- หน้าแรก
- จี้หยวน จอมราชันย์เปลี่ยนชะตา
- บทที่ 10 - ความกล้าเจ็ดส่วน ความโหดเหี้ยมสามส่วน
บทที่ 10 - ความกล้าเจ็ดส่วน ความโหดเหี้ยมสามส่วน
บทที่ 10 - ความกล้าเจ็ดส่วน ความโหดเหี้ยมสามส่วน
บทที่ 10 - ความกล้าเจ็ดส่วน ความโหดเหี้ยมสามส่วน
การเป็นพลลาดตระเวนของกองปราบฝ่ายเหนือ มาตรฐานการคัดเลือกไม่ต่ำเลย
อย่างแรกต้องเป็นลูกหลานตระกูลดี สามชั่วคนต้องไม่มีประวัติอาชญากรรม
อย่างที่สอง ให้สิทธิ์ลูกหลานทหารและชาวบ้านก่อน
พวกเร่ร่อนไม่มีทะเบียนราษฎร์ บ่าวไพร่ คนงานชั้นต่ำ ไม่มีสิทธิ์ได้รับคัดเลือก
จากนั้น ก็มาสอบพื้นฐานวรยุทธ์
ต้องผ่านการฝึกกายภายนอก มีแรงหักท่อนไม้ ต่อยมีเสียง ถึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
ดังนั้น คนที่เข้ามาเป็นพลลาดตระเวนในกองปราบฝ่ายเหนือได้
ถ้าไม่มีวรยุทธ์ประจำตระกูลปูพื้นฐาน ก็ต้องเคยกราบอาจารย์เรียนตามสำนักมวยในเมืองชั้นนอกมาก่อน
"จี้จิ่วหลาง จะบีบให้พี่น้องต้องลงมือทำไม! เอ็งไม่ได้มีสามหัวหกแขน จะสู้คนได้สักกี่คนเชียว?"
ชายร่างยักษ์ที่เป็นหัวหน้าพูดพลางกระโจนเข้าใส่
ร่างกายกำยำดันชุดลายเมฆาอินทรีจนแทบปริ แขนอัดแน่นด้วยพลังลมปราณจนหมัดปรากฏสีแดงระเรื่อ
ดูจากกระบวนท่า ไม่ใช่หมัดร้อยก้าวหรือฝ่ามือผ่าอากาศ แต่เป็นวิชาจับยึดที่ดุดันและแม่นยำ!
"ฉันจะอัดมันทีเดียวสิบคนนี่แหละ!"
จี้หยวนยกมุมปาก ตั้งท่ารับมือ
ร่างเดิมรู้วรยุทธ์ไม่มาก นอกจาก "เสื้อเกราะเหล็ก" ของตระกูล ก็มีแค่วรยุทธ์ระดับต่ำสองวิชาของกองปราบฝ่ายเหนือ
แต่จี้หยวนคนนี้ไม่เหมือนกัน
เขาจบโรงเรียนตำรวจมาเมื่อชาติก่อน นอกจากวิชาต่อสู้ป้องกันตัวภาคบังคับ เขายังเคยเรียน "สิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬ" มาด้วย!
ซึ่งมันก็คือวิชาจับยึดล็อคข้อต่อเหมือนกัน!
"ลูกไม้ตื้นๆ ยังกล้ามาอวดเบ่งต่อหน้าเซียน!"
จี้หยวนชิงลงมือก่อน มาทีหลังแต่ถึงก่อน
ฝ่ามือซ้ายพลิกกลับ กระแทกแขนอันล่ำสันของชายร่างยักษ์ออกไป
พละกำลังระดับกระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้า ไม่หวั่นเกรงผู้ฝึกกายภายนอกหน้าไหนทั้งนั้น
แรงปะทะทำให้อีกฝ่ายเซถลา ฐานล่างไม่มั่นคง
จี้หยวนเล็งจังหวะเหมาะ นิ้วมือขวาทั้งห้ากางออกดุจกรงเล็บ อัดพลังเข้าไปเต็มเปี่ยม
"ฟุ่บ" เสียงฉีกกระชากอากาศ ครอบลงไปที่กลางศีรษะ!
