เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ท่านเจ้าเมือง

บทที่ 28 - ท่านเจ้าเมือง

บทที่ 28 - ท่านเจ้าเมือง


บทที่ 28 - ท่านเจ้าเมือง

"หยุดเดี๋ยวนี้! ข้ามีเบาะแส!"

โหย่วซูตะโกนลั่น หยุดการกระทำของทุกคนไว้

"ข้าเคยเจอศิษย์อาเหอ"

แววตาอูเฉิงฉายแววประหลาดใจ เขาพินิจพิเคราะห์สีหน้าของโหย่วซูแล้วถามว่า "เจ้าเจอเมื่อไหร่?"

"วันที่สิบสองเดือนแปด"

อูเฉิงได้ยินดังนั้นก็กอดบอกครุ่นคิด

วันนี้คือวันที่สิบเจ็ดเดือนแปด

เนื่องจากศิษย์อาเหอมักไปไหนมาไหนคนเดียว การที่จะไม่เห็นเขาบ้างในบางครั้งจึงเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเวลาที่เขาหายตัวไปอย่างแน่ชัดจึงระบุไม่ได้ แต่สันนิษฐานได้คร่าวๆ ว่าน่าจะเป็นช่วงวันที่สิบถึงสิบสาม เพราะวันที่เก้ายังมีคนเห็นเขาอยู่ โหย่วซูพูดมั่วๆ ก็ระบุเวลาในช่วงนี้ได้แม่นยำเชียวหรือ? หรือว่ามันจะมีเบาะแสจริงๆ?

ต่างจากที่โหย่วซูคาดเดา แม้ปกติสำนักโส่วเซียวจะปล่อยปละละเลยศิษย์อาเหอ แต่การหายตัวไปครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าสำนักโส่วเซียว หรือก็คืออาจารย์ของอูเฉิง การสืบสวนจึงเข้มข้นมาก อูเฉิงและพรรคพวกสืบมาหลายวันไม่พบอะไร การมาครั้งนี้เดิมทีแค่จะอาศัยอำนาจหน้าที่แกล้งโหย่วซูเล่น แต่ไม่นึกว่าจะได้เรื่องจริงๆ

"ข้าขอเตือนเจ้า การให้การเท็จมีโทษหนักถึงขั้นติดคุกเซียนนะ" อูเฉิงเบิกตากว้าง จ้องมองโหย่วซูเขม็ง

โหย่วซูไม่สนใจเขา หันไปพูดเบาๆ กับจีหลิงรั่ว "ศิษย์น้อง เจ้ากลับเข้าห้องไปพักผ่อนก่อน ข้ามีเรื่องต้องคุยกับพวกเขา"

จีหลิงรั่วกำลังจะปฏิเสธ แต่มือเรียวถูกโหย่วซูกุมและบีบเบาๆ มือของโหย่วซูใหญ่และมีพลัง ทำให้นางเผลอเชื่อใจเขาไปโดยไม่รู้ตัว นางได้แต่กัดริมฝีปากล่างมองโหย่วซูด้วยสายตาที่เป็นห่วงระคนตัดพ้อ แล้วถลึงตาใส่คนพวกนี้ก่อนจะถอยกลับเข้าห้องไป

อูผิงมองตามแผ่นหลังอรชรของเด็กสาวไปด้วยความหื่นกระหาย

รอจนจีหลิงรั่วปิดประตูห้อง โหย่วซูถึงเอ่ยปาก: "วันที่สิบสองเดือนแปด ยามเฉิน (07.00-09.00 น.) ข้าออกไปซื้อข้าวเช้า ขากลับเจอศิษย์อาเหอที่ถนนซีหลิ่ว"

"เจ้าคนตาบอดแน่ใจได้ยังไงว่าเป็นศิษย์อาเหอ? เจ้าสองคนได้คุยกันหรือ?"

"เปล่า แต่ศิษย์อาเหอสติไม่ดีช่วยเหลือตัวเองไม่ได้มาหลายปี ตัวเหม็นกลิ่นอุจจาระปัสสาวะคลุ้ง แล้วยังมีกลิ่นยาของหญ้าปลุกจิต กลิ่นเฉพาะตัวขนาดนี้ ทั่วเมืองชูอวิ๋นมีแค่เขาคนเดียว"

"มีพยานไหม?"

"คนบนถนนขายอาหารเช้า ล้วนเป็นพยานได้"

"ข้าถามถึงพยานที่พิสูจน์ได้ว่าเจ้าเจอศิษย์อาเหอ!" อูเฉิงเสียงดังฟังชัด เหมือนกำลังสอบสวนนักโทษ

โหย่วซูปรายตามองอูเฉิง หัวเราะหึๆ "อูเฉิง ข้าว่าเจ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้านะ คนที่ใช้เส้นทางนั้นนอกจากข้า ก็มีแต่พวกเจ้า"

คำว่า 'พวกเจ้า' ในที่นี้ ย่อมหมายถึงเหล่าผู้บำเพ็ญเพียรวัยเยาว์ที่มักจะไปดักรอโหย่วซูที่ถนนเปลี่ยวสายนั้น

"เจ้าหมายความว่าไง!" อูเฉิงตะคอก มือจับด้ามกระบี่ที่เอว

"ข้าไม่ได้หมายความว่าอะไร ถ้าเจ้าสงสัยว่าคำพูดข้าจริงหรือเท็จ เชิญผู้ใช้วัจนะสัจจะจากเขาเทพมาตรวจสอบข้าได้เลย" โหย่วซูตอบเรียบๆ

ต่อให้สำนักโส่วเซียวเชิญผู้ใช้วัจนะสัจจะผู้สูงศักดิ์มาได้จริง โหย่วซูก็ไม่กลัวแม้แต่น้อย เพราะทุกคำที่พูดไปคือความจริง

อูผิงกระโดดเหยงๆ อยู่ข้างๆ "โหย่วซู ข้าว่าเจ้าแค่ขู่ให้กลัวมากกว่า! ถ้าเจ้าเจอไอ้บ้านั่นวันที่สิบสองจริง แล้วทำไมวันที่สิบกับสิบเอ็ดถึงไม่มีใครเจอมัน? ก่อนมันจะหายตัวไป มีแค่เจ้าคนเดียวที่เจอมันในที่เปลี่ยวๆ แบบนั้น ถ้าเอามาเชื่อมโยงกัน งั้นเจ้าก็เป็นคนที่น่าสงสัยที่สุดไม่ใช่หรือไง?"

อูเฉิงมองน้องชายด้วยสายตาชื่นชม อูผิงจับสังเกตสายตาพี่ชายได้ ก็ทำหน้าลำพองใจ

"งั้นอูผิงข้าถามเจ้า ในเมื่อแม้แต่เจ้ายังรู้ว่าถ้าข้ายอมรับว่าเจอศิษย์อาเหอจะถูกสงสัย แล้วข้าจะยอมรับทำไม?"

"ข้าจะไปรู้เรอะ?"

"ดี งั้นเจ้าบอกข้าสิว่าศิษย์อาเหอมีระดับวรยุทธ์ขั้นไหน?"

"หลิงไถขั้นสมบูรณ์ไง"

"ข้าเพิ่งทะลวงขั้นหลิงไถได้ไม่นาน เจ้าคิดว่าข้าจะสู้ศิษย์อาเหอขั้นหลิงไถสมบูรณ์ได้หรือ?"

"จะเป็นไปได้ไง? ต่อให้ศิษย์อาปัญญาอ่อน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่ไอ้เต่าหดหัวอย่างเจ้าจะสู้ได้หรอก" อูผิงกลอกตา

"ถูกต้อง งั้นข้าถามเจ้าอีก ในเมืองนี้มีใครมีความแค้นกับศิษย์อาเหอบ้าง?"

"คนบ้าคนหนึ่ง แถมยังมีวรยุทธ์ ใครๆ ก็กลัวจนหนีแทบไม่ทัน ใครจะไปมีความแค้นกับมัน?"

"ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แล้วใครจะทำร้ายเขา?"

"ใครจะทำร้ายเขา? ก็ไม่มีใครทำร้ายเขาสิ" อูผิงเริ่มงงกับคำถาม เกาหัวถามตัวเอง "แล้วศิษย์อาเหอตายได้ยังไง?"

"ในเมื่อคนในเมืองไม่มีเหตุจูงใจให้ทำร้ายเขา แสดงว่าฆาตกรเป็นคนอื่น พวกเจ้าไม่ไปตรวจสอบคนเข้าออกเมืองที่ด่านตรวจ แต่มาค้นบ้านข้าทำไม?"

"แน่นอนว่ามาเพื่อแกล้งเจ้าไงล่ะ!" อูผิงตอบอย่างฉะฉาน รู้สึกว่าตัวเองตอบคำถามโหย่วซูได้ทุกข้อ เก่งจริงๆ

อูเฉิงเห็นน้องชายทำหน้าโง่เง่าถูกคนจูงจมูก ก็รู้สึกอยากจะเขกกะโหลก ตวาดเสียงเหี้ยมขัดจังหวะ:

"พอได้แล้ว! โหย่วซู ถ้าเจ้าบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมถึงขัดขวางไม่ให้พวกเราค้นบ้านครั้งแล้วครั้งเล่า? พูดไปก็มากความ รอพวกเราค้นเสร็จเดี๋ยวก็ได้คำตอบเอง!"

"อูเฉิง เจ้าจะเอาให้ถึงที่สุดให้ได้ใช่ไหม?" น้ำเสียงโหย่วซูเย็นเยียบ ราวกับเสียงกระบี่อันหนาวเหน็บ

โหย่วซูไม่อยากให้เรื่องบานปลาย ความคิดเดียวของเขาคือรีบไล่คนนอกที่น่ารำคาญพวกนี้ไปให้พ้นๆ ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยของเขา ไม่มีทางยอมรับเรื่องที่เจอศิษย์อาเหอแน่

ส่วนห้องของศิษย์น้องและศิษย์พี่หญิง นั่นคือเขตหวงห้ามเด็ดขาด ต่อให้เขาต้องลากสังขารป่วยๆ สู้จนตัวตาย ก็ไม่มีทางให้พวกมันย่างกรายเข้าไปได้ เขาไม่กลัวการเป็นศัตรูกับคนทั้งโลก กลัวแค่ว่าตัวเองในตอนนี้ยังไม่มีความสามารถพอจะรับมือ

อูเฉิงแค่นหัวเราะ ไม่สนใจคำขู่ในน้ำเสียงของโหย่วซูเลยสักนิด สิ่งที่เขาเกลียดที่สุด ก็คือแววตาที่เหมือนไม่เห็นหัวใครของโหย่วซูในตอนนี้

เขาคืออัจฉริยะที่สร้างชื่อตั้งแต่ยังเด็กในเมืองชูอวิ๋น เป็นอนาคตที่สำนักฝากความหวังไว้ ในอนาคตอันใกล้เขาจะต้องก้าวขึ้นสู่เขาเทพ ทิ้งชื่อไว้ที่นั่น ทุกคนต้องมองเขาด้วยสายตาชื่นชม อิจฉา ต่อให้เป็นคนตาบอดก็ต้องมองเขาแบบนั้น!

"นอกจากห้องของผู้หญิงคนนั้น ค้นให้หมด!"

สิ้นคำสั่งอูเฉิง ทุกคนก็เริ่มลงมืออีกครั้ง

โอ่งน้ำ ราวตากผ้า โต๊ะไม้ ถูกพลิกคว่ำระเนระนาด ส่งเสียงดังโครมคราม พวกเขารื้อค้นทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างส่งเดช เหมือนโจรบุกปล้นหมู่บ้าน

ผู้บำเพ็ญเพียรตัวอ้วนคนหนึ่งคลำทางไปถึงหน้าประตูโถงหลัก หัวเราะอย่างหื่นกาม "ได้ข่าวว่าไอ้บอดนี่ยังมีศิษย์พี่หญิงที่เก็บตัวไม่ออกไปไหนอีกคน วันนี้ต้องขอดูหน่อยสิว่าเป็นสาวงามหยาดเยิ้มขนาดไหน!"

เขานึกถึงรสชาติของพวกรุ่นใหญ่ในหอชุนเซียง แล้วอดใจไม่ไหวที่จะผลักประตูเข้าไป

ชั่วพริบตาต่อมา ฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาก็ร่วงหล่นลงพื้น ง่ายดายราวกับใบไม้ที่ถูกลมพัดปลิว เขาตกใจจนแทบสิ้นสติ อยากจะอุดเลือดที่พุ่งกระฉูดออกจากข้อมือ แต่ก็ไม่มีมือให้ใช้

อูเฉิงไม่ได้โกรธแค้นแทนลูกน้องที่บาดเจ็บ แต่กลับเผยรอยยิ้มสมใจ

ในที่สุด ในที่สุดก็บีบให้ไอ้บอดนี่ลงมือได้!

เขาชักกระบี่ประดับเพชรพลอยของตัวเองออกมา เลียริมฝีปาก ระเบิดความเร็วพุ่งเข้าใส่โหย่วซู

ทันใดนั้นสถานการณ์พลิกผัน แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจากฟากฟ้า อูผิงและเหล่าศิษย์สายนอกถึงกับเข่าทรุดลงกับพื้น สีหน้าเจ็บปวด แม้แต่โหย่วซูและอูเฉิง ก็ยังต้องยืนนิ่งอยู่กับที่ โคจรปราณต้านทาน

"หยุดมือกันเดี๋ยวนี้!"

ชายชราหลังค่อม ผมขาวโพลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ เดินช้าๆ เข้ามาจากประตูรั้วที่พังยับเยิน

โหย่วซูจำเสียงนี้ได้ เขาคือเจ้าเมืองหลิ่วที่ปกครองเมืองชูอวิ๋นมากว่าหกสิบปี และเป็นคนดีในปากของอาจารย์

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 28 - ท่านเจ้าเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว