เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116 เจี่ยตงซวีงง - อี้จงไห่มึน

บทที่ 116 เจี่ยตงซวีงง - อี้จงไห่มึน

บทที่ 116 เจี่ยตงซวีงง - อี้จงไห่มึน


บทที่ 116 เจี่ยตงซวีงง - อี้จงไห่มึน

เมื่อกลับถึงบ้าน เวลาก็ล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่มแล้ว

อวี่สุ่ยเข้านอนตั้งแต่สามทุ่มเรียบร้อย ที่กลับดึกขนาดนี้ก็เพราะเหออวี่จู้มัวแต่คุยกับหลัวปั้นเฉิงอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องอนาคตของโรงงานเหล็ก รวมถึงทิศทางนโยบายของรัฐในอนาคต

เหออวี่จู้ไม่กล้าบอกหมดทุกอย่าง แต่ก็แอบเผยข้อมูลบางส่วนออกมาเล็กน้อย ถ้าหลัวปั้นเฉิงมีปัญญาพอ ก็สามารถต่อจิ๊กซอว์จากคำพูดเหล่านี้ แล้วรับมือกับคลื่นนโยบายใหญ่ที่กำลังจะมาได้ทันเวลา

ถึงแม้สุดท้ายแล้วจะต้องอพยพหนีไปฮ่องกง แต่ก็น่าจะสามารถลดความวุ่นวายระหว่างทางลงได้บ้าง

ต้องเข้าใจว่า ในชาติก่อนนั้น เขากับหลัวถานซื่อเคยถูกจับเข้าคุกมาแล้ว สุดท้ายเขาต้องหาทางขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง ถึงรอดออกมาได้

ครั้งนี้ ถ้าเขาให้ข้อมูลได้ก่อน อย่างน้อยเหตุการณ์แบบนั้นก็ไม่น่าจะซ้ำรอยอีก และหากเตรียมตัวดีพอ บางทีอาจจะสามารถหลบเลี่ยงมหันตภัยที่ใกล้จะมาถึงได้เลย

แต่ตามความเข้าใจของเขาที่มีต่อ “คลื่นมนุษยธรรม” ต่อให้หลัวปั้นเฉิงจะเตรียมตัวดีแค่ไหน แต่เจอพวกหนุ่มสาวหัวร้อนที่ไม่ฟังเหตุผล ยังไงก็หนีไม่พ้น สุดท้ายก็ยังต้องหนีอยู่ดี

แต่คนที่เขาต้องปกป้องให้ได้ คือ หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ เพราะงั้นในช่วงนี้ หลังจากกิจการร้านอาหารเริ่มลงตัว เขาจะทุ่มสุดตัวไปพัฒนาสำนักงานแปลภาษา

โดยจะเริ่มจากการจ้างนักศึกษามาทำงานพาร์ตไทม์ ขยายงานแปลให้ใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น และแม่นยำขึ้น เป้าหมายสูงสุดคือรับงานแปลเอกสารลับจากภาครัฐ

เพราะหากถึงจุดนั้น แม้จะเกิดคลื่นมนุษยธรรมขึ้น เขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกเลย

ในช่วงนั้น คนที่ทำงานเกี่ยวกับการแปลเอกสารลับจะได้รับการปกป้องจากรัฐเต็มที่ รวมถึงครอบครัวของพวกเขาด้วย

และในสถานการณ์ของประเทศแบบนี้ การจะหาคนที่มีความสามารถแบบนั้นมาทดแทนได้ ย่อมยากเย็นแสนเข็ญ คนแบบนี้จึงกลายเป็น “ทรัพยากรพิเศษ” ที่รัฐจะต้องเก็บรักษา

นั่นคือเหตุผลที่เขาเห็นว่า สำนักงานแปลภาษาคือโอกาสทองของเขา หากทำผลงานได้มากพอ เขาอาจปกป้องไม่ใช่แค่ตัวเอง แต่รวมถึงหลัวปั้นเฉิงและภรรยาของเขาด้วย

แต่ทั้งหมดนี้ยังเป็นแค่แผน ต้องลงมือทำให้เห็นผลเสียก่อน เมื่อใดที่ถูกหน่วยงานของรัฐจับตามอง ถึงตอนนั้นแผนทั้งหมดก็จะเริ่มเกิดผล

หากไม่เริ่มลงมือทำ ทุกอย่างก็เป็นได้แค่ฝันกลางวัน

เหออวี่จู้จัดแจงให้อวี่สุ่ยเข้านอนเสร็จ ก็เตรียมตัวกลับเข้าห้องเพื่ออาบน้ำล้างหน้า

แต่ยังไม่ทันได้ตักน้ำ จู่ ๆ ประตูก็เปิดออก มีใครบางคนเดินเข้ามา

พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็ยิ้มออกมา “โหย ยังไม่นอนอีกเหรอ ? วันนี้มาดึกจังนะ ?”

