- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 115 ไล่ออกโดยตรง พร้อมหมายเหตุในแฟ้มประวัติ !
บทที่ 115 ไล่ออกโดยตรง พร้อมหมายเหตุในแฟ้มประวัติ !
บทที่ 115 ไล่ออกโดยตรง พร้อมหมายเหตุในแฟ้มประวัติ !
บทที่ 115 ไล่ออกโดยตรง พร้อมหมายเหตุในแฟ้มประวัติ !
ขณะที่เหออวี่จู้กำลังหยอกล้อกับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์อยู่หน้าบ้าน ทันใดนั้นก็มีรถคันหนึ่งแล่นเข้ามา
พอเห็นรถคันนั้น มือที่จับกันใต้โต๊ะก็รีบแยกจากกันทันที
“พ่อฉันกลับมาแล้ว ! ฉันไปปลุกแม่ก่อนนะ นายก็เข้าไปในครัวได้แล้ว !”
หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หน้าก็แดงระเรื่ออย่างเขินอาย
“ได้เลย ! แต่อย่าลืมล่ะ ! ถ้าช่วงกลางวันไม่มีอะไรทำ ก็มาที่บ้านฉันบ้างก็ได้ ! ช่วงนี้ฉันว่างมาก จะได้มีเวลาเรียนรู้กันให้มากขึ้น พัฒนาความสัมพันธ์ของเรา ! เข้าใจไหม ?”
เหออวี่จู้ย้ำคำด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไอ้บ้าเอ๊ย ! ฉันไม่ไปหรอก ไปก็โดนนายแกล้งอยู่ดี คิดว่าฉันไม่รู้เหรอ ว่านายคิดอะไรอยู่ในหัว ! ฝันไปเถอะ ! !”
พูดจบ หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ตรงขึ้นชั้นบนไปปลุกแม่ให้ลงมาทานข้าวเย็น
ส่วนเหออวี่จู้ก็ไม่ได้ตรงเข้าไปในครัวในทันที แต่เดินออกไปต้อนรับหลัวปั้นเฉิงที่เพิ่งกลับมาพร้อมกับอวี่สุ่ย
เมื่อคืนอวี่สุ่ยนอนค้างที่บ้านคุณครูหร่าน เขาเองก็อยากถามไถ่เสียหน่อย
เสียงเบรกดัง เอี๊ยด ! รถหยุดอยู่หน้าประตูบ้าน หลัวปั้นเฉิงกับอวี่สุ่ยลงมาจากเบาะหลัง หลี่เชาก็ปิดประตูรถให้
“ท่านประธานหลัว ผมกลับก่อนนะครับ พรุ่งนี้เช้าจะมารับอีกที”
เหออวี่จู้เดินเข้าไปหา พูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “ลุงหลัว พี่หลี่ กลับมาแล้วเหรอครับ อวี่สุ่ย มานี่สิ !”
อวี่สุ่ยเห็นเขาก็รีบวิ่งเข้ามากอดแขนทันที “พี่ชาย~ วันนี้เรากินอะไรดี ? ฉันคิดถึงอาหารที่พี่ทำมากเลย ! เมื่อวานคุณครูหร่านทำไม่อร่อยเท่าพี่เลย !”
เหออวี่จู้หัวเราะแห้ง ๆ ฟังแล้วก็อดกลุ้มใจไม่ได้ ถ้าอาจารย์หร่านมาได้ยินเข้าคงเสียใจแย่
“สวัสดีนะ อวี่จู้ น่าอิจฉาความสัมพันธ์ของพวกนายจริง ๆ เป็นพี่น้องที่รักกันมาก ไม่เหมือนฉัน อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด”
เรื่องครอบครัวของหลี่เชา เหออวี่จู้ไม่เคยถามมาก่อน ได้แต่ยิ้มรับ ไม่ได้พูดอะไรมาก กลับเสนอขึ้นว่า “พี่หลี่ วันนี้ทำอาหารไว้เยอะเลย มากินด้วยกันไหม ? ไม่อย่างนั้นกลับไปก็ต้องทำกินเองอีก มันเสียเวลา !”
เขาหันไปถามหลัวปั้นเฉิงอีกคน “ลุงหลัว เห็นด้วยไหมครับ ?”
