- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 23 - วรยุทธ์และกำลังภายใน โอสถและสมุนไพร
บทที่ 23 - วรยุทธ์และกำลังภายใน โอสถและสมุนไพร
บทที่ 23 - วรยุทธ์และกำลังภายใน โอสถและสมุนไพร
บทที่ 23 - วรยุทธ์และกำลังภายใน โอสถและสมุนไพร
หลายวันต่อมา
ลานชั้นนอก สำนักฝึกยุทธ์
ผัวะ!
จี้หยวนดีดตัวเหมือนคันธนู พุ่งตัวออกไปปล่อยหมัดตรงเข้ากลางลำตัว!
เงาร่างสายหนึ่งพุ่งผ่านลานกว้างปูอิฐเขียว ชุดลายเมฆาอินทรีสะบัดเสียงดัง พุ่งเร็วเหมือนลูกธนู แหวกอากาศจนเกิดเสียง "เปรี๊ยะ"
ก้าวเท้าออกไป หมัดขวาปล่อยพลัง ส่งเสียงระเบิดดังสนั่น!
หมัดนี้เหมือนหอกแทง ทิ่มเข้าใส่หน้าอกเว่ยหยางอย่างจัง
ด้วยการกระตุ้นจากลมปราณ ผิวหนังปรากฏสีแดงระเรื่อ
พละกำลังรุนแรงขนาดนี้ ต่อยเกราะเหล็กทะลุได้สบาย!
"มาได้สวย!"
เว่ยหยางนัยน์ตาเป็นประกาย ปฏิกิริยารวดเร็ว
ร่างกายขยับวูบหลบหมัดร้อยก้าวอันดุดันนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด
พร้อมกันนั้น อาศัยแรงถอยหลัง
เตะเท้าซ้ายสวนกลับ เหมือนสปริงที่ถูกกดจนสุดแล้วดีดออก "ฟุ่บ" พุ่งเข้าใส่ใบหน้า
ลูกเตะนี้ทั้งแรงทั้งโหด ถ้าโดนเข้าไปหัวคงระเบิด
จี้หยวนตั้งตัวไม่ทัน ต้องแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า
รีบเร่งลมปราณ บังคับกระดูกสันหลังให้โค้งงอ เอนตัวไปข้างหลัง
"ลืมป้องกันช่วงล่างอีกแล้ว"
ครูฝึกเว่ยขมวดคิ้ว ชักเท้ากลับแล้วกระทืบลง
แต่จี้หยวนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว สองมือยันพื้น พลิกตัวเหมือนงูยักษ์ ลอยตัวถอยฉากออกไปครึ่งวาในพริบตา
"คราวนี้ข้าจำได้แล้วครับครูฝึก"
จี้หยวนหัวเราะ ก้าวเท้าต่อเนื่อง พุ่งเข้าใส่อีกครั้ง
แขนข้างนั้นเหวี่ยงขึ้นสูง เหมือนขวานยักษ์จามลงมา
ลมปราณที่สะสมระเบิดออก ผสานกับแรงพุ่งตัว
ราวกับเส้นเอ็นทุกส่วนรวมพลังกัน ปลดปล่อยแรงมหาศาลที่มีอานุภาพทลายภูเขา!
"ฝึกฝ่ามือผ่าอากาศได้ถึงขั้นนี้ เจ้านี่เก่งใช้ได้!"
เว่ยหยางตั้งสมาธิ กำหมัดแน่น
เสื้อผ้ากระเพื่อมไหวตามแรงลม
ชั่วขณะหนึ่ง กระดูกทั่วร่างสั่นสะเทือนเบาๆ
เหมือนเสียงฟ้าร้องครืนครั่น ดังก้องไม่หยุด
ตึง!
จังหวะที่ฝ่ามือผ่าอากาศของจี้หยวนฟาดลงมา เว่ยหยางก็ปล่อยหมัดสวน
แข็งชนแข็ง แรงปะทะแรง!
เกิดเสียงดังเหมือนเหล็กกระทบกัน
ตึง ตึง ตึง!
