- หน้าแรก
- โลกวิบัติเเล้วไง ผมมีระบบข่าวกรองรายวัน
- บทที่ 7 - ลำดับที่ 2 อาภรณ์โลหิต และการพุ่งเข้าสู่แดนหมอก
บทที่ 7 - ลำดับที่ 2 อาภรณ์โลหิต และการพุ่งเข้าสู่แดนหมอก
บทที่ 7 - ลำดับที่ 2 อาภรณ์โลหิต และการพุ่งเข้าสู่แดนหมอก
บทที่ 7 - ลำดับที่ 2 อาภรณ์โลหิต และการพุ่งเข้าสู่แดนหมอก
[ลำดับตะกละ]
[ลำดับที่ 2: อาภรณ์โลหิต]
[ความสามารถ 1: เร่งความเร็วในการย่อยอาหาร เปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานเลือดเนื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยกระดับสมรรถภาพทางกาย]
[ความสามารถ 2: ควบคุมพลังเลือดเนื้อในกายให้แผ่ออกมาเป็นเกราะพลังงานความร้อนสูง สร้างความเสียหายจากการเผาไหม้ต่อสิ่งลี้ลับ การโจมตีกายภาพจะมีคลื่นพลังงานแฝง]
เย่ฝานดีใจจนเนื้อเต้น ลำดับพลังของเขาเลื่อนขั้นเป็นระดับ 2 'อาภรณ์โลหิต' โดยอัตโนมัติ!!!
นี่สินะข้อดีของการตื่นรู้ก่อนชาวบ้าน?
โชคดีที่เชื่อระบบแล้วยัดทะนานเข้าไป!!
เย่ฝานขับรถไปพลาง ลองรวบรวมพลังสร้างอาภรณ์โลหิตไปพลาง
แค่กำหนดจิต ฝ่ามือขวาก็มีชั้นพลังงานสีแดงเลือดก่อตัวขึ้น ไอสีแดงระเหยออกมาจากมือ
เขารู้ว่านี่คือผลจากการเผาผลาญพลังเลือดเนื้ออย่างรวดเร็ว
สภาพเหมือนพวกลูฟี่เปิดเกียร์สองเลยแฮะ
พอลองไปเรื่อยๆ ก็พบว่าสามารถเอาพลังนี้ไปเคลือบพวงมาลัยได้
นั่นหมายความว่า เขาสามารถเคลือบอาวุธเพื่อโจมตีได้! ความสามารถนี้เจ๋งเป้ง!
ติดตรงที่ถ้าเคลือบทั้งตัว คงยืนระยะได้แค่ 30 วินาที
แต่ถ้าเคลือบแค่อาวุธ น่าจะยื้อได้สัก 3 นาที
ยังไงซะ ตอนนี้เขาก็มีวิธีต่อกรกับสิ่งลี้ลับแล้ว ไม่ใช่เป็นผู้มีพลังพิเศษที่ทำได้แค่วิ่งหนี!
และแน่นอน เอาไว้ขู่คนธรรมดาได้ชะงัดนักแล!
การเดินทางช่วงต่อมาค่อนข้างราบรื่น มีรถชนกันบ้าง เย่ฝานก็ชนเปิดทางไปตามระเบียบ
มีบางคนดูทิศทางลมไม่เป็น จะมาเรียกค่าเสียหายไม่ยอมให้ไป
เย่ฝานก็จัดให้... ตบปลิวไป 4-5 เมตร ส่วนคอจะหักไหม อันนั้นไม่ใช่เรื่องของเย่ฝานแล้ว!
พอเห็นเย่ฝานโหดเบอร์นี้ พวกคนขับรถเลนข้างๆ ก็สงบเสงี่ยมเจียมตัวขึ้นเยอะ ไม่กล้าปาดหน้าแซงคิว!
ไม่นาน ขบวนรถของเย่ฝานก็พุ่งออกจากถนนหลวงเขตเมือง เข้าสู่ 'แดนหมอก'
แม้จะมีหมอกปกคลุม แต่วิสัยทัศน์ยังมองเห็นได้ประมาณ 200 เมตร และพื้นที่แดนหมอกนั้นกว้างใหญ่ไพศาล เลยไม่ค่อยมีปัญหารถชนวินาศสันตะโร
เย่ฝานรู้ว่าตอนนี้ปลอดภัยชั่วคราว พวกสิ่งลี้ลับส่วนใหญ่กำลังเพลิดเพลินกับบุฟเฟต์มนุษย์ในเมือง จะมีก็แค่พวกกากๆ ที่โดนไล่ออกมาหากินข้างนอก
นี่คือช่วงเวลาทองในการพักหายใจหายคอ ไอ้อ้วนกับเถ้าแก่จ้าวต้องพักสมอง ส่วนตัวเขาเองก็ต้องเติมพลังงานเลือดเนื้อ
เย่ฝานขับไปจอดในที่ที่รถน้อย แล้ววอล์บอก "พักผ่อนกันหน่อย รีบตั้งสติ ลงรถอย่าลืมถืออาวุธ!"
