั่นใจในยาวิเศษสามอย่างนี้มาก
จากนั้นลั่วอวี่เจินก็ชี้ไปที่ของบำรุงสามอย่างบนโต๊ะแล้วอธิบายต่อ
"ยาเม็ดครรภ์เสือดาวสร้างเส้นเอ็นช่วยเสริมกระดูก ยาขี้ผึ้งกระดูกเสือไขกระดูกหยกช่วยเสริมกายเนื้อ เหล้าดีหมีจอมพลังช่วยยกระดับเลือดลม... แต่ละอย่างล้วนมีข้อดีต่างกันไป ขอย้ำคำเดิมว่าโลภมากจะเคี้ยวไม่ละเอียด การกินต้องระมัดระวังให้ดี"
เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อการฝึกภายในไปถึงขั้นลึกซึ้ง ห้าอวัยวะตันจะเก็บซ่อนจิต หกอวัยวะกลวงจะแปรเปลี่ยนเป็นปราณ อย่างหนึ่งคือการเลี้ยงดู อีกอย่างคือการฝึกฝน
หากทั้งสองขั้นตอนนี้ทำได้สมบูรณ์แบบ รากฐานของผู้นั้นก็จะลึกซึ้ง พลังสะสมจะมหาศาล ไม่แพ้เหล่าต้นกล้าอัจฉริยะจากหกสำนักใหญ่เลยทีเดียว
และสิ่งที่เรียกว่า "การสอบบุ๋น" ในครั้งนี้ ก็คือการทดสอบความตื้นลึกหนาบางของระดับการฝึกภายในของแต่ละคนนั่นเอง
บนโต๊ะหน้าเก้าอี้กว่ายี่สิบตัว มียาบำรุงสามอย่างวางเรียงรายเป็นระเบียบ แต่ยังไม่มีใครรีบร้อนหยิบเข้าปาก ต่างคนต่างกำลังพิจารณาว่าตนเองเหมาะกับยาชนิดไหนที่สุด หากเผลอ "กินจนจุก" จนปล่อยไก่ออกมาคงน่าขายหน้าแย่
เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มเงียบลง ลั่วอวี่เจินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางหันไปมองจี้หยวนที่นั่งอยู่ทางซ้าย
ฝ่ายหลังที่เงียบมาตลอดกลับเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาประสานมือคารวะแล้วกล่าวว่า
"ในเมื่อพี่ลั่วมีน้ำใจเลี้ยงดูอย่างดี ข้าก็คงไม่อาจปฏิเสธได้ ขอน้อมรับด้วยความเต็มใจ!"
สิ้นเสียงพูด สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขาทันที
ตั้งแต่เดินเข้ามา จี้จิ่วหลางผู้มีชื่อเสียงว่าอวดดีจองหองคนนี้เอาแต่เงียบกริบ คอยหลบอยู่หลังลั่วอวี่เจินโดยไม่ยอมปริปาก
ทำไมจู่ๆ ถึงรีบร้อนอยากจะโชว์พาวขึ้นมาเสียอย่างนั้น หรือพอเห็นยาวิเศษเต็มโต๊ะแล้วอดใจไม่ไหว?
"นิสัยพวกบ้านนอกคอกนาชัดๆ!"
จางถิง จางห้าหลางแห่งจวนติ้งหยวนปั๋ว ก้มหน้าแสยะยิ้มเยาะ
"ใจร้อนกินเต้าหู้ร้อนไม่ได้หรอก ต่อให้ยกยาให้เจ้าทั้งร้อยชุด เจ้าจะกินไหวสักกี่น้ำเชียว"
มุมปากของอวิ๋นซือชิวยกขึ้น เผยสีหน้าขบขันเหมือนรอดูเรื่องสนุก
"ดี! พี่จี้ทำอะไรเด็ดขาดฉับไว มิน่าถึงกดหยางซิวได้อยู่หมัด! เชิญหยิบไปก่อนเลยสิบชุด ด้วยฝีมือของพี่จี้คงไม่มีปัญหาแน่นอน!"
ลั่วอวี่เจินยิ้มร่าพร้อมปรบมือชอบใจ
เมื่อครู่เขายังนึกสงสัยว่าที่จี้หยวนเอาแต่เงียบกริบ เป็นเพราะโดนพวกลูกท่านหลานเธอพวกนี้กีดกันจนต้องเก็บงำประกายหรือเปล่า
"ท้องไส้กำลังร้องประท้วงพอดี ข้าไม่เกรงใจละนะ"
จี้หยวนพูดความจริง เขาถูกบ่าวรับใช้ชุดเขียวพามาที่สวนจัวตั้งแต่เช้าตรู่ ยังไม่มีของร้อนๆ ตกถึงท้องสักคำ
ของบำรุงสามอย่างบนโต๊ะตอนนี้ อย่างน้อยๆ ก็ราคาหลายสิบตำลึงต่อชิ้น
"กินได้เท่ากับกำไร ใครเล่าจะต้านทานของฟรีได้ลงคอ?"
