- หน้าแรก
- ศิษย์พี่...ท่านพูดถูก!
- บทที่ 6 ฝ่ายธรรมะ? ฝ่ายธรรมะอะไร?
บทที่ 6 ฝ่ายธรรมะ? ฝ่ายธรรมะอะไร?
บทที่ 6 ฝ่ายธรรมะ? ฝ่ายธรรมะอะไร?
บทที่ 6 ฝ่ายธรรมะ? ฝ่ายธรรมะอะไร?
"อ๊าก!!"
เมื่อถูกไอสีขาวกดทับ คนป่าไม่เพียงแต่คุกเข่าลง ผิวหนังทั่วร่างยังเหมือนถูกไฟเผา ละลายและไหม้เกรียมจนส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
แต่ยิ่งร้องโหยหวน ไอโลหิตรอบกายก็ยิ่งปะทุรุนแรง เงาเขาสองข้างบนศีรษะเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น
"เลือด... เอาเลือดมาให้ข้า... เอามา..."
เปรี้ยง!!
เท้าข้างหนึ่งพุ่งทะลุศีรษะของมันอย่างจัง ส่งแรงกระแทกมหาศาลเตะร่างนั้นปลิวไปไกล
"หือ? อย่า..."
จางเฟยเสวียนที่ยืนอยู่หน้าประตูหลบไม่ทัน ถูกร่างนั้นกระแทกจนปลิวกระเด็น ส่วนร่างไร้หัวของคนป่าพุ่งไปชนรูปปั้นครึ่งตัวไร้หัวที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางตำหนักจนเกิดรอยยุบขนาดใหญ่
ซ่งอินก้าวเดินออกมาจากห้องหลอมโอสถ จ้องมองร่างที่ฝังอยู่ในรอยยุบของรูปปั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม แค่นเสียงอย่างดูแคลน "ฮึ พวกมารนอกรีต ตายไปก็ไม่น่าเสียดาย! ที่นี่มีพวกมารชุกชุมจริงๆ ผ่านไปไม่ทันไรก็มีมารบุกเข้ามาอีกแล้ว"
ทว่าสิ้นเสียงซ่งอิน ร่างไร้หัวนั้นก็ส่งเสียงออกมาอีกครั้ง ร่างกายลอยออกมาจากรอยยุบราวกับมีพลังลึกลับคอยประคอง ไอโลหิตมหาศาลพุ่งออกจากร่าง ก่อตัวเป็นศีรษะที่มีเขาคู่สีแดงฉานน่าเกลียดน่ากลัวขึ้นมาแทนที่หัวเดิม
"พรแห่งอู๋เลี่ยง?!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจของจินกวงดังมาจากด้านหลัง
"เลือด!"
เสียงดังมาจากร่างนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเสียงที่ดังกังวานยิ่งกว่าก้องอยู่ในหัวของซ่งอิน คล้ายเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความปิติยินดี
เสียงหัวเราะนั้นเหมือนกำลังบอกซ่งอินว่า ไปฆ่ามันซะ ไปเอาเลือดมาให้มากกว่านี้...
แค่ฆ่ามัน เอาเลือดมาให้มากกว่านี้ ก็จะได้พลังที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ก็จะ...
เป็นเซียน!
"มารร้าย!"
ซ่งอินเบิกตากว้าง ไอสีขาวพุ่งทะยานเสียดฟ้า กดทับเสียงหัวเราะนั้นจนเงียบกริบ
เขาตะคอกเสียงดัง "เป็นมารร้ายจริงๆ ด้วย คอยล่อลวงผู้คนอยู่ตลอดเวลา แต่ข้าซ่งอินคือศิษย์สำนักฝ่ายธรรมะ มารกระจอกอย่างเจ้ากล้ามาล่อลวงข้าถึงในจิตสำนึกเชียวรึ? ไสหัวไป!"
สิ้นเสียงตวาด เสียงหัวเราะนั้นก็หายวับไป ซ่งอินก้าวยาวๆ สามก้าวไปถึงร่างนั้น กางนิ้วทั้งห้ากดลงที่รอยตัดบนลำคอที่มีไอโลหิตพุ่งพล่าน
ไอสีขาวทะลักเข้าไป กดข่มไอโลหิตที่ฟุ้งกระจายจนสงบลง ร่างไร้หัวนั้นละลายหายไปในไอขาวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกองเนื้อเละๆ กองอยู่กับพื้น
"ฮึ!"
ซ่งอินสะบัดชายเสื้อ แล้วหันไปมองคนที่ถูกกระแทกปลิว ขมวดคิ้วถาม "เจ้าเป็นใคร"
"หา ใคร? ข้าเหรอ?"
จางเฟยเสวียนที่ถูกกระแทกปลิวยังนอนกองอยู่กับพื้น ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอวัยวะภายใน แต่ยังไม่ทันจะได้สำรวจอาการ เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบไปทั้งตัว เพียงแค่สายตาอันทรงพลังของคนเถื่อนผู้นี้จ้องมองมา พลังเวทในกายเขาก็เหมือนจะสลายหายไป
ไอ้คนเถื่อนนี่โผล่มาจากไหนเนี่ย!
เมื่อเห็นคนเถื่อนเดินเข้ามาใกล้พร้อมกางนิ้วมือออก จางเฟยเสวียนกลืนน้ำลายเอือก เหลือบมองกองเนื้อเละๆ นั้นแล้วรู้สึกขนลุกซู่ ขาสั่นพับๆ
จางเฟยเสวียนหันไปมองจินกวงตามสัญชาตญาณ แต่เห็นอาจารย์ยืนทำหน้าเหม่อลอย พึมพำไม่หยุดปาก "พรวิเศษ... พรวิเศษหายไปแล้ว..."
จบกัน!
อาจารย์สติแตกไปแล้ว!
"เจ้ามองอาจารย์ข้าทำไม" ซ่งอินขมวดคิ้ว "เจ้าเป็นใคร รีบบอกมา มากับเจ้ามารร้ายนั่น เป็นพวกเดียวกันงั้นรึ?"
หือ? อาจารย์?
เห็นฝ่ามือของซ่งอินเริ่มมีไอสีขาวผุดขึ้น จางเฟยเสวียนก็เหมือนบรรลุธรรม ตะโกนลั่นทันที "ข้าน้อยจางเฟยเสวียน ศิษย์พี่รองแห่งสำนักจินเซียน! ฝึกวิชา คัมภีร์มหาโอสถจินเซียน เหมือนกัน ข้าไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับคนสำนักพีเจี่ย มันแค่ตามข้ามาเฉยๆ!"
พูดไม่ทันขาดคำ มือใหญ่ของซ่งอินก็เข้ามาใกล้ จางเฟยเสวียนหลับตาปี๋ด้วยความกลัว
ไอสีขาวไม่ได้กดลงบนหัวเขา แต่จางเฟยเสวียนกลับรู้สึกตัวเบาหวิว แรงมหาศาลดึงเขาให้ลุกขึ้นยืน จากนั้นเสียงของซ่งอินก็ดังขึ้น "ที่แท้ก็ศิษย์พี่รองนี่เอง ข้าน้อยซ่งอิน ศิษย์สืบทอดเจตนารมณ์ของท่านอาจารย์ ขอคารวะ!"
เขาลืมตาขึ้น เห็นซ่งอินประสานมือคารวะด้วยสีหน้าจริงจัง
จางเฟยเสวียนปาดเหงื่อบนใบหน้า ฝืนยิ้ม "มิ... มิกล้า ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าศิษย์พี่หรอก"
"หือ?" ซ่งอินหน้าบึ้ง "ศิษย์พี่รังเกียจข้าหรือ"
"ไม่ใช่ ไม่มี ข้าหมายความว่า..."
จางเฟยเสวียนกลอกตาไปมา ในหัวนึกภาพจ้าวยวนฮว่าที่ตายอย่างอนาถในหลุมที่ลานกว้าง จึงรีบพูดรัวเร็ว "มรรควิถีไม่แบ่งก่อนหลัง ผู้บรรลุเป็นพี่ ท่านบอกว่าเป็นศิษย์สืบทอดเจตนารมณ์ของอาจารย์ งั้นท่านก็สมควรเป็นศิษย์พี่ใหญ่!"
"มิกล้าๆ แม้ข้าจะเป็นศิษย์สืบทอด แต่ก็เพิ่งเข้าสำนัก ยังอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการบำเพ็ญเพียรกับศิษย์พี่ทั้งหลาย ไม่อาจรับตำแหน่งนี้ได้หรอกขอรับ"
ซ่งอินโบกมือปฏิเสธพัลวัน สีหน้าถ่อมตน "ข้าเข้าสำนักทีหลังสุด เป็นเพียงศิษย์น้องเล็กเท่านั้น"
"ลูกพี่ ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว!"
จางเฟยเสวียนรีบประสานมือคารวะ "ลูกพี่เก่งกาจขนาดนี้ นอกจากท่านแล้วไม่มีใครกล้ารับตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่หรอก พอดีศิษย์พี่ใหญ่คนก่อนตายไปแล้ว ท่านมาเป็นศิษย์พี่ใหญ่ ข้าน้อยสนับสนุนคนแรก ใครไม่ยอมรับ ให้มาคุยกับข้าได้เลย!"
พูดจบเขาก็หันขวับไปทำหน้าดุใส่พวกศิษย์ที่อยู่นอกตำหนัก
ศิษย์เหล่านั้นต่างก้มหน้าประสานมือ ไม่กล้าปริปาก
"ท่านอาจารย์?"
ซ่งอินขมวดคิ้ว หันไปมองจินกวง
"อ่า ใช่ ถูกต้อง!" จินกวงพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย
"ศิษย์พี่ใหญ่!" จางเฟยเสวียนคุกเข่าข้างหนึ่งทันที ประสานมือคารวะ "ท่านรับตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่เถอะ ไม่อย่างนั้นข้าน้อยคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ!"
มีคนเถื่อนขนาดนี้อยู่ เขาไหนเลยจะกล้าแย่งตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ สู้ยกให้ไปเลยดีกว่า จะได้ไม่โดนหมายหัวทีหลัง
ซ่งอินหลับตาลง แล้วลืมตาขึ้น นัยน์ตาฉายประกายแสงสีขาว
"ได้!"
เขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าว ยืนตระหง่านอยู่หน้ารูปปั้น ตะโกนก้อง "ในเมื่อพวกท่านสนับสนุน ข้าก็จะไม่ปฏิเสธ ข้ามีความตั้งใจอยากเปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างอยู่พอดี ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่คนก่อนไม่อยู่แล้ว ข้าจะรับตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่นี้ไว้ เพื่อนำพาสำนักจินเซียนฝ่ายธรรมะของพวกเราให้รุ่งโรจน์!"
สำนักจินเซียนแม้จะดี แต่ศิษย์ขาดความฮึกเหิม สิ่งปลูกสร้างก็ทรุดโทรม จำเป็นต้องมีคนที่มีความตั้งใจจริงมาฟื้นฟู
ตำแหน่งศิษย์พี่ใหญ่ จะช่วยให้ทำงานได้สะดวกขึ้น
คนอย่างซ่งอินไม่เคยถ่อมตัวจนเกินงาม เมื่อถึงคราวต้องรับผิดชอบ ก็มีความกล้าหาญที่จะก้าวออกมาแบกรับ!
"ใช่ๆๆ ให้สำนักจินเซียนฝ่ายธรร..."
จางเฟยเสวียนตะโกนตามน้ำ แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็หน้าแข็งทื่อ "ฝ่ายธรรมะ?!"
ฝ่ายธรรมะอะไร?
ไหนคือฝ่ายธรรมะ?
เขามองซ้ายมองขวา ไม่เห็นความธรรมะสักนิด...
แต่พอเห็นสีหน้าจริงจังขึงขังของซ่งอิน แล้วหันไปมองท่านอาจารย์ที่สติหลุดไปแล้ว เขาก็สูดหายใจเข้าลึก
เขารู้ดีว่าจินกวงถนัดเรื่องต้มตุ๋น ชอบอ้างว่าเป็นสำนักฝ่ายธรรมะเพื่อหลอกลวงคนธรรมดา เพราะฉะนั้น... เจ้านี่ก็คือโอสถมนุษย์ที่พวกข้างนอกพูดถึงว่าทุบจ้าวยวนฮว่าตายงั้นรึ?
และโอสถมนุษย์ผู้นี้... ไม่เพียงแต่ฝึกวิชาสำเร็จ แต่ยังทำให้อาจารย์ไม่กล้าหือ?
จางเฟยเสวียนมองดูสีหน้ามุ่งมั่นอยากจะสร้างผลงานของซ่งอิน แล้วรู้สึกมือเท้าเย็นเฉียบ
หรือว่าไอ้คนเถื่อนนี่จะเข้าใจผิดคิดว่าสำนักจินเซียนเป็นฝ่ายธรรมะจริงๆ?
ตาแก่นี่พาตัวอะไรเข้าสำนักมาเนี่ย...