เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !

บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !

บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !


บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !

ทั้งสามคนสบตากันด้วยความตกตะลึง ต่างยืนงงอยู่กับที่

เหออวี่จู้จึงรีบสะบัดมือของเซลีน่าออกแล้วหันไปมองหลัวหมิงอี้ เจ้าของร้าน ด้วยรอยยิ้มเก้อ ๆ

“เจ้าของร้านครับ ผมขออธิบายแค่ประโยคเดียวได้ไหม ? เรื่องจริงคือว่า...”

แต่เขายังพูดไม่ทันจบ หลัวหมิงอี้ก็ยกมือขึ้นห้ามไว้ทันที “อาจารย์เหอ จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วไปหาฉันที่สำนักงาน !”

พูดจบก็ไม่รอคำอธิบายอะไรอีก เดินถอยหลังออกไปทันที พร้อมปิดประตูลงอย่างแน่นหนา

น้ำเสียงของอีกฝ่ายชัดเจนว่ากำลังโกรธ สีหน้าเองก็ไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

แต่มันไม่ใช่อย่างที่เขาเข้าใจนี่นา...

เหออวี่จู้ได้แต่มองไปที่เซลีน่าที่ยืนอยู่ด้านหลัง ตอนนี้เธอก็เริ่มใจเย็นลงแล้ว

“เซลีน่า...คุณเห็นแล้วใช่ไหม ? การที่คุณมาปรากฏตัวแบบนี้ สำหรับผม มันคือการรบกวนโดยตรง”

“คำขอของคุณมันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”

“ผมบอกคุณแล้วว่าสุดสัปดาห์นี้ ผมมีนัดกับคนที่ผมคุยด้วยอยู่ ผมจะไปแกล้งเป็นแฟนคุณไม่ได้ !”

“ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของคุณเป็นถึงทูตใหญ่ของสถานทูต ต่อให้ผมตกลงช่วยคุณจริง ๆ สุดท้ายเขาสืบแค่นิดเดียว ก็ต้องรู้ว่าเรากำลังหลอกเขาอยู่แน่ ๆ !”

“เพราะฉะนั้น เลิกคิดอะไรบ้า ๆ แบบนี้ได้แล้ว !”

“ตอนนี้ผมต้องไปอธิบายกับเจ้านาย คุณจะทำอะไรก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกับงานผมอีก ไม่งั้น...ผมจะไม่ถือว่าคุณเป็นเพื่อน แต่จะมองคุณเป็นศัตรู !”

“ประเทศของผมมีคำพูดอยู่บทหนึ่งว่า ‘เพื่อนมา มีเหล้าดี ศัตรูมา มีปืนล่าสัตว์’ !”

“คุณจะเลือกแบบไหน คิดเอาเองเถอะ !”

เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาจริงจัง บอกตรง ๆ ว่ากำลังเตือน

แต่เซลีน่ากลับไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ดื้อรั้นจนชวนให้ปวดหัว แทนที่จะยอมถอย เธอกลับตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม

“งั้นก็ไม่ต้องแกล้ง เราเป็นแฟนกันจริง ๆ ไปเลยก็ได้ ! ถึงจะเป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานนี่นา !”

“แล้วถึงคุณจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ฉันก็ยังเป็นแฟนคุณต่อได้ !”

“มันไม่ขัดกันเลยสักนิด !”

“ฉันแค่อยากอยู่ในจีน ไม่อยากกลับประเทศ ขอร้องล่ะ เหอ...ตกลงกับฉันเถอะนะ !”

ได้ยินคำพูดที่เล่นเอาหลักศีลธรรมแทบพังทลาย เหออวี่จู้ถึงกับปวดหัวหนัก

เขาอยากจะระเบิดอารมณ์ออกไปตรงนั้น แต่ติดที่สถานะของเธอ ทำให้เขาทำอะไรไม่ได้

แต่ถ้าไม่จัดการ เธอก็จะตามติดเขาเหมือนกาวตราช้างไม่มีผิด !

“เซลีน่า ผมจะพูดอีกครั้ง เรื่องนี้...ไม่ได้ ผมไม่ตกลง !”

“อย่ามายุ่งกับผมอีก ! ไม่งั้นผมจะไม่สุภาพแน่ !”

“อย่ามาท้าทายความอดทนของผม เพราะมันมีขีดจำกัด !”

เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เหออวี่จู้ก็โกรธจนแทบหัวจะระเบิดแล้ว การเจอคนไม่ฟังเหตุผลมันเหนื่อยแบบนี้นี่เอง...

เงินเดือนหนึ่งร้อยหยวนที่เขาได้มา มันไม่คุ้มเลยกับการต้องเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ บางที...กลับไปทำงานในครัวอย่างเรียบง่ายน่าจะดีกว่า

พูดจบ เหออวี่จู้ก็ไม่รออะไรอีก เปิดประตูเดินออกจากห้องทันที ทิ้งเซลีน่าให้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอยู่นาน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ

...

“นั่งลงสิ !” เสียงของหลัวหมิงอี้ ดังขึ้นในห้องทำงาน

“อาจารย์เหอ นายมาอยู่ที่เฟิงเจ๋อหยวนก็สามปีกว่าแล้ว”

“อาจารย์ของนายเห็นว่านายมีฝีมือดี อีกทั้งครอบครัวนายก็ลำบาก เลยอยากให้นายได้บรรจุก่อนกำหนด”

“ฉันเองก็เห็นด้วย !”

“พอรู้ว่านายพูดภาษาต่างประเทศได้ตั้งสองภาษา ฉันก็เพิ่มเงินเดือนให้นายเป็นร้อยหยวนต่อเดือน !”

“ฉันว่าฉันปฏิบัติกับนายดีพอใช่ไหม ?”

เหออวี่จู้พยักหน้ารับทันที ใช่เลย...เขาก็รู้สึกว่าหลัวหมิงอี้ ดีกับเขามากจริง ๆ

แม้ตอนที่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำจะมาจากฝีมือล้วน ๆ แต่ถ้าไม่ได้ความเห็นชอบจากเขา ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางได้ขึ้น

เรื่องเงินเดือนเพิ่ม เขาก็เข้าใจว่ามันเป็นเพราะเห็นฝีมือ ไม่ได้เรียกว่าเป็นบุญคุณอะไร

แต่อย่างน้อย...คนที่ให้ข้าวให้แกงกิน ก็ต้องรู้จักให้เกียรติไว้ก่อน

“เจ้าของร้านปฏิบัติกับผมดีมากครับ ผมจำไว้ในใจเสมอ ไม่เคยลืม”

“ตอนที่ลำบาก ผมได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ผมซาบซึ้งใจจริง ๆ”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจ

“ดี!” หลัวหมิงอี้ยิ้มบาง ๆ “แสดงว่านายยังไม่ลืมรากเหง้า ยังรู้จักกตัญญู !”

“งั้นฉันก็หวังให้นายทำหน้าที่ให้ดี อย่าสร้างปัญหาให้เฟิงเจ๋อหยวน !”

“เซลีน่าเป็นคนยังไง ฉันก็บอกนายแล้ว”

“ฉันไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากให้เฟิงเจ๋อหยวนพังในมือฉัน !”

“จากนี้ไป ฉันไม่อยากเห็นนายยุ่งเกี่ยวกับเซลีน่าอีก โดยเฉพาะในร้าน ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม !”

“เรื่องที่เกิดวันนี้ ฉันหวังว่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย !”

หลัวหมิงอี้เตือนด้วยน้ำเสียงชัดเจน

เหออวี่จู้ฟังแล้วก็รู้สึกหนักใจ แต่ก็ยังพยายามอธิบาย

“เจ้าของร้านครับ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากพ่อของเซลีน่าอยากส่งเธอกลับประเทศ”

“เธอไม่อยากกลับ เลยขอให้ผมแกล้งเป็นแฟนเธอ เพื่อให้พ่อยอมปล่อย”

“แต่ผมปฏิเสธไปแล้วครับ เพราะผมเองก็มีนัดกับคนที่แนะนำให้รู้จักกันอยู่”

“สิ่งที่คุณเห็นเมื่อกี้ เป็นการกระทำของเธอฝ่ายเดียว ผมไม่มีเจตนาเลยสักนิด”

เขาอธิบายตรง ๆ ชัดเจนทุกอย่าง แต่จากสีหน้าของหลัวหมิงอี้ ...ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่

แม้เขาจะไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

“เรื่องความสัมพันธ์ของพวกนาย ฉันไม่อยากรู้ ไม่อยากตรวจสอบว่าอะไรจริงอะไรเท็จ”

“ฉันมีแค่เรื่องเดียวที่ต้องการ ให้เฟิงเจ๋อหยวนสงบและมั่นคงต่อไปอีกหลายสิบปี !”

