เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 131 “คำสั่งจากเบื้องบน คืนแห่งความสุขในห้องหอ”

บทที่ 131 “คำสั่งจากเบื้องบน คืนแห่งความสุขในห้องหอ”

บทที่ 131 “คำสั่งจากเบื้องบน คืนแห่งความสุขในห้องหอ”


บทที่ 131 “คำสั่งจากเบื้องบน คืนแห่งความสุขในห้องหอ”

สองวันให้หลัง เช้านี้หลังจากออกกำลังกายเสร็จตามกิจวัตร เหออวี่จู้ก็จัดการล้างหน้าล้างตา เตรียมอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วจึงปลุกอวี่สุ่ยให้ตื่นขึ้นมากินข้าวด้วยกัน พออิ่มหนำสำราญกันทั้งพี่ทั้งน้องแล้ว เขาก็กลับไปจัดการแปลเอกสารอีกหนึ่งเล่ม

พอเหลือบดูนาฬิกา ก็พบว่าเก้าโมงกว่าแล้ว เลยเก็บเอกสารลงกล่อง หันไปเรียกน้องสาว แล้วพากันออกจากบ้าน สองพี่น้องปั่นจักรยานคู่ใจ ผ่านลานหน้าบ้านใหญ่

พอผ่านหน้าบ้านของเหยียนปู้กุ้ยก็บังเอิญเจอเจ้าตัวนั่งอยู่ริมประตู มีถังน้ำกับเบ็ดตกปลาวางอยู่ข้างเท้า พอเห็นสองพี่น้องก็รีบลุกขึ้นทัก

“อ้าว เสี่ยวจู้ จะออกไปไหนเหรอ ?”เขาถามพร้อมแววตาผิดหวังเล็กน้อย คิดไว้เต็มที่ เดิมทีว่าจะชวนเหออวี่จู้ไปตกปลาด้วยกันวันนี้ แต่ดูท่าคงหมดหวังอีกแล้ว

“ออกไปทำธุระหน่อยครับลุง ดูท่าทางอาทิตย์นี้จะอดตกปลากันอีกแล้ว ไว้นัดใหม่คราวหน้าแล้วกันนะครับ ผมรีบ ไปก่อนนะครับ !”

เขาพูดจบก็ไม่รอให้เหยียนปู้กุ้ยพูดอะไรต่อ พาน้องสาวปั่นจักรยานจากไป

เหยียนปู้กุ้ยมองตามด้วยสายตาเสียดาย พอป้าสามมาเห็นเข้าก็อดถามไม่ได้ “อีกแล้วเหรอ ? ไม่ตกปลาอีกแล้วเหรอ ? !”

ป้าสามพึมพำต่อ “นี่ตกงานแล้วนะ ทำไมดูยุ่งยิ่งกว่าตอนทำงานอีก วันหยุดก็ยังออกไปทำธุระ !”

เหยียนปู้กุ้ยถอนหายใจ ตอบด้วยน้ำเสียงปนยกย่อง “ก็เขาน่ะเก่ง ! ตอนนี้เป็นว่าที่ลูกเขยของคุณหลัวไปแล้ว ! คิดดูสิ วันหยุดยังต้องออกไป ‘ทำธุระ’...จะไปที่ไหนได้อีกล่ะ ?”

ป้าสามก็ยังไม่วายสงสัย “เหออวี่จู้น่ะก็เก่งดีหรอก...แต่ฉันก็สงสัยนะว่า ครูหร่านคนนั้นกับเขาน่ะ มีอะไรกันหรือเปล่า ?”

เหยียนปู้กุ้ยเหลือบตามอง “เขาจะมีอะไรก็ช่างเถอะ พวกเราก็อย่าไปพูดมากจะดีกว่า ไม่รู้อะไรดีที่สุด เข้าใจไหม ?”

เขาพูดจริงจัง เพราะตอนนี้เขาไม่กล้ามีปัญหากับเหออวี่จู้เลย กลัวว่าจะทำให้ผลประโยชน์ที่จะได้รับ ต้องหลุดมือไป

ป้าสามยิ้มแหย ๆ รีบตอบ “รู้แล้วน่า ฉันไม่ปากสว่างหรอกน่า ให้ตายก็ไม่ปริปาก !”

เหยียนปู้กุ้ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“งั้นช่วยเตรียมของให้ด้วย จะออกไปตกปลา !”

ป้าสามก็เดินเข้าไปในบ้าน ไปเตรียมน้ำกับของกินให้สามี

หลังจากปั่นจักรยานครึ่งชั่วโมง สองพี่น้องก็มาถึงบ้านพักของครอบครัวหลัว พอเขากดกริ่งเท่านั้นแหละ ทุกคนในบ้านก็พากันออกมาต้อนรับอย่างพร้อมเพรียง

นำโดยคุณหลัวปั้นเฉิง ตามมาด้วยภรรยา หลัวถานซื่อ และหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ ท้ายสุดคือแม่บ้านหวง

เหออวี่จู้เห็นเข้าก็ตกใจเล็กน้อย รีบยกมือไหว้ “โอ้โห...ขนาดนี้เลยเหรอครับคุณลุง คุณป้า เสี่ยวเอ๋อร์...ยังรวมแม่บ้านหวงอีก !”

