เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ให้แล้ว

บทที่ 30 ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ให้แล้ว

บทที่ 30 ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ให้แล้ว


บทที่ 30 ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ให้แล้ว

ภายใต้แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหัน มิใช่เพียงจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งที่หวาดหวั่น แม้แต่จินกวงเองก็ยังต้องหดคอหนี ขยับตัวทีหนึ่งผงแป้งบนใบหน้าก็ร่วงกราวลงมามากโข

ดวงตาของซ่งอินฉายแววโกรธเกรี้ยว จ้องเขม็งไปที่หวังฉีเจิ้ง "เหตุใดมาถึงแล้วจึงไม่รีบแจ้ง?!"

สำนักพีเจี่ยชิงตัวคนของศิษย์น้องสามไป!

สำนักพีเจี่ยนั่น มิใช่นอกรีตที่เขาเพิ่งจะทุบตายไป แล้วอาจารย์นำศพไปศึกษาหรอกหรือ!

"ข้า... ข้า..."

เมื่อถูกจ้องมองด้วยสายตาคู่นั้น หวังฉีเจิ้งรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงขั้วกระดูก แล้วก็พลันรู้สึกร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ชวนให้นึกถึงความรู้สึกตอนที่ถูกจับโยนลงเตาหลอมโอสถขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

ความรู้สึกพรรค์นั้น เขาไม่อยากลิ้มลองเป็นครั้งที่สอง เมื่อถูกซ่งอินบีบคั้นเช่นนี้ เขาจึงกำหมัดแน่น ถลึงตากลับไปที่ซ่งอิน...

ตุ้บ!

หวังฉีเจิ้งทรุดตัวลงคุกเข่า ก้มหน้าต่ำ ตะโกนเสียงดังลั่น "ศิษย์พี่ ข้าผิดไปแล้ว!"

จางเฟยเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ มีสีหน้าเรียบเฉย แววตาไร้ซึ่งความผิดหวังหรือคาดหวัง กลับมีแววตาประมาณว่า 'กะไว้แล้วเชียว' ปรากฏขึ้นแทน

บารมีของศิษย์พี่ขนาดนั้น ใครจะกล้าไปต่อกรด้วยเล่า

"ลุกขึ้น!"

ซ่งอินขมวดคิ้ว เมื่อเห็นหวังฉีเจิ้งลุกขึ้นอย่างว่าง่ายแล้ว จึงเอ่ยถาม "เรื่องเกิดขึ้นเมื่อใด"

"สะ... สองวันก่อนขอรับ" หวังฉีเจิ้งตอบตามความจริง

ซ่งอินหันไปประสานมือคารวะจินกวงทันที "ท่านอาจารย์ เรื่องนี้รอช้ามิได้ พวกเราลงเขากันเถิด ไปช่วยคนที่ถูกจับตัวไปเหล่านั้นกัน!"

จินกวงพยักหน้ารัวๆ เหมือนไก่จิกข้าวสาร "ดีๆๆ... หือ? พวกเรา?"

ซ่งอินกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติ "ลงทัณฑ์มารนอกรีต ย่อมต้องยกไปทั้งสำนัก จะให้ไปสู้ตัวต่อตัวกับมารร้ายได้อย่างไรเล่าขอรับ?"

จินกวง "......"

"เฮ้อ อาจารย์ก็อยากไป..."

เขาแสร้งถอนหายใจยาว "เพียงแต่อาจารย์ปิดด่านมานาน การศึกษาสำนักพีเจี่ยนั้นสิ้นเปลืองพลังใจไปมาก จำต้องพักผ่อน แต่ตอนนี้เรื่องเร่งด่วน รอช้ามิได้ หากรอให้อาจารย์พักผ่อนจนหายดี เกรงว่าจะช่วยคนไม่ทันการณ์ ศิษย์รัก ครั้งนี้อาจารย์คงไม่อาจไปพร้อมกับเจ้าได้ อีกอย่างเจ้ามีพรสวรรค์ระดับมหาเซียน อาจารย์วางใจในตัวเจ้าเป็นที่สุด เจ้าต้องจัดการกับสำนักพีเจี่ยได้แน่ แต่... เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน ให้ศิษย์น้องรองกับศิษย์น้องสามของเจ้าติดตามไปด้วยเถิด พวกเขามีตบะอยู่บ้าง น่าจะช่วยเป็นลูกมือเจ้าได้"

"มารดามัน..."

หวังฉีเจิ้งที่ฟังอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็เห็นความซวยลอยมาตกใส่หัว กำลังจะอ้าปากด่ากราด แต่พอถูกซ่งอินปรายตามอง ก็รีบหุบปากฉับทันที

จางเฟยเสวียนเองก็หน้าถอดสี ราวกับบิดามารดาสิ้นบุญ

ซ่งอินเงยหน้าขึ้น จ้องมองจินกวงอยู่ครู่ใหญ่ คิ้วขมวดมุ่นอีกครั้ง

ถูกจ้องเช่นนี้ จินกวงรู้สึกหนังหัวชาวาบ กลัวเหลือเกินว่าซ่งอินจะมองเห็นพิรุธ จึงรีบกล่าวว่า "ศิษย์รัก... อย่ามัวชักช้าอยู่เลย รีบไปเถอะ"

ซ่งอินประสานมือคารวะจินกวง น้ำเสียงเคร่งขรึมลง "ท่านอาจารย์กล่าวมีเหตุผล ศิษย์จะลงเขาเดี๋ยวนี้ ศิษย์น้องรอง ศิษย์น้องสาม ไปกันเถอะ"

เขาไม่รอช้า หันหลังเดินออกไปทันที

ทว่าจางเฟยเสวียนและหวังฉีเจิ้งกลับไม่กล้าขยับ ได้แต่มองจินกวงด้วยสายตาอ้อนวอน

ในฐานะสำนักที่อยู่ในเทือกเขาซูมีเหมือนกัน ไฉนเลยพวกเขาจะไม่รู้ความร้ายกาจของสำนักพีเจี่ย คนพวกนั้นยึดถือความบ้าคลั่งเป็นสรณะ เรื่องพลังการต่อสู้ทิ้งห่างสำนักจินเซียนไปแปดช่วงถนน หากบอกให้ไปสู้กับระดับเดียวกันที่เดินมาเดี่ยวๆ พวกเขายังพอมีลุ้น แต่นี่เล่นจะไปถล่มทั้งสำนัก!

ไปก็มีแต่ตายกับตาย!

จางเฟยเสวียนรู้ดีว่าจินกวงอยากให้ซ่งอินไปตาย แต่จะลากพวกเขาไปตายด้วยไม่ได้นะ

"เป็นอะไรไป กำจัดมารร้ายคือหน้าที่ของสำนักจินเซียน พวกเจ้าสองคนลังเลอะไรอยู่? ยังไม่รีบตามศิษย์พี่ใหญ่ไปอีก?" แววตาของจินกวงฉายแววอันตราย กัดฟันข่มขู่

ก็แค่ลูกศิษย์สองคน เขาจะหาใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ หากแลกกับการทำให้ซ่งอินวางใจได้ สองคนนี้จะเปลี่ยนใหม่ก็ไม่เสียหาย

แต่เมื่อเห็นทั้งสองยังไม่ยอมขยับ จินกวงก็ชำเลืองมองซ่งอินที่เดินหันหลังออกไป แล้วกระซิบเสียงเบาว่า "พวกเจ้ารู้ใช่ไหมว่าต้องทำอย่างไร หากกลับมาได้ ข้าจะถ่ายทอดวิชาโอสถมนุษย์ให้... เอาล่ะ รีบไป!"

ทันใดนั้น ซ่งอินที่เดินไปถึงหน้าประตูตำหนักก็หันกลับมามอง "ศิษย์น้องทั้งสอง?"

"มาแล้วขอรับ!"

ทั้งสองจนปัญญา หันมาสบตากันแวบหนึ่ง ก่อนจะประสานมือรับคำ แล้วเดินตามซ่งอินไปราวกับจะไปสู่ลานประหาร

ไม่นานทั้งสามก็เดินพ้นประตูสำนัก มุ่งหน้าลงเขา สีหน้าของซ่งอินดูปกติ เพียงแต่แฝงความเคร่งขรึมเล็กน้อย ผิดกับศิษย์น้องทั้งสองที่มีสีหน้ากระวนกระวายยิ่งกว่าเดิม

เอาวิชาโอสถมนุษย์มาล่อพวกเขารึ?

คำพูดนี้พวกเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ไปคราวนี้ต้องตายแน่ๆ คนตายจะไปฝึกวิชาโอสถมนุษย์ได้อย่างไร?

หวังฉีเจิ้งแววตาฉายความอำมหิต เอ่ยขึ้นว่า "ศิษย์พี่ เจ้าจินกวงมัน..."

ซ่งอินยกมือขึ้นห้ามเขาไว้ ถอนหายใจยาว "ข้ารู้ ท่านอาจารย์คิดว่าข้าไม่รู้ แต่ความจริงข้าเห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง"

คำพูดนี้ทำเอารูม่านตาของจางเฟยเสวียนหดเกร็ง ถามตะกุกตะกัก "ระ... รู้อะไรหรือ?"

เกิดอะไรขึ้น?!

หรือว่าซ่งอินรู้ความจริงมาตั้งแต่ต้น? ที่ผ่านมาแค่แกล้งปั่นหัวพวกเขารึ?!

"ท่านอาจารย์..."

ซ่งอินเงยหน้ามองฟ้า แววตาเปี่ยมด้วยความซาบซึ้ง "ต่อให้ไม่เปิดเนตรวิเศษข้าก็รู้ ท่านอาจารย์ถูกพิษ แม้ท่านจะใช้เสื้อผ้าปิดบังไว้ แต่ข้ายังคงสัมผัสได้ถึงพิษร้ายแรงนั้น มันเป็นพิษจากโอสถพิษแค้น... เพื่อมอบโอสถให้ข้าได้รู้แจ้ง ท่านอาจารย์ต้องจ่ายค่าตอบแทนไปไม่น้อย น่าเจ็บใจนักที่ข้าไม่ได้ดูออกตั้งแต่แรก!"

นั่นคือพิษจากโอสถพิษแค้น กลิ่นอายนั้นไม่มีทางผิดเพี้ยน

ซ่งอินกล่าวด้วยความรู้สึกผิด "พิษร้ายแรงขนาดนั้น แม้แต่พวกเจ้าถือครองโอสถไว้ก็ยังได้รับผลกระทบ ท่านอาจารย์เดิมทีมีตบะแก่กล้าคงไม่เป็นไร แต่ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจศึกษาสำนักมารนั่นจนอ่อนล้า เกรงว่าตอนที่มอบโอสถให้ข้า ท่านคงได้รับผลกระทบเข้าให้แล้ว ถึงกระนั้นท่านอาจารย์ก็ยังแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรต่อหน้าพวกเรา อ้างเพียงว่าอ่อนเพลียจากการใช้ความคิด..."

"ไม่ใช่ ศิษย์พี่ ฟังข้านะ จินกวงมันหลอกท่าน!" หวังฉีเจิ้งทนไม่ไหวโพล่งออกมาในที่สุด ทำเอาจางเฟยเสวียนตาเบิกโพลง ตัวแข็งทื่อไปทันที

ซ่งอินโบกมือ "ข้ารู้ว่าท่านอาจารย์หลอกข้า ท่านเป็นคนเข้มแข็งปานนั้น จะยอมปริปากบอกศิษย์ว่าตนเองอ่อนแอได้อย่างไร"

ในสายตาของซ่งอิน อาจารย์เป็นคนเข้มแข็งทรนงตน

ตั้งแต่เข้าสำนักมา เขาก็มองออกอย่างทะลุปรุโปร่ง หากอาจารย์ไม่ใช่คนเข้มแข็ง ไฉนจึงมาตั้งรกรากในเทือกเขาซูมีที่ไม่มีอะไรเลยเช่นนี้

เทือกเขาซูมีแห่งนี้กันดารจนมีแต่ผักป่ารากไม้ แถมยังมีปีศาจร้าย แต่อาจารย์กลับมาเปิดสำนักที่นี่ รับศิษย์ที่ส่วนใหญ่มีพรสวรรค์ธรรมดาสามัญ ยิ่งดูจากการที่ศิษย์น้องสองกับสามต้องออกไปรวบรวมคนธรรมดาจากภายนอกเข้ามา เห็นได้ชัดว่าโลกภายนอกนั้นวุ่นวายโกลาหล ท่านจึงสร้างสถานที่อันสงบสุขขึ้นในเทือกเขาซูมีแห่งนี้...

แต่ถึงจะเป็นเทือกเขาซูมีที่กันดาร ก็ยังมีพวกมารนอกรีตสำนักพีเจี่ยมาสร้างความเดือดร้อน!

อาจารย์ไม่อยากกำจัดปีศาจปราบมารหรอกหรือ?

ดูจากคำสั่งสอนที่พร่ำสอนเขามาตลอด ท่านย่อมอยากทำแน่ แต่ทำไม่ได้ เพราะกำลังไม่เพียงพอ...

ปัง!

อากาศรอบตัวระเบิดออกกะทันหัน ทำเอาศิษย์น้องทั้งสองสะดุ้งโหยง เห็นเพียงซ่งอินกำหมัดแน่น มองตรงไปข้างหน้า กัดฟันกล่าวว่า:

"แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว! ข้ามีพรสวรรค์ระดับมหาเซียนที่ไร้เทียมทานในยุคสมัย ท่านอาจารย์ตั้งความหวังไว้กับข้าอย่างเปี่ยมล้น ครั้งนี้คือบททดสอบของข้า ข้าจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้วิถีแห่งธรรมรุ่งโรจน์ ไม่ให้ท่านอาจารย์ต้องขายหน้า!"

จางเฟยเสวียน "......"

หวังฉีเจิ้ง "......"

เอาเถอะ ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว

จางเฟยเสวียนเดิมทีก็แทบจะทนไม่ไหวแล้ว แต่พอลองคิดดูดีๆ ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดปกติ

เจ้าหมอนี่อยู่ตีนเขามาสองเดือน ได้รับการดูแลอย่างดีจากจินกวง

หลอกว่าเขามีพรสวรรค์ระดับมหาเซียน เพื่อจะจับเขาโยนลงเตาหลอมโอสถ?

แต่เขากลับฝึกจนสำเร็จ 'กายแท้ไร้รั่วไหล' ในเตาหลอมนั้น แถมยังได้ 'คัมภีร์มหาโอสถจินเซียน' ไปครองอีก

จากปุถุชนก้าวขึ้นสู่ระดับผู้ฝึกตนทีละขั้นๆ

สรุปแล้วหลอกอะไรเขาบ้าง?

ถ้าไม่ใช่เพราะจางเฟยเสวียนเข้าสำนักมาก่อน เจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าไป เขาเองก็คงจะเชื่อเหมือนกัน

ถึงขั้นที่ตอนนี้เขาเริ่มสงสัยแล้วว่า ตาเฒ่าจินกวงแกล้งทำหรือเปล่า...

ขืนพูดมากไปกว่านี้ ด้วยความเชื่อมั่นที่ซ่งอินมีต่อจินกวง จินกวงจะตายหรือไม่ตายไม่รู้ แต่พวกเขาสองคนต้องตายแน่นอน

จางเฟยเสวียนเม้มปาก ได้แต่ประสานมือ "ศิษย์พี่กล่าวได้ถูกต้องขอรับ"

ซ่งอินยิ้มมุมปาก หันกลับมามองทั้งสองคน "ท่านอาจารย์ไม่อยากเอ่ยถึง พวกเจ้าก็ไม่อยากเอ่ยถึง แต่ข้าก็ยังมีวิธี ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ที่นั่น ท่านอาจารย์คงจะเข้าใจเจตนาของข้า"

เจ้าตัวเล็กนั่นสามารถดูดซับพิษได้ทุกชนิด ทิ้งมันไว้ให้อยู่กับอาจารย์ เช่นนี้อาจารย์ก็จะไม่เสียหน้า และเขาซ่งอินก็ได้ทำหน้าที่ศิษย์กตัญญู!

...

บนยอดเขาหน้าประตูสำนัก จินกวงมองดูทั้งสามคนเดินออกจากประตูสำนักไป รอจนผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดเขาก็ระงับความปิติยินดีในใจไว้ไม่อยู่ ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น "ฮ่าๆๆๆๆๆ!"

ในที่สุด!

ในที่สุดเขาก็เป็นอิสระเสียที!

ก่อนหน้านี้ถูกซ่งอินบีบให้รออยู่ในห้องหลอมโอสถ ต่อมาก็ถูกพิษโอสถเล่นงานจนต้องเก็บตัวถอนพิษ เขาแทบจะสิ้นหวังแล้ว

พิษร้ายนั้นทำให้ร่างกายเขาเน่าเปื่อย เกิดฝีหนองไปทั่วตัว แม้แต่บนใบหน้าก็ยังมี ต้องใช้แป้งหนาเตอะปกปิดไว้ เขาไม่กล้าแม้แต่จะใช้พลังวัตร กลัวว่าซ่งอินจะสังเกตเห็นความผิดปกติ แล้วเกิดนึกสนุกเปิด 'เนตรวิเศษ' บ้าบอนั่นขึ้นมาดู...

จะให้ซ่งอินไปตายด้วยมือเขานั้นยากเกินไป สู้ก็สู้ไม่ได้ วางยาก็ไร้ผล ไม่ต้องพูดถึง 'กายแท้ไร้รั่วไหล' อันประหลาดพิสดารนั่น แค่ 'ภูตวิญญาณฮุ่นหยวน' บนตัวมัน พิษชนิดไหนก็คงทำอะไรไม่ได้

แต่ทว่า...

เขาไม่มีปัญญา ไม่ได้หมายความว่าสำนักพีเจี่ยจะไม่มีปัญญา!

ในเทือกเขาซูมี สำนักพีเจี่ยมีชื่อเสียงโด่งดังกว่าสำนักจินเซียนของพวกเขามากนัก ทั้งสำนักตั้งอยู่ที่นั่น ซ่งอินไม่มีทางรอดชีวิตกลับมาได้แน่

ส่วนจางเฟยเสวียนกับหวังฉีเจิ้ง ถ้ากำจัดซ่งอินได้ จะเสียสองคนนี้ไปก็ช่างปะไร

ลูกศิษย์น่ะ เดิมทีเขาก็รับมาเพื่อรวบรวมวัตถุดิบอยู่แล้ว

"เสียดายก็แต่ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนตัวนั้น ถ้าได้มันมา ข้าคงไม่ต้องรอจนถึงขั้นสร้างรากฐาน ไม่ต้องสนเรื่องสภาพจิตใจของพวกปุถุชน อยากจะหลอมอย่างไรก็หลอมได้ตามใจชอบ..."

หัวเราะจนพอใจแล้ว จินกวงก็ถอนหายใจ เผยสีหน้าเสียดายออกมา

แอ๊ด!

ประตูตำหนักจู่ๆ ก็ปิดลง ทำให้ภายในตำหนักมืดสลัว

"ฮิฮิ!"

ยังไม่ทันที่จินกวงจะสงสัย เขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะเล็กแหลมดังขึ้นข้างหู ท่ามกลางความมืดสลัว พร้อมกับเสียงหัวเราะนั้น เจ้าตัวเล็กสีเขียวตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ขอบประตู

เป็นมันที่ปิดประตู...

เจ้าตัวเล็กหันหลังให้จินกวง ร่างสองร่างที่เชื่อมติดกันค่อยๆ หมุนศีรษะกลับมาพร้อมกัน โดยที่ตัวยังคงนิ่งอยู่ ศีรษะหมุนกลับมาจนสุด ปากทั้งสี่ฉีกยิ้มกว้างจนน่าสยดสยอง

"ภูตวิญญาณฮุ่นหยวน!"

จินกวงเบิกตากว้าง แววตาฉายความปิติยินดี "จอมเทพฮุ่นหยวนเปลี่ยนใจแล้วหรือ? รู้ว่าเจ้าซ่งอินต้องตายแน่ เลยประทานพรมาให้ข้าสินะ?! ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ อึก!"

เสียงหัวเราะชะงักค้าง

เพราะภูตวิญญาณฮุ่นหยวนที่กำลังฉีกยิ้มอยู่นั้น ปากของมันฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ กว้างจนเกินขนาดตัว เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคม ยักษ์ตาเดียวที่อยู่ตรงกลางยื่นหนวดที่มีหนามแหลมออกมาจากปาก หนวดนั้นขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีขนาดเท่าครึ่งตัวของจินกวง ส่วนภูตสามปากก็อ้าปากกว้าง พ่นน้ำลายที่เป็นควันพิษออกมา

"ว้าาก!"

ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนส่งเสียงร้องวาวา หนวดสะบัดราวกับแส้ ปากทั้งสามพ่นของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงปนควันพิษ พุ่งเข้าใส่จินกวงพร้อมกัน...

จบบทที่ บทที่ 30 ข้าทิ้งเจ้าตัวเล็กไว้ให้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว