- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 120 ดึงตัวกันโต้ง ๆ ประกาศศึกชัดเจน !
บทที่ 120 ดึงตัวกันโต้ง ๆ ประกาศศึกชัดเจน !
บทที่ 120 ดึงตัวกันโต้ง ๆ ประกาศศึกชัดเจน !
บทที่ 120 ดึงตัวกันโต้ง ๆ ประกาศศึกชัดเจน !
เหออวี่จู้ยืนมองร้านสองชั้นที่เขาเพิ่งได้ครอบครอง แค่เห็นก็รู้เลยว่าเหมาะจะเปิดร้านอาหารแค่ไหน !
เขารู้มาก่อนอยู่แล้วว่า... ร้านนี้เดิมทีขายพวกถั่วอบ ผลไม้อบแห้ง แต่ถึงแม้จะอยู่ตรงข้าม "เฟิงเจ๋อหยวน" ร้านดังที่คนแน่นทุกวัน ร้านนี้กลับแทบไม่มีลูกค้าเดินเข้าออกเลย
นั่นแหละ... คงเป็นเหตุผลที่เจ้าของเก่าตัดสินใจขายร้าน ขายของไปก็ขาดทุนต่อเนื่อง ถ้าไม่มีทุนหนา คงทนไปต่อไม่ไหว ต่อให้อดทนได้ ก็ไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว
พอเหออวี่จู้เดินสำรวจร้านทั้งสองชั้นอย่างคร่าว ๆ ก็ยิ่งมั่นใจ ทั้งความลึก ความสูง รวมถึงพื้นที่ใช้สอย ถ้าจัดสรรพื้นที่ดี ๆ รวมทั้งห้องรับรองและโซนที่นั่งปกติ รองรับลูกค้าได้สบาย ๆ สามถึงสี่ร้อยคน !
พื้นที่แบบนี้ เหออวี่จู้ถึงกับแสยะยิ้ม ใช่เลย ! พอเหมาะพอดี !
ร้านตอนนี้โล่งเกลี้ยง ไม่มีอะไรเหลือ งานตกแต่งภายในต้องเริ่มจากศูนย์ แน่นอนว่าเขาต้องคุยกับช่างอย่างละเอียดทุกจุด แต่ไม่ใช่ปัญหา
เขามีประสบการณ์จากชีวิตก่อน ! มีหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ที่เคยบอกไว้ชัดเจนด้วยว่า ถ้าอยากให้ลูกค้าที่เข้ามา เต็มใจควักเงิน บริการต้องดี การตกแต่งต้องถึง และอาหารต้องอร่อย ! และถ้าอยากล้มเฟิงเจ๋อหยวนให้ได้ ทั้งสามอย่างนี้... ต้องเหนือกว่าทุกด้าน !
ไม่อย่างนั้น ใครจะอยากข้ามฝั่งมากินร้านใหม่ ? เฟิงเจ๋อหยวนก็ชื่อเสียงมี คนก็แน่น ถ้าไม่ดีกว่าจริง จะเอาอะไรไปดึงลูกค้ามาได้ ?
เหออวี่จู้จึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าเขาจะออกแบบร้านเอง ! ใช้ประสบการณ์จากชาติที่แล้ว จัดเต็มให้ล้ำหน้าไปจากยุคนี้อย่างน้อย 10 ปี ! ตกแต่งให้ตบหน้าเฟิงเจ๋อหยวนได้ชัด ๆ จนลูกค้าแห่ข้ามฝั่งมาร้านเขา !
เพราะตอนนี้เขาไม่ได้แค่อยากจะทำมาหากิน แต่เขาอยากจะรวยอย่างภาคภูมิใจ และที่สำคัญ... ต้องล้างแค้นหลัวหมิงอี้ให้ได้ !
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเหออวี่จู้ไม่คิดมาก แต่ในใจลึก ๆ เขาเคือง "หลัวหมิงอี้" ไม่เบา ทั้งที่เขาทำงานดี ไม่มีปัญหา แค่เพราะมีเซลีน่าโผล่มาก็กลัวจนไล่เขาออก ! แบบนี้มันใช่เรื่องไหม !
นี่แหละ ! เขาจะตอบแทนด้วยการ “เปิดร้านแข่ง” !
เหออวี่จู้หรี่ตา เย้ยหยันในใจ "หวังว่าแกจะไม่กลัวจนถอยก่อนนะ หลัวหมิงอี้ ! "
เขาหมุนตัวเตรียมกลับไปวาดแบบร้าน แต่แล้ว... เสียงหนึ่งก็ดังมาจากทางเข้า
“อาจารย์เหอจริง ๆ ด้วย ! ฉันเห็นเงาหลังคล้าย ๆ เลยแวะมาดู… ไม่คิดว่าจะเป็นคุณจริง ๆ ! บังเอิญอะไรอย่างนี้ !”
คนที่เดินเข้ามาคือ “ชุ่ยหง” ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง แต่เหออวี่จู้ก็รู้ทัน การที่ฝั่งตรงข้ามขายร้านไป หลัวหมิงอี้ต้องรู้แน่ และเขาต้องสั่งให้ชุ่ยหงจับตาดูอยู่แล้ว
เมื่อครู่ที่เขาเดินเข้ามาในร้าน ชุ่ยหงก็ตามมาดูให้แน่ใจ เพื่อสอดแนมชัด ๆ !
“ก็... บังเอิญดีนะครับ !” เหออวี่จู้ยิ้ม “ว่าแต่... เจ้าของร้านหลัวคงตกใจไม่น้อยใช่ไหมที่เห็นผมเข้ามา ? เลยส่งคุณมานี่ ผมเดาเอา... คงอยากรู้ว่าผมกำลังจะทำอะไรอยู่ล่ะสิ ?”
ตอนแรกชุ่ยหงยังแกล้งหัวเราะได้ แต่พอเหออวี่จู้ยิงคำถามตรง ๆ แถมอ่านสถานการณ์ขาด สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเล็กน้อย
เธอรู้ทันที ตัวเองถูกจับได้ตั้งแต่นาทีแรกที่เดินเข้ามา และนั่นไม่แปลกเลย คนตรงหน้าเธอ... ไม่ใช่คนธรรมดา
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเหออวี่จู้หัวดีขนาดไหน ภาษาต่างประเทศเรียนปุ๊บก็คล่อง แถมยังพูดได้ทีเดียวสองภาษาอีกต่างหาก คนระดับนี้จะมาใช้ลูกไม้ง่อย ๆ ใส่เขา มันก็ขายหน้าเปล่า ๆ
“อาจารย์เหออย่าเข้าใจผิดนะคะ คุณก็รู้ว่าฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเอง พูดจริง ๆ เลย ฉันเคารพคุณเสมอ ทั้งฝีมือ ทั้งความรู้ของคุณ ที่เฟิงเจ๋อหยวนไม่มีใครเทียบคุณได้เลย !”
“แต่เมื่อครู่ เจ้าของร้านเห็นคุณเข้ามา ก็เลยเรียกฉันไปพบ บอกให้มาดูหน่อย ว่าคุณจะทำอะไรกันแน่ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจมาสืบข่าวนะคะ แค่มาทักทายเท่านั้นเอง กลับไปจะได้รายงานได้ว่าคุยแล้ว”
คำพูดของชุ่ยหงดูเหมือนจะเปิดใจ แต่เหออวี่จู้ก็พอรู้ว่ามันก็ยังแฝงลูกเล่น อย่างน้อยก็พยายามโยนทุกอย่างให้เป็นคำสั่งของหลัวหมิงอี้ วิธีเอาตัวรอดของคนชนชั้นล่างที่ต้องพึ่งพานายจ้าง
เหออวี่จู้จึงไม่ได้ถือสา เพราะเขารู้ว่าแต่ละคนก็แค่พยายามเอาชีวิตรอดเท่านั้น
แถมชุ่ยหงคนนี้ยังไม่ธรรมดา จะเป็นหัวหน้าพนักงานหญิงของเฟิงเจ๋อหยวนได้นานขนาดนี้ ทั้งที่มีคนจ้องจะเบียดเธอทุกเมื่อ แสดงว่าเธอเก่งจริง ถึงได้รักษาเก้าอี้เอาไว้ได้
เหออวี่จู้ยิ้มบาง ๆ “ผมกำลังจะเปิดร้านอาหารครับ เน้นอาหารเสฉวนเป็นหลัก แต่ก็จะมีอย่างอื่นด้วย รวมแปดสำนักอาหารหลัก และยี่สิบหกอาหารท้องถิ่นทั่วประเทศ อยากให้คนที่มากิน ได้ลิ้มรสทุกภูมิภาคในประเทศเลย !”
“ชุ่ยหง ผมขอบคุณนะครับ ที่คุณกล้าพูดความจริงกับผมแบบนี้ จะว่ายังไง ถ้าผมบอกว่า... กำลังขาดผู้จัดการประจำร้านอยู่สักคนหนึ่ง คุณสนใจไหม ?”
“ถ้าจำไม่ผิด เจ้าของร้านให้เงินเดือนคุณอยู่ที่ 58 หยวนใช่ไหม ? ผมให้ไปเลย 88 หยวน !”
“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ ลองคิดดูให้ดีก่อน ร้านผมยังไม่เปิดหรอก ต้องใช้เวลาตกแต่งอีกพักใหญ่ แต่ถ้าคุณโอเค ลองดูสิว่าแนะนำใครมาเป็นพนักงานได้บ้าง ผมอยากได้พนักงานหญิงหน้าตาดี พูดจาคล่องแคล่ว”
“ถ้าคุณแนะนำคนที่ผ่านเกณฑ์มาให้ผมได้ ผมจะให้คุณคนละ 5 หยวนเลยนะ ผมต้องการทั้งหมด 20 คน คิดดูสิว่าคุณจะได้เท่าไหร่ !”
นี่แหละ... ยุทธการ “ดึงตัวหัวหน้าฝ่ายบริการ” แบบจงใจสุด ๆ !
จริง ๆ เหออวี่จู้ก็เล็งไว้แล้วว่าอยากได้ชุ่ยหงมาตั้งแต่แรก เพราะเธอเป็นมืออาชีพและเชี่ยวชาญจริง ถ้าเฟิงเจ๋อหยวนไม่มีเธอ ก็ยังพอหาคนแทนได้ แม้คุณภาพจะดรอป แต่ถ้าร้านใหม่ของเขา เปิดตัวพร้อมชุ่ยหงในตำแหน่งผู้จัดการ...ก็รับประกันได้เลยว่า ธุรกิจต้องปังแน่ ๆ !
“อาจารย์เหอ คุณนี่...” ชุ่ยหงถึงกับพูดไม่ออก ทีแรกเธอกะจะมาแค่หยั่งเชิง ไม่คิดเลยว่าจะถูกตีหน้าตรงและถูกจีบเข้าทีมซะเอง
88 หยวนต่อเดือน ! แถมค่านายหน้าหาคนให้อีก 5 หยวนต่อหัว ถ้าเธอหาครบ 20 คน... ได้ทันที 100 หยวน มากกว่าค่าจ้างทั้งสองเดือนของเธอรวมกันเสียอีก !
นี่มันข้อเสนอที่หอมหวานจนน่าตกใจ !
เหออวี่จู้เชื่อในสิ่งหนึ่ง ว่าในโลกนี้เงินซื้อแทบได้ทุกอย่างได้ ถ้าจ่ายถึง คนก็พร้อมทุ่มสุดตัวให้ แม้แต่ผีลากโม่ ยังพร้อมทำงานให้เลย! และคำพูดนี้หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็เคยพูดไว้ และมันก็จริง
ชาติก่อนเขาไม่เข้าใจ เพราะมัวแต่ยึดติดกับความเป็นลูกจ้างในครัว แต่ชาตินี้... เขาจะไม่ยอมพลาดอีกแล้ว !
“ชุ่ยหง ผมพูดแล้วนะ ไม่ต้องตอบตอนนี้ กลับไปคิดดี ๆ จะมาหรือไม่ ผมไม่โกรธเลย เรายังเป็นเพื่อนกันได้ แต่ถ้าคุณอยากให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้น ลองคิดใหม่อีกครั้ง คนเราเกิดมาครั้งเดียว... ถ้าไม่กล้าเสี่ยง แล้วจะรอถึงเมื่อไหร่ล่ะ ?”
“แต่ตอนนี้ผมมีธุระ ขอตัวก่อน ฝากช่วยล็อคร้านให้ด้วย ขอบคุณครับ !”
พูดจบ เหออวี่จู้ก็ขึ้นจักรยาน ปั่นจากไปเงียบ ๆ ปล่อยให้ชุ่ยหงยืนอึ้งอยู่ในร้าน สุดท้ายก็ต้องทำตามคำขอ ล็อคประตูให้เขาอีกต่างหาก !
