เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 - ด่านที่แปด เงาอริ

บทที่ 12 - ด่านที่แปด เงาอริ

บทที่ 12 - ด่านที่แปด เงาอริ


บทที่ 12 - ด่านที่แปด เงาอริ

☆☆☆☆☆

เล่อซ่านนั่งมองไป๋เวิ่นสวาปามอาหารอย่างเอร็ดอร่อยด้วยรอยยิ้ม

เขาไม่ได้โกหก ของสิ่งนี้เป็นยาบำรุงชั้นเลิศจริงๆ แต่ทว่าร่างกายที่ไป๋เวิ่นใช้อยู่ตอนนี้ เป็นร่างที่เขาเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า

ขีดจำกัดของร่างกายนี้อยู่ที่ตรงไหน เล่อซ่านรู้ดีที่สุด

ถ้าไป๋เวิ่นใช้ร่างกายที่สั่งทำพิเศษจากบริษัทโดยใช้แต้มความมั่งคั่งแลกมา เล่อซ่านคงไม่กล้าเอาเนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยออกมาเสิร์ฟหรอก เพราะแบบนั้นมันเหมือนยื่นอ้อยเข้าปากช้าง...

แน่นอน ไม่ใช่ว่าร่างที่เล่อซ่านเตรียมไว้จะไม่ดี ในทางตรงกันข้าม ต่อให้ร่างนี้จะมีข้อบกพร่อง แต่มันก็เป็นความหวังดีที่เล่อซ่านมอบให้เจ้าหน้าที่ที่บริษัทส่งมาจริงๆ!

เขาช่วยให้เจ้าหน้าที่มือใหม่ที่มาสนามทดลองนี้ไม่ต้องเสี่ยงดวงกับการสุ่มร่างจุติ และยังมอบร่างสำหรับทำภารกิจเริ่มต้นให้ฟรีๆ

ถึงร่างนี้จะไม่ได้มีมูลค่าสูงส่งอะไร แต่มันคือความหวังดีอย่างไม่ต้องสงสัย

และความหวังดีนี้ นอกจากจะไม่ทำให้เล่อซ่านลำบากอะไรแล้ว ยังช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจ และในกรณีที่สถานการณ์ส่อเค้าจะบานปลาย ร่างกายนี้ยังช่วยให้เล่อซ่านควบคุมสถานการณ์ได้อยู่หมัด!

อย่างเช่นตอนนี้

เนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยที่เขาเอามาไม่มีปัญหา เป็นของดีจริงๆ และถ้าตีมูลค่าตามมาตรฐานบริษัท เนื้อจานนี้มีค่ามากกว่าผลตอบแทนที่เจ้าหน้าที่มือใหม่จะหาได้จากภารกิจนี้เสียอีก

ประเด็นสำคัญคือ ปริมาณขนาดนี้ สำหรับร่างกายที่เขาเตรียมไว้ มันมากพอที่จะทำให้ตายได้เลย...

แน่นอนว่าเล่อซ่านไม่ได้คิดจะ 'ยืมเนื้อฆ่าคน'

ความจริงถ้าเขาอยากจะฆ่าเจ้าหน้าที่ตรงหน้านี้ เขามีวิธีร้อยแปดพันเก้า ไม่จำเป็นต้องเอาเนื้อเถาเถี่ยที่มีค่ามาทิ้งขว้าง

แต่... เล่อซ่านสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่นคนนี้มีจุดประสงค์แอบแฝง ฝีมือดูไม่เหมือนมือใหม่ แต่ท่าทางก็ยังไม่ใช่พวกเก๋าเกม...

ความรู้สึกที่เล่อซ่านสัมผัสได้ เหมือนพวกที่เพิ่งเป็นปัจเจกวิญญาณเหนือมนุษย์ได้ไม่นาน เคยทำภารกิจมาสักครั้งสองครั้ง พอมีของบ้างแต่ไม่เยอะ พอมีความรู้บ้างแต่ไม่ลึก

ซึ่งก็สมเหตุสมผล

เจ้าหน้าที่ระดับสูง ดร. เล่ยเหวิน ตาแก่นั่นสั่งการไม่ได้หรอก และทรัพยากรในสนามทดลองนี้ก็ไม่คุ้มให้พวกระดับสูงลงมา...