แรงสะท้อนกลับรุนแรงทำให้จี้หยวนถอยหลังกรูด
ร่างกายกระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้าสั่นระริก เหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
กลับกัน เว่ยหยางยืนนิ่ง แค่เซนิดเดียวก็ทรงตัวได้
"ฝึกกระบวนท่ากับครูฝึกมาหลายวัน นึกไม่ถึงว่ายังได้แค่นี้..."
จี้หยวนผิดหวังเล็กน้อย
"พอได้แล้ว อย่ามาทำเป็นถ่อมตัว ข้าอยู่ขั้นผลัดเปลี่ยนโลหิตด่านสาม ถ้าจัดการเจ้าที่อยู่แค่ขั้นฝึกกายภายในไม่ได้ เอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
เว่ยหยางกระตุกมุมปาก หลายวันมานี้เริ่มสนิทกัน เขาเลยพูดจาเป็นกันเองมากขึ้น
"เจ้าหนู เจ้านี่มีพรสวรรค์จริงๆ เมื่อก่อนไม่เคยเรียนกระบวนท่า? ไม่เคยตบตีกับใคร? ไม่เคยฆ่าคนจริงดิ?"
จี้หยวนส่ายหน้า นั่นมันเรื่องชาติก่อน นับรวมกับชาตินี้ไม่ได้
"เฮ้อ งั้นก็เป็นอัจฉริยะโดยกำเนิด ไม่เข้ากองทัพเสียดายแย่
หลายวันมานี้ข้าเห็นกับตาว่าเจ้าก้าวหน้าเร็วแค่ไหน จากตอนแรกข้ากดพลังเหลือแค่ขั้นฝึกกายภายนอก ไม่ใช้ลมปราณสู้กับเจ้า
จนต้องขยับมาเป็นขั้นฝึกกายภายใน ใช้แรงสามส่วน ตอนนี้ถ้าไม่ใช้แรงเจ็ดส่วน เริ่มจะรับมือยากแล้ว"
คิดแล้วเว่ยหยางก็ทั้งดีใจและใจหาย
คนเรามันต่างกันได้ขนาดนี้เชียว?
ต้องรู้ไว้ว่าเขาฝึกยุทธ์มายี่สิบปี ลมปราณลึกล้ำแค่ไหน
ต่อให้ใช้แค่เจ็ดส่วน ก็ไม่ใช่ระดับฝึกกายภายในทั่วไปจะต้านทานได้
แต่จี้หยวนดันมีร่างกายกระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้า บวกกับฝึก "เสื้อเกราะเหล็ก" "ระฆังทองคุ้มกาย"
ฝึกทั้งนอกทั้งใน ถึกทนทายาด
บางทีนยอมโดนหมัด เพื่อจะเตะคืนสักที บีบให้เว่ยหยางต้องระวังตัว
ไม่งั้นเผลอเมื่อไหร่ อาจโดนประทับรอยเท้าบนตัวได้
คำว่าวรยุทธ์ ต้องแยกคำออกมา
หมัดมวยดาบทวนคือ "วร" (กระบวนท่า) การฝึกภายนอกภายในแรงกายลมปราณคือ "ยุทธ์" (กำลังภายใน/พลังฝีมือ)
อย่างแรกคือวิถีแห่งกระบวนท่า อย่างหลังคือวิถีแห่งการสั่งสมพลัง
การฝึกซ้อมหนักหน่วงติดต่อกันหลายวัน ฝีมือการต่อสู้ของจี้หยวนพัฒนาแบบก้าวกระโดด แต่กำลังภายในกลับกลายเป็นจุดอ่อน
เพราะเขาเพิ่งก้าวเข้าสู่วรยุทธ์จริงๆ ได้ไม่นาน
"จิ่วหลาง เจ้าฝึกกายภายในไปถึงไหนแล้ว?"
ทั้งสองเดินไปข้างสนาม บนโต๊ะมีชามใหญ่สองใบ ใส่ของเหลวสีแดงขุ่นๆ
นั่นคือเหล้ายา!
"ลมปราณหล่อเลี้ยงห้าอวัยวะ มือเท้า หน้าอกแผ่นหลัง กระดูกสันหลัง พลังไหลเวียนทั่วถึง แต่... พวกหกเครื่องในกับจุดเล็กๆ น้อยๆ ยังไปไม่ถึงครับ"
จี้หยวนยกชามขึ้นดื่มอึกๆ จนหมดเกลี้ยง
ทุกครั้งหลังซ้อม ความเหนื่อยล้าถาโถม
อาหารธรรมดาชดเชยไม่ไหว
ต้องใช้ของดีๆ เติมเต็ม
พวกลูกหลานขุนนางจะเลือกกินโอสถทิพย์ ที่หมอชื่อดังปรุงจากสมุนไพรนับสิบชนิด
ช่วยบำรุงเลือดลม เสริมกระดูกสร้างพลัง
"โอสถทิพย์เป็นของต้องห้าม ห้ามซื้อขายสุ่มสี่สุ่มห้า เจอเมื่อไหร่โดนยึดทรัพย์จำคุกเนรเทศสามพันลี้
ส่วนยาสมุนไพร ถึงจะซื้อขายได้ แต่ก็แพงหูฉี่ ยาดีๆ ห่อหนึ่งอย่างต่ำก็ร้อยตำลึง ชาวบ้านทั่วไปที่ไหนจะซื้อไหว
ข้าเคยอยู่กองทัพ ได้สูตรดองเหล้ายามาจากเพื่อนทหารชาวซีซาน เจ้าหนูเจ้าได้กำไรแล้วนะเนี่ย"
เว่ยหยางบ่นกระปอดกระแปด เปลี่ยนจากมาดนิ่งเงียบไปเลย
"บุญคุณครูฝึก ข้าจดจำไว้ในใจเสมอ"
จี้หยวนพูดจากใจ
เขารู้สึกว่าโชคดีที่สุดที่ได้มาโลกนี้ คือการได้รู้จักครูฝึกเว่ย
"อย่ามาพูดจาเลี่ยนๆ น่า ตามที่เจ้าว่า ฝึกกายภายในได้ห้าหกส่วนแล้ว เร็วมากเลยนะ
ตามเกณฑ์ของสำนักฝึกยุทธ์ที่แบ่งพรสวรรค์เป็น คนเขลา, กระดูกสามัญ, ยอดคน, อัจฉริยะ, อัจฉริยะเหนือโลก...
คนเขลาที่อยู่ล่างสุด ฝึกภายนอกสิบปี ภายในสิบปี ขยันแทบตายถึงจะบรรลุขั้นรวบรวมลมปราณ
เจ้าใช้เวลารวมกันไม่ถึงสามปี จัดอยู่ในระดับยอดคนได้เลย"
น้ำเสียงเว่ยหยางแฝงความน้อยใจ ไม่ถึงกับอิจฉา แค่รู้สึกท้อใจเมื่อเปรียบเทียบกัน
ตอนเขาเข้ากองทัพ ได้เลื่อนยศเร็วขนาดนั้น ยังได้แค่ประเมินว่า "กระดูกสามัญ"
"ไม่นับเวลาที่ใช้ฝึกภายนอก ข้าฝึกกายภายในแค่เจ็ดวันก็ได้ห้าหกส่วนแล้ว... หรือว่า ข้าจะเป็นอัจฉริยะ?"
จี้หยวนตาเป็นประกาย คิดเข้าข้างตัวเอง
"ที่เจ้ารู้สึกว่าพลังไม่พอ ส่งลมปราณไปไม่ทั่วร่าง เพราะวิชามันห่วย
'ระฆังทองคุ้มกาย' นั่นถึงจะมีกลิ่นอายพุทธคุณ แตเนื้อหาไม่ละเอียด ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแค่บทนำหยาบๆ
วิชาที่ข้าฝึกเป็นวิชาของกองทัพ ห้ามถ่ายทอดให้คนนอก สอนเจ้าไม่ได้
กองปราบฝ่ายเหนือถ้าอยากเรียนวิชาฝึกภายในที่ดีกว่านี้ ก็ต้องใช้แต้มความชอบแลกจากสำนักมังกรทมิฬ...
