- หน้าแรก
- เพิ่งจะได้เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า เจ้ากลับบอกว่านี่คือคอกสัตว์ชั้นต่ำงั้นรึ
- บทที่ 13 - หั่นออกไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...
บทที่ 13 - หั่นออกไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...
บทที่ 13 - หั่นออกไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...
บทที่ 13 - หั่นออกไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ย...
☆☆☆☆☆
"วัณโรคปอด ไตพร่อง กระดูกพรุน ไซนัสอักเสบ... เฮ้อ ร่างกายนี้โรคภัยรุมเร้าจริงๆ"
ไป๋เวิ่นอดบ่นอุบไม่ได้
ร่างกายนี้เห็นชัดว่าผ่านการดัดแปลงมาเป็นพิเศษ ข้างในพังยับเยินไปหมด ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เขากำลังดูดซับพลังงานมหาศาลจากเนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยจนร่างกายเสียหายหนัก เขาอาจจะไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ พลังการฟื้นฟูอันทรงพลังที่แฝงอยู่ในเนื้อเถาเถี่ยเริ่มทำงาน ปัญหาหมกเม็ดในร่างกายพวกนี้ก็เลยโผล่หางออกมาให้เห็น
"ของฟรีไม่มีในโลกจริงๆ ศพที่เตรียมไว้ที่เนินฝังศพพวกนั้นเป็นของเตรียมเฉพาะกิจ มีคนเฝ้ายามแน่นหนา ไม่ใช่แค่เอาไว้รอรับเจ้าหน้าที่หรอก น่าจะมีแผนซ้อนแผนอะไรอีกแน่...
สมกับเป็นพนักงานเก่าวัยเกษียณจริงๆ"
ไป๋เวิ่นกินอิ่มแล้ว พลังงานในตัวกำลังพลุ่งพล่านรอการกลั่นกรอง เขาเลยลุกขึ้นสั่งให้พวกสาวงามหยุดเต้น แล้วจิ้มเลือกมาไม่กี่คน ให้พาเขาไปที่พักและปรนนิบัติเขาก่อนนอน
ตอนนี้ร่างกายของไป๋เวิ่นยังอยู่ในสภาวะถูกทำลายและซ่อมแซมซ้ำไปซ้ำมา พลังงานจากเนื้อเถาเถี่ยกำลังซ่อมแซมร่างนี้อยู่ ถ้าไป๋เวิ่นไม่มีประสบการณ์มาก่อน ขั้นตอนนี้คงจะดิบเถื่อนและเจ็บปวดเจียนตาย
ยังดีที่เขาเคยผ่านมาก่อน แค่ใช้พลังจิตชักนำนิดหน่อย ก็คุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด
อาการบาดเจ็บและโรคภัยไข้เจ็บกำลังถูกรักษาอย่างรวดเร็วด้วยพลังฟื้นฟูชั่วคราว จะมีก็น่ากลัวแค่เลือดที่พ่นออกมาเต็มตัวก่อนหน้านี้เท่านั้นแหละ ดูสยองพิลึก
พวกสาวงามที่โดนไป๋เวิ่นเลือกตัวมาต่างหวาดกลัวจนตัวสั่น ถึงพวกนางจะเกิดและโตในเมืองปีศาจราตรีที่โดนพนักงานเก่าบริษัทล้างสมองมาหลายร้อยปี แต่เจอแบบนี้ก็อดกลัวไม่ได้
เมืองปีศาจราตรีมีตำนานว่าทูตสวรรค์จะลงมาทุกสิบปี และนิสัยของทูตแต่ละรุ่นก็ประหลาดไม่ซ้ำกัน
แต่...
ไม่มีตำนานบทไหนบอกว่าทูตสวรรค์กินข้าวอยู่ดีๆ ก็พ่นเลือด แถมพูดไม่กี่คำก็ทำให้ท่านเจ้าเมืองตีกับเงาตัวเองจนบ้านพัง!
เจอสถานการณ์แบบนี้ ใครไม่หลอนก็บ้าแล้ว
แต่ถึงจะกลัวแค่ไหน ก็ไม่มีใครกล้าขัดขืน
ไป๋เวิ่นไม่รู้หรอกว่าเล่อซ่านล้างสมองชาวเมืองยังไง แต่ดูจากที่นายเซวียหย่งคนนั้นโชว์แผลเป็นจากการเฉือนเนื้อตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ ก็พอจะเดาความศรัทธาอันแรงกล้าได้
ดังนั้น สาวงามเหล่านั้นจึงประคองไป๋เวิ่นไปที่ห้องพักอย่างระมัดระวังด้วยอาการสั่นงันงก
...
พูดกันตามตรง
การรับรองของเล่อซ่านถือว่ายอดเยี่ยมมาก นอกจากเรื่องทรัพยากรที่รับปากว่าจะเตรียมให้ไป๋เวิ่นเอากลับไปส่งงานบริษัทแล้ว
ประสบการณ์และการดูแลอื่นๆ เท่าที่โลกใบนี้จะหาได้ เล่อซ่านก็จัดให้แบบจัดเต็ม
และโลกใบนี้ ก็ดันเป็นโลกที่ไป๋เวิ่นคุ้นเคยที่สุดซะด้วย...
ถึงแม้โลกใน 'ชาติที่แล้ว' ของไป๋เวิ่นจะจบเห่เร็วเกินไปเพราะความเก่งเวอร์ของเขา เปิดเซิร์ฟเวอร์ได้แค่ 'สามวันในโลกความจริง' ก็ต้องปิดตัว
แต่มันก็ใช้แม่พิมพ์เดียวกัน พื้นฐานบางอย่างก็ยังพอถูไถใช้ด้วยกันได้
แน่นอนว่าไม่นับรวมวรยุทธ์ของไป๋เวิ่นในชาติที่แล้ว
เพราะวรยุทธ์ส่วนใหญ่ ไป๋เวิ่นคิดค้นขึ้นเองตอนที่ไร้เทียมทานแล้ว ไม่ใช่สิ่งที่โลกวิวัฒนาการขึ้นมา...
ไป๋เวิ่นสั่งให้คนไปหาตัรยาพื้นๆ มาผสมน้ำอาบ จากนั้นก็ให้สาวๆ ปรนนิบัติอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
พอได้แช่น้ำยา บวกกับการชักนำพลังจิต ร่างกายของเขาก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว พลังงานจากเนื้อเถาเถี่ยถูกดูดซับจนเกลี้ยง
เขาลุกขึ้นจากถังอาบน้ำ รูปร่างที่เคยผอมแห้งก่อนลงอ่าง ตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มกำยำ กล้ามเนื้อชัดเจน เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์!
สาวงามที่ปรนนิบัติอยู่ แค่เห็นแวบเดียวก็เป็นลมล้มพับกันเป็นแถว... ใช่แล้ว ไป๋เวิ่นใช้คลื่นพลังจิตกระแทกใส่พวกนางให้สลบ
ถ้าคำนวณจากพลังจิตเพียวๆ ค่าข้อมูลรวมน่าจะเพิ่มขึ้นมาประมาณสามสิบแต้ม ถ้ารวมการยกระดับทางร่างกายเข้าไปด้วย ครั้งนี้น่าจะเพิ่มขึ้นถึงสามสิบห้าแต้ม!
"344 แล้ว..."
ไป๋เวิ่นคำนวณในใจแล้วพ่นลมหายใจยาว
ใช่แล้ว ต่อให้ไม่มีเครื่องมือวัด แต่ไป๋เวิ่นประเมินว่าค่าข้อมูลรวมของเขาตอนนี้น่าจะแตะระดับ 344 แต้มแล้ว!
ด้วยความเข้าใจในพลังของตัวเอง ตัวเลขนี้ไม่น่าจะคลาดเคลื่อนไปมากนัก
"รวมเวลาที่อยู่ในห้องพักเจ้าหน้าที่สองวัน แค่สามวันสั้นๆ ก็เก่งขึ้นเกือบสามเท่า ความรู้สึกนี้มัน..."
ไป๋เวิ่นหลับตาซึมซับความรู้สึก
เขาเก็บพลังจิตทั้งหมดกลับเข้าไปในวังนิวาน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเปิดวังนิวานใน 'สมองจริง' สำเร็จหรือเปล่า ตอนนี้ต่อให้อยู่ในสนามทดลอง เขาก็ยังสัมผัสและควบคุมพื้นที่ทางจิตวิญญาณนั้นได้...
ทันใดนั้น 'เส้นผมแห่งจิต' จำนวน 339 เส้นก็ปรากฏชัดเจน ทุกเส้นเปรียบเสมือนแขนขาของไป๋เวิ่น... เผลอๆ จะไวต่อความรู้สึกยิ่งกว่าแขนขาจริงๆ เสียอีก!
ขอเสริมอีกนิด
พื้นที่ทางจิตที่ว่านี้ ไม่ได้อยู่ในสมองของร่างเนื้อนี้
แน่นอนว่าวังนิวานในสมองร่างนี้ก็เปิดใหม่ได้ แต่มันจะไม่ช่วยเพิ่มความเก่งกาจให้ไป๋เวิ่นเลย แค่จะทำให้เขาสัมผัสพื้นที่ทางจิตนั้นได้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น
อารมณ์ประมาณ... ความแตกต่างระหว่างเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูลกับโทรศัพท์มือถือนั่นแหละ
"ร่างวิญญาณที่มีหนวดพลังจิตไวต่อความรู้สึกสามร้อยกว่าเส้นงอกออกมา... หรือจะเรียกว่า... หนวด?"
ไป๋เวิ่นทำหน้าพิลึก "อื้อหือ... นี่ข้าฝึกวิชาจนกลายเป็นตัวอะไรไปแล้วเนี่ย?"
คิดไปก็ปวดหัว ไป๋เวิ่นเลยเลิกคิด
"ช่างเถอะ เป็นตัวอะไรก็ช่าง ขอแค่รอดก็พอ สถานการณ์แบบนี้อย่าเพิ่งไปสนเลยว่ารอดมาได้ยังไง..."
จากนั้น ไป๋เวิ่นก็ปล่อยพลังจิตออกมาอีกครั้ง ลองใช้พลังจิตจำลองและสร้างอวัยวะใหม่!
การทดลองราบรื่นมาก การใช้พลังจิตของเขาไม่ต่างจาก 'ชาติที่แล้ว' เผลอๆ จะพลิกแพลงได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ!
ปัญหาเดียวคือ 339 เส้นนี่มันยังน้อยไปหน่อย
หนวดพลังจิตพวกนี้ขนาดเท่าเส้นผมเอง
เขาว่ากันว่าคนเรามีผมสามพันเส้น ไป๋เวิ่นมีแค่สามร้อยกว่า จะสร้างหนังหัวให้เต็มยังไม่พอเลย
แต่เอามาทำอย่างอื่นก็สะดวกดี
อย่างเช่นตอนนี้ไป๋เวิ่นสามารถเคลื่อนย้ายอวัยวะภายในร่างนี้ไปมาได้ตามใจชอบ ความยืดหยุ่นดีกว่า 'ชาติที่แล้ว' เยอะ แถมยังรื้อฟื้นวิชา 'หัวขาดไม่ตาย (ชั่วคราว)' กลับมาได้อีกครั้ง!
ถ้าให้เวลาอีกหน่อย เขาอาจจะสร้างอวัยวะภายในเพิ่มขึ้นมาในร่างนี้ก็ได้ แต่ทำแบบนั้นเสี่ยงเกิดปัญหา ไป๋เวิ่นเลยพักไว้ก่อน
ถ้าวันหลังมีโอกาสไปสนามทดลองที่เป็น 'โลกยุคปัจจุบัน' เหมือนสนามทดลองที่สาม แล้วขาดเงินใช้ ค่อยลองวิชานี้ดู...
ตอนนี้...
ไป๋เวิ่นกวาดตามองสาวงามที่เขาน็อคสลบไป พวกนางล้มระเนระนาดอยู่รอบถังอาบน้ำเหมือนดอกไม้ร่วงโรย
พูดตามตรง หญิงสาวพวกนี้รูปร่างหน้าตาระดับท็อป แต่ไป๋เวิ่นกลับไม่มีอารมณ์พิศวาสเท่าไหร่
ถ้าจะพูดเรื่องความบันเทิงทางเพศ 'ชาติที่แล้ว' เขาผ่านมาเยอะ เจนจัดกว่านี้มาก
นี่เป็นภารกิจแรกของบริษัท เขาต้องทำให้สวยงามไร้ที่ติ!
เขากะว่าจะออกไปหาที่ซ่อน 'เนื้อเถาเถี่ยตากแห้ง' ของเล่อซ่านซะเดี๋ยวนี้เลย...
ก่อนไป ไป๋เวิ่นลองสัมผัสสาวงามที่สลบไสลพวกนั้นดูอย่างละเอียด...
"ของทำมือจริงๆ ด้วยแฮะ... มิน่าล่ะ สภาพแวดล้อมเมืองปีศาจราตรีแบบนี้ จะไปเลี้ยงสาวงามเกรดพรีเมียมขนาดนี้ได้เยอะแยะยังไง...
เจ้าหน้าที่สิบปีจะลงมาที เวลาไม่แน่นอน การเลี้ยงสาวงามรอไว้ตลอดเวลามันเปลืองทรัพยากร แต่ถ้าเป็นการศัลยกรรมตกแต่ง ก็สมเหตุสมผล
ฝีมือประณีตใช้ได้ แทบมองไม่ออกว่าทำมา แต่เฉือนออกไปเยอะน่าดู..."
พอรู้ความจริง ไป๋เวิ่นที่เดิมทีก็ไม่ค่อยจะมีอารมณ์อยู่แล้ว ก็ยิ่งหมดอารมณ์เข้าไปใหญ่
...
[จบแล้ว]