เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 ความลับขอ

บทที่ 25 ความลับขอ

บทที่ 25 ความลับขอ


บทที่ 25 ความลับของท่านผู้เฒ่า

"ให้ตายสิ แรงชะมัด!"

เหงื่อกาฬไหลพรากออกจากตัวเจียงลั่ว ความเจ็บปวดแสบร้อนที่แล่นพล่านมาจากเส้นลมปราณทำให้เขาตกใจสะดุ้ง

เขารีบควบคุมดอกถานฮวาปิดจันทร์ ให้รักษาความเร็วในการดูดซับปราณวิญญาณให้อยู่ในระดับเดียวกับการกินน้ำยาระดับสามดาว ถึงค่อยรู้สึกผ่อนคลายลง

"ไม่ใช่ว่าดอกถานฮวาปิดจันทร์รับไม่ไหว แต่ร่างกายข้าต่างหากที่รับสภาพนี้ไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่าข้าจะปลูกฝัง 'เมล็ดพันธุ์วิญญาณทะเลโลหิต' ระดับสุดยอดลงไป"

"ตระกูลไม่ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์วิญญาณทะเลโลหิตระดับธรรมดา แต่พวกนั้นมันไร้ประโยชน์ พลังกายที่ได้มายังสู้พลังที่ดอกถานฮวาปิดจันทร์มอบให้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"

"ช่างเถอะ ค่อยเป็นค่อยไปแล้วกัน"

เจียงลั่วโยนปัญหานี้ทิ้งไปชั่วคราว

เขาหันมาสนใจการเผาผลาญน้ำยาในทะเลปราณ ความคงทนของมันเหนือกว่าน้ำยาระดับสามดาวขึ้นไปอีกขั้นอย่างเห็นได้ชัด

เจียงลั่วปรับความเร็วในการดูดซับเพื่อทดสอบอยู่ตลอดเวลา ร่างกายในปัจจุบันของเขาสามารถรองรับความเร็วประมาณสองร้อยเท่าของคนทั่วไปได้อย่างต่อเนื่อง

ผ่านไปประมาณสิบชั่วโมง ฤทธิ์ยาถึงจะหมดลง กินเวลาลากยาวไปจนถึงช่วงเย็นของวันรุ่งขึ้น

ดอกถานฮวาปิดจันทร์ผลิใบเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกสามใบ จนดูอัดแน่นไปหมด

"ความจุของดอกถานฮวาปิดจันทร์เพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย"

เจียงลั่วคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว น้ำยาระดับสี่ดาวมีประสิทธิภาพและความคงทนมากกว่าระดับสามดาวประมาณสองเท่า

ประสิทธิภาพของน้ำยาระดับสี่ดาวหนึ่งขวด เทียบเท่ากับคนทั่วไปบำเพ็ญเพียรโดยใช้น้ำยาระดับหนึ่งดาวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเจ็ดถึงแปดเดือน

"ถ้าข้ากินน้ำยาระดับสามดาวและสี่ดาวที่เหลือจนหมด ข้าก็น่าจะบรรลุ 'ระดับหนึ่งขั้นสมบูรณ์' ได้เลย"

รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงลั่ว ความรู้สึกที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ช่างวิเศษจริงๆ

นอกหน้าต่างดึกสงัดแล้ว หลังจากอดหลับอดนอนปรุงยามาหลายวัน ประกอบกับร่างกายที่ตรากตรำมาหนัก เขาจึงรู้สึกเพลียทางจิตใจอย่างมาก เจียงลั่วล้มตัวลงนอนบนเตียงและหลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว

...

วันต่อมา เจียงลั่วเดินทางมาที่ลานฝึกยุทธ์

ท่านอารองกำลังสอนพวกลูกหลานด้วยตัวเอง นับตั้งแต่เข้าร่วมการปราบโจร เพลงดาบของเจียงเย่และคนอื่นๆ ก็ดูเฉียบคมและแฝงจิตสังหารมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เจียงอู๋จี้ชำเลืองมองเจียงลั่ว "วันนี้ลมอะไรหอบเจ้ามาที่นี่?"