นี่แหละเรื่องน่าเสียดาย เจ้าฝึกภายนอกสมบูรณ์ แต่ภายในขาดไปนิดเดียว บำรุงได้แค่ห้าอวัยวะ เข้าไม่ถึงหกเครื่องใน"
เว่ยหยางคิ้วขมวด เสียดายแทน
"ต้องใช้วิชาหายใจระดับไหน ถึงจะฝึกกายภายในได้สมบูรณ์ครับ?"
จี้หยวนถาม
"ระดับสูง ระดับต่ำฝึกห้าอวัยวะ ระดับกลางฝึกหกเครื่องใน ระดับสูงครอบคลุมสามร้อยหกสิบข้อต่อ เก้าทวาร และอื่นๆ"
เว่ยหยางอธิบาย
"ในกองทัพยังมีแค่วิชาฝึกภายในระดับกลาง ระดับสูง... น้อยยิ่งกว่าน้อย ต้องระดับหกสำนักใหญ่ หรือตระกูลอ๋องตระกูลขุนนางถึงจะมีสิทธิ์แตะต้อง"
จี้หยวนแววตาวูบไหว ครุ่นคิด
เขายังมีแก่นมรรคาสีขาวสามร้อยแต้มเก็บไว้
ก่อนหน้านี้ไม่ได้ใช้
ก็เพื่อรอดูว่ามีอะไรจำเป็นไหม
"ถ้าจะเปลี่ยนวรยุทธ์จริงๆ ไม่รู้ว่า 'ระฆังทองคุ้มกายพยัคฆ์คำราม' จะอยู่ระดับไหน?"
จี้หยวนมีแผนภาพมรรคาแห่งฟ้าดิน ไม่กังวลเรื่องระดับวิชา
ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือ ไม่มีเงิน
โอสถทิพย์ที่สำนักหมอหลวงคุมเข้ม เป็นของผิดกฎหมาย ไม่ต้องไปคิดถึงมันเลย
ต้องมีตำแหน่งขุนนางลงทะเบียนไว้ ถึงจะซื้อได้อย่างถูกต้อง
แถมผลิตได้น้อย
พวกยาเปลี่ยนโลหิต ยาเปลี่ยนเส้นเอ็น ยามังกรพยัคฆ์... พอออกมาก็โดนพวกอ๋องขุนนางแย่งกันหมด
ขุนนางต่ำกว่าระดับสี่ที่ไม่มีอำนาจจริง อย่าหวังจะได้แอ้ม
"ยาสมุนไพร... ห่อละร้อยตำลึง ทรัพย์สินทั้งหมดของข้ารวมกันยังไม่พอซื้อเลย"
จี้หยวนคิดหาวิธีหาเงิน
"เจ้าไม่ต้องท้อใจ รอถึงขั้นผลัดเปลี่ยนโลหิต ชะล้างแขนขา ขัดเกลาเส้นลมปราณกระดูก จุดบกพร่องพวกนี้จะหายไปเอง"
เว่ยหยางปลอบใจ
วรยุทธ์สายเลือดลมเน้นทรัพยากร
พวกลูกหลานขุนนางเลยได้เปรียบ
แต่พอถึงขั้นที่สาม ผลัดเปลี่ยนโลหิต ช่องว่างมหาศาลนี้จะถูกถมเต็มอย่างรวดเร็ว
ระหว่างคุยกัน เสมียนหนวดแปดแฉกก็เดินเข้ามาในลาน ยิ้มประจบ
"จี้จิ่วหลาง มีเทียบเชิญมาถึงเจ้า"
พูดจบก็ยื่นเทียบเชิญขอบทองให้
"เจิ้งอวี้หลัว งานชุมนุมชาวยุทธ์"
จี้หยวนรับมาดู แววตาเย็นเยียบ
พวกตระกูลขุนนางทหารจะเริ่มเล่นงานแล้วเหรอ?
[จบแล้ว]