มีแต่เจ้าหน้าที่แบบไป๋เวิ่นนี่แหละ ที่กึ่งๆ มือใหม่กึ่งๆ มือโปร ถึงจะยอมเชื่อคำยุยงของตาแก่นั่น

แต่ในเมื่อ ดร. เล่ยเหวิน เป่าหูได้ ทำไมเขาจะเป่าหูบ้างไม่ได้?

เล่อซ่านไม่คิดจะฆ่าไป๋เวิ่น เพราะถ้าสิ่งที่เขาเดาไม่ผิด แล้วตาแก่เล่ยเหวินรู้ระแคะระคายอะไรบางอย่างจริง ถึงจะฆ่าไป๋เวิ่นไป เดี๋ยวก็มีคนอื่นถูกส่งมาอีก

ได้ไม่คุ้มเสีย

เนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยที่เขาเตรียมให้ไป๋เวิ่น เป็นปริมาณที่ทำให้ตายได้ก็จริง แต่ต้องกินให้ถึงปริมาณที่กำหนด

เจ้านี่ไม่มีทางกินหมดหรอก กินไม่ถึงครึ่ง ร่างกายก็จะเริ่มแสดงอาการต่อต้านจนขยับตัวไม่ได้ชั่วคราว

ถึงตอนนั้น เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่นคนนี้ก็จะแค่ทรมานสักพัก แต่ไม่ถึงตาย

และเขาก็จะถือโอกาสนี้ 'สอนมวย' ให้เจ้าหน้าที่คนนี้สักหน่อย...

หลังจากนั้น พอเจ้านี่ค่อยๆ ย่อยพลังงานมหาศาลในตัวจนเริ่มขยับได้ ก็จะเข้าใจความหวังดีของเขา ถึงตอนนั้นการจะล้วงความลับว่าตาแก่เล่ยเหวินวางแผนอะไรอยู่ ก็ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

เผลอๆ เขาอาจจะผูกมิตรกับเจ้าหน้าที่คนนี้ได้ด้วยซ้ำ แค่ยอมเสียทรัพยากรนิดหน่อย ก็อาจจะได้สายลับไปแฝงตัวอยู่ข้างกายตาแก่เล่ยเหวิน...

คิดได้ดังนั้น เล่อซ่านก็อดยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะไม่ได้

น่าเสียดายที่สถานะของเขาตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน ไม่งั้นคงไม่ต้องมาใช้วิธีตื้นเขินแบบนี้

และสถานการณ์ตอนนี้ก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เป๊ะ

ไป๋เวิ่นกินไปได้แค่สามคำ ก็เริ่มแสดงอาการ 'ร่างกายรับยาบำรุงไม่ไหว'

ตัวเริ่มแดงเถือก ร้อนรุ่มไปทั้งตัว เลือดกำเดาไหล เลือดออกปาก

มาถึงขั้นนี้ ต่อให้ไป๋เวิ่นรู้ตัวว่าผิดปกติแล้วอยากหยุดกิน ก็สายไปแล้ว อีกเดี๋ยวเขาจะทนรับพลังไม่ไหวจนน็อคไปเอง... ตามบทที่ควรจะเป็น

แต่รอยยิ้มของเล่อซ่านกลับแข็งค้าง

เขาเห็นไป๋เวิ่นที่เลือดท่วมปากจมูก นอกจากจะไม่หยุดกินแล้ว ยังเร่งความเร็วในการกินเข้าไปอีก!

สภาพร่างกายดูแย่ลงเรื่อยๆ ด้วยตาเปล่า แต่หมอนั่นก็ยังไม่ยอมหยุด!

"เฮ้ย เดี๋ยวสิ พี่ชายไป๋ เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่น!"

เล่อซ่านเริ่มลนลาน

ถ้าไป๋เวิ่นกินจนตัวแตกตาย แผนของเขาก็พังหมดสิ?!

นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้ว ยังเสียของฟรีอีก!

ไอ้เวรเอ๊ย—

เล่อซ่านลุกพรวดขึ้นมา จะเข้าไปห้ามไป๋เวิ่น "หยุดเดี๋ยวนี้ เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่น ร่างกายนายรับไม่ไหวแล้ว! อย่ากินต่อเลย!"