หลัวปั้นเฉิงพยักหน้า “แล้วแต่เสี่ยวจู้เถอะ อยู่กินที่นี่เถอะ ไม่ต้องรีบกลับไปทำอะไรให้วุ่นวาย”
เมื่อหลัวปั้นเฉิงเห็นดีด้วย หลี่เชาก็ไม่ปฏิเสธอีกต่อไป
“คุณผู้ชายกลับมาแล้วค่ะ คุณนายกำลังพักผ่อนอยู่ชั้นบน เดี๋ยวจะลงมาเร็ว ๆ นี้ค่ะ”
แม่บ้านหวงเอารองเท้าแตะมาให้หลัวปั้นเฉิงด้วยความเคารพ
“อืม แม่บ้านหวง ไปเอาชาในห้องหนังสือฉันมาชงทีนะ แล้วเอามาเสิร์ฟด้วย”
แม่บ้านหวงรีบพยักหน้ารับคำ แล้วคนทั้งกลุ่มก็พากันไปนั่งในห้องรับแขกพูดคุยกันเล็กน้อย
เหออวี่จู้ลุกขึ้น “ลุงหลัว พี่หลี่ เชิญนั่งตามสบายครับผมไปดูในครัวหน่อย อวี่สุ่ย เธอนั่งอยู่ตรงนี้ดี ๆ นะ เดี๋ยวพอพี่เสี่ยวเอ๋อร์ลงมา ให้พาไปเล่นด้วย ตกลงไหม ?”
อวี่สุ่ยพยักหน้าอย่างว่าง่าย จากนั้นเขาก็ตรงไปยังห้องครัว
ไม่นาน หลัวเสี่ยวเอ๋อร์กับแม่ของเธอก็ลงมาจากชั้นบน
“อวี่จู้มาถึงแล้ว ทำไมเธอไม่อยู่ข้างล่างต้อนรับเขาล่ะ ? ขึ้นไปนอนซะได้ ?”
หลัวปั้นเฉิงถามด้วยสีหน้างง ๆ
“ก็เด็กสองคน เขาจะคุยกัน ฉันผู้ใหญ่จะไปนั่งอยู่ด้วยทำไมเล่า ? เสียจังหวะหมด !”
หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ฟังแล้วถึงกับหน้าแดง เพิ่งเข้าใจว่าแม่จงใจเปิดทางให้เธอกับเหออวี่จู้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
เท่ากับว่าเรื่องของเธอกับเขา แม่รู้หมดแล้ว ! แต่ก่อนที่จะคิดอะไรไปไกล อวี่สุ่ยก็วิ่งมาหาเธอ
“สวัสดีค่ะคุณป้าถาน สวัสดีค่ะพี่เสี่ยวเอ๋อร์”
แม่ลูกก็ยิ้มรับคำทักทาย เอ็นดูอวี่สุ่ยเป็นพิเศษ ทั้งน่ารักและรู้ความเกินวัย
พวกเธอจึงอยู่เล่นกับอวี่สุ่ย หยิบขนมและผลไม้มาวางไว้ให้
หลัวปั้นเฉิงเห็นว่าไม่มีอะไรต้องจัดการ
จึงลุกขึ้นเดินไปห้องน้ำ “พ่อกลับมาเหนียวตัวไปหมด ขอไปอาบน้ำก่อนนะ !”
หลี่เชาก็รีบบอก “ได้เลยครับ ท่านหลัว ไม่ต้องเป็นห่วงผม !”
เมื่อหลัวปั้นเฉิงขึ้นไป ภรรยาของเขาก็หันมาคุยกับหลี่เชาแทน ไม่ปล่อยให้เขานั่งเงียบ ๆ อยู่คนเดียว
ครึ่งชั่วโมงถัดมา ทุกคนนั่งพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหาร
มองดูอาหารสไตล์ “ตระกูลถาน” เต็มโต๊ะ ทั้ง หูฉลามตุ๋น, ไก่นึ่งเห็ดหญ้า, ไก่ป่าอบไม้ไผ่,ซุปเห็ดหูหนูขาว,เป๋าฮื้อแดง, กุ้งใหญ่ลั่วฮั่น ที่เป็นของขึ้นชื่อ
แต่ละจานล้วนพิถีพิถัน รสชาติเยี่ยม
เหออวี่จู้ยกจอกชูขึ้น กล่าวอย่างถ่อมตัวว่า “ขอเชิญทุกท่านลิ้มลองดูครับ!นี่เป็นครั้งแรกที่ผมลองทำอาหารถานแบบเต็มสูตร ไม่รู้ว่าจะถูกปากหรือเปล่า ยังไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ !”
น้ำเสียงนั้นสุภาพนุ่มนวล ฟังแล้วทำเอาหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับตาเป็นประกายอีกครั้ง
เขาไม่เพียงแค่เป็นพ่อครัวฝีมือดี ยังพูดจาอย่างมีวัฒนธรรม คล้ายกับคนที่ได้รับการศึกษาดี
สำหรับคนที่อายุแค่สิบหกปี เหออวี่จู้ช่างน่าทึ่งเหลือเกิน
“ไม่ต้องชิมก็รู้ได้!แค่ดูจากสีสัน กลิ่นหอม และหน้าตาก็รู้แล้วว่าอาหารที่ทำมานั้นเยี่ยมแค่ไหน! ฉันไม่ได้กินอาหารแบบนี้มานานมากแล้ว”
หลัวถานซื่อพูดด้วยน้ำเสียงตื้นตัน ในอดีตเธอเคยโดนทางบ้านกีดกันเรื่องแต่งงาน สุดท้ายเลือกตัดขาดกับบ้านเกิดเพื่อมาใช้ชีวิตกับหลัวปั้นเฉิง หลายปีผ่านไปไม่เคยมีโอกาสคืนดีกับครอบครัวเดิม
วันนี้พอได้กินอาหารถานแท้ ๆ ความรู้สึกในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมา
หลัวปั้นเฉิงเองก็เข้าใจภรรยา จึงรีบพูดเบา ๆ “พอแล้ว ไม่พูดเรื่องอดีตแล้ว รีบกินเถอะ อย่าให้เด็ก ๆ เห็นว่าเรายังไม่ตัดใจ”
เธอพยักหน้า แล้วก็ตักอาหารเข้าปาก ดวงตาแดงรื้นไปหมด ยังดีที่กลั้นน้ำตาไว้ได้
ทุกคนกินไป พูดคุยไปเหล้าไหลเวียนเสียงหัวเราะอบอวล
หลี่เชาแม้จะไม่ดื่ม แต่ก็ลิ้มรสอาหารอย่างมีความสุข เขาเคยกินอาหารดี ๆ มามาก แต่ไม่มีครั้งไหนที่ทำให้รู้สึกอิ่มเอมใจเท่านี้
แอบมองเหออวี่จู้ เขาอดไม่ได้ที่จะนับถือในใจ
ชายหนุ่มคนนี้ ไม่ได้เก่งแค่ทำอาหาร ยังเชี่ยวชาญภาษาต่างประเทศ ทำเงินจากแปลเอกสารได้เป็นหมื่น อายุน้อยแต่มีพรสวรรค์ล้นเหลือ
มันไม่ใช่แค่ความพยายาม แต่มันคือ พรสวรรค์ระดับท็อปของชาติ !
หลังมื้ออาหาร หลัวปั้นเฉิงพาเหออวี่จู้ขึ้นไปชั้นบน
“อวี่จู้ ตามฉันไปที่ห้องหนังสือหน่อย มีเรื่องจะคุย”
เหออวี่จู้พยักหน้ารับ เมื่อเข้าไปในห้องแม่บ้านก็จัดเตรียมชาไว้เรียบร้อย พร้อมบุหรี่และไฟแช็ก
หลัวปั้นเฉิงกล่าว“นี่คือชาดีที่เพื่อนเก่าส่งมาให้ เป็นพันธุ์ดั้งเดิมของต้าหงเผา ลองชิมดู ถ้าชอบ เดี๋ยวแบ่งไปให้”
พูดจบก็เริ่มเข้าสู่ประเด็น “วันนี้บ่าย ในโรงงานเกิดเรื่อง อี้จงไห่กับเจี่ยตงซวี ทะเลาะกันจนถึงขั้นลงไม้ลงมือ ฉันสั่งพักงานไว้ก่อนแล้ว แต่จะเอาอย่างไรต่อ ขึ้นอยู่กับนาย”
เหออวี่จู้ไม่ลังเลแม้แต่นิด “ไล่ออก ! แล้วยังไงก็ช่วยฝากบอกเพื่อน ๆ ของลุงหน่อย ให้ใส่หมายเหตุไว้ในแฟ้มประวัติ ไม่ต้องรับเข้าทำงานที่ไหนอีก !”
“ตีงูต้องตีให้ตาย ถ้าไม่ตนเองนั่นแหละที่จะโดนกัด ผมไม่ใช่คนโหดร้าย แต่กับคนที่คิดร้ายกับผมก่อน ผมก็ไม่จำเป็นต้องเมตตา !”
หลัวปั้นเฉิงพยักหน้า “ได้ เดี๋ยวฉันจะสั่งให้ฝ่ายบุคคลดำเนินการและในแฟ้มจะมีหมายเหตุว่า ‘พฤติกรรมไม่เหมาะสม-ไม่เหมาะสำหรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่หรือองค์กรต่าง ๆ ’ อย่างชัดเจน”
ในโลกแบบนี้ หมายเหตุในแฟ้มประวัติ เท่ากับตัดอนาคตไปครึ่งชีวิต
นับแต่นี้เป็นต้นไป อี้จงไห่กับเจี่ยตงซวีจะไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้อีกเลยในวงการนี้