- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 121 ลูกค้าเข้ามาเอง กับสไตล์การตกแต่ง !
บทที่ 121 ลูกค้าเข้ามาเอง กับสไตล์การตกแต่ง !
บทที่ 121 ลูกค้าเข้ามาเอง กับสไตล์การตกแต่ง !
บทที่ 121 ลูกค้าเข้ามาเอง กับสไตล์การตกแต่ง !
หลังจากที่หลัวหมิงอี้คำรามลั่นในห้องทำงานไปพักใหญ่ อารมณ์ของเขาก็ค่อย ๆ สงบลง สายตาคมกริบมองจ้องซุ่ยหงขึ้น ๆ ลง ๆ พลางจุดบุหรี่สูบไปอึดใจหนึ่ง พ่นควันเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่รีบร้อน
“นอกจากเรื่องพวกนั้นแล้ว ไม่มีอย่างอื่นอีกเหรอ ? อย่างเช่น... เขามาแย่งคนจากเราหรือเปล่า ? เขาจะเปิดร้านอาหารทั้งทีจะไม่มาดึงคนจากฉันได้ไง ? แถมอาจารย์ของเขาก็คือหลี่เว่ยกั๋วอีก ! ต่อให้เห็นกับตาว่าเขาดึงคนไป อาจารย์เขาก็คงไม่ห้าม !”
ซุ่ยหงได้แต่ยืนนิ่งพูดไม่ออก เพราะเรื่องที่เหออวี่จู้จะมาเปิดร้านอาหารตรงข้ามร้านพวกเธอนั้น เธอเองก็เพิ่งรู้วันนี้เหมือนกัน เรื่องในครัว เธอก็ไม่มีส่วนรู้เห็นเลย แล้วจะไปรู้อะไรลึก ๆ ได้ยังไง ?
“ไม่มีค่ะ ! ฉันก็เพิ่งรู้วันนี้เองว่าเขาจะมาเปิดร้านตรงข้ามเรา เรื่องในครัวก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขารู้กันหรือยัง เท่าที่เห็นตอนนี้ ก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ”
คำตอบของซุ่ยหงคือความจริงทั้งหมด แต่หลังจากที่หลัวหมิงอี้เห็นเธอช่วยเหออวี่จู้ล็อกประตูร้านเมื่อตอนกลางวัน ความหวังดีเล็ก ๆ ก็กลายเป็นเชื้อแห่งความระแวง และเมื่อความระแวงได้ก่อตัวขึ้นในใจแล้ว ต่อให้อีกฝ่ายพูดหรือทำอะไรก็ยากจะเชื่อ ความไม่พอใจในใจก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
และถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป แม้ว่าซุ่ยหงจะไม่มีความคิดจะลาออกจากเฟิงเจ๋อหยวน แต่วันหนึ่งก็อาจจะถูกกดดันให้ต้องไปเอง
“ผู้จัดการซุ่ย ฉันเป็นคนดึงเธอขึ้นมาเองกับมือ ตลอดหลายปีที่อยู่ที่นี่ ฉันก็ดีกับเธอมาตลอด ! หวังว่าเธอจะไม่ทำอะไรที่ทำร้ายตัวเอง หลงผิดจนพลาดไป”
“ตอนแรกมีคนให้เลือกตั้งเยอะแยะ แต่ทำไมฉันถึงเลือกเธอรู้ไหม ? เพราะฉะนั้น ขอแค่เธอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี อย่าทำให้ฉันผิดหวัง เข้าใจไหม ? อีกอย่างนะ รอข้ามปีนี้ไปก่อน ปีหน้าเดี๋ยวฉันจะพิจารณาขึ้นเงินเดือนให้อีกห้าหยวน ! ทำงานกับฉันไปเถอะ ฉันไม่ทำให้เธอลำบากแน่ !”