ไป๋เวิ่นขยับตัวหลบเล่อซ่านอย่างพริ้วไหว พูดอู้อี้ทั้งที่เคี้ยวตุ้ยๆ ว่า "ไม่เป็นไร ไม่ต้องมายุ่ง ข้ามีจังหวะของข้า"

ความคิดของเล่อซ่านนั้นถูกต้อง แต่เขาลืมไปว่าไป๋เวิ่นเคย 'กิน' เนื้อเถาเถี่ยตัวน้อยมาแล้วใน 'ชาติที่แล้ว'

ถึงเนื้อที่กินตอนนั้นจะคนละเกรดกับตอนนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นสายพันธุ์เดียวกัน

แถมไป๋เวิ่นตอนนั้น ฝีมือยังห่างชั้นกับตอนนี้ลิบลับ!

ถ้าจะตายเพราะยาดีเกินขนาด ไป๋เวิ่นคงตายไปตั้งแต่ชาติที่แล้ว ไม่รอดมาให้บริษัทส่งคนมาปราบหรอก

ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้ไป๋เวิ่นค้นพบ 'วิธีกินที่ถูกต้อง' ของเนื้อเถาเถี่ย...

ในเมื่อร่างกายดูดซับไม่หมด ก็เปลี่ยนมันเป็นพลังงานทางจิตวิญญาณ เพิ่มพูนพลังจิตแทนสิ

กระบวนการนี้ร่างกายต้องรับภาระหนักแน่นอน อาการไม่สบายตัวเป็นเรื่องปกติ

และผลลัพธ์ก็พิสูจน์แล้วว่าไป๋เวิ่นคิดถูก

ตามข้อมูลของบริษัท ห้วงลึกคือพื้นที่ทางจิตวิญญาณที่กลายเป็นวัตถุ ทุกอย่างข้างในโดยเนื้อแท้แล้วคือพลังงานทางจิตวิญญาณ!

พอรู้แบบนี้ ไป๋เวิ่นถึงขั้นคิดเล่นๆ ว่าทฤษฎีแล้ว ต่อให้เป็นก้อนหินในห้วงลึก ถ้ากินแล้วย่อยได้ ก็น่าจะเพิ่มพลังจิตได้เหมือนกัน!

แต่น่าเสียดาย ห้วงลึกอยู่ในแดนจิตวิญญาณ มันเกิดจากการรวมตัวของความคิดและจินตนาการของสิ่งมีชีวิต

คนกินหินแล้วเก่ง มันขัดกับสามัญสำนึก ทฤษฎีอาจจะได้ แต่ปฏิบัติจริงไม่ได้

สรุปง่ายๆ คือ ในห้วงลึกดูเหมือนอะไรก็เป็นไปได้ แต่ก็ยังมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่ข้ามไม่ได้อยู่

ซึ่งข้อจำกัดนี้ ขึ้นอยู่กับการรับรู้และความเชื่อของผู้สร้างห้วงลึกนั้นๆ...

แน่นอน ข้อมูลพวกนี้ไป๋เวิ่นมั่วเอาเอง บริษัทไม่ได้บอกละเอียดขนาดนั้น พูดตรงๆ ไป๋เวิ่นตอนนี้ก็เป็นแค่เจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย ส่วนวิธีการมั่วของไป๋เวิ่นน่ะเหรอ... ก็แค่อ่านข้อมูลที่มี เดาอย่างกล้าหาญ แล้วลองทำดูในสนามจริงอย่างระมัดระวัง

ใช่แล้ว ก่อนมาเมืองปีศาจราตรี ไป๋เวิ่นแอบแทะเกี้ยวไม้ไปคำนึง จนป่านนี้ยังย่อยไม่หมดเลย...

กลับมาเรื่องปัจจุบัน

การเปลี่ยนสารอาหารและพลังงานในเนื้อเถาเถี่ยให้เป็นพลังงานทางจิตวิญญาณเพื่อดูดซับ ถึงจะดูดิบเถื่อนแต่ก็ได้ผลชะงัด!

สรุปคือ การรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ในอดีต แลกมากับการได้สวาปามอย่างไม่เกรงใจใครในวันนี้!

