เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 - คนถ่อยดุจภูตผี ตอแยไม่เลิก

บทที่ 8 - คนถ่อยดุจภูตผี ตอแยไม่เลิก

บทที่ 8 - คนถ่อยดุจภูตผี ตอแยไม่เลิก


บทที่ 8 - คนถ่อยดุจภูตผี ตอแยไม่เลิก

สามวันต่อมา ณ ที่ทำการกองปราบฝ่ายเหนือ

หลินลู่ในชุดลายปลาบินสีแดง ลากสังขารอ้วนฉุมาเช็คชื่อแต่เช้าตรู่

เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน เหลือบตามองเหล่านายกองธงใหญ่ นายกองธงเล็กเบื้องล่าง

ก๊อก ก๊อก ก๊อก นิ้วมือป้อมๆ เหมือนหัวไชเท้าเคาะโต๊ะ ไม่พูดไม่จา

จงใจปล่อยให้คนพวกนี้รอเกือบครึ่งก้านธูป วางมาดนายกองร้อยจนพอใจ ถึงค่อยเริ่มขานชื่อ

"สวี่เซี่ยน!"

"หวางเอ้อร์ซง!"

"โจวผิง..."

เทียบกับกองปราบฝ่ายใต้ที่วันๆ ขลุกอยู่กับกองเอกสาร จับตาดูความเคลื่อนไหวขุนนางในราชสำนัก

งานของกองปราบฝ่ายเหนือ ซับซ้อนและอันตรายกว่าเยอะ

ตรวจตราหัวเมือง กวาดล้างปีศาจ จับกุมกบฏ สืบคดีภูตผี...

ส่วนใหญ่ต้องโดนส่งออกไปข้างนอก เอาหัวแขวนไว้บนเอว

มีส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้ประจำอยู่เมืองหลวง คอยประสานงานกับสำนักมังกรทมิฬ

อันไหนดีอันไหนแย่ ไม่ต้องบอกก็รู้

พอเพื่อนร่วมงานแยกย้ายกันไปหมด นายกองธงใหญ่สวี่เซี่ยนในชุดลายวัวกระทิงสีน้ำเงินเข้ม ก็ขยับเข้าไปหาหลินลู่

ปั้นหน้ายิ้มประจบสอพลอ

"ใต้เท้าหลิน วันนี้ว่างไหมครับ ไปดื่มที่ภัตตาคารซานเว่ย ย่านหวยเหรินกันไหม? ข้าน้อยจองโต๊ะไว้แล้ว อยากเชิญใต้เท้าไปเป็นเกียรติ!"

กองปราบฝ่ายเหนือใช้วิธีจับฉลากเวียนกันทำงาน

นายกองธงใหญ่ นายกองธงเล็กที่ว่างงาน ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่ทำการ

ถ้าไม่พาลูกน้องเดินตรวจตราสามสิบหกย่าน ก็หาที่ผลาญเวลา

ถ้าไม่มีคดีใหญ่ จริงๆ ก็ว่างมาก

หลินนายกองร้อยผู้ใจกว้างร่างสมบูรณ์เหมือนคนอดนอน ขอบตาดำคล้ำ หาวหวอด ถามว่า

"ไอ้เด็กบ้านนอกตระกูลจี้นั่น ตายหรือยัง?"

สวี่เซี่ยนลังเลนิดหน่อย ตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจ

"น่าจะตายสนิทแล้วครับ ข้าวานให้หลัวเลี่ยแห่งพรรคขนส่งทางน้ำลงมือ ไอ้เด็กนั่นเพิ่งอยู่ขั้นฝึกกายภายนอก โดนฝ่ามือทรายเหล็กสิบส่วนเข้าไป ไม่น่ารอด"

หลินลู่พยักหน้าเบาๆ พอใจ

"ก็ดี ตำแหน่งนายกองร้อยของจี้เฉิงจู่ ทางพ่อบ้านใหญ่หลานเร่งมาหลายรอบแล้ว เดิมทีมันเป็นเรื่องวินวินกันทุกฝ่าย

นึกไม่ถึงว่าจี้หยวนมันจะดื้อด้าน หักหน้าข้าตั้งหลายครั้ง บีบให้ข้าต้องลงไม้ลงมือ!

