เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 อวี่สุ่ยเจ้าเล่ห์ พลิกเกมลอบตีใบไม้ร่วง !

บทที่ 129 อวี่สุ่ยเจ้าเล่ห์ พลิกเกมลอบตีใบไม้ร่วง !

บทที่ 129 อวี่สุ่ยเจ้าเล่ห์ พลิกเกมลอบตีใบไม้ร่วง !


บทที่ 129 อวี่สุ่ยเจ้าเล่ห์ พลิกเกมลอบตีใบไม้ร่วง !

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เขานั่งพักต่ออีกครู่ในตรอกไป๋ฮวา จากนั้นเหออวี่จู้จึงพาทั้งสองกลับไปส่งที่โรงเรียนอนุบาล

เมื่อแยกจากกันแล้ว เขาก็ปั่นจักรยานตรงกลับซื่อเหอหยวน ส่วนเรื่องที่ว่า ต่อจากนี้ หร่านชิวเย่จะไปซักไซ้เรื่องของหลัวเสี่ยวเอ๋อร์กับอวี่สุ่ยหรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องที่เหออวี่จู้ควบคุมไม่ได้แล้ว

เพราะงั้น แทนที่จะเตือนล่วงหน้าให้อวี่สุ่ยระวังปาก อย่าพูดอะไรที่เกี่ยวกับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ ก็ปล่อยตามธรรมชาติไปเลยจะดีกว่า

ไม่ว่าอย่างไร เหออวี่จู้จะไม่มีวันเลิกรากับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ และการแต่งงานนั้น…ก็เป็นสิ่งที่เขาตัดสินใจแน่นอนแล้วส่วนหร่านชิวเย่ คนที่อาจจะเป็นเพื่อนหญิงคนสนิท ถ้ามีวาสนา ก็อาจจะเดินเคียงข้างกันไปได้ หากไม่มี ก็ต้องแยกทางเดินต่ออย่างไร้เยื่อใย

สิ่งเดียวที่เขาจะไม่ทำเด็ดขาด คือการมีใจให้สองคนพร้อมกัน

ชาติที่แล้ว เขาก็ไม่ได้จงใจจะทำตัวแบบนั้น แต่เป็นเพียงเพราะหลัวเสี่ยวเอ๋อร์กลับมา แล้วเกิดความขัดแย้งกับฉินหวยหรูแย่งชิงเขา โชคร้ายที่ตอนนั้นเขาไม่มีแม้แต่สติเป็นของตัวเอง การกระทำทุกอย่างล้วนตกอยู่ภายใต้การควบคุมของฉินหวยหรู เขาไร้ซึ่งแรงต่อต้านใด ๆ ไหลไปตามกระแส

สุดท้าย ก็ทำให้หลัวเสี่ยวเอ๋อร์หมดหวัง ไม่ติดต่อเขาอีกเลยจนสิ้นลมหายใจ

แม้แต่ลูกชายแท้ ๆ อย่างเสี่ยวเหอก็จากไปอยู่ต่างประเทศ ไม่เคยแยแสเขาอีก เพราะแต่เดิมก็ไม่ได้ผูกพันกันเท่าไหร่ มีเพียงสายเลือดที่โยงไว้

แต่ด้วยการเติบโตในโลกตะวันตก ความรักของเสี่ยวเหอต่อพ่อคนนี้จึงแสนจืดจาง ที่ยังยอมเรียกเขาว่า “แด๊ดดี้” ก็เพราะเห็นแก่หลัวเสี่ยวเอ๋อร์เท่านั้น

เหออวี่จู้ปั่นจักรยานกลับมาถึงซื่อเหอหยวน เข้าบ้านแล้ว สลัดเรื่องวุ่นวายออกจากหัว มุ่งหน้าเข้าสู่โลกแห่งงาน ตั้งใจแปลเอกสารอย่างเต็มที่ ไม่คิดถึงเรื่องอื่นอีก

ในเวลาว่าง เขาก็อ่านหนังสือออกแบบ ใกล้จะอัปเลเวลถึงเลเวล 3 อยู่แล้ว คืนนี้ก่อนนอนยังไงก็ต้องอัปให้สำเร็จ ก่อนสิ้นสุดสัปดาห์นี้ เขาต้องให้ถึงเลเวล 4 หรือเกือบ 5ให้ได้ แล้วค่อยใช้บัตรประสบการณ์ทะลุสู่เลเวล 5

เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะสามารถออกแบบแปลนตกแต่งบ้านตัวเอง รวมถึงร้านอาหารกับสำนักงานแปลภาษาได้แล้ว

เป้าหมายคือ ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ร้านอาหารต้องเปิดให้บริการให้ได้

ในขณะที่เหออวี่จู้มุ่งมั่นทำงานอยู่นั้นทางด้านโรงเรียนอนุบาล ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียนช่วงบ่าย เด็ก ๆ กินข้าวเสร็จก็ไปนอนพักกลางวันกันหมด

หร่านชิวเย่ไม่ได้ให้อวี่สุ่ยกลับไปนอนกับเพื่อน แต่พาเธอเข้าไปพักที่ห้องของตัวเอง กอดเด็กน้อยไว้ นอนด้วยกันบนเตียงที่ใช้พักผ่อนเป็นประจำ

เมื่อเห็นว่าไม่มีครูคนอื่นอยู่ในห้อง หร่านชิวเย่ก็เริ่มเอ่ยปากถาม “อวี่สุ่ย วันนี้กินอิ่มไหม พี่ชายของเธอทำอาหารเก่งมากเลยนะ ! ครูถึงกับกินจนอิ่มแน่นเลยล่ะ !”

เด็กน้อยอวี่สุ่ยยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน เพราะช่วงหลังมานี้ หร่านชิวเย่ก็สังเกตเห็นว่า สิ่งที่ทำให้อวี่สุ่ยยิ้มได้ง่ายที่สุด คือการชมพี่ชายของเธอ

ยิ่งชมมาก เธอก็ยิ่งดีใจ ใครชมพี่ชายของเธอได้มากที่สุด คนนั้นก็คือ “คนดีที่หนึ่ง” ในใจเธอเลย

“ครูหร่านไม่ต้องห่วงค่ะ ! ต่อไปหนูจะให้พี่ชายทำของอร่อยให้ครูบ่อย ๆ เลย ! ครูหร่านใจดีกับหนูมาก พี่ชายก็ชอบครูด้วยนะคะ !”

“เดี๋ยวนี้ที่บ้านกินเนื้อทุกวันเลย ! พี่ชายทำอาหารจานเนื้ออร่อยมากกก !”

หร่านชิวเย่ฟังไปก็ได้แต่หัวเราะฝืด ๆ ‘ชอบงั้นเหรอ ? ’ เธอคิดในใจ ‘ก็คงไม่ขนาดนั้นหรอก ฉันแสดงออกไปขนาดนี้แล้ว เขายังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ! จะต้องให้ดึงหน้าเขาเข้ามาใกล้แค่ไหน เขาถึงจะเข้าใจกันนะ ? ’

แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป พูดไป อวี่สุ่ยก็คงไม่เข้าใจ เลยได้แต่เงียบ แล้วลูบศีรษะเด็กน้อยต่อเบา ๆ

แต่แล้ว หร่านชิวเย่ก็เอ่ยขึ้นอีก “ว่าแต่อวี่สุ่ย ครูได้ยินตอนกลางวันหนูพูดถึงพี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์เหรอ ? เธอเป็นใครกันจ๊ะ ? ญาติเหรอ ? ครูจำได้ว่าหนูเคยบอกว่าไม่มีญาติอยู่ที่ปักกิ่งแล้วไม่ใช่เหรอ ?”

อวี่สุ่ยแม้จะฉลาด แต่ก็ยังเป็นเด็ก ไม่อาจเข้าใจความหมายซ่อนเร้นในคำพูดของผู้ใหญ่ เลยตอบกลับไปอย่างตรงไปตรงมา “พี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์ก็เป็นพี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์ค่ะ ! แล้วก็มีลุงหลัว ป้าถาน ลุงหลี่ ป้าหวง…”

“พวกเขาดีกับหนูมากเลย ! บ้านพี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์ก็ใหญ่มากเลยนะ ! ผนังบ้านกับพื้นก็สวยมาก ! พวกเราเพิ่งไปเที่ยวเขาอวี้เฉวียนซานเมื่ออาทิตย์ก่อน พวกเรากินแตงโมกับเนื้อหมูป่ากันด้วย ! อร่อยมากเลย !”

“ครูรู้ไหมคะ ? หมูป่าก็พี่ชายหนูเป็นคนล่าเองเลยนะ !”

คำพูดของเด็กน้อยฟังแล้วเหมือนจะจับต้นชนปลายไม่ติด แต่หร่านชิวเย่กลับเริ่มไล่เรียงเรื่องได้ทีละนิด

“ลุงหลัว” “ป้าถาน” “พี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์” คงอยู่บ้านเดียวกัน ส่วน “ลุงหลี่” กับ “ป้าหวง” คงเป็นคนขับรถกับแม่บ้าน

แบบนี้แปลว่า…เสี่ยวเอ๋อร์คงเป็นคนมีฐานะไม่เบา ไม่งั้นใครจะจ้างทั้งคนขับรถกับแม่บ้านในยุคนี้ ? คนธรรมดาแค่มีจักรยานก็หรูหราแล้ว รถยนต์เหรอ ? แค่เห็นยังยากเลย

สุดท้าย หร่านชิวเย่ก็ถามตรงจุดที่สนใจที่สุด “อวี่สุ่ยจ๊ะ แล้วพี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์นี่เกี่ยวอะไรกับพี่ชายของหนูเหรอ ? เขาคบกันอยู่หรือเปล่า ?”

ตอนนั้นเอง แววตาของอวี่สุ่ยก็พลันเปลี่ยนไป เป็นประกายซุกซนวาบหนึ่งในดวงตาใส

“ไม่ใช่ค่า~ ครูหร่าน พี่ชายกับลุงหลัวเขาเป็นเพื่อนกัน น่าจะคุยเรื่องธุรกิจค่ะ พี่สาวเสี่ยวเอ๋อร์ยังเด็กกว่าครูอีก ! พี่ชายหนูไม่มีทางสนใจเธอหรอก !”

“ครูหร่านเหมาะกับพี่ชายหนูที่สุดแล้ว ! งั้นครูหร่านมาเป็นพี่สะใภ้หนูได้ไหมคะ ?”

ว่าแล้ว อวี่สุ่ยก็หันมากอดหร่านชิวเย่แน่น ช้อนตาขึ้นมองด้วยแววตาใสซื่อบริสุทธิ์ น่ารักจนอีกฝ่ายไปไม่เป็น

หร่านชิวเย่ถึงกับพูดไม่ออก เด็กน้อยดันมาถามเรื่องแบบนี้ตรง ๆ จนคนโตเงียบกริบไปเลย

“ครูหร่าน หนูรู้นะหนูว่าครูต้องชอบพี่ชายหนูแน่ ๆ เลย ! เวลาครูคุยกับเขา ครูจะยิ้มมากเลย !”

“แต่คุยกับคนอื่น ครูไม่ค่อยยิ้มเลย ! งั้นครูหร่าน… พี่สะใภ้~ แต่งกับพี่ชายหนูเถอะนะ !”

ถ้าเหออวี่จู้รู้ว่า เด็กอย่างอวี่สุ่ยจะเล่นบทหักมุมได้ขนาดนี้ มีหวังตาค้างเป็นไข่ห่านแน่ ๆ

ใครจะไปคิดว่า เด็กหญิงตัวน้อยจะพลิกเกม จากคนถูกถามกลายเป็นแม่สื่อ ไม่ยอมบอกเรื่องของหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ แต่กลับเชียร์ให้หร่านชิวเย่คบกับเหออวี่จู้แทน

แถมยังเรียก “พี่สะใภ้” ติดปากซะขนาดนั้น

หร่านชิวเย่ที่กอดเด็กน้อยอยู่ ทั้งเขิน ทั้งดีใจ เขินที่ตัวเองเผยออกมาชัดเกิน ขนาดเด็กยังจับได้

แต่ก็ดีใจที่อวี่สุ่ยดูจะยินดีกับเรื่องนี้มาก ถึงขนาดเรียกเธอว่าพี่สะใภ้เลยทีเดียว

“อวี่สุ่ยจ๋า อย่าพูดเล่นแบบนี้นะลูก~พี่ชายของหนูเขายังไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับครูเลย เวลาสองเรายังไม่ได้คบกัน อย่าเพิ่งเรียกครูว่าพี่สะใภ้ต่อหน้าคนอื่นนะจ๊ะ”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ! พี่สะใภ้ ! ถ้าครูกับพี่ชายหนูยังไม่แต่งงาน หนูจะไม่เรียกต่อหน้าคนอื่นเด็ดขาด ! หนูไม่ทำให้ครูกับพี่ชายเดือดร้อนแน่นอน !”

หร่านชิวเย่ถึงกับยิ้มฝืน จะห้ามก็ห้ามไม่อยู่ แต่ก็อดซึ้งใจไม่ได้ เด็กหกขวบคนนี้ เข้าใจโลกเกินวัย เพราะแม่จากไปตั้งแต่เล็ก พ่อก็ทิ้งไปอยู่กับแม่ม่ายที่เป่าติ้ง พี่ชายเลยต้องเป็นทุกอย่างให้เธอ

เด็กที่เติบโตมาอย่างยากลำบาก จึงเข้าใจความรู้สึกคนอื่นได้มากกว่า ผู้ใหญ่บางคนด้วยซ้ำ

“อวี่สุ่ย ครูขอสัญญานะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ครูจะช่วยหนูกับพี่ชายอย่างเต็มที่เลย ! ตอนนี้ หนูยังเด็ก มีหน้าที่แค่เล่นสนุก มีความสุขก็พอแล้ว !”

“งั้น… งั้นหนูเรียกครูว่าพี่สะใภ้ลับ ๆ ได้ไหมคะ ? หนูชอบครูมากเลยนะ~ ขอเรียกหน่อยน้า~”

อวี่สุ่ยช้อนตาขึ้น มองอย่างวิงวอน ผู้ใหญ่ที่ไหนจะปฏิเสธได้ลง

สุดท้าย หร่านชิวเย่ก็ฝืนยิ้ม “ก็ได้… แต่ต้องลับสุดยอดเลยนะ ! อย่าให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่งั้นชื่อเสียงครูกับพี่ชายหนูจะพังหมด !”

“เย้~!” อวี่สุ่ยดีใจจนหัวซุกอกเธอ กอดแน่นไม่ยอมปล่อย ขณะที่ปากก็เอ่ยย้ำ “ครูหร่านเป็นพี่สะใภ้หนูแล้ว ! ดีใจจังเลย ! เราต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปนะ !”

เด็กน้อยกอดแน่นไม่ยอมปล่อย หน้าอกที่อวบอิ่มถูกเบียดจนแน่น ทำเอาหร่านชิวเย่รู้สึกแปลก ๆ ในที่สุดก็ต้องแกล้งหาเรื่องให้เด็กคลายอ้อมแขนออก แล้วลุกจากเตียง นั่งข้าง ๆ เพื่อกล่อมให้เด็กหลับ

ผ่านไปสิบนาที อวี่สุ่ยยิ้มฝันหวาน หลับปุ๋ย หร่านชิวเย่ถึงได้ถอนหายใจโล่ง หยิบผ้าห่มบาง ๆ มาคลุมให้ แล้วจึงเดินไปนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง

“เฮ้อ~ เด็กคนนี้นี่นะ…เล่นซะฉันอึดอัดจนหายใจไม่ออก ! แถมแรงเยอะกว่าที่คิดอีก !”

เธอยกมือขึ้น ลูบหน้าอกตัวเองเบา ๆ พอทำไป ก็หน้าแดงวาบขึ้นมาเอง

“ฉันนี่ช่างโง่จริง ๆ ! ตอบตกลงให้เธอเรียกฉันว่าพี่สะใภ้ไปได้ยังไงเนี่ย ! ถ้าเหออวี่จู้รู้เข้า จะมองฉันยังไงกันล่ะเนี่ย ! จะไม่คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงหน้าไม่อายเหรอ !”

“แต่ก็เข้าใจแหละ… อวี่สุ่ยก็น่าสงสารเกินไป ฉันไม่กล้าปฏิเสธเธอจริง ๆ …”

เธอนั่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยความคิดตีกันในหัวไม่หยุด ทั้งเที่ยงทั้งบ่าย สุดท้ายก็ไม่ได้พัก ได้แต่สับสนมากขึ้นทุกที…

ที่คฤหาสน์ตระกูลหลัว

หลังอาหารกลางวัน หลัวถานซื่อกับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์นั่งจิบกาแฟกันบนโซฟาในห้องรับแขก ตรงหน้าคือจานผลไม้รวม ผลไม้ตามฤดูกาลทุกชนิดถูกหั่นสวยงาม เสิร์ฟพร้อมส้อมจิ้วเคลือบทอง หรูหราจับตา

“เสี่ยวเอ๋อร์ ความสัมพันธ์ของลูกกับอวี่จู้เป็นยังไงบ้าง ? เมื่อวานลูกออกไปทั้งวัน ไปไหนกันมาเหรอ ?”

หลัวถานซื่อถามอย่างไม่ให้เสียฟอร์ม เมื่อวานเธอยังไม่ได้ถามทันที เพราะอยู่ต่อหน้าสามี เรื่องแบบนี้ควรคุยกันตอนสองแม่ลูกอยู่ลำพัง

“ก็ไม่ได้ไปไหนไกลค่ะ บ้านพวกเขาอยู่แถวหนานลั่วกู่เซี่ยง ใกล้สือฉาฮ่ายกับเทียนถานมาก พวกเราก็เลยเดินเล่นกันแถวนั้น”

“แต่แดดร้อน ก็เลยไม่ได้เดินเยอะ อวี่จู้เล่าเรื่องตอนเด็ก ๆ ให้ฟังหลายอย่างเลยค่ะ ทำให้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้น แล้วก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้เลยค่ะ เขาเติบโตมาในครอบครัวแบบนั้น แต่กลับมีทักษะรอบด้านขนาดนี้ ถือว่าไม่ธรรมดาเลยค่ะ !”

สีหน้าหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ มีความประทับใจอย่างชัดเจน

หลัวถานซื่อเห็นทุกอย่าง ทั้งคำพูด ทั้งสีหน้า หัวใจของคนเป็นแม่…ก็เข้าใจทันที

“ดูท่าลูกจะเริ่มรู้จักเขามากขึ้นแล้วสินะ แล้วเริ่มมีความรู้สึกดี ๆ บ้างหรือยัง ?”

สิ่งที่เธอกลัวที่สุด คือการบังคับให้ลูกสาวแต่งงานโดยไม่มีใจ แบบนั้นชีวิตคู่จะเป็นทุกข์ทั้งชีวิต

หญิงสาวทุกคนมีหัวใจ เธอเองก็เคยเป็นสาวมาก่อน รู้ดีว่า การแต่งงานที่มีความรักเท่านั้น…ที่จะพาชีวิตไปถึงคำว่า “สุข” ได้จริง ๆ !

จบบทที่ บทที่ 129 อวี่สุ่ยเจ้าเล่ห์ พลิกเกมลอบตีใบไม้ร่วง !

คัดลอกลิงก์แล้ว