ซึ่งภาพนั้น... ก็ไม่รอดพ้นสายตาของหลัวหมิงอี้บนชั้นสอง เมื่อเขามองลงมาก็เห็นทุกอย่าง ในใจจึงเริ่มปั่นป่วน ความคิดสารพัดประเดประดังเข้ามาไม่หยุด !
หลังจากนั้นไม่นาน ชุ่ยหงก็กลับถึงร้านฝั่งตรงข้าม เธอแวะดื่มน้ำ ตั้งสติ เตรียมขึ้นไปพบเจ้าของร้าน
คำพูดของเหออวี่จู้เมื่อครู่... ทำให้เธอสะเทือนใจอย่างรุนแรง เพราะไม่มีใครรู้หรอกว่าเบื้องหลังของ “หัวหน้าผู้จัดการร้าน” คนนี้ คือภาระอันหนักหนาในชีวิตจริง
สามีก็อ่อนแอ ทำงานไม่ได้ ต้องกินนมเป็นประจำ พ่อแม่สามีก็ป่วยสะสมมาตั้งแต่หนุ่มสาว ต้องกินยาไม่เคยขาด ลูกสองคนต้องเรียนหนังสือ แถมไม่มีใครดูแล ต้องกินข้าวที่โรงเรียน วันละห้าสิบเฟิน รวมเดือนละ 15 หยวน ! ขณะที่เงินเดือนเธอ... ก็ได้แค่ 50 กว่าหยวนเท่านั้น
ทั้งปีแทบไม่มีเงินเก็บ ใครเห็นก็ว่าเธอหน้าตาดี ทำงานดี แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า... เบื้องหลังของ “ความมั่นคง” คือความจนแสนสาหัส
วันนี้ที่ได้ยินข้อเสนอจากเหออวี่จู้ มันเหมือนแสงสว่างในปลายอุโมงค์
เธอเคยประทับใจเหออวี่จู้ตั้งแต่ตอนเห็นว่าเขาพูดได้สองภาษา แถมยังมีฝีมือระดับสุดยอด และตอนนี้ยิ่งแน่ใจว่า... ชายคนนี้เกิดมาเพื่อประสบความสำเร็จ
เธอเคาะประตูเบา ๆ
“ก๊อก ก๊อก !”
“เข้ามา !” เสียงของหลัวหมิงอี้ดังขึ้นจากห้องทำงานชั้นสอง ชุ่ยหงรีบจัดสีหน้าให้เป็นปกติ เปิดประตูเข้าไป รายงานเสียงเรียบ
“เจ้าของร้าน ฉันไม่ทำให้ผิดหวัง สืบมาได้แล้วค่ะว่าเหออวี่จู้จะทำอะไร เขาจะเปิดร้านอาหารฝั่งตรงข้าม”
“บอกว่าจะขายอาหารเสฉวนเป็นหลัก และรวมอาหารทั่วประเทศ เน้นให้ลูกค้าได้ลิ้มรสอาหารครบทั้ง 8 สำนัก 26 พื้นถิ่นทั่วประเทศค่ะ”
พูดจบ เธอก็เงียบ รอฟังปฏิกิริยา
“โครม ! !”
“ไอ้เนรคุณ ! ลืมไปแล้วเหรอว่าใครให้โอกาสมันตั้งแต่ต้น ! พอถูกไล่ออก ก็ผูกใจเจ็บกลับมาเปิดร้านท้าชนฉัน ! เน้นอาหารเสฉวน ? มันจงใจทิ่มแทงฉันชัด ๆ !”
หลัวหมิงอี้โมโหจนตะโกนลั่น ทุบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความแค้น ใบหน้าเต็มไปด้วยไฟโทสะ
แต่ชุ่ยหงแค่ยืนเงียบ ไม่พูดอะไร ในใจกลับแอบหัวเราะเยาะ...
“ใครกันแน่ที่เริ่มไม่ยุติธรรม ? เป็นคุณไม่ใช่เหรอ ที่กลัวจนไล่เขาออกทั้งที่ยังไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ? ตอนนี้เขาจะเปิดร้านอาหารเอง มันผิดตรงไหน ? คุณเปิดได้ คนอื่นก็เปิดได้ !”
แม้ในใจจะคิดแบบนั้น แต่เธอก็แสดงออกด้วยท่าทีสุภาพ เรียบร้อย ไม่ให้หลัวหมิงอี้จับพิรุธอะไรได้เลย...