เพื่อความชัวร์ เดี๋ยวเจ้าไปดูที่บ้านมันหน่อย ว่าจัดงานศพหรือยัง ถ้าตายแล้วจริง ข้าจะได้รายงานเบื้องบน เบิกเงินทำขวัญ"

สวี่เซี่ยนใจหายวาบ แอบด่าในใจว่าหลินจอมรีดเลือด ขูดรีดทุกเม็ด แม้แต่เงินทำขวัญพลลาดตระเวนตายในหน้าที่ยังจะงาบ

หากินกับคนตาย ไม่กลัวจี้จิ่วหลางเป็นผีมาหักคอหรือไง

"รับทราบครับ เดี๋ยวข้าน้อยจะไปสืบข่าวที่ย่านไท่อัน จริงสิ ใต้เท้าหลิน ได้ยินว่ารายชื่อคนที่จะโดนส่งไปประจำต่างจังหวัดปีนี้กำลังร่างอยู่...

ท่านก็รู้ ที่บ้านข้ามีแม่แก่แปดสิบ ลูกเล็กอีก ไม่อยากจากเมืองหลวงไปเลย"

สวี่เซี่ยนก้มตัวลง พูดอย่างระมัดระวัง

"เรื่องย้ายไปต่างจังหวัด ท่านนายกองพันทั้งหลายกับผู้บัญชาการลู่กำลังหารือกัน อีกอย่าง ขอแค่เจ้ากล้าจ่าย ก็ไม่ต้องกลัวโดนย้าย"

หลินลู่ขยี้เลื่อนนิ้ว ความหมายชัดเจน

อยากให้ช่วย ต้องจ่ายเพิ่ม!

"ข้าน้อย... ก่อนหน้านี้มอบให้ใต้เท้าไปแล้วสามร้อยตำลึง"

สวี่เซี่ยนสีหน้าลำบากใจ

เขาเป็นแค่นายกองธงใหญ่ จะมีเงินเก็บสักเท่าไหร่

ต่อให้รีดไถมาเยอะ ก็โดนหลินลู่สูบไปจนเกือบหมดตัวแล้ว

"ไอ้เวรนี่ ถือว่ามีนายกองพันเมิ่งคุ้มกะลาหัว กินจุไม่เกรงใจใคร!"

แววตาสวี่เซี่ยนฉายแววโกรธแค้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกังวล

ตั้งแต่ฮ่องเต้ไม่ว่าราชการ นอกเมืองหลวง ปีศาจเพ่นพ่าน ภูตผีชุม

บวกกับจอมยุทธ์กบฏที่ฆ่าไม่หมด พรรคมารนอกรีต รวมหัวกันต่อต้านราชสำนัก

คนของกองปราบฝ่ายเหนือล้มตายมากขึ้นทุกวัน

โดยเฉพาะนายกองธงและพลลาดตระเวน ถือเป็นของใช้แล้วทิ้ง

พอถึงสิ้นปี เบื้องบนร่างรายชื่อส่งออกไปต่างจังหวัด

ทุกคนต่างอกสั่นขวัญแขวน วิ่งเต้นเส้นสาย

กลัวจะซวยมีชื่อติดโผ

"เงินสามร้อยตำลึงทำอะไรได้? แค่พอเลี้ยงเหล้านารีแดงนายกองพันคืนเดียวเอง!"

หน้าอ้วนๆ ของหลินลู่เย็นชาลงทันที ตวาดเสียงดัง

"ทำไม? สวี่เซี่ยน เจ้าคิดว่าข้ารับเงินแล้วไม่ทำงานรึ? ได้ เรื่องย้ายงานข้าไม่ยุ่งแล้ว เจ้าไปหาคนอื่นช่วยละกัน!"

สวี่เซี่ยนกลืนคำด่าลงคอ ฝืนยิ้ม

"ใต้เท้าหลินใจเย็น ข้าน้อยปากพล่อยไปหน่อยเพราะร้อนใจ ต่อให้จี้หยวนไม่ตาย ข้าก็มีเก้าวิธีฆ่ามัน เก้าวิธี!

รอข้าจัดการเรื่องนี้เสร็จ จะเอาเงินอีกสองร้อยตำลึงมาเซ่นไหว้... เอ้ย มอบให้เป็นการไถ่โทษ"

หลินลู่ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ รำคาญ

"ไปเถอะ พ่อบ้านใหญ่หลานยินดีจ่ายสองพันห้าร้อยตำลึงแลกตำแหน่งนายกองร้อย งานสำเร็จ ข้าไม่ลืมส่วนแบ่งเจ้าหรอก

จำไว้ ต้องจัดการให้สะอาดหมดจด อย่าให้มีหลักฐานสาวถึงตัว จี้หยวนมันมีอาทำงานอยู่กองปราบฝ่ายใต้ อย่าเปิดช่องให้มันเอาเรื่องได้"

สวี่เซี่ยนพยักหน้ารัวๆ ส่วนคำว่า "ส่วนแบ่ง" เขาทำเป็นหูทวนลม

เจ้านายคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องขี้งบและหน้าเลือด หินก้อนเดียวยังคั้นน้ำมันออกมาได้สองตำลึง

"ซวยชิบหาย ได้เจ้านายสุนัขแบบนี้!"