เขาถามเจี่ยตงซวีด้วยน้ำเสียงแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แน่นอนว่าอีกฝ่ายนอนไม่หลับอยู่แล้ว

โดนโรงงานสั่งพักงาน ถ้าโดนพักต่อเนื่อง เงินเดือนเดือนนี้ก็อด แล้วจะเอาอะไรเลี้ยงครอบครัว ?

ยังไม่ทันที่เจี่ยตงซวีจะอ้าปาก ก็มีคนเข้ามาอีกคนเสียงดังลั่น

“เหออวี่จู้ ! กลับมาช้าขนาดนี้เลยเหรอ ? ทำฉันรอตั้งนานแน่ะ ! นี่เงินสามพันหกร้อย มาเอาไปเร็วเข้า แล้วเอาใบสัญญามาให้ฉัน !”

อี้จงไห่ก็ยังนอนไม่หลับ ในสัญญาเขียนไว้ชัด หากชำระช้าไปวันเดียว ต้องจ่ายเพิ่มวันละร้อยหยวน เขาไม่กล้าเสี่ยงให้โดนเบี้ยปรับแม้แต่วันเดียว

เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าเจี่ยตงซวีจะอยู่ตรงนั้น หยิบเงินยื่นใส่มือเหออวี่จู้ แล้วยื่นมือขอเอกสารคืนทันที

เหออวี่จู้ยิ้ม ๆ หยิบเงินขึ้นมาตรวจดูสองรอบ พอแน่ใจว่าครบ ก็หยิบใบสัญญาคืนให้อีกฝ่าย

“ไม่เสียแรงที่เป็นช่างฝีมือระดับสูง ! เอาล่ะ จากนี้ไป เราไม่ติดค้างอะไรกันแล้ว !”

“แต่ขอบอกไว้เลยนะ วันนี้ฉันอารมณ์ดีถึงได้พูดแบบนี้ อี้จงไห่ ฟังให้ดี ! ต่อไปอย่ามายุ่งกับฉันอีก ไม่งั้นฉันจะทำให้แกไม่รู้ตัวเลยว่าตายยังไง !”

“ถ้าไม่อยากตายเร็ว ก็หุบหางซะ ! จำไว้ ! เอาล่ะ ไสหัวไปได้แล้ว !”

พรุ่งนี้อี้จงไห่จะโดนไล่ออก หลังจากนั้น ต่อให้ทั่วปักกิ่ง เขาก็ไม่มีที่ให้ยืนอีกต่อไป

เหออวี่จู้จะคอยดูว่า หลังจากนี้เขาจะเอาอะไรกิน

อี้จงไห่ไม่พูดอะไร แค่สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไป แต่ระหว่างทาง ดวงตาก็เต็มไปด้วยความอาฆาต ราวกับอยากกินเนื้อเหออวี่จู้ให้ได้

พออี้จงไห่เดินจากไป เหออวี่จู้ก็หันมายิ้มใส่เจี่ยตงซวี “ดึกดื่นยังมาหา ไม่ได้จะเอามาให้เงินเหมือนอี้จงไห่ใช่ไหม ?”

เจี่ยตงซวีรีบตอบ “โอ๊ย ตอนนี้ยังจะพูดเล่นอีก ! เรื่องมันคอขาดบาดตายแล้วนะ ! ฉันทำตามแผนแกหมดแล้วนะ ! หักหลังอี้จงไห่ต่อหน้าคนทั้งซื่อเหอหยวน เผยเรื่องสกปรกของมันออกมาหมดเปลือก !”

“ทำให้มันหมดราคาในซื่อเหอหยวนไปเลย ! แกสัญญาแล้วนี่ว่าจะให้ฉันเป็นผู้ช่วยหัวหน้า แถมเงินเดือนตั้งร้อยหยวน ! ตอนนี้ล่ะ จะจัดการให้ฉันเมื่อไหร่ ?”

“วันนี้ฉันทะเลาะกับอี้จงไห่เลยโดนพักงาน ! รีบไปบอกท่านหลัวเลยนะ ให้เขาช่วยเคลียร์เรื่องเงินเดือนกับตำแหน่งให้ฉัน !” เจี่ยตงซวีพูดเสียงดังลั่น ตาเป็นมัน

แต่เหออวี่จู้กลับหัวเราะ “แกคิดว่าทำไมฉันถึงกลับดึกขนาดนี้ล่ะ ? ก็เพราะไปกินข้าวบ้านท่านหลัวมาไง !”

“หลังอาหาร เขาชวนขึ้นไปคุยในห้องหนังสือแล้วรู้ไหม เขาด่าฉันกับแกยับ ! บอกเลยว่าอารมณ์เสียมาก !”

“ฉันตั้งใจจะใช้มื้อนี้เจรจาเรื่องของแกโดยเฉพาะ แต่แกก็ดันไปทะเลาะกับอี้จงไห่ซะก่อน พังหมดเลย !”

“ตอนนี้ท่านหลัวสั่งเด็ดขาดว่าแกกับอี้จงไห่ต้องโดนไล่ออกทั้งคู่ ! ฉันพูดยังไงก็ไม่มีประโยชน์ เขาไม่เปลี่ยนใจ !”

“เพราะฉะนั้น เจี่ยตงซวี อย่ามาโทษใครทั้งนั้น ! แกทำลายอนาคตตัวเองทั้งที่มันอยู่แค่เอื้อม !”

เหออวี่จู้โยนความผิดให้หมด อ้างว่าเพราะเรื่องทะเลาะวิวาท ทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า

เจี่ยตงซวีถึงกับตะลึง “อะไรนะ ? ! ไล่ออก ? มันจะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ! แค่ทะเลาะกันนิดเดียวเองนะ !”

“อีกอย่าง มันก็เป็นอี้จงไห่ที่มาหาเรื่องฉันก่อน ไม่ใช่ฉันเริ่มก่อนซะหน่อย ! ทำไมฉันต้องโดนด้วย ?”

“ไม่ได้ ! แบบนี้ไม่ยุติธรรม ! เหออวี่จู้ ! แกสัญญากับฉันแล้วนะ ! ถ้าไม่รักษาสัญญา ฉันไม่มีทางหักหลังอี้จงไห่แน่ !”

“แกต้องทำให้ฉันได้เป็นผู้ช่วยหัวหน้า และได้เงินเดือนตามที่พูด ! ไม่งั้นฉันจะไม่ยอมเด็ดขาด !”

เหออวี่จู้พูดเสียงเข้ม“แกจะโวยวายใส่ฉันทำไม ? ฉันก็ไม่อยากผิดคำพูดหรอก !”

“แต่แกเป็นคนทำลายแผนการนี้เองกับมือ ! ถ้าแกไม่ทะเลาะกันซะก่อน ตอนนี้แกคงเป็นผู้ช่วยหัวหน้าไปแล้ว ! แต่แกดันหาเรื่องซะก่อน ใครจะช่วยอะไรได้อีก ? จะโทษก็โทษตัวเอง หรือจะโทษอี้จงไห่ที่หาเรื่องแก !”

“ถ้าไม่มีเรื่องนี้ แกก็คงได้เป็น ‘ผู้ช่วยหัวหน้าเจี่ย’ ไปนานแล้ว !”

เจี่ยตงซวีได้ยินแบบนั้น ก็ได้แต่กัดฟันแน่น หันไปก่นด่าอี้จงไห่ด้วยความแค้นสุดใจ

“ไอ้เลวเอ๊ย ! อี้จงไห่นี่มันตัวซวยชัด ๆ ! ! หาเรื่องฉันทำไมก็ไม่รู้ !”

“ฉันจะเอามันให้ตายคามือให้ได้ !”เจี่ยตงซวียังคงเดือดพล่าน แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นเสียงอ้อนวอนทันที “แต่เฮ้ย... เสี่ยวจู้ แกต้องช่วยฉันหน่อยเถอะ ถึงจะไม่ได้ขึ้นเงินเดือน ไม่ได้เป็นผู้ช่วยหัวหน้าก็ไม่เป็นไร แต่ขอแค่ได้ทำงานต่อก็ยังดี ไม่งั้นครอบครัวฉันมีหวังอดตายกันหมดแน่ !”

เหออวี่จู้ยิ้มเหี้ยม ๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า “จะบอกความจริงให้ก็ได้... เรื่องของแกมันก็แค่ประโยคเดียวจบเองจริง ๆ นั่นแหละ แต่แกดันเสือกไปโชว์เหนือใส่อี้จงไห่ แถมถึงขั้นลงไม้ลงมือ ลูกศิษย์กระทืบอาจารย์ ต่อให้ที่ไหนก็ถือเป็นเรื่องต้องห้ามสุด ๆ ดันมาทำตอนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออีก แกใช้สมองส่วนไหนคิดวะ ?”