เจียงลั่วบอกจุดประสงค์ของเขา "คืนนี้ 'แม่นางฉิน' จะขึ้นแสดงที่หอจันทร์กระจ่าง ข้าเลยกะว่าจะพาพวกน้องๆ ไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อย"

ห้องส่วนตัวราคาตั้งหนึ่งพันตำลึงทอง เงินของเขาไม่ได้หามาง่ายๆ ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

เจียงเย่มองเจียงลั่วด้วยสายตาแปลกๆ "พี่ใหญ่ ท่านจะพาพวกเราไปหอนางโลมเนี่ยนะ..."

"เพียะ!"

ยังพูดไม่ทันจบ เจียงอู๋จี้ก็ตบหน้าผากเขาฉาดใหญ่ พลางดุกลั้วหัวเราะ "ขนยังไม่ทันขึ้นก็คิดเรื่องพรรค์นั้นแล้วรึ"

เจียงเย่ลูบหัวตัวเองด้วยความน้อยใจ "พี่ใหญ่แก่กว่าข้าแค่สองเดือนเองนะขอรับ"

เจียงอู๋จี้เมินเจ้าเด็กหัวทึบแล้วรำพึง "ข้าเองก็ได้ยินชื่อเสียงของแม่นางฉินมานานแล้ว ให้พวกเด็กๆ ไปฟังเพลงหน่อยก็ไม่เสียหาย"

เจียงเยว่และเจียงเมิ่งมองหน้ากัน "ท่านอารอง พวกข้าก็อยากไปเหมือนกันเจ้าค่ะ"

"พวกเจ้าสองคนเนี่ยนะ..."

เจียงอู๋จี้มีท่าทีลังเล ยังไงซะพวกนางก็เป็นผู้หญิง การไปเที่ยวหอนางโลมดูจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

"พี่ใหญ่เจ้าขา..."

เจียงเยว่เขย่าแขนเจียงลั่ว ทำหน้าตาน่าสงสาร

เจียงลั่วตบแขนปลอบนางแล้วเสนอว่า "ก็แค่แต่งตัวปลอมตัวหน่อย ตระกูลเจียงเราไม่ถือสาธรรมเนียมจุกจิกพวกนี้หรอก"

"ก็ได้"

ในที่สุดเจียงอู๋จี้ก็ยอมตกลง

"พี่ใหญ่ใจดีที่สุดเลย"

เจียงอู๋จี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "คืนนี้หอจันทร์กระจ่างคงจะเต็มไปด้วยผู้คนร้อยพ่อพันแม่ ข้าจะไปกับพวกเจ้าด้วย"

"เยี่ยมเลย!"

เจียงลั่วรู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที

หากทายาทสายตรงของตระกูลเจียงมารวมตัวกันหมด ถ้าเกิดโดนกวาดล้างทีเดียวเกลี้ยงคงเป็นเรื่องใหญ่แน่

...

ยามค่ำคืน หอจันทร์กระจ่างประดับประดาด้วยโคมไฟและธงทิวสีสันสดใส

ที่หน้าประตู รถม้าหรูหราหลากสไตล์วิ่งขวักไขว่ คุณชายผู้สูงศักดิ์สวมชุดผ้าไหมราคาแพงเดินวางมาดเข้าไปข้างใน

หลายคนไม่พาแม้กระทั่งสาวใช้มาด้วย หวังจะสร้างความประทับใจดีๆ ให้กับแม่นางฉิน

รถม้าตระกูลเจียงถูกคุ้มกันโดยองครักษ์มุ่งหน้าสู่หอจันทร์กระจ่าง แต่ยังไม่ทันถึงหน้าประตู ก็ถูกการจราจรที่ติดขัดขวางทางไว้

เจียงอู๋จี้มองฝูงชนบนถนนผ่านหน้าต่างแล้วกล่าวเรียบๆ "ลงเดินเถอะ รถม้าเข้าไปไม่ได้แล้ว"

เจียงลั่วและคนอื่นๆ ลงจากรถม้า โดยมีองครักษ์คอยกันฝูงชนให้อยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

เจียงเยว่แต่งกายเป็นเด็กหนุ่มหน้ามน ถือพัดโบกสะบัดแสร้งทำเป็นผู้ดีมีตระกูล นางมองฝูงชนที่เบียดเสียดรอบกายแล้วถามด้วยความสงสัย "หอจันทร์กระจ่างจุคนได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?"