ท่านี้ดั่งมังกรเขียวยื่นกรงเล็บ รวดเร็วเกินตั้งตัว อำมหิตผิดมนุษย์!
ชายร่างยักษ์ยังไม่ทันตอบสนอง ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก เนื้อหนังชิ้นใหญ่ถูกกระชากหลุดออกมาทั้งแถบ!
ลึกจนเห็นกระดูก เลือดพุ่งกระฉูด!
ต้องรู้ไว้ว่า ในบรรดาวิชาหมัดมวย วิชาจับยึดนั้นโหดเหี้ยมที่สุด
ขยับนิดเดียวคือหักแขนขา เล่นงานจุดตาย
สิบแปดฝ่ามือมังกรทมิฬ คือสุดยอดวิชาจับยึดที่กองทัพสั่งสมประสบการณ์จากการต่อสู้จริงมาหลายปี
เทียบกับวิชามวยวัดของชายร่างยักษ์แล้ว ของมันดูหยาบโลนและเต็มไปด้วยช่องโหว่
ดังนั้นแค่กระบวนท่าเดียว ก็โดนสอยร่วง
"พี่สามเหลย!"
มีคนคำรามด้วยความโกรธ ตาแดงก่ำพุ่งเข้ามา
โดนจี้หยวนตบสวนทีเดียวปลิวไปกระแทกเสา ฝุ่นร่วงกราว
กระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้า ไร้ผู้ต่อกรจริงๆ!
"มีใครอีก?"
จี้หยวนลงมือทีเดียวเก็บพลลาดตระเวนไปสองคน ระบายความอัดอั้นในใจไปได้หน่อยหนึ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ เหมือนเหยี่ยวจ้องเหยื่อ
"รุมมันเลย! มันไม่กล้าฆ่าพลลาดตระเวนหรอก!"
สวี่เซี่ยนที่ยืนพิงประตูรู้สึกหนาวสันหลังวาบ กัดฟันตะโกนสั่ง
"น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ มันสู้พวกเราไม่ได้หรอก! ใครเจ็บ ข้าจ่ายค่าหมอให้เอง!"
เขาคิดไม่ถึงว่าเด็กอายุแค่สิบห้าอย่างจี้หยวน จะมีความกล้าบ้าบิ่นท้าชนคนหมู่มาก แถมลงมือโหดเหี้ยมเลือดสาดขนาดนี้
สิ้นเสียงสวี่เซี่ยน สองร่างก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกันซ้ายขวา
"ไม่กล้าฆ่าคน?"
จี้หยวนแค่นหัวเราะ ก้าวเท้าไปข้างหน้า
ร่างกายสูงโปร่งกระแทกเข้าใส่พลลาดตระเวนทางซ้ายอย่างจัง หมัดพุ่งออกไปเหมือนทวน กระแทกจนกระดูกหน้าอกอีกฝ่ายร้าว
จากนั้นสลับเท้า ดีดตัวกลับไปทางขวา
สองนิ้วงอเล็กน้อย กดลงไปบนใบหน้าของอีกคน
รวดเร็วและรุนแรง ทิ่มเข้าไปแล้วควักออกมา
"อ๊ากกกกก!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นห้อง
"ท่านี้เรียกว่าสองมังกรชิงไข่มุก มีใครอยากลองอีกไหม?"