"แก!"

เล่อซ่านโกรธจนหน้าสั่น

พฤติกรรมของไป๋เวิ่นทำให้เขายิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง... เจ้าหน้าที่ธรรมดาที่ไหนจะทำแบบนี้ได้?!

หมอนี่ถูกส่งมาเล่นงานเขาชัดๆ!

เล่อซ่านหายใจหอบถี่ จิตใจปั่นป่วนอย่างรุนแรง

แล้ว...

ไป๋เวิ่นที่กำลังกินไปพ่นเลือดไป ก็เห็นเงาใต้เท้าของเล่อซ่านเริ่มกระเพื่อมอย่างบ้าคลั่ง เพียงพริบตาเดียว 'เงาอริ' ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ และพุ่งเข้าโจมตีเล่อซ่านทันที...

"บัดซบ ทำไมต้องมาเป็นตอนนี้... เจ้าหน้าที่ไป๋เวิ่น ผมมีธุระด่วนต้องขอตัวก่อน..."

เล่อซ่านหันไปสู้กับเงาตัวเอง หนึ่งคนหนึ่งเงาสู้กันนัวเนียจนหลุดออกไปจาก 'ตำหนักทะยานเทพ'...

"?"

ไป๋เวิ่นกระพริบตาปริบๆ

"ท่านเจ้าเมืองเล่อซ่าน ส่วนของท่านจะกินมั้ย? ถ้าไม่กินข้าขอนะ ขอบใจมาก~"

พูดจบ เขาก็กลั้นใจยกจานเนื้อส่วนของเล่อซ่านมาวางตรงหน้าตัวเอง

ส่วนพวกสาวงามในชุดแฟนซีที่เล่อซ่านเทรนมา พอเจอเหตุการณ์นี้เข้าไปก็ชะงักกึก จะหนีก็ไม่กล้า จะเต้นต่อก็กลัว ยืนตัวแข็งทื่อมองไป๋เวิ่นด้วยความหวาดผวา

"มองอะไร? เต้นต่อสิ รำต่อเลย! ทำไม พอท่านเจ้าเมืองไมอยู่ ข้าที่เป็นทูตสวรรค์ก็ไม่มีค่าในสายตาพวกเจ้าแล้วเรอะ?"

ดนตรีและการร่ายรำถึงเริ่มบรรเลงต่อ เพียงแต่บรรยากาศมันดูพิลึกพิลั่นชอบกล

แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ไป๋เวิ่นประเมินคร่าวๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือวัด มื้อนี้ทำให้ค่าข้อมูลรวมของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสิบแต้ม ถ้ากินหมดแล้วย่อยให้เกลี้ยง น่าจะได้เพิ่มมาสักสามสิบแต้ม...

"บริษัทขุดเจาะมาตั้งนาน เถาเถี่ยตัวน้อยที่นี่ยังอยู่ดีกินดีขนาดนี้... สมกับเป็นพนักงานเก่าวัยเกษียณจริงๆ..."

ไป๋เวิ่นทอดถอนใจ "จานนี้แล่สดๆ จากตัวเป็นๆ ชัดๆ เล่อซ่านอยู่ที่นี่มาหลายร้อยปี น่าจะมีของดีตุนไว้เพียบแน่ๆ อย่างพวก... เนื้อเถาเถี่ยตากแห้งอะไรแบบนี้?

อีกอย่าง ด่านที่แปด เงาอริ หมายถึงแบบนี้เองสินะ? หึหึหึ น่าสนุกจริงๆ..."

พร้อมๆ กับค่าข้อมูลรวมที่เพิ่มขึ้น ไป๋เวิ่นก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในร่างกายนี้...

เขาทนรับพลังงานทำลายล้างจากเนื้อเถาเถี่ยได้ และในระหว่างนั้น ร่างกายนี้ก็ค่อยๆ ดูดซับพลังงานส่วนนั้นเข้าไป ทำให้ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองอันเป็นเอกลักษณ์ของเถาเถี่ยตัวน้อย เริ่มจะแสดงผลในตัวของไป๋เวิ่น...

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 12 - ด่านที่แปด เงาอริ

คัดลอกลิงก์แล้ว