- หน้าแรก
- แค่ให้ดูแลสวนสัตว์ ไม่ได้บอกให้ทำพวกสัตว์เสียสติสักหน่อย
- บทที่ 7: ก่อตั้งทีมโฮ่งโฮ่ง และกายาเหนือโลก
บทที่ 7: ก่อตั้งทีมโฮ่งโฮ่ง และกายาเหนือโลก
บทที่ 7: ก่อตั้งทีมโฮ่งโฮ่ง และกายาเหนือโลก
บทที่ 7: ก่อตั้งทีมโฮ่งโฮ่ง และกายาเหนือโลก
พรสวรรค์ระดับทองคำคือระดับสูงสุดที่หยางหลินรู้จักในขณะนี้
ลำพังแค่การเปิดใช้งานก็ต้องใช้แต้มพรสวรรค์ถึง 5 แต้ม จึงพอจะจินตนาการได้ว่าพรสวรรค์ระดับนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด
แต่ตอนนี้ เขาใช้เพียงแค่ 1 แต้มพรสวรรค์ก็สามารถปลดล็อกพรสวรรค์นี้ให้กับเจ้า 'หลี่โกวตั้น' สุนัขพันธุ์บอร์เดอร์ คอลลี่ได้แล้ว
โอกาสทองแบบนี้เขาจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร? เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวที่จะกดเครื่องหมายบวกข้างพรสวรรค์นั้น
และทันทีที่พรสวรรค์ 'ปัญญาเหนือโลก' สว่างวาบขึ้น ร่างกายของหลี่โกวตั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงทันที
ความเปลี่ยนแปลงแรกคือขนาดตัว
ก่อนที่จะปลดล็อกพรสวรรค์ ขนาดตัวของมันจัดอยู่ในเกณฑ์สุนัขขนาดกลางเมื่อเทียบกับสุนัขบ้านทั่วไป
แต่หลังจากได้รับพรสวรรค์ ร่างกายของมันก็ขยายใหญ่ขึ้นมาอีกหนึ่งไซส์ จนแทบจะเทียบเท่ากับสุนัขพันธุ์อลาสกัน มาลามิวท์ตัวโตเต็มวัยเลยทีเดียว
นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ภายในดวงตาของมันยังปรากฏประกายแห่งภูมิปัญญาที่ไม่ควรจะมีในเผ่าพันธุ์สุนัข
ในภวังค์นั้น หยางหลินรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่สุนัข แต่เป็นมนุษย์ผู้ใหญ่ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดล้ำเลิศ
และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
"เสี่ยวหยาง เสี่ยวหยาง เมื่อกี้ใช้ออกพลังพิเศษกับฉันใช่ไหม? ฉันรู้สึกแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเลย"
หลี่โกวตั้นพูดกับหยางหลินด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินดังนั้น หยางหลินกำลังจะพยักหน้าตอบรับ แต่เจ้าหลี่โกวตั้นกลับพุ่งตัวออกจากกรงหมาป่าด้วยความดีใจสุดขีด
"บ้าเอ๊ย ฉันเป็นคนนะ ทำไมต้องมาอยู่กับหมาพวกนี้ด้วย? ฉันเบื่อกรงหมานี่เต็มทนแล้ว"
หยางหลิน: ... "จบกัน เจ้านี่คิดว่าตัวเองเป็นคนไปซะแล้ว"
ด้วยความสงสัยระคนกังวล หยางหลินรีบวิ่งตามไป เพราะกลัวว่าหลี่โกวตั้นจะฉวยโอกาสนี้หนีออกจากสวนสัตว์
ทว่าเมื่อตามไปทัน เขากลับพบว่าหลี่โกวตั้นไม่ได้มีทีท่าว่าจะหนีออกไปข้างนอก แต่กลับวิ่งเข้าไปในห้องทำงานผู้ดูแลของเขา แล้วฉีกถุงอาหารสุนัขกินอย่างเอร็ดอร่อย
เห็นภาพนี้แล้ว หยางหลินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ดูเหมือนมันจะยังไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นคนไปซะทีเดียวแฮะ"
คิดได้ดังนั้น เขาก็รีบเดินเข้าไปหาหลี่โกวตั้นที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารสุนัขอยู่
"โกวตั้น ในเมื่อตอนนี้แกไม่ใช่หมาธรรมดาแล้ว ฉันคงเลี้ยงแกไว้เปล่าๆ ไม่ได้"
"ตั้งแต่นี้ไป แกจะได้รับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยประจำสวนสัตว์ซีหงของพวกเรา... ไม่สิ หัวหน้า 'ทีมโฮ่งโฮ่ง' หน้าที่ของแกคือปกป้องความปลอดภัยของสวนสัตว์และตัวฉัน"
"ส่วนค่าจ้าง ฉันจะให้เป็นอาหารเม็ด 30 ชั่ง เนื้อวัว 10 ชั่ง และอาหารกระป๋องอีก 20 กระป๋องต่อเดือน แกคิดว่าไง?"