เจี่ยตงซวีได้แต่ยืนอึ้ง เงียบไปหลายวินาที ยิ่งฟังที่เหออวี่จู้พูด ก็ยิ่งรู้สึกว่ามัน...โคตรจะจริง

ถ้าอี้จงไห่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน เขาก็ไม่มีความผิดเลย แถมอาจจะได้รางวัลด้วยซ้ำ

แต่เรื่องมันกลายเป็น “ลูกศิษย์ต่อยอาจารย์” ถึงอี้จงไห่จะเลวแค่ไหน ในสายตาคนทั่วไป ศิษย์ก็คือศิษย์ จะยังไงก็ไม่ควรตบตีอาจารย์ต่อหน้าคนทั้งโรงงาน

“เฮ้อ... ก็เพราะอี้จงไห่มันหาเรื่องก่อนจริง ๆ นี่หว่าไม่งั้นฉันจะลงไม้ลงมือเรอะ ? มันพอเริ่มงานปุ๊บก็”

เหออวี่จู้ชูมือขึ้น สั่งให้หยุดพูด “พอ ๆ ๆ ฉันไม่อยากฟังข้อแก้ตัวพวกนั้น! ตอนนี้เพราะเรื่องของแก ฉันโดนท่านหลัวด่าซะยับ แม้แต่ลูกสาวเขาก็เริ่มมองฉันไม่เหมือนเดิมแล้ว !”

“ทีแรกเราวางแผนจะแต่งงานกันปลายปีนี้... แต่ตอนนี้ต้องเลื่อนไปก่อนแล้ว เพราะฉะนั้น จำไว้เลยเจี่ยตงซวี ฉันอยากช่วยแกนะ แต่แกเสือกเลือกเดินเข้าซอยตันเอง ฉันช่วยอะไรไม่ได้ !”

“อยากโทษก็ไปโทษอี้จงไห่นั่นแหละ ! เพราะมันนั่นแหละ ที่ทำให้แกไม่ได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่ได้ขึ้นเงินเดือน แล้วยังโดนไล่ออกอีก !”

เหออวี่จู้จ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าผิดหวังเหมือนผู้ใหญ่ที่ผิดหวังในเด็กโง่ ๆ และแน่นอน เขาก็จงใจพูดให้เจี่ยตงซวีโยนความแค้นทั้งหมดใส่อี้จงไห่

ปล่อยให้สองคนนี้กัดกันเอง เขาขอแค่ไม่โดนลูกหลงก็พอ

“เสี่ยวจู้... ฉันขอโทษจริง ๆ นะ ! แต่แกสนิทกับท่านหลัวนี่นา ขอร้องล่ะ ช่วยพูดให้หน่อยเถอะ ! อย่างที่บอก ไม่ต้องเลื่อนตำแหน่ง ไม่ต้องเพิ่มเงินเดือนก็ได้ ขอแค่ได้กลับไปทำงานก็พอ ! ไม่งั้นฉันต้องตายแน่ ! จะให้จ่ายเงินเพิ่มก็ได้ ฉันยินดี !”

คำพูดนั้นทำเอาเหออวี่จู้สายตาเปลี่ยนทันที ก็อย่างไรเสีย... ก่อนหน้านี้ทั้งอี้จงไห่กับหลิวไห่จงก็โดนรีดเงินมาแล้ว เจี่ยตงซวีถึงจะเป็นลูกแกะน้อย แต่ก็ยังมีขนให้โกนอยู่บ้าง

“อืม...”

เจี่ยตงซวีคุกเข่าต่อทันที “เสี่ยวจู้ ! ถือว่าฉันขอร้องพี่ชายเถอะนะ ! บ้านฉันทั้งบ้านรอเงินเดือนฉันคนเดียว ถ้าโดนไล่ออกไปตอนนี้ มีหวังได้ไปขอทานทั้งครอบครัว !”

“ยังไงก็ได้ ช่วยฉันเถอะนะ ! ต่อไปในซื่อเหอหยวนนี้ ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง ฉันจะฟังแค่แกคนเดียว !”