ห้าหยวน... ในยุคนี้ไม่ใช่เงินน้อย ๆ เลย ห้าหยวนต่อเดือน เท่ากับหกสิบหยวนต่อปี สำหรับครอบครัวธรรมดานับว่าเยอะมาก
แต่เมื่อเหออวี่จู้เคยเสนอเงินเดือนใหม่ให้เธอไปก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้ห้าหยวนกลับไม่ชวนฝันเท่าเดิมอีกต่อไป แม้ในใจจะไม่สนใจ แต่ก็ยังต้องยิ้มรับ แสดงความภักดีออกมาให้ได้
“วางใจได้ค่ะ ท่านเจ้าของร้าน ฉันไม่เคยลืมพระคุณที่ท่านมีให้ ฉันไม่มีวันคิดทรยศเฟิงเจ๋อหยวนเด็ดขาด ทุกอย่างที่ฉันเป็นในวันนี้ ล้วนมาจากการอบรมของท่าน”
เมื่อหลัวหมิงอี้เห็นท่าทางของเธอเป็นแบบนั้น ก็พอใจขึ้นมาหน่อย จึงโบกมือไล่ให้เธอออกไปทำงาน
แต่ก่อนที่ซุ่ยหงจะเดินออกจากห้อง เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ช่วงนี้ เดินไปดูในครัวบ่อย ๆ ดูให้หน่อยว่า พวกเขามีอะไรผิดปกติหรือเปล่า โดยเฉพาะหัวหน้าพ่อครัวน่ะ เข้าใจความหมายนะ ?”
ซุ่ยหงชะงัก ก่อนจะหันมายิ้มแล้วตอบตกลงทันที “เข้าใจค่ะ ! ท่านเจ้าของร้านวางใจได้เลย ฉันจะคอยจับตาดูให้ ถ้ามีอะไรผิดแปลก จะรีบมารายงานทันที !”
“ดี ไปทำงานเถอะ !”
ซุ่ยหงพยักหน้า เปิดประตูออกไป แล้วเดินกลับมายังส่วนหน้า เลือกมุมนั่งพัก ก่อนจะเริ่มคิด...
เรื่องที่ให้เธอไปสอดส่องในครัวนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้ เวลางาน เธอก็ต้องจัดการงานหน้าร้านให้เรียบร้อยอยู่แล้ว ส่วนเวลาว่าง เธอก็อยากนั่งพักมากกว่า ไม่มีแรงจะเดินตระเวนไปหลังครัว
อีกอย่าง ห้องครัวเป็นพื้นที่ของหลี่เว่ยกั๋ว คนอื่นจะไปยุ่งวุ่นวายอะไรได้ง่าย ๆ กันเล่า ? มันก็แค่คำสั่งที่ฟังดูดีแต่ทำจริงไม่ได้ ดังนั้นในใจเธอจึงไม่ได้คิดจะใส่ใจกับคำสั่งนี้นัก ถึงเวลาถูกถามขึ้นมาก็ค่อยตอบแบบขอไปทีก็แล้วกัน
ในทางกลับกัน สิ่งที่เธอคิดจริง ๆ กลับเป็น...“ข้อเสนอที่เหออวี่จู้ให้มานั้นมันน่าสนใจสุด ๆ !”
เงินเดือน 88 หยวนต่อเดือน ! ยังไม่พอ เขายังประกาศรับสมัครพนักงานอีก 20 คน ถึงแม้จะมีเงื่อนไขอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าแนะนำคนได้ เขาจะให้ค่าหัวคนละ 5 หยวนถ้าหาได้ครบ = 100 หยวนเลยนะ ! เท่ากับเงินเดือนเธอ 2 เดือนเลย !
“จะไปดีไหม ? หรือว่าจะไม่ไปดีนะ ? ไม่สิ กลับไปถามที่บ้านก่อนดีกว่า... ไม่น่าเชื่อเลย เมื่อก่อนแค่เป็นลูกมือ เดี๋ยวนี้จะมาเปิดร้านแข่งกับเฟิงเจ๋อหยวนแล้ว ! แต่ถ้าย้ายไป แล้วร้านเขาเจ๊งเพราะโดนเฟิงเจ๋อหยวนกดดันล่ะ จะทำยังไง ?”
เธอถอนหายใจ... ใจหนึ่งก็อยากเสี่ยง อีกใจก็กลัว แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ว่า ฝีมือของเหออวี่จู้นั้นไม่ธรรมดาจริง ๆ ช่วงนี้ลูกค้าหลายคนก็บ่นว่าอาหารเสฉวนของร้านไม่อร่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
“ถ้าร้านเขาเปิดจริง แล้วสู้กับเราได้ล่ะก็...ฉันย้ายไปก็มีแต่ได้กับได้ !”
คิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของซุ่ยหงก็ปรากฏแววแน่วแน่ขึ้นมา เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอ ตลอดชีวิตเธอเลือกเส้นทางเองมาโดยตลอด ถ้าเธอตัดสินใจแล้ว... ก็ไม่มีวันหันหลังกลับง่าย ๆ
...
ทางด้านเหออวี่จู้เอง หลังจากแยกออกมา ก็คว้าจักรยานปั่นกลับบ้าน
พอเข้ามาในตรอก ก็เจอป้าสามวิ่งมาทักทันที
“เสี่ยวจู้ กลับมาแล้วเหรอ ? รีบกลับไปดูที่บ้านเลยนะ วันนี้มีคนมาหาหลายคนเลย ! ฉันให้เขารอที่หน้าบ้านนายแล้ว !”
“ขอบคุณครับป้า !” เขายิ้มรับก่อนจะจูงจักรยานไปทางบ้านตัวเอง พอเข้าไปถึงลานกลาง ก็เห็นผู้ชาย 4-5 คนนั่งสูบบุหรี่คุยกันอยู่หน้าบ้าน
“พวกคุณมาหาผมหรือครับ ? ผมคือเหออวี่จู้”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลุกขึ้นหัวเราะทัก “โห ! นี่เหรออาจารย์เหอ ? สมกับที่พวกเหล่าชิวกับเหล่าหลิวเขาว่าจริง ๆ ! ทั้งหนุ่มทั้งเก่ง อนาคตไกลแน่นอน !”
ได้ยินชื่อเหล่าชิวกับเหล่าหลิว เขาก็เข้าใจทันทีว่าพวกนี้คือคนที่หลิวเฟิงกับชิวฉางหมิง แนะนำมาแน่นอนแล้วจะมาหาเขาด้วยเรื่องอะไรล่ะ ? ก็ต้องเรื่องแปลเอกสารแน่ ๆ
เขาเชิญทุกคนเข้าบ้าน ชงชามาเสิร์ฟ พร้อมยื่นบุหรี่ให้แล้วถามตรง ๆ เลย “ทุกคนจะให้ผมแปลเอกสารใช่ไหมครับ ?”
“ใช่เลย ! ได้ยินมาว่าแปลได้แม่นยำมาก ราคาจะสูงหน่อยก็ไม่เป็นไร ! พวกเราได้ยินมาว่า เหล่าผู้อำนวยการ เขาให้ค่าจ้างคุณ 40–50 หยวนต่อพันคำใช่ไหม ? เราขอรบกวนคุณแปลในราคา30 หยวนต่อพันคำได้ไหม ? ไม่ต้องรีบก็ได้ ขอแค่เสร็จภายในเดือนนึงก็พอแล้ว !”
เหออวี่จู้ยิ้มกว้างทันที “ได้ครับ ถ้าไม่เกินสองหมื่นคำ สามวันผมก็แปลเสร็จแน่นอน !”
แต่พออีกฝ่ายได้ยินแบบนั้น ก็รีบเสริมขึ้นมาทันที
“จริง ๆ แล้วเอกสารเรามีเยอะกว่านั้นนะครับ นี่ยังมีของเพื่อน ๆ อีกด้วย พวกเขาไม่ได้มาวันนี้ แต่ฝากเอกสารมาด้วย รวมแล้วสิบคน แต่ละคนก็ประมาณสามหมื่นคำ !”
เหออวี่จู้เบิกตากว้าง สามหมื่นคำ × 10 คน = 300,000 คำ ! ราคา1,000 คำ = 30 หยวน รวมทั้งสิ้นก็ 9,000 หยวน !
เขารีบตอบตกลง และแจ้งว่าต้องจ่ายมัดจำครึ่งหนึ่งก่อน พออีกฝ่ายหยิบเงินสด 4,500 หยวนออกมาให้ เขาก็เขียนใบรับเงินให้เรียบร้อย
หลังจากทุกคนกลับไป เขาก็ไล่เปิดดูเอกสารแต่ละชุด ก็พบว่าไม่ได้ยากอะไรเลย
ด้วยความรู้ภาษาอังกฤษของเขาตอนนี้ วันหนึ่งคงแปลได้ 40,000 – 50,000 คำสบาย ๆ สามแสนคำ... ไม่ถึงสัปดาห์ก็น่าจะเสร็จหมด
เขาก็สามารถเปิดธุรกิจแปลเอกสารควบคู่ไปกับการเตรียมร้านอาหารได้ทันเวลาแน่นอน
“ก่อนอื่น ไปห้องสมุดก่อน ! ไปหาหนังสือออกแบบตกแต่งร้าน เอาทักษะให้ครบก่อน ! แล้วค่อยเขียนแบบ จากนั้นก็ให้ลุงหลัวจัดคนงานมา !”
แต่ก่อนจะออกไป เขาก็นึกขึ้นได้ว่า วันนี้หลัวเสี่ยวเอ๋อร์อาจจะมาหาเขาที่นี่ เลยตัดสินใจนั่งรอก่อน
เป็นดังคาด ไม่นานเสียงของป้าสามก็ดังขึ้นอีก “เสี่ยวจู้ อยู่บ้านไหม ? มีสาวมาหา !”
สิ้นเสียง บรรดาหญิงสาวในตรอกก็พากันออกมายืนดู มองไปยังหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ที่เดินตามหลังป้าสามมา วันนี้เธอใส่กระโปรงสีขาว ปล่อยผมยาวแต่งหน้าอ่อน ๆ ยิ่งดูโดดเด่น
เหออวี่จู้รีบเข้าไปรับ ยิ้มทักทาย ก่อนจะพาเธอเข้าบ้าน
เธอกวาดตามองภายในห้องอย่างอยากรู้อยากเห็น เพราะถ้าคบกันจริง ๆ วันหนึ่งเธอก็อาจต้องมาอยู่ที่นี่
“นั่งก่อนสิ พักก่อนก็ได้ ไม่ต้องมองไปรอบ ๆ หรอก แต่งงานกันเมื่อไหร่ เราไม่อยู่ที่นี่แน่นอน ฉันฝากลุงหลัวซื้อบ้านไว้แล้ว เดี๋ยวอีกหน่อยก็ไปตกแต่งได้เลย ว่าแต่... เธอชอบห้องแบบไหนเหรอ ? จะได้ให้ช่างแต่งให้เลย”
“บ้า ! รู้อยู่แล้วว่าคิดไม่ซื่อ ! ใครจะไปแต่งกับนายกัน ! มาเมื่อไหร่ก็แกล้งกันทุกที !”
“โอเค ๆ ฉันผิดเอง ! งั้นบอกหน่อยสิว่า ชอบสไตล์ห้องแบบไหน ? ถือว่าเราได้ทำความรู้จักกันมากขึ้นไง !”
“ไม่รู้สิ... ฉันไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย ตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ก็จัดการทุกอย่างให้ ฉันไม่เคยเลือกเองสักครั้ง... งั้น... นายเลือกให้ก็แล้วกัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก”
เธอยกถ้วยชาขึ้นจิบเบา ๆ แต่เหออวี่จู้ก็รีบบอกทันที
“ไม่ได้สิ ห้องของตัวเอง ต้องตกแต่งแบบที่ตัวเองชอบ ! เอาแบบนี้ละกัน เดี๋ยวพักสักหน่อย เราไปห้องสมุดด้วยกัน เลือกดูหนังสือออกแบบแต่งห้องด้วยกัน เธอชอบแบบไหนก็บอกมาเลย เดี๋ยวฉันวาดแบบให้ แล้วให้ช่างทำตามแบบ !”
สายตาของหลัวเสี่ยวเอ๋อร์เป็นประกายขึ้นมาทันที เพราะนี่คือความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้จากใคร ความรู้สึก มีส่วนร่วมและมีค่า มันทำให้เธอหัวใจพองโต
เธอยิ้มกว้างอย่างสดใส “โอเค ตามใจนายเลย !”