เจียงลั่วซึ่งเคยผ่านประสบการณ์คอนเสิร์ตในชาติก่อนมาแล้ว หัวเราะร่าและกล่าวว่า "คงมีคนจำนวนมากที่ซื้อตั๋วไม่ได้ เลยหวังจะมาเกาะขอบประตูฟังอยู่ข้างนอกน่ะสิ"

เจียงเยว่ทำหน้ากระจ่างแจ้ง

คณะของพวกเขาเดินตามกระแสผู้คนมุ่งหน้าสู่หอจันทร์กระจ่าง

ทันทีที่มาถึงหน้าประตู สตรีสวมชุดสีเขียวครามวัยประมาณสามสิบปีผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาต้อนรับ นางย่อกายคำนับอย่างงดงาม "ข้าน้อยนามว่า 'หงซิ่ว' เป็นผู้ดูแลหอจันทร์กระจ่างแห่งเมืองเจียงโจว ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากตระกูลเจียงเจ้าค่ะ"

สตรีผู้นี้มีดวงตาเรียวรีงดงาม และมีไฝเสน่ห์ใต้ตาข้างหนึ่ง ซึ่งไม่เพียงไม่ทำให้ใบหน้าดูมีตำหนิ แต่กลับเพิ่มความเย้ายวนชวนมอง

นางพูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ กิริยามารยาทพอดิบพอดี มีเสน่ห์แต่ไม่ดูเหลาะแหละ

เจียงอู๋จี้ที่ไม่รู้เรื่องการจองห้องส่วนตัวมาก่อน รู้สึกงุนงงเล็กน้อยกับท่าทีของหงซิ่ว

ในเมื่อใครๆ ก็ชอบคำชม เจียงลั่วจึงประสานมือคารวะตอบ "ขอบคุณผู้ดูแลหงซิ่วที่ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เจียงลั่วขอคารวะ!"

หงซิ่วป้องปากหัวเราะคิกคัก น้ำเสียงของนางสั่นไหวหัวใจผู้ฟังราวกับสายพิณ "นายน้อยเจียงเกรงใจกันเกินไปแล้ว เชิญตามข้าน้อยมาเถิด"

หงซิ่วเดินนำทาง องครักษ์รออยู่ด้านหน้าประตูหอจันทร์กระจ่าง กลุ่มตระกูลเจียงที่เป็นการรวมตัวที่ค่อนข้างแปลกตา ดึงดูดสายตาอยากรู้อยากเห็นมากมาย

เจียงลั่วไม่คาดคิดเลยว่า การมาเที่ยวหอนางโลมครั้งแรกของเขา จะเป็นการมาพร้อมกับน้องๆ

หอจันทร์กระจ่างนั้นกว้างขวางใหญ่โต ด้านในของชั้นล่างติดผนังมีเวทีขนาดสามจ้างตั้งตระหง่านอยู่

ด้านล่างเวทีมีการจัดวางโต๊ะเก้าอี้ไว้อย่างเป็นระเบียบ

การแสดงยังไม่ทันเริ่ม โต๊ะเก้าอี้เหล่านั้นก็ถูกจับจองโดยเหล่าคุณชายที่แต่งตัวภูมิฐานจนเต็มหมดแล้ว

ชั้นสองเป็นห้องส่วนตัววงกลมที่เชื่อมต่อกัน ห้องส่วนตัว 'อักษรเทียนหมายเลขหนึ่ง' ตั้งอยู่ตรงข้ามเวทีพอดี

หงซิ่วเปิดประตูห้องส่วนตัว สาวใช้รูปร่างสูงโปร่งหน้าตาจิ้มลิ้มสองคนรออยู่ข้างในแล้ว เมื่อเห็นแขกเข้ามา พวกนางก็ย่อกายคำนับเล็กน้อย "คารวะแขกผู้มีเกียรติเจ้าค่ะ"

เจียงลั่วเดาว่านี่คงเป็นการจัดการของหงซิ่ว จึงปฏิเสธความหวังดีอย่างสุภาพ "วันนี้เป็นการสังสรรค์ในครอบครัว คงไม่ต้องรบกวนแม่นางทั้งสองแล้ว"

