- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 24 - ขี่ม้ายิงธนู ลมหนาวที่ด่านซั่วเฟิง
บทที่ 24 - ขี่ม้ายิงธนู ลมหนาวที่ด่านซั่วเฟิง
บทที่ 24 - ขี่ม้ายิงธนู ลมหนาวที่ด่านซั่วเฟิง
บทที่ 24 - ขี่ม้ายิงธนู ลมหนาวที่ด่านซั่วเฟิง
"เจิ้งอวี้หลัวส่งเทียบเชิญให้เจ้า?"
เว่ยหยางขมวดคิ้ว ในสำนักฝึกยุทธ์ย่านไท่อัน มีลูกหลานขุนนางที่โดดเด่นอยู่ไม่กี่คน
หนึ่งคือจ้าวทงผู้มีแรงมหาศาลแต่ลมปราณสั้น ลูกชายของนายพันแห่งกองทัพพยัคฆ์เหิน
สองคือลูกบุญธรรมดยุคเหลียง หยางซิว ผู้มีโหงวเฮ้งหมาป่า ที่ยังไม่โผล่หัวมา
สามก็คือหนุ่มหน้ามนสวมที่คาดหน้าผากดิ้นเงิน เจิ้งอวี้หลัวคนนี้นี่แหละ
"เขาใช้เส้นสายขุนนางวังหน้า เบื้องหลังไม่ธรรมดา ลมปราณยาวนาน น่าจะฝึกกายภายในสำเร็จแล้วเหมือนกัน ส่วนข้อมูลอื่นไม่ชัดเจน"
พอเสมียนเดินไป เว่ยหยางก็ส่ายหน้า
"อีกสามวันจะสอบรอบแรก จัดงานชุมนุมชาวยุทธ์ตอนนี้ คงไม่ได้หวังดีแน่"
จี้หยวนเก็บเทียบเชิญหรูหราเข้าเอว พูดเรียบๆ
"ข้าเข้าสำนักฝึกยุทธ์เพื่อเกียรติยศ ไม่ใช่เพื่อหาเพื่อนฝูง เดี๋ยวตอบกลับไปปฏิเสธก็จบ"
ไม่ว่าเจิ้งอวี้หลัวจะเสแสร้งดึงตัว หรือหวังดีจริง
จี้หยวนไม่สน
เวลาเขารัดตัว
ไม่มีเวลาไปร่วมงานสังสรรค์อะไรนั่นหรอก
เหมือนพวกบัณฑิตจัดงานชุมนุมกวี ดวลกลอนประชันปัญญา
งานชุมนุมชาวยุทธ์ ก็คือพวกลูกหลานขุนนางมารวมตัวกัน
ประลองยิงธนู ขี่ม้า ประมือกัน
หรูหน่อยก็ชวนพรรคพวก พาบ่าวไพร่ ออกไปล่าสัตว์นอกเมือง
สรุปคือ เป็นเกมอวดรวยอวดพลังของคนมีตังค์
คนรากหญ้าอย่างจี้หยวนเข้าไป ก็เป็นได้แค่ตัวตลกให้เขาหัวเราะเยาะ หรือเป็นเบี้ยให้เขาใช้
แล้วก็จะเกิดพล็อตนิยายน้ำเน่าตามมา
เอาเวลาไปทำอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอ แม้แต่ไปฟังเพลงที่หอนางโลมยังดีซะกว่า!
"ตอนนี้ ข้าหาของที่มีแก่นมรรคาตกค้างได้แค่สองชิ้น
ภาพวาดเสิ่นไห่สือ กับวิชาที่หัวหน้าตึกวัดเสวียนคงคัดลอก
รอผ่านสอบบู๊รอบแรก ค่อยไปลองของที่ย่านหลิวหลี"
จี้หยวนปวดหัว วนไปวนมา ปัญหาใหญ่สุดก็คือไม่มีเงิน
"ข้าอ่านกฎหมายราชวงศ์จิ่งกลับไปกลับมาหลายรอบ ก็ยังหาช่องทางไม่ได้
ธุรกิจกำไรดีสุดคือค้าของเถื่อนชายแดน ขนเกลือขนเหล็ก... พวกนี้เข้าไปยุ่งไม่ได้
ส่วนปล้นคนรวยช่วยคนจนในเมืองเทียนจิง? นอกซะจากจะเบื่อชีวิต
พวกท่านดยุค ท่านแม่ทัพ แต่ละคนย้ายภูเขาพลิกทะเล หมัดเดียวถล่มภูผาได้ทั้งนั้น"
โยนเรื่องงานชุมนุมทิ้งไป จี้หยวนพักครู่หนึ่ง แล้วมาซ้อมมือกับเว่ยหยางต่อ
เขาซาบซึ้งถึงเสน่ห์ของวรยุทธ์แล้ว
แม้ฝึกภายนอกจะลำบาก ฝึกภายในจะยุ่งยาก
แต่ความรู้สึกแข็งแกร่งขึ้นทีละนิดๆ ที่สัมผัสได้จริง
มันช่างน่าหลงใหล ถอนตัวไม่ขึ้น
"มิน่าฮ่องเต้ถึงไม่ว่าราชการมายี่สิบปี ก้าวสู่วิถีแห่งวรยุทธ์แล้ว ใครบ้างไม่อยากมองไปที่ขอบเขตเทวาเหนือธรรมชาติ
อมตะนิรันดร์ อยู่ยงพันปี ไม่แก่ไม่ตาย... เทียบเคียงเทพเซียน
นั่นมันสูงส่งกว่าฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดินเยอะ และน่าไขว่คว้ากว่ามาก"
ตะวันคล้อยต่ำ ฟ้ามืดลง จี้หยวนเดินออกจากสำนักฝึกยุทธ์
ถนนที่เคยพลุกพล่าน เริ่มเงียบเหงา
ร่างกายกระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้าของเขาผ่านการขัดเกลา ยิ่งดูแข็งแกร่ง
เทียบกับหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า อาจจะยังห่างไกล
แต่หมัดเท้าธรรมดา ทำอันตรายเขาไม่ได้มาก
"สุดท้ายก็มาสายถึกจนได้"
จี้หยวนกำหมัด คิดอย่างเสียดาย
ภาพลักษณ์ที่เขาฝันไว้ คือจอมยุทธ์กระบี่ชุดขาวผู้โดดเดี่ยว
หรือมือดาบพูดน้อยต่อยหนัก
ตอนนี้ฝึก "เสื้อเกราะเหล็ก" กับ "ระฆังทองคุ้มกาย"
ทำได้แค่ใส่เกราะให้หนาที่สุด รับตีนให้หนักที่สุด กลายเป็นจอมถึกบ้าพลังไปซะงั้น
กลับถึงบ้านในตรอกประตูทิศใต้ บนโต๊ะมีอาหารร้อนๆ เนื้อเก้งชิ้นเท่าฝ่ามือและยาสมุนไพรหลายห่อ
ช่วงนี้ ท่านอาจี้เฉิงจงแวะมาบ่อย
พอรู้ว่าจี้หยวนเข้าสำนักฝึกยุทธ์จะสอบบู๊ ก็เป็นกังวล
เงินที่เก็บหอมรอมริบมา แทบจะประเคนให้ร้านเชียนจินถังหมด
ของกินของใช้ ของบำรุง... ยอมจ่ายเพื่อหลานชายไม่อั้น
"ท่านอา ครูฝึกเว่ย... ไอ้แซ่หลิน แล้วก็นายกองพันเบื้องหลังมัน..."
จี้หยวนกินข้าวไป ในใจก็นับรายชื่อไป
เขาเป็นคนบุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ
ใครดีด้วย ใครร้ายด้วย จดบัญชีไว้หมด
กินเนื้อเก้งชิ้นนั้นหมด ร่ายรำเพลงหมัดไปสองรอบ
จี้หยวนถึงว่าง นั่งลงบนเตียงไม้แข็งๆ
ส่งจิตเข้าห้วงความคิด แตะต้องแผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดิน
"ลิขิตชะตาที่คัดลอกมานี้ มีประโยชน์อะไรแน่?"
[เลือดแกร่ง], [กายแกร่ง], [ห้าวหาญ], [ยิงแม่น], [อายุสั้น]
แสงสีขาวห้าสาย ปรากฏตรงหน้าจี้หยวน
แน่นอน เขาข้ามอันสุดท้ายไปโดยอัตโนมัติ
[ตายโหง] บวก [อายุสั้น] เดี๋ยวมันจะผสมเป็น [ตายห่า] ทันที?
"หรือว่าจะเอาชะตาคนอื่น มาใส่ตัวข้าได้?"
ความคิดแล่นเร็ว จี้หยวนคว้า [เลือดแกร่ง] ไว้ ตัวอักษรโบราณปรากฏขึ้นทันที
[เสริมสร้างเลือดลม ให้แข็งแกร่ง บำรุงตับไต เติมไขกระดูกเสริมกระดูก]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
[ใช้แก่นมรรคาสีขาวสองร้อยแต้ม]
"อันนี้คล้ายกับ [พลังมังกรเสือ] ไม่ช่วยยกระดับข้าเท่าไหร่"
จี้หยวนส่ายหน้า หันไปดู [กายแกร่ง]
[ลักษณ์เลือดลมสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยง่าย ไม่กลัวหิวหนาวร้อน พลังชีวิตเหนือคนทั่วไป]
[ต้องการหลอมรวมหรือไม่?]
[ใช้แก่นมรรคาสีขาวสองร้อยแต้ม]
จี้หยวนยังไม่เลือก ไล่ดูไปเรื่อยๆ
"[ห้าวหาญ] เพิ่มความกล้า เพิ่มพลังใจ, [ยิงแม่น] ร้อยก้าวทะลุหยาง ยิงแม่นราวจับวาง"
เขาพิจารณาถี่ถ้วน คำว่า "หลอมรวม" มันมีความหมายแฝง
"หรือว่า ไม่ได้สำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์? มีโอกาสล้มเหลว?"
จี้หยวนสายตากวาดไปมา ความคิดผุดขึ้น
คิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเลือก [ยิงแม่น]
เหตุผลง่ายมาก การสอบบู๊มีหัวข้อขี่ม้ายิงธนูพอดี
ในราคาเท่ากัน ระดับเท่ากัน
ลิขิตชะตา [ยิงแม่น] ช่วยเขาได้มากที่สุด
"หลอมรวม!"
จี้หยวนคว้าแสงสีขาวนั้น จิตวิญญาณเหมือนถูกดูดเข้าไป
พริบตาเดียว โลกเปลี่ยนไป!
ลมหนาว ดินน้ำแข็ง ภูเขาหิมะ...
ธงทิว ด่านยักษ์ ทหารเลว...
"นี่มัน?"
จี้หยวนเบิกตากว้าง แทบไม่เชื่อสายตา
"ฮ่าๆๆๆ เฉิงรอง แกกลัวจนเอ๋อไปแล้วเหรอ? ที่นี่คือด่านซั่วเฟิง!"
เสียงห้าวๆ ที่คุ้นเคยแต่ก็แปลกหู ระเบิดขึ้นข้างหู
จี้หยวนหันขวับ เห็นใบหน้าเหลี่ยมสันจมูกโด่ง
ครูฝึกเว่ย!
แม้จะไม่มีเครา และไม่มีความน่าเกรงขามแบบนั้น แต่จี้หยวนจำได้
อีกฝ่ายสวมหมวกเหล็กสะท้อนแสง เกราะเขียวลายยันต์ สวมเสื้อคลุมดำตัวใหญ่ปักลายหมีมีปีก
นี่คือหนึ่งในกองทหารรักษาการณ์ชายแดนทั้งเก้าแห่งราชวงศ์จิ่ง
กองพันหมีบิน!
