เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: การประชุมของทีมโฮ่งโฮ่ง

บทที่ 8: การประชุมของทีมโฮ่งโฮ่ง

บทที่ 8: การประชุมของทีมโฮ่งโฮ่ง


บทที่ 8: การประชุมของทีมโฮ่งโฮ่ง

เมื่อการปลุกพลังพรสวรรค์ของเสือโคร่งไซบีเรีย 'หลี่ฮัว' สำเร็จลุล่วง แต้มพรสวรรค์ทั้งหมดที่ระบบมอบให้มาก็ถูกใช้ไปจนเกลี้ยง

หากเขาต้องการปลุกพลังพรสวรรค์ให้กับสัตว์ตัวอื่นๆ อีก ก็จำเป็นต้องรอให้ระบบมอบหมายภารกิจใหม่ หรือไม่ก็ต้องควักเนื้อซื้อจากร้านค้า

แน่นอนว่าตัวเลือกหลังนั้นไม่อยู่ในหัวเขาเลยสักนิด สวนสัตว์เพิ่งจะเริ่มทำเงินได้ไม่นาน แถมยังมีรายจ่ายรออยู่อีกเพียบ จะเอาเงินที่ไหนไปซื้อพรสวรรค์กันล่ะ?

"อ้อ จริงสิ ดูเหมือนจะมี 'ชุดของขวัญพรสวรรค์สำหรับมือใหม่' อยู่ด้วยนี่นา ไม่รู้ว่าข้างในมีอะไรบ้าง"

หยางหลินพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ระบบเปิดใช้งานครั้งแรก เหมือนจะมอบของขวัญต้อนรับไว้ให้

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงรีบค้นหาในพื้นที่ระบบ และเพียงครู่เดียวก็พบสิ่งที่เรียกว่าชุดของขวัญนอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของ

ทันทีที่เปิดชุดของขวัญ เสียงแจ้งเตือนสามสายก็ดังขึ้นในหัวของเขา

"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับพรสวรรค์ระดับต้น: ความเชี่ยวชาญด้านภาษา"

"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับพรสวรรค์ระดับต้น: จิตรกรรม"

"ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับพรสวรรค์ระดับต้น: จอมตะกละ"

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือน หยางหลินที่เคยแอบหวังลึกๆ ก็พลันรู้สึกผิดหวังขึ้นมาตงิดๆ

"พรสวรรค์บ้าบออะไรกันเนี่ย? ความเชี่ยวชาญด้านภาษา คือจะให้สัตว์พูดภาษาของสัตว์ชนิดอื่นได้งั้นเหรอ?"

"จิตรกรรม? สัตว์มันไม่มีมือ แล้วจะเอาอะไรวาด? แถมดูไม่มีจุดขายอะไรเลย"

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้เขาพูดไม่ออกที่สุดคือพรสวรรค์ 'จอมตะกละ'

เขากล้าพูดได้เต็มปากโดยไม่เกินจริงเลยว่า สัตว์ทุกตัวในสวนสัตว์แห่งนี้ล้วนมีพรสวรรค์ห่วยแตกข้อนี้ติดตัวกันอยู่แล้ว

ไม่อย่างนั้นพวกมันคงไม่กินล้างกินผลาญจนเขาแทบหมดตัวขนาดนี้หรอก

อย่างไรก็ตาม พอคิดเสียว่าเป็นของฟรีจากระบบ เขาก็รู้สึกปลงตกและโล่งใจขึ้นมาบ้าง

"ช่างเถอะๆ นอนดีกว่า พรุ่งนี้ไม่รู้จะมีนักท่องเที่ยวแห่มากันกี่คน"

หยางหลินส่ายหัวไล่ความคิดก่อนจะกลับเข้าห้องพัก

ไม่นานนักเขาก็ผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้น ทันทีที่ฟ้าเริ่มสาง เขาก็ถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ที่ดังรัว

"ฮัลโหล? นั่นใครครับ?"

ทันทีที่กดรับสาย เสียงใสๆ ของหญิงสาวก็ดังลอดมาจากปลายสาย

"พี่ชาย ฉันเอง ลูกพี่ลูกน้องของพี่ เฉินเค่อซินไง!"

"ฉันมารายงานตัวเริ่มงานแล้วนะ! พี่อยู่สวนสัตว์หรือเปล่า? ตอนนี้ข้างนอกมีนักท่องเที่ยวมายืนต่อแถวเต็มเลย"

เมื่อได้ยินดังนั้น หยางหลินที่ยังงัวเงียอยู่ก็ตาสว่างขึ้นมาทันที

เขายกนาฬิกาขึ้นดูและพบว่าเพิ่งจะหกโมงเช้า

นับตั้งแต่เข้ามารับช่วงต่อสวนสัตว์ เขาไม่เคยตื่นเช้าขนาดนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนคนกำลังจะไปเข้างานจริงๆ

เขารีบแต่งตัวและเดินตรงไปยังประตูใหญ่ของสวนสัตว์

เมื่อไปถึงหน้าประตู ก็เห็นหญิงสาวสวมหมวกแก๊ปเบสบอลกำลังโบกไม้โบกมือให้เขา

ข้างกายเธอยังมีนักท่องเที่ยวอีกหลายคนที่ยืนรอเข้าชมสวนสัตว์

"พี่ชาย ฉันอยู่นี่ ฉันอยู่นี่"

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของน้องสาว หยางหลินก็รีบเปิดประตูเล็กด้านข้าง เตรียมจะให้เธอเข้ามา

ทันใดนั้น หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที

"ทำไมถึงให้แม่หนูนั่นเข้าได้แค่คนเดียวล่ะ? พวกเรารอกันมาตั้งนานแล้วนะ"

สิ้นเสียงหญิงคนนั้น ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็รีบผสมโรงขึ้นมาทันควัน

"นั่นสิ คิดจะทำมาหากินกันหรือเปล่า? รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้เลยนะ!"

เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งสองคน หยางหลินก็ทำหน้าเอือมระอา ก่อนจะชี้ไปยังป้ายประกาศข้างประตูอย่างไม่ใส่ใจ

"นั่นน้องสาวผม แล้วก็เป็นคนขายตั๋วของที่นี่ด้วย แน่นอนว่าเธอต้องเข้าได้อยู่แล้ว"

"แล้วพวกคุณไม่เห็นเหรอครับว่าเวลาเปิดทำการที่เขียนไว้ข้างๆ คือแปดโมงครึ่ง?"

"เฮ้ย ไอ้หนู ฉันจะบอกอะไรให้นะ สวนสัตว์แกก็ไม่ใช่สวนสัตว์ทางการอะไร ทำไมต้องมาตั้งกฎระเบียบเลียนแบบพวกทางการเขาด้วย?"

"รีบเปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกเราจะประจานแกลงเน็ต!" ชายวัยกลางคนเห็นว่าหยางหลินตัวคนเดียวและพวกตนมีจำนวนมากกว่า จึงทำท่าจะบุกฝ่าเข้ามาในสวนสัตว์

เมื่อเห็นสถานการณ์ตึงเครียด ฝูงชนรอบข้างก็ถอยฉากออกไปด้านข้างและหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายคลิป

ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงเห่ากระโชกดังมาจากด้านหลังสวนสัตว์

วินาทีต่อมา ภายใต้สายตาของเหล่านักท่องเที่ยวที่ยืนรออยู่ 'ทีมโฮ่งโฮ่ง' หรือแก๊งสี่ขาที่นำโดยเจ้า 'หลี่โกวตั้น' ก็วิ่งเหยาะๆ เรียงแถวกันออกมาอย่างเป็นระเบียบ ตรงดิ่งมายังเบื้องหน้าของหยางหลิน

ทันทีที่มาถึงหน้าหยางหลิน หลี่โกวตั้นก็หยุดฝีเท้า กลุ่มสุนัขที่ตามมาด้านหลังก็หยุดตามทันที

การเคลื่อนไหวทั้งหมดลื่นไหลและพร้อมเพรียง จนทำให้นักท่องเที่ยวหน้าประตูต้องตกตะลึงจนตาค้าง

และสิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่หลี่โกวตั้นหยุดยืนต่อหน้าหยางหลิน มันก็ยกขาหน้าข้างขวาขึ้นทำท่าวันทยหัตถ์ทำความเคารพเขา

"ท่านผู้อำนวยการ สมาชิกทีมโฮ่งโฮ่งมารวมพลครบแล้ว กัปตันหลี่โกวตั้นรายงานตัว!"

"ไม่มีปัญหาใดที่ยากเกินแก้ มีเพียงเหล่าตูบผู้กล้าหาญ!"