“ถ้ามีปัจจัยอะไรที่อาจทำให้ร้านนี้เสียหาย...ฉันไม่ลังเลที่จะกำจัดมัน !”

“พูดกันตรง ๆ ถ้าในอนาคตมีปัญหาเพราะเซลีน่า ฉันจะให้นายออก ถึงแม้จะเสียดายความสามารถของนายก็ตาม !”

“หวังว่านายจะเข้าใจ อาจารย์เหอ !”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มบนหน้าเหออวี่จู้ก็หายวับไปทันที

มีคำพูดหนึ่งว่า ‘พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์ แต่ก่อนเขาไม่เคยเชื่อ...แต่วันนี้ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนนิยมพูดแบบนี้

ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ สักอย่าง แต่หลัวหมิงอี้กลับพูดตัดบทราวกับเขาคือภัยร้ายที่ต้องรีบกำจัด

เจ็บนะ...แต่ก็เข้าใจ

นี่แหละ โลกของคนทำงาน

ถ้าเขายังยุ่งกับเซลีน่าต่อไป อีกฝ่ายคงไม่ลังเลที่จะไล่เขาออกแน่...

เหออวี่จู้มั่นใจมากว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิด !

“เข้าใจครับ เข้าใจอย่างยิ่ง !”

“เจ้าของร้านวางใจได้เลย ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ ผมเหออวี่จู้รับรองว่าจะไม่สร้างปัญหาใด ๆ ให้เฟิงเจ๋อหยวน ไม่ต้องให้คุณพูด ผมจะลาออกไปเอง !”

“งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ !”

พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นทันที ไม่แม้แต่จะรอให้หลัวหมิงอี้ พูดอะไรต่อ

อีกฝ่ายมองตามแผ่นหลังเขาไป สีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกใด ๆ

เขาพูดเสมอว่า ในใจเขาให้ความสำคัญแค่เฟิงเจ๋อหยวน ส่วนเรื่องชีวิตใครจะเป็นยังไง เขาไม่เคยสน หากวันหนึ่งเหออวี่จู้กลายเป็นภาระ เป็นตัวปัญหา เขาก็จะไล่ออกทันที โดยไม่ลังเล

“ถึงจะเป็นคนมีความสามารถ แต่ก็ไม่มีทางได้ทั้งปลาและเนื้อหมีพร้อมกันหรอก !”

“เสียดายก็จริง...แต่ถ้ายังพัวพันอยู่ ก็คงต้องให้เขาออกไปหาที่ใหม่”

“แม้แต่หน้าอาจารย์หลี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ! เพราะสำหรับฉันแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเฟิงเจ๋อหยวนอีกแล้ว !”

หลัวหมิงอี้พึมพำกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงแน่วแน่ สายตาแข็งกร้าว

...

เหออวี่จู้กลับเข้าไปในครัวหลัง สีหน้ากลับมานิ่งเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังทำงานตามปกติ ไม่ปล่อยให้ใครเห็นความไม่พอใจ

แต่แล้ว หลี่เว่ยกั๋วก็เรียกเขาออกมาที่ประตูหลังด้วยตัวเอง

อีกฝ่ายหยิบกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เขาหนึ่งมวน

เหออวี่จู้หยิบไม้ขีดมาจุดให้ทั้งคู่ สูบเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง

“เป็นไง เรื่องสาวต่างชาตินั่น จัดการเรียบร้อยหรือยัง ? ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ?”

หลี่เว่ยกั๋วถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใย

“ไม่มีปัญหาครับอาจารย์ จัดการเรียบร้อยแล้ว สบายใจได้เลยครับ !”

เขาตอบพร้อมยิ้มอย่างซื่อ ๆ ไม่ได้เล่าถึงเรื่องที่ปะทะกับหลัวหมิงอี้ หรือความดื้อดึงของเซลีน่าเลยแม้แต่นิด

“ดีแล้ว !”

“คนต่างชาติน่ะ โดยเฉพาะพวกรัสเซีย...ตอนนี้ในประเทศเรามีสถานะสูงมาก แม้แต่เจ้าของร้านเองยังต้องกลัว !”

“รู้ไหม ก่อนหน้านี้มีพ่อครัวคนหนึ่งทะเลาะกับคนรัสเซียวันเดียวก็ถูกไล่ออกทันที !”

“เพราะงั้น ฟังไว้นะ เจ้าหนู จัดการให้ดี อย่าสร้างปัญหา !”

“ไม่งั้นถึงฉันอยากช่วย ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ !”

หลี่เว่ยกั๋วเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เข้าใจครับอาจารย์ วางใจได้ ผมจะจัดการเซลีน่าให้เรียบร้อย ไม่สร้างปัญหาแน่นอน !”

“เงินเดือนตั้งร้อยหยวนต่อเดือน ผมเสียดายนะ ถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ ผมกับอวี่สุ่ยมีหวังอดตายแน่ !”

เหออวี่จู้พูดติดตลก แต่ในใจก็อดนึกถึงคำพูดของหลัวหมิงอี้เมื่อครู่ไม่ได้

บางที...เวลาของเขาในเฟิงเจ๋อหยวนอาจเหลือไม่มากแล้ว เพราะจากนิสัยของเซลีน่า ถ้าเธอยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอไม่มีทางยอมแพ้แน่

บางที...พรุ่งนี้เธออาจจะมาหาเขาอีกก็ได้

และถ้าเป็นแบบนั้น หลัวหมิงอี้คงลงมือจริง...เเละพอคิดถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ

“เฮ้อ...แค่อยากทำงานเงียบ ๆ ให้ดี ๆ ทำไมยังมีเรื่องมาให้ยุ่งอีกล่ะ...”

“ม้าฝรั่งเซลีน่านี่ ถ้าทำให้โกรธจริง ๆ ฉันจะจัดการเธอให้รู้แล้วรู้รอด !”

“ยังไงซะ...ตอนนั้นเธอก็แค่ต้องการความสุขชั่วคืน...”

“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะให้เธอได้สมหวัง แล้วฉันจะได้ระบายอารมณ์ด้วยเลย !”

เขาคิดในใจแบบนั้น

หลังจากคุยกับหลี่เว่ยกั๋วอีกสักพัก ก็กลับเข้าไปทำงานต่อ

...

พริบตาเดียวก็มาถึงช่วงเย็น

หร่านชิวเย่พาอวี่สุ่ยมาส่งตอนห้าโมงครึ่ง

ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียว พอเห็นหน้าเหออวี่จู้ อวี่สุ่ยก็ดีใจจนออกนอกหน้า

“พี่ใหญ่ ! พี่ใหญ่ !” เธอเรียกเขาไม่หยุด

ส่วนหร่านชิวเย่กับเหออวี่จู้ ก็มองหน้ากันยิ้ม ๆ เหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมานาน

“งั้นคุณไปทำงานต่อเถอะ ฉันกลับก่อนนะ อวี่สุ่ย พรุ่งนี้เจอกันนะลูก !”

เหออวี่จู้พาอวี่สุ่ยไปหาซุ่ยหง ให้เธอช่วยพาขึ้นไปข้างบน

แม้จะมีปัญหากับหลัวหมิงอี้ ในวันนี้ แต่การรับอวี่สุ่ยยังคงเหมือนเดิม

ยังไงเสีย ในร้านนี้ ที่พักที่เงียบสงบที่สุดก็คงเป็นที่นั่น

...

หลังจัดการอวี่สุ่ยเสร็จ เหออวี่จู้ก็กลับมาทำงานในครัวต่อ

จนถึงสองทุ่มครึ่ง เลิกงานเรียบร้อย เขาจึงพาอวี่สุ่ยกลับซื่อเหอหยวน

“พี่ พี่คิดถึงฉันไหม ? เมื่อคืนฉันนอนฝันถึงพี่ด้วย ! ฝันว่าพี่ไม่เอาฉันแล้ว ฉันตกใจร้องไห้เลย แต่ครูหร่านบอกฉันว่าพี่ไม่มีวันทิ้งฉัน จริงไหมคะ ?”

เธอนั่งอยู่บนคานหน้ารถ เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

“ครูหร่านพูดถูกเลย ถึงคนทั้งโลกจะทิ้งอวี่สุ่ย แต่พี่จะไม่มีวันทิ้งเธอ ตราบใดที่เธอยังอยากอยู่กับพี่ พี่ก็จะอยู่ปกป้องเธอตลอดไป !”

เขาพูดเสียงนุ่ม พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ

อวี่สุ่ยยิ้มกว้าง ใบหน้าเปล่งประกายไปด้วยความสุขสุดหัวใจ

...

ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่กลับถึงบ้าน

เพราะไม่ได้เจอกันหนึ่งวันหนึ่งคืน อวี่สุ่ยจึงไม่ยอมนอนเลยระหว่างทาง เอาแต่พูดเล่าเรื่องราวให้พี่ชายฟังตลอดทาง

ตั้งแต่ของกินที่ได้ชิม สถานที่ที่ได้เที่ยว ไปจนถึงคนแปลกหน้าที่ได้เจอ

เหออวี่จู้ฟังไปก็ยิ้มไป คอยตอบรับเป็นระยะ ๆ อย่างอบอุ่น

พอถึงหน้าบ้าน เขาก็อุ้มอวี่สุ่ยลงจากจักรยาน

“พอแล้ว ถึงบ้านแล้ว เดินเองนะ !”

สองพี่น้องเดินเข้าไปในลานหน้าของซื่อเหอหยวน แต่ทันทีที่เข้าไป ก็มีเสียงทักขึ้นจากด้านใน

“เฮ้ย ! เสี่ยวจู้กลับมาแล้วเหรอ !”

“วุ้ย...มาช้าชะมัด ฉันรอนายตั้งสองชั่วโมง !”

เหยี่ยนปู้กุ้ยถือพัดใบตาลโบกพัดอยู่ ลุกขึ้นจากม้านั่ง แล้วเดินตรงมาหาเหออวี่จู้

เหออวี่จู้ชะงักเล็กน้อย

สองชั่วโมง ? รอผมเพื่ออะไร ?

“ลุงสาม มีธุระกับผมหรือครับ ? ผมกลับบ้านเวลานี้ทุกวัน เลิกงานตอนสองทุ่มครึ่ง รีบขี่มาเต็มที่แล้วนะครับ ไม่งั้นคงถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม !”

เหยี่ยนปู้กุ้ยพยักหน้า “มีธุระเล็กน้อย ไปคุยกันในบ้านนายดีกว่า !”

“ได้ครับ งั้นไปกันเลย !”

ทั้งสามเดินเข้าลานกลาง เหยี่ยนปู้กุ้ยดูเหออวี่จู้จอดจักรยานแล้วช่วยอวี่สุ่ยล้างหน้า

ส่งเธอเข้านอนในห้องถัดไปอย่างเรียบร้อย

จากนั้น เขาก็เดินเข้าห้องกลับมานั่งด้วยกัน

เหออวี่จู้มองหน้าเหยี่ยนปู้กุ้ย ยิ้มแล้วถาม

“ลุงสาม บอกผมมาเถอะครับ มีธุระอะไรกับผม ถึงกับรอตั้งสองชั่วโมง ?”

เหยี่ยนปู้กุ้ยวางพัดในมือลง หรี่ตายิ้มเล็ก ๆ “ฮี่ ๆ …เสี่ยวจู้ เรื่องมันก็เริ่มจากวันก่อนนั่นแหละ ที่ฉันได้ยินพวกผู้นำคุยกัน ฉันถึงได้รู้ว่านายน่ะ พูดภาษาต่างประเทศได้ตั้งสองภาษา !”

“ตอนแรกฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาพูดกันต่อหน้าฉัน ฉันคงไม่เชื่อเด็ดขาด !”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนที่มีการศึกษามากที่สุดในซื่อเหอหยวนของเรา...จะเป็นนาย เหออวี่จู้ !”

“ไอ้หนูนี่เล่นเอาฉันอึ้งไปเลย !”

เขาพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ

แน่นอน ถ้าจะขอความช่วยเหลือ ต้องชมก่อน นี่เป็นสูตรสำเร็จของคนเจนสนาม

แต่เหออวี่จู้ก็แค่ยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไปด้วยท่าทีสุภาพ

“ไม่หรอกครับ แล้วลุงมาหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่า ?”

เหยี่ยนปู้กุ้ยสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา

“พูดตามตรงเลยนะ...ฉันอยากเรียนภาษาอังกฤษบ้าง”

“ไม่รู้ว่านายพอมีโน้ต หรืออะไรที่ช่วยสอนได้ไหม ? หรือ...จะสอนฉันเองเลยก็ได้ !”

จบบทที่ บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !

คัดลอกลิงก์แล้ว