ทันทีที่หยางหลินยื่นข้อเสนอจบ หลี่โกวตั้นก็ยกขาหน้าขึ้นทันควัน
"ขอไส้กรอกแฮมเพิ่มอีก 50 แท่ง!"
"ดีล!"
"แต่ฉันมีข้อแม้อีกอย่าง"
พูดจบ หยางหลินก็ชี้ไปที่สุนัขตัวอื่นๆ ในกรงหมาป่า
"แกต้องฝึกพวกมันทั้งหมดให้ฉัน ต่อไปพวกมันจะเป็นสมาชิกในทีมโฮ่งโฮ่งของแก และพวกมันต้องฟังคำสั่งแกทุกอย่าง"
"จริงเหรอ?" ดวงตาของหลี่โกวตั้นเป็นประกายวิบวับทันที
"แน่นอน ฉันไม่หลอกแกหรอก มาลองใส่ชุดเครื่องแบบที่ฉันเตรียมไว้ให้ซิว่าพอดีตัวไหม"
ห้านาทีต่อมา เมื่อหลี่โกวตั้นปรากฏตัวอีกครั้ง บนหัวของมันก็มีหมวก รปภ. สวมอยู่
มันสวมชุดเครื่องแบบรักษาความปลอดภัย โดยที่คำว่า "รปภ." บนไหล่ถูกหยางหลินเปลี่ยนเป็นตัวอักษรขนาดใหญ่สามคำว่า "ทีมโฮ่งโฮ่ง"
ตัวหลี่โกวตั้นเองดูจะพอใจกับชุดเครื่องแบบทีมโฮ่งโฮ่งนี้มาก หลังจากสวมชุดใหม่ ท่าทางเดินของมันก็ดูวางก้ามโอหังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
"เอาล่ะ ต่อไปนี้แกไม่ต้องนอนในกรงหมาป่าแล้ว ไปนอนที่ป้อมยามที่ฉันจัดไว้ให้แทน"
"ตอนนี้ภารกิจของแกคือไปฝึกพวกหมาตัวอื่นให้ฉัน เข้าใจไหม หัวหน้าหลี่?"
"รับทราบครับท่านผอ.! ผมรับรองว่าจะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ" พูดจบ หลี่โกวตั้นก็ยกขาหน้าขวาขึ้นทำวันทยหัตถ์ด้วยสีหน้าจริงจัง
สิ้นเสียง มันก็วิ่งจู๊ดกลับไปทางกรงหมาป่าทันที
ไม่นานนัก หยางหลินก็ได้ยินเสียงเห่าโฮกฮากดังระงม ชัดเจนว่าหลี่โกวตั้นเริ่มใช้อำนาจของหัวหน้าทีมโฮ่งโฮ่งแล้ว
เมื่อจัดการเรื่องความปลอดภัยของสวนสัตว์เรียบร้อย งานของวันนี้ก็ถือว่าสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
ขณะที่หยางหลินกำลังจะกลับห้องไปพักผ่อน จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามกึกก้องสะเทือนขวัญดังมาจากส่วนลึกที่สุดของสวนสัตว์
เมื่อได้ยินเสียงคำรามนี้ สัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์ต่างพากันตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว แต่ใบหน้าของหยางหลินกลับฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด
"เยี่ยม! ในที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแล้วเหรอ? นึกว่าจะต้องรอถึงพรุ่งนี้ซะอีก"
"ไม่ได้การ ฉันต้องไปดูสถานการณ์หน่อยแล้ว"
พูดจบ หยางหลินก็เดินมุ่งหน้าไปยังส่วนในสุดของสวนสัตว์ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างแรงกล้า
แม้สวนสัตว์ซีหงจะดูทรุดโทรม แต่มันกลับกินพื้นที่กว้างขวางมหาศาล เกือบจะเป็นสองเท่าของสวนสัตว์ประจำเมืองหนิงหนานเลยทีเดียว
ในตอนกลางวัน นักท่องเที่ยวจะเข้าชมได้แค่โซนด้านหน้า ส่วนพื้นที่ด้านหลังถูกหยางหลินกั้นรั้วปิดตายเอาไว้
และเมื่อหยางหลินเดินอ้อมรั้วกั้นเข้าไปเป็นเวลาเกือบห้านาที กรงเสือขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
เมื่อเดินเข้าไปใกล้กรงเสือมากขึ้นเรื่อยๆ สภาพภายในกรงก็ค่อยๆ ปรากฏแก่สายตาของหยางหลิน
เขาเห็นสัตว์ร้ายรูปร่างสง่างาม ขนาดมหึมาราวกับภูเขาลูกย่อมๆ กำลังนอนสงบนิ่งอยู่ในพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยกรงเหล็ก
แม้จะยืนอยู่ห่างกว่าสิบเมตร แต่หยางหลินยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมา
"ใหญ่... ใหญ่เกินไปแล้ว นี่มันโตขนาดนี้ได้ยังไง?"
เมื่อมองดูสัตว์ร้ายตรงหน้า หยางหลินแทบจะเชื่อมโยงมันกับเสือโคร่งไซบีเรียผอมแห้งแรงน้อยที่ดูเหมือนจะตายมิตายแหล่ตัวก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย
ถ้าเสือโคร่งไซบีเรียตัวก่อนคือแมวป่วย งั้นในเวลานี้ มันก็สมศักดิ์ศรีเจ้าป่าอย่างแท้จริง
ด้วยความสูงช่วงไหล่กว่าสองเมตร ความยาวลำตัวเกือบห้าเมตร อุ้งเท้าหน้าที่หนาเท่าต้นขาคนผู้ใหญ่ บวกกับหัวขนาดมหึมาที่ใหญ่พอๆ กับกะละมังล้างเท้า และปากกว้างที่สามารถกลืนหมูเข้าไปได้ทั้งตัว นี่มันสัตว์ร้ายพันธุ์ไหนกัน?
สิงโต ช้าง จระเข้ หรือสัตว์อะไรก็ตาม คงเทียบมันไม่ติดฝุ่น
สาเหตุที่มันเติบโตได้ขนาดนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม แต่เป็นเพราะหยางหลินได้ปลดล็อกพรสวรรค์ให้มันเมื่อตอนกลางวัน
【กายาเหนือโลก (พรสวรรค์สีเขียว) - ใช้ 1 แต้มพรสวรรค์เพื่อเปิดใช้งาน】
แม้จะเป็นเพียงพรสวรรค์ระดับสีเขียว แต่เมื่อไปอยู่บนร่างของเสือโคร่งไซบีเรียโตเต็มวัย มันก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพในทันที
สัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งและดุร้ายอยู่แล้วดูเหมือนจะถูกปลุกยีนบรรพกาลให้ตื่นขึ้น หากการเปิดใช้งานพรสวรรค์นี้ไม่ต้องใช้เวลาและพลังงานจำนวนหนึ่ง หยางหลินคงเอามันออกมาโชว์ให้นักท่องเที่ยวดูตั้งแต่เช้าแล้ว
และในขณะที่หยางหลินกำลังจ้องมองเสือโคร่งไซบีเรียที่เกิดใหม่ด้วยความปิติยินดี เสือโคร่งในกรงก็เอ่ยปากพูดขึ้นในที่สุด
"เสี่ยวหยาง เมื่อไหร่แกจะหาผัวมาแนะนำให้เจ๊ฮวาสักที?"
"เจ๊ใกล้จะหมดประจำเดือนแล้วนะ ถ้าไม่รีบหาคู่ ชาตินี้คงหมดสิทธิ์เป็นแม่คนแล้ว"
เมื่อได้ยินเสียงจากในกรง ใบหน้าของหยางหลินก็ปรากฏรอยยิ้มเจื่อนๆ ขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว เสือโคร่งไซบีเรียขนาดมหึมาผิดปกติตัวนี้คือเสือตัวเมีย และสมกับชื่อของมัน 'หลี่ฮวา' (ดอกไม้) มันเป็นเสือสาวจอมเจ้าชู้ที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องจะเล่นผีผ้าห่มกับเสือหนุ่มๆ
ทว่า เมื่อดูจากขนาดตัวของมันตอนนี้ หยางหลินรู้ดีว่าชาตินี้มันคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว