- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 24 โอสถพิษแค้นของข้า!
บทที่ 24 โอสถพิษแค้นของข้า!
บทที่ 24 โอสถพิษแค้นของข้า!
บทที่ 24 โอสถพิษแค้นของข้า!
ซ่งอินพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ไม่ว่าอย่างไร เมื่อสำนักเข้าที่เข้าทางแล้ว พวกเราก็ควรออกไปเปิดหูเปิดตาบ้าง ท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่า การบำเพ็ญเพียรนั้น แท้จริงแล้วก็คือการบำเพ็ญทางโลก"
จางเฟยเสวียนประสานมือคารวะ เอ่ยสนับสนุน "ศิษย์พี่กล่าวถูกต้องแล้วขอรับ"
"อืม ข้าได้รับโอสถแล้ว เจ้าจุดไฟอีกสักเตาแล้วค่อยไปพักเถอะ ข้าจะหลอมโอสถผักป่าเพิ่มอีกหน่อย"
ซ่งอินกำลังพูดอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกถึงบางอย่าง หันไปมองที่ไหล่ เห็นเจ้าภูตวิญญาณฮุ่นหยวนตัวที่มีสามปาก ยื่นมือเล็กจิ๋วออกมาข้างหน้า
เจ้าตัวเล็กสองตัวที่ตัวติดกัน ดวงตาสามดวงจ้องมองมาทางนี้ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา
ซ่งอินมองโอสถพิษแค้นในมือ "เจ้าอยากได้รึ?"
ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนพยักหน้าหงึกหงัก แขนขาทั้งแปดข้างโบกสะบัดไปมา ก่อนจะกระโดดผลุงลงมาบนหลังมือซ่งอิน ปีนป่ายไปยังโอสถพิษแค้น สองมือสองเท้าโอบกอดเม็ดโอสถไว้แน่น ร่างกายของทั้งสองตัวหลอมรวมกัน ปากทั้งสี่อ้ากว้างจนเบียดดวงตาหายไป งับโอสถพิษแค้นเข้าไปคำเดียวหมด
"ฮิฮิฮิ!"
พอกลืนโอสถลงท้อง ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนก็ส่งเสียงหัวเราะอย่างมีความสุข นอนกลิ้งไปมาบนมือซ่งอินท่าทางสำราญใจ
"เจ้าตัวประหลาดนี่ชอบกินยาพิษงั้นรึ?"
ซ่งอินยิ้มขำ แล้วก็นึกอะไรขึ้นได้ หยิบโอสถพลังชีวิตขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แสงสีขาววาบผ่านดวงตา ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ "มิน่าล่ะ พิษในโอสถพวกนี้ถึงหายไปหมด ข้าก็นึกว่าเพราะใช้วัตถุดิบที่มีพิษน้อย บวกกับคุณภาพโอสถระดับสูงเลยมองไม่เห็น ที่แท้ก็โดนเจ้าดูดไปหมดนี่เอง"
ทุกครั้งที่หลอมยา ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนจะลงไปเล่นในเตา ตอนนั้นมันคงดูดพิษจากสมุนไพรไปจนหมด
เจ้านี่มีประโยชน์ไม่เบา
"ตั้งชื่อให้เจ้าแล้วกัน เรียกว่า 'เจ้าตัวเล็ก' ดีไหม"
ซ่งอินกระดกนิ้ว เจ้าตัวเล็กกลิ้งหลุนๆ ไปถึงข้อมือ ลุกขึ้นยืนเต้นระบำโยกย้ายส่ายสะโพก แล้ววิ่งไต่แขนซ่งอินขึ้นไปบนไหล่ หันก้นที่มีสามปากใส่จางเฟยเสวียน ทำท่าเหมือนผายลม ส่วนตัวตาเดียวก็แลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าทะเล้นใส่
"ตลกดีแท้"
ซ่งอินส่ายหน้ายิ้มๆ หันไปหาจางเฟยเสวียน "โอสถของท่านอาจารย์ถือว่าข้ารับไว้แล้ว เจตนาของท่านข้าก็รับรู้แล้ว เดี๋ยวหลอมยาเสร็จ ข้าจะไปกราบเรียนท่านด้วยตัวเอง"
จางเฟยเสวียนถอนหายใจโล่งอก ไม่ตายก็ดีแล้ว... เขาเองรอดตายก็พอแล้ว
"ศิษย์พี่ ภูตวิญญาณตัวนี้ช่าง..."
จางเฟยเสวียนพูดยังไม่ทันจบตาก็เบิกโพลง
ร่างของภูตวิญญาณฮุ่นหยวนบนไหล่ซ่งอินพลันเปลี่ยนรูปไป ตัวตาเดียวลูกตาถลนออกมา ลิ้นเปลี่ยนเป็นหนวดมีหนามแหลมคม ส่วนตัวสามปากดวงตาถูกเย็บติดด้วยด้ายดำ ปากทั้งสามฉีกกว้างเต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม น้ำลายไหลย้อยหยดติ๋งๆ พอโดนอากาศก็กลายเป็นควันพิษกัดกร่อน
"มะ... มัน..." จางเฟยเสวียนชี้มือสั่นระริกไปที่ภูตวิญญาณ
"หือ?"
ซ่งอินมองตามนิ้วไป เห็นเจ้าตัวเล็กบนไหล่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนานตามปกติ
"ศิษย์น้อง?" ซ่งอินถามอย่างสงสัย
ขณะที่เขาหันไป ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนที่แปลงร่างสยดสยองเมื่อครู่ก็กลับคืนร่างเดิม ตัวตาเดียวยื่นนิ้วป้อมๆ ที่ปลายนิ้วงอกออกมาเป็นนิ้วคนปกติ ส่ายไปมาใส่จางเฟยเสวียน
จางเฟยเสวียนเม้มปาก ฝืนยิ้มแข็งทื่อ "ภูตวิญญาณของศิษย์พี่ช่างน่ารักน่าชังจริงๆ ขอรับ"
ซ่งอินพยักหน้าเห็นด้วย "หลอมยาก็ได้ ดูดพิษก็ดี แถมยังขี้เล่น ของเลี้ยงดูเล่นของจอมเทพฮุ่นหยวนในตำนานนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ"
"ใช่ขอรับ ศิษย์พี่... งั้นข้าจุดไฟ..."
จางเฟยเสวียนรีบประสานอินจุดไฟขึ้นอีกเตา แล้วประสานมือคารวะ "ข้าขอตัวลาไปพักก่อนนะขอรับ"
"อืม วันนี้เจ้าคงเหนื่อยมากจริงๆ สีหน้าดูไม่ค่อยดี ไปพักผ่อนเถอะ"
วันนี้จางเฟยเสวียนดูเหม่อลอยและตกใจง่ายจนผิดสังเกต ทำเอาซ่งอินแปลกใจ
เมื่อจางเฟยเสวียนถอยออกไป ซ่งอินมองดูเจ้าตัวเล็กกระโดดลงไปในเตาหลอม เขาประสานอินปิดฝาเตา แล้วนั่งสมาธิหลอมยาต่อ
เดี๋ยวหลอมเสร็จต้องไปหาท่านอาจารย์เสียหน่อย
...
ดวงจันทร์สองดวงลอยเด่นกลางนภา จินกวงเดินงุ่นง่านไปมาในห้องปรุงยา เหลือบมองกองเนื้อเละๆ ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าบนพื้นเป็นระยะ
เขามั่นใจในโอสถพิษของตัวเองมาก นั่นเป็นพิษที่เขารวบรวมมาจากภัยพิบัติใหญ่เมื่อหลายปีก่อน ผสมกับคราบงูปีศาจและพิษศพ หลอมออกมาเป็นโอสถพิษร้ายแรง ดูภายนอกไม่มีทางรู้ กินเข้าไปตอนแรกก็ไม่รู้สึก แต่พอพิษกำเริบเมื่อไหร่ รับรองไม่รอด
ต่อให้ซ่งอินมี 'กายแท้ไร้รั่วไหล' จริงๆ ถึงมองออกเขาก็ไม่กลัว
จากนิสัยของซ่งอิน คงฆ่าจางเฟยเสวียนทิ้งทันที ไม่สาวความถึงตัวเขาหรอก
"ชิ... ถ้าไม่ติดว่ากลัวดวงตานั่นจะมองเห็นความจริง จะเลี้ยงไว้ใช้งานจนถึงตอนสร้างรากฐานก็ได้แท้ๆ..." จินกวงคิดแล้วก็เดาะลิ้นอย่างเสียดาย
"ท่านอาจารย์!"
จู่ๆ เสียงเรียกก็ดังขึ้นจากด้านนอก จินกวงหน้าบานทันที
สำเร็จแล้วหรือ?! วันเดียวเองนะ ง่ายขนาดนี้เชียว?
แต่แล้วสีหน้าเขาก็เปลี่ยนไป กำแพงหินมีอาคมปิดผนึกอยู่ คนทั่วไปไม่มีทางส่งเสียงเข้ามาได้ คนที่ส่งเสียงเข้ามาได้ขนาดนี้...
ตูม!
กำแพงหินถูกทุบจนแตกละเอียด เศษหินปลิวว่อนไปทั่ว
จินกวงตาเหลือก ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างเงาทะมึนที่แผ่รังสีอำมหิต (ในสายตาจินกวง) ก็มายืนตระหง่านอยู่หน้าประตู
"ท่านอาจารย์ ได้ยินว่าท่านออกจากฌานแล้ว ศิษย์หลอมยาเสร็จก็รีบมาหาเลยขอรับ!"
ซ่งอินก้าวเข้ามาในห้อง พอเห็นจินกวงก็ยิ้มร่า ประสานมือคารวะ "ท่านอาจารย์ ไม่เจอกันหลายวัน ศิษย์คิดถึงท่านยิ่งนัก!"
"อิ... อินเอ๋อร์..."
จินกวงฝืนยิ้ม ตัวสั่นเทา "มะ... ไม่ใช่ อาจารย์ยังไม่ออก อาจารย์ยังวิจัยอยู่"
"อ้าว? แต่ศิษย์น้องรองบอกว่าท่านออกมาเมื่อคืน แถมยังฝากโอสถพิษแค้นมาให้ศิษย์ด้วย..."
ได้ยินดังนั้น จินกวงยิ่งสั่นหนักกว่าเดิม
มันรู้แล้ว! มันมาคิดบัญชีแล้ว! ไอ้ชาติชั่วจางเฟยเสวียน ไหนบอกอยากได้วิชาโอสถมนุษย์ ทำไมหักหลังกันเร็วนักวะ!
"ที่แท้ท่านอาจารย์ยังไม่ออก แต่ก็ยังอุตส่าห์เป็นห่วงศิษย์ ศิษย์จะตั้งใจฝึกฝนให้ดีขอรับ! ท่านอาจารย์ ศิษย์เข้าใจเจตนาที่ท่านมอบโอสถให้แล้ว แต่โอสถนั้นศิษย์ไม่ได้ใช้ เลยยกให้เจ้าตัวเล็กไป มันดูจะชอบกินพิษมาก ภูตวิญญาณฮุ่นหยวนนี่ใช้ได้เลยทีเดียว"
"เจ... เจตนา? หา... อ้อ ศิษย์รักเจ้าพอใจก็ดีแล้ว เอ่อ..."
สมองจินกวงประมวลผลอย่างรวดเร็ว พยายามทำความเข้าใจคำพูดของซ่งอิน ดูเหมือนมันจะไม่ระแคะระคาย... นี่เป็นเรื่องดี งั้นไหลตามน้ำไปก่อน แล้วค่อยหาทาง...
"ภูตวิญญาณฮุ่นหยวน?!"
ความคิดทั้งหมดในหัวจินกวงปลิวหายไปทันที เขาเบิกตากว้าง ถามเสียงหลง "เจ้าว่าอะไรนะ?"
"นี่ไงขอรับ"
ซ่งอินยกมือขึ้น เจ้าตัวเล็กโผล่หัวออกมาจากหลังมือ หมุนตัวโชว์ตัวเหมือนเดินแบบ แล้วเริ่มเล่นซุกซน
ลูกตาจินกวงแทบถลนออกมา "นะ... นั่นมันภูตวิญญาณฮุ่นหยวนจริงๆ รึ?"
ของพรรค์นี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน สมัยหนุ่มๆ เขาเคยกราบไหว้จอมเทพฮุ่นหยวนทุกวัน หวังว่าจะได้รับพร แต่ก็เงียบกริบ จนตอนรับจ้าวยวนฮว่ามาเป็นศิษย์ เขาเลยโยนรูปเคารพให้ไปบูชาแทน เลิกสนใจไปนานแล้ว
แต่เจ้าตัวนี้... ดูยังไงก็เหมือนภูตวิญญาณฮุ่นหยวนในตำนานเปี๊ยบ
เกิดอะไรขึ้น? หรือจอมเทพฮุ่นหยวนจะชอบฝ่ายธรรมะจริงๆ?
"ศิษย์รัก ขอดูหน่อย ขอดูหน่อย..."
จินกวงยื่นมือสั่นๆ ออกไปจะคว้าเจ้าตัวเล็ก ถ้าได้เจ้านี่มา การบรรลุเป็นเซียนก็แค่เอื้อมแล้ว!
"ฮิ!"
มือเขายังไม่ทันถึง เจ้าตัวเล็กก็หัวเราะคิกคัก ยื่นแขนเล็กๆ ที่เหมือนหนวดปลาหมึกออกมา จิ้มที่ปลายนิ้วจินกวงเบาๆ
แค่จิ้มเบาๆ ทันใดนั้นจินกวงก็รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมพุ่งเข้าสู่ร่างกาย ใบหน้าที่แดงก่ำจากการอดอาหารมาหกวัน พลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำ
อวัยวะภายในปั่นป่วน หลอมละลาย เน่าเฟะ... จินกวงตัวสั่นเทิ้ม อ้าปากกว้าง ใบหน้าเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป ยืดยาวออก
ส่วนเจ้าตัวเล็กหลังจากจิ้มนิ้วจินกวงแล้ว ก็หัวเราะชอบใจ เลือนหายไปจากมือซ่งอิน ไปโผล่บนไหล่แทน
"ท่านอาจารย์?" ซ่งอินขมวดคิ้ว
"ไม่เป็นไร... อาจารย์ไม่เป็นไร... เจ้าออกไปก่อน... อาจารย์เกิดแรงบันดาลใจ... น่าจะวิจัยมารร้ายนี่ได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว" จินกวงกัดฟันพูดทีละคำด้วยความยากลำบาก
"เกิดแรงบันดาลใจหรือขอรับ? งั้นศิษย์ไม่รบกวนแล้ว แต่ว่ารูปปั้นครึ่งตัวข้างนอกนั่นเป็นรูปใครกันแน่ รบกวนท่านอาจารย์บอกด้วย ศิษย์จะได้ซ่อมแซมถูก"
"ชิง... ชิงเป่า! จอมเทพชิงเป่า! รีบออกไป!"
"ขอรับ!"
เห็นท่าทางจินกวงเหมือนจะอั้นไม่ไหว ซ่งอินก็ไม่กล้าชักช้า กลัวจะไปขัดจังหวะสำคัญ รีบประสานมือแล้วถอยฉากออกมาทันที
จินกวงยกมือขึ้น เศษหินที่แตกกระจายลอยกลับไปปิดปากถ้ำ เขาประสานอินร่ายคาถาปิดผนึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่รู้ว่าทนมานานแค่ไหน ทันใดนั้นเขาก็คำรามลั่น กลิ้งเกลือกไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด
ใบหน้าของเขายืดยาวออก ปากงอกเขี้ยวแหลมคม ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำ ร่างกายมีขนสีเทางอกยาวออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ ผิวหนังปุดเป็นฝีหนองจำนวนมหาศาล แล้วแตกออก น้ำหนองไหลเยิ้ม แล้วก็ปุดขึ้นมาใหม่
ร่างผอมแห้งขยายใหญ่ขึ้นจากการที่ฝีหนองแตกและงอกใหม่ซ้ำๆ แว่วเสียงโหยหวนของวิญญาณดังออกมาจากแผลเหล่านั้น
จินกวงในร่างอสุรกายนอนหมอบกับพื้น หอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาสีแดงปูดโปนแทบถลน เสียงแหบพร่าคำรามด้วยความเคียดแค้น
"พิษ! มันคือโอสถพิษแค้น! โอสถพิษแค้นของข้า! อ๊ากกก!!"
เสียงร้องโหยหวนของจินกวงดังก้องไปทั่วห้องหลอมโอสถ