จอดรถเสร็จ เย่ฝานถือมีดฆ่าหมูลงมา ยืนคุมเชิงพวกที่จ้องรถบรรทุกเขาตาเป็นมัน!
พอเถ้าแก่จ้าวถือขวานเปื้อนเลือดลงมา ผู้คนรอบๆ เห็นเลือดบนหน้าบนเสื้อแก ก็ถอยกรูดด้วยความสยอง
ยิ่งพอเห็นไอ้อ้วนถือหน้าไม้กลหน้าตาโหดเหี้ยม บางคนถึงกับรีบขับรถหนีไปเลย
เย่ฝานเหลือบมองเพื่อน ไอ้อ้วนเลิกทำหน้าทะเล้น พยายามเก๊กหน้าโหดแบบ "อย่าแหยมกับพี่" สุดฤทธิ์!
ส่วนเถ้าแก่จ้าวทำหน้าเครียด พอบวกกับเลือดท่วมตัว ดูยังไงก็ฆาตกรชัดๆ
แม้แต่หลิวอิงกับจ้าวเสวี่ยก็ถือมีด พยายามทำหน้าดุๆ
แต่โลลิน้อยวัย 13 ถือมีดพร้า แยกเขี้ยวยิงฟัน ดูยังไงก็ตลกมากกว่าน่ากลัว
แต่เย่ฝานไม่ขำ
เขารู้ว่าทั้งสี่คนกำลังพยายามกลบความกลัวในใจ และพยายามพิสูจน์คุณค่าของตัวเอง!
เขาบอกไอ้อ้วนไปชัดเจนแล้ว และเชื่อว่าเพื่อนรู้ว่าต้องทำยังไง
แต่ที่แปลกใจคือ หลิวอิงกับจ้าวเสวี่ยก็ยอมรับความจริงได้ไวขนาดนี้
ทำให้เย่ฝานยิ่งยอมรับในตัวจ้าวเทียนไห่มากขึ้น อย่างน้อยตราบใดที่พวกเขายังมีประโยชน์ เย่ฝานจะไม่ทิ้งพวกเขาเป็นคนแรก!
นี่คงเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ... ชาติที่แล้วเขาก็เคยเป็นแบบนี้ ทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด...
"เฝ้ารถให้ดี มีอะไรตะโกนเรียก ถึงเวลาลงมือห้ามลังเล!" เย่ฝานสั่งเสียงเย็น
แล้วเขาก็มุดเข้าไปในตู้รถบรรทุกของตัวเอง ล็อคประตูจากด้านใน
เขาไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีเสบียงเยอะขนาดนี้ ถึงจะเก่งแต่ก็ขี้เกียจมีเรื่อง!
ไม่รอช้า เย่ฝานฉีกซองอาหารยัดเข้าปาก
ใช่แล้ว ต่อให้เป็นเบคอนรมควันที่แข็งโป๊ก ตราบใดที่กลืนลง เขาก็ขี้เกียจเคี้ยว ปล่อยให้ระบบย่อยอาหารระดับปีศาจจัดการไป
หลอดอาหารกับเครื่องในเขาตอนนี้แกร่งเกินมนุษย์ไปแล้ว
ถ้าทำได้ เขาอยากเอาเกรวยยัดปาก แล้วจ้างคนมาเทอาหารใส่ด้วยซ้ำ!
ขอแค่เก่งขึ้น เอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลกได้นานขึ้น เรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหารช่างหัวมัน
เวลาพักผ่อนในวันสิ้นโลกมีค่ายิ่งกว่าทอง เขาต้องรีบปั๊มเลเวล!
แต่... มักจะมีพวกมารผจญเสมอ!
