เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 24 หนึ่งปีต่อมา

บทที่ 24 หนึ่งปีต่อมา

บทที่ 24 หนึ่งปีต่อมา


บทที่ 24 หนึ่งปีต่อมา

“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามา” ฉินซวนกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย มือซ้ายไพล่หลังกำหมัดแน่น มือขวาเปล่งแสงสีแดงฉาน ไร้ซึ่งเสียงร้องของหงส์เพลิง มีเพียงกระบี่ฉางหมิงสีแดงโลหิต

หลังจากเกือบครึ่งเดือนแห่งการผสานและฝึกฝนเคล็ดวิชาลมหายใจหุบเขาปีศาจ ฉินซวนก็สามารถควบคุมหงส์เพลิงที่ถูกผนึกไว้ในกระบี่ฉางหมิงได้ดั่งใจนึก

อัศวินผู้นำไม่พูดพร่ำทำเพลง ชำเลืองมองทางเดินแคบๆ รอบตัวฉินซวน เพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่มีที่ให้หลบหนี ค่อยๆ ยกหอกยาวอัศวินในมือขึ้น ใช้สองขาหนีบท้องม้า ม้าศึกใต้ร่างพลันเร่งความเร็วพุ่งทะยาน

“จงจดจำชื่อผู้สังหารเจ้า อัศวินปีศาจ เชคราวา”

เขาพุ่งเข้าหาฉินซวนพร้อมกลิ่นอายแห่งความตาย บรรยากาศหนาวเหน็บแผ่ซ่าน รังสีสังหารอันเคร่งขรึมโถมซัดเข้าใส่

จังหวะที่คมหอกกำลังจะแทงทะลุอกฉินซวน ฉินซวนก็ขยับตัว เท้าขวาแตะพื้นเบาๆ เท้าซ้ายเหยียบลงบนปลายหอก

แม้ทางเดินจะแคบจนม้าศึกกลับตัวยาก แต่เพราะอยู่ใกล้ประตูทางเข้า ความสูงจึงยังอยู่ที่สามถึงสี่เมตร และยิ่งลึกเข้าไปเพดานก็จะยิ่งสูงขึ้น

ฉินซวนเหินข้ามหัวเชคราวา ตีลังกาม้วนหน้ากลางอากาศ แล้วตวัดกระบี่ฟันลงมา

“เป็นไปได้ยังไง?” เชคราวาไม่เคยคาดคิดว่าฉินซวนจะหลบหอกยาวของเขาด้วยวิธีนี้ เขาอยากจะเสียใจภายหลัง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

เขาเผลอยกหอกขึ้นรับตามสัญชาตญาณ

เคร้ง—

แกรก—

เสียงปะทะของกระบี่และเสียงโลหะหักดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน หอกยาวอัศวินพร้อมกับหมวกเกราะของเชคราวาถูกผ่าเป็นสองซีก เผยให้เห็นใบหน้าดุร้ายที่ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว

เส้นเลือดปรากฏขึ้นเงียบๆ กลางศีรษะของเชคราวา ลากยาวลงมาจนถึงคาง

เชคราวากุมหอกยาวที่หักเป็นสองท่อน ร่างกายชักกระตุกรุนแรงไม่กี่ครั้ง ก่อนจะร่วงลงจากหลังม้า ม้าศึกส่งเสียงร้องโหยหวน

ฉินซวนเก็บวิญญาณยุทธ์กระบี่ฉางหมิง ส้นเท้าแตะพื้น และประตูบานมหึมาก็เปิดออกอีกครั้ง หญิงสาวสวมชุดผ้าโปร่งสีดำที่มีผ้าคลุมหน้าเดินออกมาจากภายใน

“เจ้าฆ่าเขาเหรอ?” เสียงของหญิงสาวไพเราะน่าฟัง เธมายืนตรงหน้าฉินซวน ราวกับได้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

ไม่ใช่ความกลัวที่ชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับเธอมีความแข็งแกร่งจนเอาชนะอัศวินปีศาจได้ และไม่ใช่ความกลัวที่เชคราวาถูกฆ่า

แต่เป็นความกลัวต่อโทสะของราชาแห่งการสังหารต่างหาก

ตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของ

ยากจะจินตนาการว่าราชาแห่งการสังหารจะพิโรธเพียงใด หากมีคนมาฆ่าคนของเขาในถิ่นของเขา

ทว่าคำตอบของฉินซวนกลับทำให้เธอต้องประเมินชายหนุ่มผู้นี้ใหม่

“เขาต้องการฆ่าข้า ข้าย่อมฆ่าเขาได้ เพียงแต่ข้าก็เข้าใจกฎของที่นี่ เมืองก็คือเมือง เมืองแห่งการสังหารก็คือเมืองแห่งการสังหาร หากข้าฆ่าผู้บังคับใช้กฎในเมืองแห่งการสังหาร ข้าคงต้องเผชิญกับโทสะของผู้นั้น”

หญิงสาวชุดดำมองฉินซวนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย และก้าวเข้ามาตรวจดูอาการ

หลังจากยืนยันว่าเชคราวาเพียงแค่บาดเจ็บสาหัสและหมดสติไป เธอก็โยนป้ายคำสั่งให้ฉินซวน “ดูเหมือนเจ้าจะไม่ใช่พวกป่าเถื่อน แต่ฉลาดหลักแหลมทีเดียว”

“งั้นตอนนี้ข้าผ่านบททดสอบแล้วสินะ?” ฉินซวนรับป้ายคำสั่งมาอย่างไม่ใส่ใจเหลือบมองตัวเลข ‘9527’ บนป้าย แล้วก็หมดความสนใจอย่างรวดเร็ว

สายตาของเขาหันไปมองภายในประตู เขาเห็นทัศนียภาพของเมืองแห่งการสังหารแบบเต็มตา

นี่คือเมืองสีดำ กำแพงเมืองสีดำ อาคารบ้านเรือนสีดำ ยกเว้นพระจันทร์เสี้ยวสีม่วงที่แขวนลอยอยู่เหนือเมืองห้าร้อยเมตร

ทุกอย่างล้วนเป็นสีดำมืด ราวกับการดำรงอยู่ของรัตติกาล

“แน่นอน” หญิงสาวชุดดำหลีกทางให้เขา ผายมือเชิญ “ยินดีต้อนรับสู่เมืองแห่งการสังหาร”

ฉินซวนกำป้ายคำสั่งแน่น ก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างใน โดยไม่ชายตามองหญิงสาวชุดดำอีกเลย

มองดูแผ่นหลังของฉินซวนที่ค่อยๆ ห่างออกไป หญิงสาวชุดดำกำลังจะเดินตาม ทันใดนั้นเสียงทหารเกราะดำที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นก็ดังขึ้นจากด้านข้าง “ทูตสังหาร ท่านเชคราวาดูเหมือนจะใกล้ตายแล้ว เราควรส่งเขาไปที่...”

“เขาหมดประโยชน์แล้ว หาที่ฝังเขาซะ เดี๋ยวข้าจะไปรายงานท่านราชาเอง”

หญิงสาวชุดดำชำเลืองมองทหารอย่างรำคาญใจ แล้วเร่งฝีเท้าตามฉินซวนไป

การฆ่าและการทำให้บาดเจ็บสาหัส แม้จะต่างกันเพียงแค่ความคิด แต่ก็เป็นคนละเรื่องกัน การฆ่าคนในเมืองรอบนอกไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะนั่นคือบททดสอบ

แม้แต่พนักงานต้อนรับของเมืองแห่งการสังหาร ถ้าตายก็คือตาย ถังซานในต้นฉบับก็เคยฆ่าไปคนหนึ่ง

แต่การฆ่าคนภายในเมืองแห่งการสังหารเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นการตบหน้าราชาแห่งการสังหารอย่างจัง

ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ เมืองแห่งการสังหารมิวุ่นวายไปหมดหรือ? ใครจะยังเคารพยำเกรงราชาแห่งการสังหารอีก?

เชคราวาบาดเจ็บสาหัสจริง แต่อาการหนักมาก กะโหลกศีรษะแตก ต่อให้รอดชีวิตก็คงกลายเป็นคนพิการ

ในสถานที่ที่คนกินคนอย่างเมืองแห่งการสังหาร ไม่มีใครยอมทุ่มเทรักษาแค่นายกองร้อยคนหนึ่งหรอก

ในทางกลับกัน ฉินซวนกลับกระตุ้นความสนใจของเธอ

ชายหนุ่มที่อายุมากกว่าเธอไม่เท่าไหร่คนนี้ ทำให้เธอนึกถึงศิษย์สำนักเฮ่าเทียนที่ผ่านเส้นทางนรกไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน

ฝ่ายนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่พวกตกต่ำ แต่เป็นคนที่ตั้งใจมาฝึกฝนเพื่อไขว่คว้าเขตแดนเทพสังหารโดยเฉพาะ

ฝ่ายหนึ่งคือสำนักเฮ่าเทียน อีกฝ่ายคือสำนักวิญญาณยุทธ์ ช่างน่าสนใจจริงๆ รอยยิ้มขี้เล่นและคาดหวังปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามภายใต้ผ้าคลุมของหญิงสาวชุดดำ ขณะที่เธอเร่งฝีเท้าขึ้น

ไม่กี่ก้าวเธอก็ตามทันฉินซวนและเดินเคียงข้างเขา อธิบายกฎของเมืองแห่งการสังหารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตั้งแต่วินาทีที่ถูกจับมาเป็นสาวใช้ของราชาแห่งการสังหาร เธอก็รู้ว่าชีวิตที่เหลืออยู่คงหนีไม่พ้นความมืดมิดไร้แสงตะวัน วันแล้ววันเล่า นานนับทศวรรษ

เมื่อเทียบกับความเงียบงันดั่งความตายที่เป็นอยู่ เธอหวังว่าจะมีใครสักคนมาสร้างความปั่นป่วนในโลกแห่งบาปนี้

เธอ ทูตสังหาร หญิงสาวชุดดำผู้เคยต้อนรับถังซานในต้นฉบับ กำลังตั้งความหวังไว้กับฉินซวน

หนึ่งปีต่อมา

ลานสังหารนรก

“ปัง! ปัง!”

ศีรษะของคู่ต่อสู้สองคนสุดท้ายกระเด็น เลือดพุ่งกระฉูด ร่างกายแยกออกจากศีรษะด้วยคมกระบี่ฉางหมิงของฉินซวน ค่อยๆ ร่วงหล่นลง

เขาโยนกระบี่ยาวเหล็กกล้าที่บิ่นเสียหายจนนับไม่ถ้วนทิ้งไปอย่างไม่แยแส และชูกระบี่ฉางหมิงขึ้นเหนือหัวด้วยมือขวา

ด้วยรังสีสังหารที่แทบจะควบแน่นเป็นรูปร่างล้อมรอบกาย ฉินซวนปลดปล่อยกลิ่นอายการสังหารอันน่าสะพรึงกลัวและโชกเลือดออกมาอย่างไม่มีกั๊ก ก่อตัวเป็นพายุหมุนสีแดงฉานขนาดมหึมากลางอากาศ

เก้าสิบเก้าศึก ชนะรวดเก้าสิบเก้าครั้ง นี่คือสถิติปัจจุบันของฉินซวนในลานสังหารนรก

เพราะเขามียารักษาคุณภาพสูงที่ซื้อจากร้านค้า อาการบาดเจ็บและพิษร้ายจึงแทบไร้ความหมายสำหรับฉินซวน และแทบไม่มีใครทำอันตรายเขาได้

และเพราะไฟหงส์เพลิงสามารถแยกไอพิษได้ รังสีสังหารที่เขาสั่งสมมาตลอดหนึ่งปีจึงแทบไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งรบกวนภายนอก เขาไม่ต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการสงบจิตใจเพื่อข่มรังสีสังหาร

ดังนั้น เมื่อใดที่เขาสามารถลงแข่งในลานสังหารนรกได้ เขาก็จะเข้าร่วมทันที

และเพราะทุกครั้งที่จบการประลองในลานสังหารนรก เขาจะบั่นคอสิ่งมีชีวิตทุกตัวที่บังอาจเข้าใกล้ในระยะสิบเมตร

นานวันเข้า ฉินซวนจึงได้รับสมญานามอันน่าสะพรึงกลัวในลานสังหารนรกว่า: มังกรทมิฬ

เล่าลือกันว่าเขาสวมชุดคลุมดำ และไม่เคยมีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริง เขามักปล่อยปราณกระบี่รูปมังกรในลานสังหารนรก สังหารศัตรูจนราบคาบ จึงเป็นที่มาของสมญานามอันน่าเกรงขามนี้

จบบทที่ บทที่ 24 หนึ่งปีต่อมา

คัดลอกลิงก์แล้ว