ไม่สนสายตาหวาดผวาของคนอื่น จี้หยวนทำท่าสบายๆ เช็ดเลือดข้นคลั่กออกจากมือ
ลูกตาสองลูกที่เละเทะจนดูไม่ออก ถูกเขาโยนทิ้งลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำจนแหลก
พลลาดตระเวนที่โดนควักลูกตา ดิ้นพราดๆ อยู่บนพื้น ร้องโอดโอยไม่หยุด
ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครกล้าหือ
"นายกองธงสวี่ ผมอยากรู้จังว่าท่านมีปัญญาจ่ายค่าหมอได้สักกี่คน?"
จี้หยวนยืนตระหง่านกลางห้อง ใบหน้าหล่อเหลาดูผ่อนคลาย เหมือนทหารผ่านศึกเจนสังเวียนที่เคยชินกับการฆ่าฟัน
พลลาดตระเวนที่เหลือถอยกรูด ไม่กล้าขยับเข้าไปอีกแม้แต่ก้าวเดียว
"นายกอง... มันโหดเกินไปแล้ว ถอยเถอะครับ!"
มีคนพูดเสียงสั่น
ชื่อเสียงของสำนักมังกรทมิฬเกรียงไกร ทั่วยุทธภพต่างรู้ซึ้ง
แต่นั่นหมายถึงเหล่าพยัคฆ์ติดปีกที่ออกตรวจตราทั่วหล้า
ไม่ใช่สุนัขรับใช้ไร้น้ำยาที่วันๆ เอาแต่รีดไถชาวบ้านในเมืองหลวง
จี้จิ่วหลางที่อยู่ตรงหน้า เชือดคนเหมือนหั่นผัก คว่ำพลลาดตระเวนไปหลายคนในพริบตา
ในสายตาทุกคน ตอนนี้เขาแผ่รังสีความอำมหิตออกมาอย่างรุนแรง
เมื่อกี้พวกเขานึกว่าจี้หยวนเป็นลูกแกะหลงฝูง ตัวเองเป็นฝูงหมาป่า
ที่ไหนได้ สถานการณ์กลับตาลปัตร
"เด็กสิบห้า ทำไมมันโหดได้ขนาดนี้!"
พลลาดตระเวนคนอื่นต่างมีคำถามเดียวกันในใจ
"จิ่วหลาง เรามานั่งคุยกันดีๆ ดีกว่าไหม? ทุกคนก็คนกันเองในกองปราบฝ่ายเหนือ เจอกันทุกเมื่อเชื่อวัน อย่าให้เสียน้ำใจกันเลย"
สวี่เซี่ยนเสียงอ่อนลง เลิกตะโกนฆ่าแกง
เขาอยู่ขั้นฝึกกายภายใน ถ้าทุ่มสุดตัวสู้กับจี้หยวน ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสชนะ
แต่ท่านนายกองธงผู้นี้รักตัวกลัวตาย เห็นสภาพเพื่อนร่วมงานที่เลือดเนื้อกระจุยกระจาย
ใจฝ่อไปตั้งนานแล้ว แม้แต่ดาบยังไม่อยากจะชัก แล้วจะเอาใจที่ไหนไปสู้
"นายกองธงสวี่ ท่านดูสิว่าในห้องนี้ยังมีโต๊ะเก้าอี้ตัวไหนดีๆ เหลือบ้าง?"
จี้หยวนสายตาคมกริบ น้ำเสียงเย็นชา
"ความเสียหายในบ้านเจ้าวันนี้ ข้าสวี่เซี่ยนจะชดใช้ตามราคา... ไม่สิ ชดใช้ให้จิ่วหลางหลายเท่าเลย!"