จี้หยวนก้มมองตัวเอง ดาบยาวห้อยเอว ข้างหลังสะพายถุงธนูเต็มเอี้ยด
"'ข้า' กลายเป็นทหารเฝ้าด่านซั่วเฟิง?"
ความสงสัยผุดขึ้นในใจ
นี่คือกระบวนการหลอมรวมลิขิตชะตาเหรอ?
เมื่อกี้ครูฝึกเว่ยเรียกข้าว่าเฉิงรอง?
เฉิงไป่ฮู่!
ข้ากลายเป็นเฉิงเชียนลี่!
ฟิ้ว!
ลมหนาวพัดวูบ เหมือนมีดกรีดกระดูก ทรมานสุดๆ
จี้หยวนตัวสั่นสะท้าน รู้สึกเหมือนเลือดลมทั้งตัวจะแข็งตัว
"ด่านซั่วเฟิงก็บ้าบอแบบนี้แหละ ต้องคอยเดินลมปราณ กระตุ้นเลือดลมให้อุ่นตลอดเวลา ไม่งั้นครึ่งชั่วยามก็กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง"
ครูฝึกเว่ยในวัยหนุ่มบ่นพึมพำ พวกเขาอยู่ที่ช่องกำแพงเมือง ข้างล่างลึกเป็นหมื่นวา มองไม่เห็นก้น
ทันใดนั้น!
ควันสัญญาณหลายสิบสายพวยพุ่ง เสียงแตรเขาสัตว์ดังระงม
เลือดลมมหาศาลเชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว กลายเป็นมหาสมุทรกว้างใหญ่ไพศาล ปกคลุมครึ่งฟ้า
"ท่านจอมพลมีคำสั่ง! วันนี้วันเกิดอ๋องเหยียน พี่น้องทุกคนบุกออกไปนอกด่านอีกห้าสิบลี้ สร้างเจดีย์หัวกะโหลกแปดฐาน ถวายพระพรท่านอ๋อง!"
เสียงคำรามดังก้องสะเทือนฟ้า แพร่ไปทั่วด่านซั่วเฟิง
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง!
กลองศึกรัวสนั่น ภูเขาหิมะที่เงียบสงบเมื่อครู่
ระเบิดลำแสงมหึมาหลายร้อยสาย เงาร่างเลือนรางมากมายปรากฏขึ้น คำรามลั่น
"ทานเหวินอิง! เจ้ามันรังแกกันเกินไปแล้ว! ไม่กลัวทวยเทพพิโรธลงทัณฑ์หรือไง?"
เสียงดั่งฟ้าผ่า ฟาดลงบนกำแพงเหล็กกล้าของด่านซั่วเฟิงจนสั่นสะเทือน
"แค่เทพมารนอกรีต จะไปนับประสาอะไร ฮ่องเต้ตรัสไว้ ผู้ไม่สยบต่อราชสำนัก ฆ่าให้หมด!"
เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนดั่งจันทร์กระจ่างกลางทะเล ดังไปทั่วสารทิศ
จากนั้น ธงมังกรต้าจิ่งที่ดูเหมือนจะแทงทะลุฟ้าก็ถูกชูขึ้น เสียงโห่ร้องฆ่าฟันนับไม่ถ้วนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว สั่นสะเทือนฟ้าดิน
ภาพอันยิ่งใหญ่นี้ ทำให้จี้หยวนสมองหยุดทำงานชั่วขณะ
เขาเงยหน้าขึ้น ฝนธนูระลอกแล้วระลอกเล่าบดบังท้องฟ้าดุจเมฆดำร่วงหล่น
ประตูเมืองเปิดออก กระแสธารสีเขียวดำพรั่งพรูออกมา
หน้าไม้เทพ ทหารม้าเหล็ก รถศึกโบราณ...
จี้หยวนตะลึงงัน
นี่คือโลกภายนอกด่านชายแดนทั้งเก้าที่แท้จริง?
ข้าต้องหลอมรวมลิขิตชะตา ฝึกวิชายิงธนูที่นี่?
[จบแล้ว]