เหออวี่จู้แสร้งถอนหายใจ ยืนนิ่งเหมือนครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหัวช้า ๆ แล้วพูดว่า

“เอาวะ คนใจอ่อนอย่างฉันก็แบบนี้แหละ ช่วยก็ช่วย แต่จำไว้เลยนะ จะให้ช่วยเรื่องแบบนี้ มันไม่มีคำว่า ‘ฟรี’ ! ถ้ามีค่าใช้จ่ายขึ้นมา แกต้องไม่บ่น ! ตอนนี้ถูกไล่ออกแล้ว เรื่องแกคงเปลี่ยนไม่ได้ ต้องรอให้เรื่องเงียบก่อน แล้วค่อยหาทางเข้าใหม่”

“ฉันจะพยายามคืนดีกับท่านหลัว แล้วค่อยหาจังหวะเสนอให้แกได้กลับไปแบบ ‘ชดใช้ด้วยผลงาน’ ตกลงไหม ? ถ้าตกลงก็ว่ามา ถ้าไม่ก็... ไปให้พ้นเลย !”

“ตกลง ! ตกลงเลย !” เจี่ยตงซวีดีใจสุดขีด“เรื่องนี้ขอฝากไว้เลยนะ ไม่ว่าจะต้องเสียเงินแค่ไหน ฉันก็ยอม !ขอบใจจริง ๆ นะ !”

“เอ้อ ถ้าบ้านแกมีอะไรจะซักล้างอะไรล่ะก็ บอกได้เลย เดี๋ยวให้เมียฉันไปช่วย ! เรื่องเล็กน้อย แค่นี้เอง คนกันเอง อย่าเกรงใจ !”

เจี่ยตงซวีพูดพลางโค้งตัวลา แล้วรีบเดินออกจากบ้านเหออวี่จู้

แต่แทนที่จะกลับบ้าน เขากลับเดินตรงไปยังหน้าบ้านอี้จงไห่ ก้มลงเก็บก้อนหินแล้วก็ปาเข้าที่กระจกหน้าต่างของบ้านอีกฝ่าย !

“เพล้ง ! เพล้ง !”

กระจกสี่ห้าบานแตกละเอียด ไม่มีชิ้นไหนเหลือรอด โชคดีที่ไม่ใช่หน้าหนาว ไม่งั้นอี้จงไห่กับภรรยาคงหนาวตาย

แต่นี่มันหน้าร้อนยุงบินกันให้ว่อน นอนไม่ได้แน่ ๆ ถ้ากระจกแตกขนาดนี้

เสียงดังสนั่นทำให้อี้จงไห่กับหลิวฮุ่ยเจวียนสะดุ้งโหยง รีบตื่นขึ้นมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

เสียงเจี่ยตงซวีก็ดังขึ้นมาจากหน้าบ้าน “อี้จงไห่ ไอ้เวรตะไล ! ! แกมันคนชั่ว หมาไม่มีตูด ! เพราะแกนั่นแหละ ทำให้ฉันโดนไล่ออกจากโรงงาน ! จำไว้เลย ! แกกับฉัน ยังไงก็ต้องมีคนตาย ! ตัวเองโดนไล่ออกก็พอแล้ว ทำไมต้องลากฉันลงนรกด้วย !”

“รอไว้เลย ! สักวันฉันจะฆ่าแกแน่ ! ขอให้แกตายโหง อี้จงไห่ !”

ในบ้าน อี้จงไห่หน้าดำเป็นถ่าน เมื่อก่อนสองคนนี้สนิทกันจนเรียกว่าญาติ แต่พอแตกคอกันแล้ว มันก็ยิ่งโหดเหี้ยมขึ้นเป็นเท่าตัว

“เจี่ยตงซวีมันบ้าหรือเปล่า ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้ ?”

“แต่เดี๋ยว ๆ เมื่อกี้เขาพูดว่า ‘คุณก็โดนไล่ออกเหมือนกัน’ หมายความว่าไง ?”

“ตอนเย็นยังบอกอยู่ว่าแค่โดนสั่งพักงานรอสอบสวนเองนี่ ?”

หลิวฮุ่ยเจวียนถามอย่างงุนงง

อี้จงไห่ก็งงไม่ต่างกัน “หา ? โดนไล่ออกเหรอ ? ไม่ใช่แค่พักงานรอสอบสวนเหรอ ? ทำไมกลายเป็นไล่ออกไปได้ล่ะ ?”

ถ้าข่าวนี้เป็นจริง เขาคงไม่ใช่แค่ตัวตลกของซื่อเหอหยวนนี้แล้ว แต่จะกลายเป็นขี้ปากของคนทั้งปักกิ่ง !

ต้องหาความจริงให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ !

จบบทที่ บทที่ 116 เจี่ยตงซวีงง - อี้จงไห่มึน

คัดลอกลิงก์แล้ว