สวี่เซี่ยนก้มหัวถอยออกจากที่ทำการ แล้วยืดตัวตรง เรียกพลลาดตระเวนคนสนิทเจ็ดแปดคน มุ่งหน้าสู่ย่านไท่อัน

"จี้จิ่วหลางเอ๊ย อย่าโทษข้าเลย คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยกวิเศษ

ตำแหน่งนายกองร้อย เนื้อชิ้นโตขนาดนี้ คนบ้านนอกไร้ที่พึ่งอย่างแก รักษาไว้ไม่ได้หรอก!"

...

...

ย่านไท่อัน ตรอกประตูทิศใต้

จี้หยวนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านมาสามวัน

อาหารการกินให้ร้านหน้าปากซอยมาส่งถึงที่ มีเนื้อมีข้าว อิ่มหมีพีมัน

ดูเหมือนชีวิตดี แต่เงินในถุงร่อยหรอลงเรื่อยๆ จนแทบจะเกลี้ยง

ระหว่างนั้นท่านอามาหาสองครั้ง

หนึ่งมาดูว่าตายหรือยัง

สองเอายาบำรุงจากร้านเชียนจินถังมาให้

"ผงเขากวางอ่อนกระดูกเสือบดห่อเท่าฝ่ามือ ต้มเป็นยาได้ถ้วยเดียว ราคาตั้งสามตำลึง... ถ้าโลกนี้สงบสุขกว่านี้ ฉันคงไม่ฝึกยุทธ์แล้ว ไปเรียนหมอดีกว่า"

จี้หยวนลอกกอเอี๊ยะแผ่นสุดท้ายออก ใช้น้ำล้างคราบยา

เขาเปลือยท่อนบน นั่งอยู่ข้างบ่อน้ำ

กล้ามเนื้อได้รูปแน่นเปรี๊ยะ แฝงพลังมหาศาล

"ใช้เวลาสามวัน ในที่สุดก็ควบคุมร่างกายสุดแกร่งจาก [กระดูกเหล็กเส้นเอ็นกล้า] ได้สมบูรณ์"

จี้หยวนออกแรงนิดเดียว เส้นเอ็นผิวหนังก็ขยับเกร็ง ปลดปล่อยเลือดลมร้อนแรง ระเหยไอน้ำบนผิวจนแห้งสนิท

การทบลิขิตชะตาใส่ร่างกาย ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด

แม้จะได้มาง่ายๆ ในพริบตา แต่ก็ต้องค่อยๆ ปรับตัวให้คุ้นชิน

ไม่อย่างนั้น ก็เหมือนเด็กทารกถือค้อนเหล็ก อาจจะทุบโดนตัวเองเจ็บตัว

"พูดแบบนี้ ก็ถือว่าฉันใช้ความพยายามและความขยันของตัวเองจนบรรลุขั้นฝึกกายภายนอกสมบูรณ์สินะ"

จี้หยวนสวมเสื้อตัวในสีขาวจันทร์ ปักปิ่นไม้รวบผมยาว

"ห้าวันผ่านไป ไอ้แซ่หลินยังไม่โผล่หัว สงสัยจะมั่นใจว่าฉันไม่รอด

ก็ดี ไปเช็คชื่อที่ที่ทำการก่อน จัดการคนถ่อยสักสองสามตัว แล้วค่อยเข้าสำนักฝึกยุทธ์ หาทางรุ่งโรจน์!"

จี้หยวนไม่ใช่คนโลเล เขาจังหวะไหนควรแข็ง จังหวะไหนควร่อน

หมูตอนหลินลู่นั่นคงจัดการทันทีไม่ได้

แต่พวกสมุนที่ช่วยมันทำร้ายเขา จะปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด

กำจัดคนชั่วต้องถอนรากถอนโคน ตีงูต้องตีให้ตาย

สัจธรรมข้อนี้ จี้หยวนเข้าใจตั้งแต่ชาติที่แล้ว

ปัง! ปัง! ปัง!

"จิ่วหลางอยู่ไหม?"

เสียงทุบประตูรัวเร็วปนเสียงตะโกน ดังลั่นไปถึงนอกตรอก

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 8 - คนถ่อยดุจภูตผี ตอแยไม่เลิก

คัดลอกลิงก์แล้ว