กำลังกินเพลินๆ หูทิพย์ก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายข้างนอก
คนอื่นเขากำลังถกเถียงเรื่องหายนะ เรื่องข้อความให้ไป 'ดินแดนแห่งบทสรุป' แต่มีบางคนเริ่มหาเรื่องแล้ว...
"พวกแกขนอะไรมาในรถ? อาหารใช่ไหม?" ป้าหน้าตาปากจัดคนหนึ่งเดินกร่างเข้ามา ชี้หน้าหลิวอิงแล้วตะคอก
เสียงดังแปดหลอด กะให้ได้ยินกันทั้งบาง
'จางเฟิน' หนีตายมากับลูกชาย กะว่าจะไปกินข้าวที่ห้างเทียนหง แต่ดันเจอวันสิ้นโลกซะก่อน
ในรถไม่มีของกินเลย นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว หิวจนไส้กิ่ว
ลูกชายตาไวเห็นรถห้องเย็น ก็ยุให้แม่มาไถของกิน
ถึงจะเห็นพวกเถ้าแก่จ้าวถืออาวุธหน้าตาบอกบุญไม่รับ แต่จางเฟินคิดว่านี่มันสังคมนิติธรรม ใครจะกล้าทำอะไร?
นางเลยเดินดุ่มๆ เข้ามา
แน่นอนว่าสกิลมนุษย์ป้าที่ฝึกปรือมาจากการตบตีกับเพื่อนบ้านนับสิบปี นางมีลูกล่อลูกชนเยอะ
นางจงใจพูดเสียงดัง เพื่อปลุกระดมคนรอบข้างให้มาช่วยกดดัน
คนเยอะซะอย่าง นางไม่เชื่อว่าพวกนี้จะไม่ยอม "น้องสาว เที่ยงป่านนี้แล้ว ทุกคนหนีตายกันมา ข้าวปลายังไม่ได้ตกถึงท้อง ถ้าในรถมีของกิน ก็เอามาแบ่งๆ กันหน่อยสิ ทุกคนว่าจริงไหม? อย่าใจดำนักเลย!"
จางเฟินพูดยั่วยุคนรอบข้าง แล้วส่งสายตาให้ลูกชาย
ลูกชายคู่หูคู่ฮา รับมุกทันที "ใช่ครับ รถบรรทุกตั้งสองคัน ต้องมีของกินแน่ๆ แบ่งให้พวกเราหน่อยจะเป็นไรไป!"
พวกคนที่กำลังหิวเริ่มผสมโรง "ใช่ๆ มีของก็แบ่งกันสิ คนหนีตายเหมือนกัน ต้องช่วยเหลือกันสิ!"
"คนเราจะเห็นแก่ตัวไม่ได้นะ!"
"เร็วๆ แบ่งมาหน่อย หิวจะตายอยู่แล้ว!"
บางคนเห็นอาวุธและเลือดบนตัวเถ้าแก่จ้าว ก็เตือนพรรคพวก "เฮ้ย คนพวกนั้นมือเปื้อนเลือดนะ น่าจะฆ่าคนมา ระวังหน่อย อย่าไปยุ่งเลย!"
"กลัวอะไร นี่มันสังคมมีกฎหมาย พวกมันจะกล้าฆ่าคนเหรอ?"
"ใช่ พวกเราคนเยอะกว่า กลัวบ้าอะไร!"
"เอาของออกมาซะดีๆ!"
จางเฟินเห็นได้ที ก้าวออกมาข้างหน้า
ตะโกนปาวๆ "พวกเราคนเยอะกว่า ไม่ต้องไปกลัว! ในรถต้องมีอาหารแน่ แต่มันงกไม่ยอมแบ่ง ลุยเลยพวกเรา! ไปแย่งอาหารมา!"
ไอ้อ้วนกับเถ้าแก่จ้าวมองคนพวกนี้ด้วยสายตาเย็นชา สบตากันแวบหนึ่ง แววตาฉายความอำมหิต
เถ้าแก่จ้าวขยับขึ้นมาบังหน้า ถือขวานจังก้า ไม่พูดสักคำแต่ท่าทางชัดเจน
ส่วนไอ้อ้วนยกหน้าไม้เล็งไปที่หัวโจกอย่างจางเฟิน
จางเฟินแค่นหัวเราะ เหยียดหยาม "ฮึ! ของเด็กเล่นแบบนี้ฉันเห็นมาเยอะแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าแกจะกล้ายิง ทุกคนลุย! ไปเอาของกิน!"
พูดจบ จางเฟินก็นำขบวนพุ่งเข้ามา!