จี้หยวนคิดในใจ ไม่สนใจแล้วว่าท่าทางการกินจะเป็นอย่างไร
เขาเปิดฝาถ้วยเล็กแล้วกระดกเหล้าดีหมีจอมพลังรวดเดียวหมด
ความรู้สึกเหมือนมีสายไฟร้อนๆ ไหลลงคอแล้วระเบิดตูมออกมา กระแสความร้อนอันรุนแรงพุ่งพล่านไปทั่วแขนขาและร่างกาย พลังลมปราณภายในโคจรเองโดยอัตโนมัติ ชักนำให้เลือดลมพวยพุ่งออกมา!
ชั่วพริบตาเดียว ใบหน้าของจี้หยวนก็แดงก่ำ ร่างกายราวกับเตาหลอมที่แผ่ไอร้อนระอุออกมา
"เหล้าดี!"
ดวงตาของจี้หยวนเป็นประกาย
จากนั้นเขาก็ดีดขวดหยก เทเม็ดสีดำขนาดเท่าลำไยออกมาหลายเม็ด แล้วโยนเข้าปากกลืนลงคอไป
ราวกับราดน้ำมันลงบนกองเพลิง!
ลมปราณภายในที่พลุ่งพล่านอยู่แล้วยิ่งขยายตัวขึ้นอีก ราวกับสระน้ำที่กักเก็บน้ำจนเต็มเปี่ยมเจียนจะล้นทะลัก!
"เอาอีก!"
จี้หยวนกระตุ้นวิชาระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำรามทันที เส้นเอ็นและผิวหนังส่งเสียงสั่นสะเทือนหึ่งๆ ร่างกายสูงใหญ่กว่าแปดฟุตแผ่คลื่นอากาศกระแทกออกมา
กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งอยู่แล้วดูเหมือนจะแน่นกระชับขึ้นไปอีก
ยาขี้ผึ้งกระดูกเสือไขกระดูกหยกในโถดินเผาก็ไม่รอดพ้นเงื้อมมือ ถูกกวาดเรียบไม่มีเหลือ
เพียงชั่วพริบตาเดียว
ห้าชุด สิบชุด ยี่สิบชุด!
ยาบำรุงสามอย่างที่ยกมาถูกกินจนเกลี้ยง
จี้หยวนนั่งนิ่งดั่งขุนเขา ระหว่างคิ้วที่ดูเย็นชาเผยแววพึงพอใจออกมา
เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าฤทธิ์ยาอันดุเดือดทุกส่วนที่ตกลงสู่หกอวัยวะกลวง ล้วนถูกหลอมรวมอย่างสมบูรณ์ แล้วนำไปเก็บรักษาไว้ในห้าอวัยวะตันเพื่อบำรุงร่างกาย
จากนั้น ทุกจังหวะการหายใจเข้าออก กล้ามเนื้อทั่วร่างบิดเกลียวราวกับงูเหลือมยักษ์ เลือดลมไหลเชี่ยวเหมือนแม่น้ำสายใหญ่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนน่าตกใจ!
อวิ๋นซือชิวที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เบิกตากว้าง ราวกับเห็นพยัคฆ์ร้ายหมอบอยู่บนเนินเขาใหญ่ กำลังกลืนกินแก่นแท้ของฟ้าดิน
เสียงฟ้าร้องคำรามกึกก้องไปทั่วห้องโถง!
"เจ้านี่มันปีศาจกลับชาติมาเกิด หรือสัตว์อสูรมาเกิดใหม่กันแน่?! ยาตั้งยี่สิบชุดกินเข้าไปได้ยังไง"
จางห้าหลางแห่งจวนติ้งหยวนปั๋ว สองมือยันโต๊ะโน้มตัวมาข้างหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
กระแสลมในห้องโถงเหลียงอีหมุนวนรุนแรง เสียงลมหวีดหวิวพัดจนบ่าวไพ่และสาวใช้ยืนโซเซไปมา
"แค่การหายใจเข้าออกยังเกิดปรากฏการณ์ประหลาดขนาดนี้! ลมปราณในอวัยวะภายในของพี่จี้ช่างแข็งแกร่งดุจมังกรดุจพยัคฆ์ แทบจะไม่ใช่คนแล้ว!"