“ออกมาต้อนรับกันหมดแบบนี้ ผมจะไม่เกรงใจได้ยังไงเนี่ย !”

หลัวปั้นเฉิงหัวเราะ “ก็แน่นอนสิ ! นายคือพ่อครัวใหญ่ของพวกเรา คุมท้องทุกคนเลยนะ ! เข้ามาสิ เข้ามา !”

เมื่อทักทายกันเสร็จ ทุกคนก็พากันเดินเข้าบ้าน

ระหว่างนั้น หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็เดินช้าลง ลากอวี่สุ่ยไปเดินเล่นข้าง ๆ ปล่อยให้พ่อแม่เธอพูดคุยกับเหออวี่จู้

พอเข้าบ้านกันครบ พูดคุยกันสักพัก เหออวี่จู้ก็ถามเรื่องวัตถุดิบต่อ “วันนี้มีวัตถุดิบอะไรบ้างครับ ? ผมขอไปดูในครัวหน่อย !”

คุณนายหลัวรีบหันไปสั่งแม่บ้านหวง “แม่บ้านหวง พาเขาไปดูในครัวเลย ! เขาต้องการอะไร ก็จัดให้หมด !”

“ได้ค่ะคุณนาย ! เชิญทางนี้ค่ะคุณเหอ !”

เหออวี่จู้ตามแม่บ้านหวงไปในครัว เห็นวัตถุดิบจัดเตรียมไว้ครบถ้วน เขาใช้สายตากวาดมองแป๊บเดียว ก็รู้เลยว่าพวกเขาอยากกินอะไร

“ครบถ้วนดีครับ แต่ผมขอซอสงาบดอีกหน่อย ผมจะทำเมนูเสฉวน”

แม่บ้านหวงพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบไปหยิบของให้ ขณะที่เหออวี่จู้ก็ล้างมือ ใส่ผ้ากันเปื้อน หยิบมีดมาลงมือทันที

ด้วยฝีมือที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง เขาใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียว ก็เตรียมอาหารทุกอย่างเสร็จ ตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยววัตถุดิบไว้ในหม้อ

จากนั้นรับผ้าจากแม่บ้านหวงมาเช็ดมือ ถอดผ้ากันเปื้อน แล้วพูดกับแม่บ้านหวงว่า “ต่อจากนี้ฝากดูไฟกับหม้อนิดนึงนะครับ อย่าให้ล้นออกมา !”

แม่บ้านหวงยิ้ม “ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้ามีอะไรผิดปกติ ฉันจะรีบแจ้งทันที !”

จากนั้นเขาก็ออกจากครัว หลัวปั้นเฉิงโบกมือเรียกทันที “มานี่ มาชิมนี่หน่อย !”

เขายื่นซิการ์ให้ “เพื่อนฉันเพิ่งส่งมาจากเมืองนอก พวกฝรั่งเขาฮิตกัน ลองดูสิ !”

เหออวี่จู้ก็รับมาอย่างเกรงใจ หลัวปั้นเฉิงก็สาธิตวิธีสูบให้

ทันใดนั้น หลัวถานซื่อก็อดไม่ได้จะบ่น “สูบกันให้ควันโขมง ! คนไม่รู้จะนึกว่าบ้านเราไฟไหม้นะ ! ออกไปสูบที่ศาลาริมสวนเลยไป !”

สองหนุ่มใหญ่ก็ไม่กล้าขัด ถือซิการ์กับน้ำชา เดินออกไปสูบข้างนอก

ที่ศาลา หลัวปั้นเฉิงถาม “เมื่อวันก่อน เห็นว่าพวกโรงงานเล็ก ๆ เอาเอกสารไปให้นายแปล ?”

เหออวี่จู้พยักหน้า “ใช่ครับ มีราวสามแสนคำได้ ค่าแปลพันคำสามสิบหยวน ตอนนี้แปลไปเกือบครึ่งแล้วครับ”

หลัวปั้นเฉิงพยักหน้าพอใจ “ราคานี้คุ้มสำหรับพวกเขาแล้วล่ะ นายไม่รู้หรอก กว่าจะส่งแปลผ่านช่องทางของรัฐ ต้องรอถึงปลายปี แต่ส่งให้นายแปล ได้งานเร็ว งานดี คุ้มกว่าเยอะ ! จำไว้นะ ! พวกเขาเป็นฝ่ายติดหนี้นาย ไม่ใช่นายติดหนี้พวกเขา !”

เหออวี่จู้ฟังแล้วก็นิ่งคิด เดิมเขาแค่หวังฝึกภาษา พร้อมหารายได้เสริม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า งานแปลนี้จะเข้าตา “เบื้องบน” เข้าแล้ว

ถ้าเช่นนั้น เขาควรรีบเปิดบริษัทแปลโดยเร็ว เพื่อให้กลายเป็นเกราะป้องกัน และทางเชื่อมสู่ข้อมูลสำคัญ

คิดได้แบบนั้นเขาก็ตัดสินใจทันที “ลุงหลัวครับ ผมมีเรื่องอยากรบกวน…”

“ว่ามา !”

“แปลนร้านอาหารกับบ้านพัก ผมจะให้ลุงอาทิตย์หน้า แต่เรื่องบริษัทแปล ผมอยากให้ลุงช่วยจัดคนมาตกแต่งก่อนครับ ผมอยากเปิดให้เร็วที่สุด”

หลัวปั้นเฉิงหันมายิ้ม “ได้เลย ! ฉันจะส่งช่างไปพรุ่งนี้ ใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ก็เสร็จ ! ส่วนร้านกับบ้าน พวกนั้นไม่รีบ เอาไว้ให้เสี่ยวเอ๋อร์ช่วยออกแบบตามใจเลย !”

เหออวี่จู้พยักหน้า เข้าใจชัดเจน วันนี้ไม่ใช่แค่คำพูดธรรมดา แต่คือสัญญาณชัดเจนจาก “เบื้องบน”

เขาต้องพัฒนาภาษาอังกฤษและภาษารัสเซียให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะพลาดโอกาสสำคัญแน่

“เวลานี้ไม่รอใคร ! หากอยากเข้าถึงข้อมูลระดับสูง ภาษาอังกฤษและรัสเซียต้องเก่งเท่ากัน ! ห้ามลำเอียง !”

ขณะคิดนั้น เสียงคุณนายหลัวก็ดังมาแต่ไกล “เหล่าหลัว ! น้ำส้มสายชูในบ้านหมดแล้ว เราไปซื้อของกันเถอะ !”

หลัวปั้นเฉิงที่กำลังคุยเพลิน ก็พูดไม่รู้เรื่องอะไร “ซื้อแค่น้ำส้มสายชู ให้แม่บ้านหวงไปซื้อก็ได้ !”

คุณนายหลัวจึงรีบเดินมาหยิกแขน “จะไปไม่ไป ? หรือจะให้ฉันทำให้คุณขายหน้าในสายตาเสี่ยวจู้ ห๊ะ ?”

หลัวปั้นเฉิวโดนหยิกก็ได้สติทันที รู้เลยว่านี่เป็นการ “เปิดทาง”

เขาจึงรีบพูดกับเหออวี่จู้ “เอ้า เสี่ยวจู้ ไว้คุยกันต่อในห้องหนังสือนะ ! ตอนนี้ไปหาเสี่ยวเอ๋อร์ก่อนเถอะ”

พูดจบก็เดินออกไปพร้อมภรรยาและอวี่สุ่ย

ในบ้านจึงเหลือเพียงหลัวเสี่ยวเอ๋อร์นั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก

“คิดถึงฉันไหม ?” เหออวี่จู้ไม่รอช้า รีบเข้ามานั่งใกล้ ๆ คว้ามือเล็ก ๆ ของเธอไว้แน่น ถามเสียงเบา

“บ้า ! ใครจะไปคิดถึงคนอย่างนายล่ะ ! มีแต่จะมารังแกฉันตลอด !”

หญิงสาวเบ้ปากแล้วถลึงตาใส่เขา แต่เหออวี่จู้หัวเราะ “เธอไม่คิดถึงฉันแต่ฉันน่ะคิดถึงเธอทุกคืนเลยนะ ! พาฉันไปดูห้องของเธอหน่อยสิ ฉันจะเอาไว้เป็นตัวอย่างออกแบบแปลนบ้าน !”

ข้ออ้างที่ฟังดูน่าเชื่อ แต่หญิงสาวรู้ดีว่าภายใต้คำพูดสุภาพนั้น แฝงเจตนาซน ๆ เอาไว้แน่นอน

แม้ใจจะเต้นแรง แต่เธอกลับมีแววตาคาดหวังเล็กน้อย “ก็ได้ ตามมาแล้วกัน…”

เธอลุกขึ้นนำทาง เดินขึ้นชั้นบน เหออวี่จู้เดินตามหลัง สายตาจับจ้องเรือนร่างอ่อนช้อยน่าหลงใหล

พอถึงหน้าห้อง เธอเปิดประตูแล้วผายมือให้เข้าไปดู เหออวี่จู้ก้าวเข้าไป แล้วหันกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้ ดึงเธอเข้ามาแนบอก

“จะ...จะทำอะไรน่ะ ! ปล่อยนะ !” หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ร้องเบา ๆ พยายามดิ้นหนี แต่แรงของเธอก็สู้เขาไม่ได้

“อยู่เฉย ๆ ให้แฟนตรวจร่างกายหน่อย…ห่างกันหลายวัน ต้องพาไปออกกำลังซะหน่อย…”

เขาพูดจบ มือของเขาก็ค่อย ๆ สำรวจ

หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็ร้องเบา ๆ ตัวอ่อนปวกเปียก อยู่ในอ้อมแขนเขาอย่างหมดแรง...

จบบทที่ บทที่ 131 “คำสั่งจากเบื้องบน คืนแห่งความสุขในห้องหอ”

คัดลอกลิงก์แล้ว