สาวใช้ทั้งสองมองไปทางหงซิ่ว

หงซิ่วโบกมือ หญิงสาวทั้งสองก็ถอยออกไปทันที

"ข้าน้อยไม่รบกวนเวลาส่วนตัวของพวกท่านแล้ว หากต้องการสิ่งใด เพียงสั่นกระดิ่งบนโต๊ะเรียกได้เลยเจ้าค่ะ"

หลังจากดูแลความเรียบร้อยแล้ว หงซิ่วก็ไม่ได้รั้งอยู่ต่อ นางยิ้มลาแล้วเดินจากไป

พอคล้อยหลังนาง เจียงอู๋จี้ก็มองเจียงลั่วด้วยสายตาแปลกๆ "เจ้าคุ้นเคยกับหอจันทร์กระจ่างมากเลยรึ?"

เจียงลั่วผายมือ "ท่านคิดมากไปแล้ว ปกติข้าแทบไม่ออกจากบ้าน นี่เป็นครั้งแรกที่มาที่นี่เลยนะ"

เขาเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมหอจันทร์กระจ่างถึงกระตือรือร้นต้อนรับเขา หรือจะพูดให้ถูกคือ ต้อนรับตระกูลเจียงขนาดนี้

ในบรรดาแขกที่มาหอจันทร์กระจ่างวันนี้ ก็มีคุณชายจากตระกูลใหญ่อื่นๆ ในเมืองเจียงโจวเช่นกัน แต่ไม่มีใครได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากหงซิ่วขนาดนี้

เจียงลั่วอธิบายสั้นๆ ว่าพ่อบ้านเป็นคนจองห้องให้

เจียงอู๋จี้ลูบคาง "ข้าไม่เคยได้ยินว่าตระกูลเรามีการติดต่อค้าขายกับหอจันทร์กระจ่างนะ หรือจะเป็นถ่านไฟเก่าของท่านผู้เฒ่า?"

เจียงลั่วแซว "ท่านไม่กลัวท่านผู้เฒ่ารู้เข้าเหรอว่าท่านนินทาเขาลับหลัง?"

เจียงอู๋จี้กระซิบข้างหูเจียงลั่วอย่างมีลับลมคมนัย "อย่าเอ็ดไป แต่ท่านผู้เฒ่ามีงานอดิเรกชอบเที่ยวหอคณิกาจริงๆ นะ"

"ยังไงหรือขอรับ?"

ต่อมเผือกของเจียงลั่วทำงานทันที

เจียงอู๋จี้ไม่ได้เห็นเจียงลั่วเป็นเด็ก ทั้งสองเริ่มสุมหัวกระซิบกระซาบกัน "มีครั้งหนึ่ง ข้าออกไปทำธุระข้างนอก บังเอิญผ่านหอจันทร์กระจ่าง เห็นท่านผู้เฒ่าเดินเข้าไป ท่าทางดูคุ้นเคยกับสถานที่เอามากๆ"

"ดูจากทรงแล้ว ไม่น่าจะใช่มือใหม่แน่ๆ"

"ท่านไม่ได้บอกใครใช่ไหม?"

เจียงลั่วเพิ่งได้รับรู้ความลับสุดยอด ไม่นึกเลยว่าท่านผู้เฒ่าจะมีมุมนี้กับเขาด้วย

เจียงอู๋จี้โบกมือ "เฮ้ย ข้าจะไปบอกใครได้? ท่านย่าของเจ้าเสียไปเร็ว เป็นธรรมดาของปุถุชนที่ท่านผู้เฒ่าจะมาเที่ยวหอคณิกาบ้าง ข้ากะว่าจะเก็บความลับนี้ไว้คนเดียว ถ้าหอจันทร์กระจ่างไม่ต้อนรับดีขนาดนี้ ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้วเชียว"

ตระกูลเจียงในสมัยก่อนไม่ได้ร่ำรวยเหมือนตอนนี้ ภรรยาของเหล่าผู้เฒ่าต่างเสียชีวิตไปตามอายุขัย

เจียงลั่วไม่เคยเห็นหน้าท่านย่าของตัวเอง เขาถอนหายใจ "ข้ากะว่าจะกลับไปถามท่านพ่อเรื่องหอจันทร์กระจ่างสักหน่อย แต่ช่างมันเถอะ!"

จบบทที่ บทที่ 25 ความลับขอ

คัดลอกลิงก์แล้ว