ลั่วอวี่เจินมีสายตากว้างไกลกว่า เขาเคยเห็นต้นกล้าอัจฉริยะระดับท็อปของราชวงศ์จิ่งมาหลายคน
คนพวกนั้นถ้าไม่ถูกหกสำนักใหญ่คัดตัวไปตั้งแต่เด็ก ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลเพื่อบ่มเพาะกระดูกยุทธ์อย่างประณีต ก็ต้องเป็นพวกดวงชะตาแข็งแกร่งมีโครงสร้างชะตาพิเศษ ประสบพานพบวาสนาไม่ธรรมดา ถึงจะผงาดขึ้นมาจากระดับล่างได้
ต้นกล้าอัจฉริยะพวกนั้น แม้จะแสดงความเก่งกาจออกมาก็ยังดูสมเหตุสมผล
แต่จี้หยวนมาจากเหลียวตง ไม่มีทั้งตระกูลหนุนหลัง ไม่มีทั้งเงินทองสนับสนุน กลับแสดงศักยภาพได้ถึงขนาดนี้!
ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!
"คนเก่งอย่างพี่จี้ แม้ชาติกำเนิดจะด้อยไปนิด แต่ขอแค่เจอนายดีที่มองเห็นคุณค่า ย่อมต้องบินสูงเสียดฟ้า กลายเป็นแม่ทัพใหญ่จงผิงหนานคนที่สองได้แน่! หาเวลาแนะนำให้รู้จักกับองค์รัชทายาทดีกว่า พระองค์กับท่านอ๋องเอี้ยนชอบรวบรวมคนเก่งจากตระกูลยากจนไปชุบเลี้ยงใช้งานอยู่แล้ว"
แววตาของลั่วอวี่เจินเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตัดสินใจแน่วแน่ในใจ
"คุณชายอวิ๋น คุณชายจาง..."
ทุกคนเห็นจี้หยวนลุกพรวดขึ้นมา ก็นึกว่าเขาถึงขีดจำกัดแล้ว
ยาตั้งยี่สิบชุด มากพอให้ยอดฝีมือขั้นฝึกกายภายในสมบูรณ์แบบใช้เวลาฝึกฝนได้ถึงครึ่งเดือน!
จี้จิ่วหลางคนนี้กวาดเรียบราวกับพายุหมุน กินรวดเดียวหมดเกลี้ยง คนดูยังนึกหวาดเสียวแทน!
ไม่กลัวท้องแตกตายหรือไง
"พวกท่านสองคนคงยังไม่คิดจะกินยาตอนนี้กระมัง จะรังเกียจไหมถ้าจะยกให้ข้า?"
จี้หยวนเดินไปหาอวิ๋นซือชิวและจางถิง ยืนตระหง่านราวกับเตาหลอม ไอร้อนระอุแผ่ซ่านกระทบใบหน้าพวกเขาจนรู้สึกอึดอัด
"ข้ามีสิบชุด ทางคุณชายจางก็มีสิบชุด ถ้าเจ้ายังกินไหว วันนี้พวกข้าขอยอมรับเลยว่าพี่จี้คือที่หนึ่งแห่งสามสิบหกย่านเมืองหลวง"
อวิ๋นซือชิวหน้ากระตุก เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ เงยหน้ามองจี้หยวนที่ยืนค้ำหัว รู้สึกเหมือนโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรีชอบกล
"คุณชายอวิ๋นล้อเล่นแล้ว ที่หนึ่งอะไรนั่นข้าไม่สนหรอก ข้าแค่รู้สึกว่ายาสามอย่างนี้รสชาติใช้ได้ เลยอยากจะขอชิมอีกสักหน่อย"
จี้หยวนตอบเสียงเรียบ มือไม้ขยับว่องไว ยาสิบชุดของอวิ๋นซือชิวหายวับไปในพริบตา
พอกินหมด
ครืน ครืน!
ข้อต่อกระดูกทุกชิ้นบดเบียดเสียดสีกัน จนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นดั่งสายฟ้าฟาด!
ทุกคนกลั้นหายใจ เผยสีหน้าตื่นตระหนกกันถ้วนหน้า
พวกเขาเห็นเลือดลมอันหนาแน่นในตัวจี้หยวน แทบจะพุ่งทะลุกระหม่อมออกมากลายเป็นรูปร่างที่จับต้องได้!
แต่ชายหนุ่มยังคงสีหน้าไม่เปลี่ยน หันไปมองจางถิง จางห้าหลางแห่งจวนติ้งหยวนปั๋ว
"เจ้าอย่าเข้ามานะ... เอาไปเลย เอาไป!"
เลือดลมที่ลุกโชนดั่งเปลวไฟ บวกกับดวงตาคมกริบคู่นั้น ราวกับยมราชที่เดินออกมาจากนรกโลกันตร์ ทำเอาจางห้าหลางผงะหงายหลัง รีบละล่ำละลักบอก
[จบแล้ว]