สวี่เซี่ยนสมเป็นยอดคนแห่งกองปราบฝ่ายเหนือที่รู้จักยืดหยุ่น
เป็นถึงนายกองธง ยอมก้มหัวให้ลูกน้องตัวเอง ไม่กลัวใครจะนินทา
"บ้านเกิดผมที่เหลียวตงมีธรรมเนียม ยืมเงินต้องจ่ายดอก ยืมสิบต้องคืนสิบสองสิบสาม"
จี้หยวนแววตาสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำลึก ชูสองนิ้วขึ้น
"ท่านวางแผนฆ่าผมสองครั้ง ที่ท่าเรือแม่น้ำหย่งติ้ง ท่านฮั้วกับพรรคขนส่งทางน้ำ ให้หลัวเลี่ยใช้ฝ่ามือทรายเหล็กทำร้ายผม นี่คือครั้งที่หนึ่ง
วันนี้ นายกองธงสวี่พาพวกพลลาดตระเวนบุกรุกบ้านผม ข่มขู่ไม่สำเร็จก็คิดจะฆ่าปิดปาก นี่คือครั้งที่สอง
เท่ากับว่า ท่านติดค้างชีวิตผมอยู่สองชีวิต
หนี้นี้จะชดใช้ยังไง ท่านนายกองธงพอจะมีไอเดียไหม?"
เส้นเลือดบนหน้าผากสวี่เซี่ยนปูดโปน โดนพลลาดตระเวนตัวเล็กๆ ปีนเกลียวขนาดนี้ ถือว่าหยามกันสุดๆ
ถ้ายังยอมให้มันจูงจมูกอีก หน้าตาคงไม่เหลือ
เขากดด้ามดาบ พูดเสียงเหี้ยม
"จี้จิ่วหลาง อย่าให้มันมากนัก! ข้าเป็นนายกองธงกองปราบฝ่ายเหนือ เป็นขุนนางราชสำนัก เจ้ากล้าฆ่าข้าเหรอ?
กฎหมายราชวงศ์จิ่ง ฆ่าขุนนางเท่ากับกบฏ โทษประหารเก้าชั่วโคตร!"
เขามั่นใจว่าจี้หยวนคงไม่กล้าบ้าบิ่นขนาดฆ่านายกองธงกลางวันแสกๆ
"นายกองธงสวี่พูดถูก แต่ถ้าผมแค่หักแขนหักขาท่าน แล้วให้ท่านอาที่อยู่กองปราบฝ่ายใต้มาจับกุมตัว จะเป็นไง?
เขาก็เป็นนายกองธง ถือสมุดไร้จีรัง มีอำนาจตรวจสอบขุนนาง รายงานสำนักมังกรทมิฬ
บุกรุกเคหสถาน ซ่องสุมกับแก๊งอันธพาล ฆ่าคนชิงทรัพย์... อ้อ แล้วยังมีข้อหาใช้กำลังพลในทางมิชอบอีก!
รวมๆ กันแล้ว จับยัดเข้าคุกหลวงได้สบายๆ"
จี้หยวนฉีกยิ้มกว้าง แต่กลับทำให้คนมองหนาวไปถึงขั้วหัวใจ
"ท่านนายกองธงก็รู้ กองปราบเหนือใต้ไม่ถูกกัน ถ้าท่านตกไปอยู่ในมือกองปราบฝ่ายใต้ รับรองจบไม่สวยแน่ เผลอๆ จะคายความลับออกมาหมดไส้หมดพุง"
ได้ยินคำว่า "คุกหลวง" สวี่เซี่ยนหน้าซีดเผือด ปากสั่นระริก
ความผิดพลาดที่สุดของเขาในวันนี้ คือไม่นึกว่าจี้หยวนจะมีรากฐานวรยุทธ์แน่นปึก ร่างกายแข็งแกร่งผิดมนุษย์ สามารถต่อกรกับคนหมู่มากได้
จะฆ่าเขาก็ไม่ได้ กลายเป็นตัวเองติดกับดัก!
ตามหลักแล้ว โดนฝ่ามือทรายเหล็กสิบส่วนของหลัวเลี่ยเข้าไป
ผู้ฝึกกายภายนอกธรรมดาๆ ไม่มีทางรอด
แต่จี้หยวนนอกจากจะไม่เป็นไร ยังเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่มีความลังเลอ่อนแอเหมือนเก่า
ไม่อย่างนั้น พวกเขาบุกมาจับตัว ลงดาบฉับไว
จับยัดกระสอบถ่วงน้ำ หรือเอาไปทิ้งป่าช้านอกเมือง ก็จบเรื่อง
ต่อให้จี้เฉิงจงไปฟ้องศาล หาศพไม่เจอก็ตั้งข้อหาไม่ได้ อย่าหวังจะสืบหาตัวคนร้าย
"ผิดก้าวเดียว ล้มทั้งกระดาน..."
สวี่เซี่ยนเจ็บใจนัก สบตาจี้หยวนที่มองมาอย่างเย็นชา เขาถอนหายใจ ก้มหน้ายอมรับชะตากรรม
"จิ่วหลาง จะบีบคั้นข้าทำไม เหยียบข้าจมดินแล้วหลินนายกองร้อยจะยอมรามือรึ? พวกเราก็แค่คนหาเช้ากินค่ำ อยากมีชีวิตรอดเหมือนกัน"
เริ่มเล่นบทดราม่า?
คิดว่าฉันเป็นเด็กเมื่อวานซืน ใจอ่อนง่ายๆ งั้นสิ?
จี้หยวนกระตุกยิ้มมุมปาก พูดเสียงเรียบ
"พี่น้องพวกนี้แค่ทำตามคำสั่ง จำใจต้องทำ ผมไม่เอาชีวิตพวกพี่หรอก ทิ้งค่าไถ่ชีวิตไว้คนละก้อน แล้วก็ไปได้"
สายตาเหมือนมีดกวาดมองพลลาดตระเวนที่ขวัญกระเจิง
พวกเขารีบควักถุงเงินออกมา ประคองด้วยสองมือวางไว้บนพื้น
"เอาคนเจ็บไปด้วย"
จี้หยวนดีดเล็บเปาะแปะ
ยังมีไอ้ตัวซวยสองคนที่นอนสลบเหมือดอยู่แทบเท้าเขา
ครู่ต่อมา
ในห้องเหลือแค่เขากับสวี่เซี่ยน และรอยเลือดสกปรกเลอะเทอะ
"ข้าจ่ายค่าไถ่ชีวิตให้ก็ได้! จิ่วหลาง ปล่อยข้าไปเถอะ วันหน้าถ้าหลินนายกองร้อยมีความเคลื่อนไหวอะไร ข้าจะรีบมารายงานเจ้าทันที!"
สวี่เซี่ยนแทบจะคุกเข่าอ้อนวอน
พอพวกลูกน้องหนีกันไปหมด
แรงกดดันจากจี้หยวนผู้มีความกล้าเจ็ดส่วนความโหดสามส่วน ยิ่งหนักหน่วงขึ้นเป็นทวีคูณ
"นายกองธงสวี่ วันนี้ผมจะทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้ แต่ผมขอของอย่างหนึ่ง"
จี้หยวนหรี่ตา พูดเน้นทีละคำ
"ท่านอยู่เมืองหลวงมาหลายปี ไม่เคยออกไปสร้างผลงาน ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้าคลังอาวุธ
แต่ท่านฝึกถึงขั้นกายภายในแล้ว น่าจะมีวิชาดีติดตัว ผมไม่ขออะไรมาก ขอแค่วิชาหายใจกำหนดจิตวิชานั้นก็พอ"
สวี่เซี่ยนตาถลน ความโกรธพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง
วิชาหายใจฝึกกายภายใน!
นั่นมันวิชาทำมาหากิน ราคาหลายพันตำลึงเงินเชียวนะ!
"หือ? เสียดายเหรอ?"
จี้หยวนเลิกคิ้ว
สวี่เซี่ยนหดคอ ความโกรธที่กำลังจะระเบิดเหมือนโดนน้ำเย็นสาดโครม
ดับสนิท
"ได้! ข้าให้!"
[จบแล้ว]