หลังแสดงท่าทางจบ หลี่โกวตั้นก็หันหน้ากลับไปหาหมาตัวอื่นๆ

และเจ้าตูบพวกนั้นก็เชื่อฟังอย่างเหลือเชื่อ พวกมันรีบจัดแถวเรียงหน้ากระดานต่อหน้าหลี่โกวตั้น ดูเหมือนหัวหน้าหน่วยที่กำลังสั่งการลูกน้องไม่มีผิด

แม้ฝูงชนจะไม่เข้าใจภาษาหมา แต่การกระทำเป็นชุดของพวกมันก็เพียงพอที่จะทำให้คนที่อยู่นอกรั้วต้องอ้าปากค้างด้วยความทึ่ง

ต้องใช้เวลาปีกว่านาทีกว่าที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะตั้งสติได้

"คุณพระช่วย นั่นหมาจริงๆ เหรอ? ทำไมฉันรู้สึกเหมือนพวกมันเป็นรปภ. ของสวนสัตว์นี้เลยล่ะ?"

"เรื่องนั้นต้องสงสัยด้วยเหรอ? หมาตัวหน้าสุดนั่นใส่ชุดรปภ. อยู่ไม่ใช่หรือไง?"

"เดี๋ยว นั่นไม่ใช่ชุดรปภ. ธรรมดา นั่นมันชุดทีมโฮ่งโฮ่งชัดๆ"

"ฮ่าๆๆ ทีมโฮ่งโฮ่งกำลังประชุมวางแผนกันอยู่"

"สวนสัตว์นี้คงไม่ได้จนกรอบถึงขนาดต้องจ้างสัตว์มาเป็นยามหรอกใช่มั้ย?"

"เอ่อ... ทำไมฉันรู้สึกว่าสัตว์พวกนี้ทำตัวเหมือนคนจัง? สัตว์มันฉลาดได้ขนาดนี้เลยเหรอ?"

"ก็เป็นไปได้นะ ตอนฉันสอบเข้ามหาลัยคราวที่แล้ว ก็มีหมาบอร์เดอร์ คอลลี่นั่งสอบอยู่ข้างๆ"

"ใช่ๆ ฉันก็รู้จักบอร์เดอร์ คอลลี่ตัวนั้น ตอนสอบฉันยังลอกข้อสอบมันอยู่เลย"

"ใครๆ ก็พูดว่าบอร์เดอร์ คอลลี่ฉลาด เมื่อก่อนฉันไม่เชื่อ แต่วันนี้ฉันรู้ซึ้งแล้ว บอร์เดอร์ คอลลี่แม่งฉลาดฉิบหาย!"

"ประเด็นสำคัญคือเจ้าบอร์เดอร์ คอลลี่ตัวนี้ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าแก๊งหมาพวกนี้ด้วยนะ มันถึงขั้นออกคำสั่งได้เลย!"

"พระเจ้าช่วย สวนสัตว์แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ 'มังกรหมอบและหงส์ดรุณ' (ตัวฮา) เท่านั้น แต่ยังมีกองกำลังติดอาวุธที่เกรียงไกรขนาดนี้เชียวรึ!"

"เชี่ย ยังไม่ทันได้เข้าข้างในก็มีการแสดงให้ดูแล้ว แค่นี้ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วมั้ง ที่เหลือคือกำไรล้วนๆ!"

"คนใส่ชุดมาสคอตแน่ๆ ต้องเป็นคนใส่ชุดแน่ๆ!"

...

ในเวลานี้ นักท่องเที่ยวที่ยังไม่ได้เข้าไปในสวนสัตว์ต่างตกอยู่ในภวังค์การแสดงของทีมโฮ่งโฮ่งกันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทีละคนรีบหันกล้องมือถือไปจับภาพหลี่โกวตั้นและพรรคพวก

ส่วนสองคนที่โวยวายเสียงดังเมื่อครู่ ตอนนี้ได้มุดหัวหลบไปอยู่หลังฝูงชนตั้งแต่เห็นทีมโฮ่งโฮ่งปรากฏตัวแล้ว

ถ้าเป็นรปภ. ที่เป็นคน พวกเขายังพอจะทำกร่างใส่ได้ แต่พอต้องเผชิญหน้ากับทีมโฮ่งโฮ่งที่ดูขึงขังน่าเกรงขามแบบนี้ ความกล้าของพวกเขาก็หดหายไปทันที

เพราะยังไงซะ มนุษย์ยังพอคุยกันด้วยเหตุผลได้ แต่กับหมา... เหตุผลใช้ไม่ได้ผลหรอกนะ

เมื่อเห็นว่านักท่องเที่ยวทุกคนสงบลงแล้ว หยางหลินจึงสั่งให้หลี่โกวตั้นนำทีมโฮ่งโฮ่งฝึกซ้อมโชว์ต่อหน้าทุกคน

ส่วนตัวเขาเองก็พาลูกพี่ลูกน้อง เฉินเค่อซิน เดินเข้าไปในสวนสัตว์

จบบทที่ บทที่ 8: การประชุมของทีมโฮ่งโฮ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว