- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !
บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !
บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !
บทที่ 78 พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์, ความขัดแย้งเริ่มปรากฏ !
ทั้งสามคนสบตากันด้วยความตกตะลึง ต่างยืนงงอยู่กับที่
เหออวี่จู้จึงรีบสะบัดมือของเซลีน่าออกแล้วหันไปมองหลัวหมิงอี้ เจ้าของร้าน ด้วยรอยยิ้มเก้อ ๆ
“เจ้าของร้านครับ ผมขออธิบายแค่ประโยคเดียวได้ไหม ? เรื่องจริงคือว่า...”
แต่เขายังพูดไม่ทันจบ หลัวหมิงอี้ก็ยกมือขึ้นห้ามไว้ทันที “อาจารย์เหอ จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วไปหาฉันที่สำนักงาน !”
พูดจบก็ไม่รอคำอธิบายอะไรอีก เดินถอยหลังออกไปทันที พร้อมปิดประตูลงอย่างแน่นหนา
น้ำเสียงของอีกฝ่ายชัดเจนว่ากำลังโกรธ สีหน้าเองก็ไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
แต่มันไม่ใช่อย่างที่เขาเข้าใจนี่นา...
เหออวี่จู้ได้แต่มองไปที่เซลีน่าที่ยืนอยู่ด้านหลัง ตอนนี้เธอก็เริ่มใจเย็นลงแล้ว
“เซลีน่า...คุณเห็นแล้วใช่ไหม ? การที่คุณมาปรากฏตัวแบบนี้ สำหรับผม มันคือการรบกวนโดยตรง”
“คำขอของคุณมันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด”
“ผมบอกคุณแล้วว่าสุดสัปดาห์นี้ ผมมีนัดกับคนที่ผมคุยด้วยอยู่ ผมจะไปแกล้งเป็นแฟนคุณไม่ได้ !”
“ยิ่งไปกว่านั้น พ่อของคุณเป็นถึงทูตใหญ่ของสถานทูต ต่อให้ผมตกลงช่วยคุณจริง ๆ สุดท้ายเขาสืบแค่นิดเดียว ก็ต้องรู้ว่าเรากำลังหลอกเขาอยู่แน่ ๆ !”
“เพราะฉะนั้น เลิกคิดอะไรบ้า ๆ แบบนี้ได้แล้ว !”
“ตอนนี้ผมต้องไปอธิบายกับเจ้านาย คุณจะทำอะไรก็เชิญ แต่อย่ามายุ่งกับงานผมอีก ไม่งั้น...ผมจะไม่ถือว่าคุณเป็นเพื่อน แต่จะมองคุณเป็นศัตรู !”
“ประเทศของผมมีคำพูดอยู่บทหนึ่งว่า ‘เพื่อนมา มีเหล้าดี ศัตรูมา มีปืนล่าสัตว์’ !”
“คุณจะเลือกแบบไหน คิดเอาเองเถอะ !”
เขาจ้องหน้าเธอด้วยสายตาจริงจัง บอกตรง ๆ ว่ากำลังเตือน
แต่เซลีน่ากลับไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ดื้อรั้นจนชวนให้ปวดหัว แทนที่จะยอมถอย เธอกลับตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังยิ่งกว่าเดิม
“งั้นก็ไม่ต้องแกล้ง เราเป็นแฟนกันจริง ๆ ไปเลยก็ได้ ! ถึงจะเป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานนี่นา !”
“แล้วถึงคุณจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น ฉันก็ยังเป็นแฟนคุณต่อได้ !”
“มันไม่ขัดกันเลยสักนิด !”
“ฉันแค่อยากอยู่ในจีน ไม่อยากกลับประเทศ ขอร้องล่ะ เหอ...ตกลงกับฉันเถอะนะ !”
ได้ยินคำพูดที่เล่นเอาหลักศีลธรรมแทบพังทลาย เหออวี่จู้ถึงกับปวดหัวหนัก
เขาอยากจะระเบิดอารมณ์ออกไปตรงนั้น แต่ติดที่สถานะของเธอ ทำให้เขาทำอะไรไม่ได้
แต่ถ้าไม่จัดการ เธอก็จะตามติดเขาเหมือนกาวตราช้างไม่มีผิด !
“เซลีน่า ผมจะพูดอีกครั้ง เรื่องนี้...ไม่ได้ ผมไม่ตกลง !”
“อย่ามายุ่งกับผมอีก ! ไม่งั้นผมจะไม่สุภาพแน่ !”
“อย่ามาท้าทายความอดทนของผม เพราะมันมีขีดจำกัด !”
เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เหออวี่จู้ก็โกรธจนแทบหัวจะระเบิดแล้ว การเจอคนไม่ฟังเหตุผลมันเหนื่อยแบบนี้นี่เอง...
เงินเดือนหนึ่งร้อยหยวนที่เขาได้มา มันไม่คุ้มเลยกับการต้องเจอเรื่องวุ่นวายแบบนี้ บางที...กลับไปทำงานในครัวอย่างเรียบง่ายน่าจะดีกว่า
พูดจบ เหออวี่จู้ก็ไม่รออะไรอีก เปิดประตูเดินออกจากห้องทันที ทิ้งเซลีน่าให้ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมอยู่นาน ก่อนที่เธอจะตัดสินใจเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ
...
“นั่งลงสิ !” เสียงของหลัวหมิงอี้ ดังขึ้นในห้องทำงาน
“อาจารย์เหอ นายมาอยู่ที่เฟิงเจ๋อหยวนก็สามปีกว่าแล้ว”
“อาจารย์ของนายเห็นว่านายมีฝีมือดี อีกทั้งครอบครัวนายก็ลำบาก เลยอยากให้นายได้บรรจุก่อนกำหนด”
“ฉันเองก็เห็นด้วย !”
“พอรู้ว่านายพูดภาษาต่างประเทศได้ตั้งสองภาษา ฉันก็เพิ่มเงินเดือนให้นายเป็นร้อยหยวนต่อเดือน !”
“ฉันว่าฉันปฏิบัติกับนายดีพอใช่ไหม ?”
เหออวี่จู้พยักหน้ารับทันที ใช่เลย...เขาก็รู้สึกว่าหลัวหมิงอี้ ดีกับเขามากจริง ๆ
แม้ตอนที่ได้บรรจุเป็นพนักงานประจำจะมาจากฝีมือล้วน ๆ แต่ถ้าไม่ได้ความเห็นชอบจากเขา ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางได้ขึ้น
เรื่องเงินเดือนเพิ่ม เขาก็เข้าใจว่ามันเป็นเพราะเห็นฝีมือ ไม่ได้เรียกว่าเป็นบุญคุณอะไร
แต่อย่างน้อย...คนที่ให้ข้าวให้แกงกิน ก็ต้องรู้จักให้เกียรติไว้ก่อน
“เจ้าของร้านปฏิบัติกับผมดีมากครับ ผมจำไว้ในใจเสมอ ไม่เคยลืม”
“ตอนที่ลำบาก ผมได้รับความช่วยเหลือจากท่าน ผมซาบซึ้งใจจริง ๆ”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ดี!” หลัวหมิงอี้ยิ้มบาง ๆ “แสดงว่านายยังไม่ลืมรากเหง้า ยังรู้จักกตัญญู !”
“งั้นฉันก็หวังให้นายทำหน้าที่ให้ดี อย่าสร้างปัญหาให้เฟิงเจ๋อหยวน !”
“เซลีน่าเป็นคนยังไง ฉันก็บอกนายแล้ว”
“ฉันไม่อยากมีปัญหา ไม่อยากให้เฟิงเจ๋อหยวนพังในมือฉัน !”
“จากนี้ไป ฉันไม่อยากเห็นนายยุ่งเกี่ยวกับเซลีน่าอีก โดยเฉพาะในร้าน ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม !”
“เรื่องที่เกิดวันนี้ ฉันหวังว่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย !”
หลัวหมิงอี้เตือนด้วยน้ำเสียงชัดเจน
เหออวี่จู้ฟังแล้วก็รู้สึกหนักใจ แต่ก็ยังพยายามอธิบาย
“เจ้าของร้านครับ เรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากพ่อของเซลีน่าอยากส่งเธอกลับประเทศ”
“เธอไม่อยากกลับ เลยขอให้ผมแกล้งเป็นแฟนเธอ เพื่อให้พ่อยอมปล่อย”
“แต่ผมปฏิเสธไปแล้วครับ เพราะผมเองก็มีนัดกับคนที่แนะนำให้รู้จักกันอยู่”
“สิ่งที่คุณเห็นเมื่อกี้ เป็นการกระทำของเธอฝ่ายเดียว ผมไม่มีเจตนาเลยสักนิด”
เขาอธิบายตรง ๆ ชัดเจนทุกอย่าง แต่จากสีหน้าของหลัวหมิงอี้ ...ดูเหมือนเขาจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่
แม้เขาจะไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แต่ก็ทิ้งท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
“เรื่องความสัมพันธ์ของพวกนาย ฉันไม่อยากรู้ ไม่อยากตรวจสอบว่าอะไรจริงอะไรเท็จ”
“ฉันมีแค่เรื่องเดียวที่ต้องการ ให้เฟิงเจ๋อหยวนสงบและมั่นคงต่อไปอีกหลายสิบปี !”
“ถ้ามีปัจจัยอะไรที่อาจทำให้ร้านนี้เสียหาย...ฉันไม่ลังเลที่จะกำจัดมัน !”
“พูดกันตรง ๆ ถ้าในอนาคตมีปัญหาเพราะเซลีน่า ฉันจะให้นายออก ถึงแม้จะเสียดายความสามารถของนายก็ตาม !”
“หวังว่านายจะเข้าใจ อาจารย์เหอ !”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ รอยยิ้มบนหน้าเหออวี่จู้ก็หายวับไปทันที
มีคำพูดหนึ่งว่า ‘พ่อค้าเห็นแก่ผลประโยชน์ แต่ก่อนเขาไม่เคยเชื่อ...แต่วันนี้ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนนิยมพูดแบบนี้
ทั้งที่เขายังไม่ได้ทำอะไรผิดจริง ๆ สักอย่าง แต่หลัวหมิงอี้กลับพูดตัดบทราวกับเขาคือภัยร้ายที่ต้องรีบกำจัด
เจ็บนะ...แต่ก็เข้าใจ
นี่แหละ โลกของคนทำงาน
ถ้าเขายังยุ่งกับเซลีน่าต่อไป อีกฝ่ายคงไม่ลังเลที่จะไล่เขาออกแน่...
เหออวี่จู้มั่นใจมากว่าเขาไม่ได้เข้าใจผิด !
“เข้าใจครับ เข้าใจอย่างยิ่ง !”
“เจ้าของร้านวางใจได้เลย ถ้าวันนั้นมาถึงจริง ๆ ผมเหออวี่จู้รับรองว่าจะไม่สร้างปัญหาใด ๆ ให้เฟิงเจ๋อหยวน ไม่ต้องให้คุณพูด ผมจะลาออกไปเอง !”
“งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับ !”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นทันที ไม่แม้แต่จะรอให้หลัวหมิงอี้ พูดอะไรต่อ
อีกฝ่ายมองตามแผ่นหลังเขาไป สีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกใด ๆ
เขาพูดเสมอว่า ในใจเขาให้ความสำคัญแค่เฟิงเจ๋อหยวน ส่วนเรื่องชีวิตใครจะเป็นยังไง เขาไม่เคยสน หากวันหนึ่งเหออวี่จู้กลายเป็นภาระ เป็นตัวปัญหา เขาก็จะไล่ออกทันที โดยไม่ลังเล
“ถึงจะเป็นคนมีความสามารถ แต่ก็ไม่มีทางได้ทั้งปลาและเนื้อหมีพร้อมกันหรอก !”
“เสียดายก็จริง...แต่ถ้ายังพัวพันอยู่ ก็คงต้องให้เขาออกไปหาที่ใหม่”
“แม้แต่หน้าอาจารย์หลี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ! เพราะสำหรับฉันแล้ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเฟิงเจ๋อหยวนอีกแล้ว !”
หลัวหมิงอี้พึมพำกับตัวเองเบา ๆ น้ำเสียงแน่วแน่ สายตาแข็งกร้าว
...
เหออวี่จู้กลับเข้าไปในครัวหลัง สีหน้ากลับมานิ่งเรียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังทำงานตามปกติ ไม่ปล่อยให้ใครเห็นความไม่พอใจ
แต่แล้ว หลี่เว่ยกั๋วก็เรียกเขาออกมาที่ประตูหลังด้วยตัวเอง
อีกฝ่ายหยิบกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้เขาหนึ่งมวน
เหออวี่จู้หยิบไม้ขีดมาจุดให้ทั้งคู่ สูบเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง
“เป็นไง เรื่องสาวต่างชาตินั่น จัดการเรียบร้อยหรือยัง ? ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม ?”
หลี่เว่ยกั๋วถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความห่วงใย
“ไม่มีปัญหาครับอาจารย์ จัดการเรียบร้อยแล้ว สบายใจได้เลยครับ !”
เขาตอบพร้อมยิ้มอย่างซื่อ ๆ ไม่ได้เล่าถึงเรื่องที่ปะทะกับหลัวหมิงอี้ หรือความดื้อดึงของเซลีน่าเลยแม้แต่นิด
“ดีแล้ว !”
“คนต่างชาติน่ะ โดยเฉพาะพวกรัสเซีย...ตอนนี้ในประเทศเรามีสถานะสูงมาก แม้แต่เจ้าของร้านเองยังต้องกลัว !”
“รู้ไหม ก่อนหน้านี้มีพ่อครัวคนหนึ่งทะเลาะกับคนรัสเซียวันเดียวก็ถูกไล่ออกทันที !”
“เพราะงั้น ฟังไว้นะ เจ้าหนู จัดการให้ดี อย่าสร้างปัญหา !”
“ไม่งั้นถึงฉันอยากช่วย ก็ช่วยไม่ได้จริง ๆ !”
หลี่เว่ยกั๋วเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เข้าใจครับอาจารย์ วางใจได้ ผมจะจัดการเซลีน่าให้เรียบร้อย ไม่สร้างปัญหาแน่นอน !”
“เงินเดือนตั้งร้อยหยวนต่อเดือน ผมเสียดายนะ ถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ ผมกับอวี่สุ่ยมีหวังอดตายแน่ !”
เหออวี่จู้พูดติดตลก แต่ในใจก็อดนึกถึงคำพูดของหลัวหมิงอี้เมื่อครู่ไม่ได้
บางที...เวลาของเขาในเฟิงเจ๋อหยวนอาจเหลือไม่มากแล้ว เพราะจากนิสัยของเซลีน่า ถ้าเธอยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ เธอไม่มีทางยอมแพ้แน่
บางที...พรุ่งนี้เธออาจจะมาหาเขาอีกก็ได้
และถ้าเป็นแบบนั้น หลัวหมิงอี้คงลงมือจริง...เเละพอคิดถึงตรงนี้ เขาก็ถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ...แค่อยากทำงานเงียบ ๆ ให้ดี ๆ ทำไมยังมีเรื่องมาให้ยุ่งอีกล่ะ...”
“ม้าฝรั่งเซลีน่านี่ ถ้าทำให้โกรธจริง ๆ ฉันจะจัดการเธอให้รู้แล้วรู้รอด !”
“ยังไงซะ...ตอนนั้นเธอก็แค่ต้องการความสุขชั่วคืน...”
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็จะให้เธอได้สมหวัง แล้วฉันจะได้ระบายอารมณ์ด้วยเลย !”
เขาคิดในใจแบบนั้น
หลังจากคุยกับหลี่เว่ยกั๋วอีกสักพัก ก็กลับเข้าไปทำงานต่อ
...
พริบตาเดียวก็มาถึงช่วงเย็น
หร่านชิวเย่พาอวี่สุ่ยมาส่งตอนห้าโมงครึ่ง
ไม่ได้เจอกันแค่วันเดียว พอเห็นหน้าเหออวี่จู้ อวี่สุ่ยก็ดีใจจนออกนอกหน้า
“พี่ใหญ่ ! พี่ใหญ่ !” เธอเรียกเขาไม่หยุด
ส่วนหร่านชิวเย่กับเหออวี่จู้ ก็มองหน้ากันยิ้ม ๆ เหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่คุ้นเคยกันมานาน
“งั้นคุณไปทำงานต่อเถอะ ฉันกลับก่อนนะ อวี่สุ่ย พรุ่งนี้เจอกันนะลูก !”
เหออวี่จู้พาอวี่สุ่ยไปหาซุ่ยหง ให้เธอช่วยพาขึ้นไปข้างบน
แม้จะมีปัญหากับหลัวหมิงอี้ ในวันนี้ แต่การรับอวี่สุ่ยยังคงเหมือนเดิม
ยังไงเสีย ในร้านนี้ ที่พักที่เงียบสงบที่สุดก็คงเป็นที่นั่น
...
หลังจัดการอวี่สุ่ยเสร็จ เหออวี่จู้ก็กลับมาทำงานในครัวต่อ
จนถึงสองทุ่มครึ่ง เลิกงานเรียบร้อย เขาจึงพาอวี่สุ่ยกลับซื่อเหอหยวน
“พี่ พี่คิดถึงฉันไหม ? เมื่อคืนฉันนอนฝันถึงพี่ด้วย ! ฝันว่าพี่ไม่เอาฉันแล้ว ฉันตกใจร้องไห้เลย แต่ครูหร่านบอกฉันว่าพี่ไม่มีวันทิ้งฉัน จริงไหมคะ ?”
เธอนั่งอยู่บนคานหน้ารถ เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ครูหร่านพูดถูกเลย ถึงคนทั้งโลกจะทิ้งอวี่สุ่ย แต่พี่จะไม่มีวันทิ้งเธอ ตราบใดที่เธอยังอยากอยู่กับพี่ พี่ก็จะอยู่ปกป้องเธอตลอดไป !”
เขาพูดเสียงนุ่ม พร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ
อวี่สุ่ยยิ้มกว้าง ใบหน้าเปล่งประกายไปด้วยความสุขสุดหัวใจ
...
ยี่สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่กลับถึงบ้าน
เพราะไม่ได้เจอกันหนึ่งวันหนึ่งคืน อวี่สุ่ยจึงไม่ยอมนอนเลยระหว่างทาง เอาแต่พูดเล่าเรื่องราวให้พี่ชายฟังตลอดทาง
ตั้งแต่ของกินที่ได้ชิม สถานที่ที่ได้เที่ยว ไปจนถึงคนแปลกหน้าที่ได้เจอ
เหออวี่จู้ฟังไปก็ยิ้มไป คอยตอบรับเป็นระยะ ๆ อย่างอบอุ่น
พอถึงหน้าบ้าน เขาก็อุ้มอวี่สุ่ยลงจากจักรยาน
“พอแล้ว ถึงบ้านแล้ว เดินเองนะ !”
สองพี่น้องเดินเข้าไปในลานหน้าของซื่อเหอหยวน แต่ทันทีที่เข้าไป ก็มีเสียงทักขึ้นจากด้านใน
“เฮ้ย ! เสี่ยวจู้กลับมาแล้วเหรอ !”
“วุ้ย...มาช้าชะมัด ฉันรอนายตั้งสองชั่วโมง !”
เหยี่ยนปู้กุ้ยถือพัดใบตาลโบกพัดอยู่ ลุกขึ้นจากม้านั่ง แล้วเดินตรงมาหาเหออวี่จู้
เหออวี่จู้ชะงักเล็กน้อย
สองชั่วโมง ? รอผมเพื่ออะไร ?
“ลุงสาม มีธุระกับผมหรือครับ ? ผมกลับบ้านเวลานี้ทุกวัน เลิกงานตอนสองทุ่มครึ่ง รีบขี่มาเต็มที่แล้วนะครับ ไม่งั้นคงถึงบ้านเกือบสี่ทุ่ม !”
เหยี่ยนปู้กุ้ยพยักหน้า “มีธุระเล็กน้อย ไปคุยกันในบ้านนายดีกว่า !”
“ได้ครับ งั้นไปกันเลย !”
ทั้งสามเดินเข้าลานกลาง เหยี่ยนปู้กุ้ยดูเหออวี่จู้จอดจักรยานแล้วช่วยอวี่สุ่ยล้างหน้า
ส่งเธอเข้านอนในห้องถัดไปอย่างเรียบร้อย
จากนั้น เขาก็เดินเข้าห้องกลับมานั่งด้วยกัน
เหออวี่จู้มองหน้าเหยี่ยนปู้กุ้ย ยิ้มแล้วถาม
“ลุงสาม บอกผมมาเถอะครับ มีธุระอะไรกับผม ถึงกับรอตั้งสองชั่วโมง ?”
เหยี่ยนปู้กุ้ยวางพัดในมือลง หรี่ตายิ้มเล็ก ๆ “ฮี่ ๆ …เสี่ยวจู้ เรื่องมันก็เริ่มจากวันก่อนนั่นแหละ ที่ฉันได้ยินพวกผู้นำคุยกัน ฉันถึงได้รู้ว่านายน่ะ พูดภาษาต่างประเทศได้ตั้งสองภาษา !”
“ตอนแรกฉันไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาพูดกันต่อหน้าฉัน ฉันคงไม่เชื่อเด็ดขาด !”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนที่มีการศึกษามากที่สุดในซื่อเหอหยวนของเรา...จะเป็นนาย เหออวี่จู้ !”
“ไอ้หนูนี่เล่นเอาฉันอึ้งไปเลย !”
เขาพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ
แน่นอน ถ้าจะขอความช่วยเหลือ ต้องชมก่อน นี่เป็นสูตรสำเร็จของคนเจนสนาม
แต่เหออวี่จู้ก็แค่ยิ้มบาง ๆ ตอบกลับไปด้วยท่าทีสุภาพ
“ไม่หรอกครับ แล้วลุงมาหาผม มีธุระอะไรหรือเปล่า ?”
เหยี่ยนปู้กุ้ยสูดหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยอย่างตรงไปตรงมา
“พูดตามตรงเลยนะ...ฉันอยากเรียนภาษาอังกฤษบ้าง”
“ไม่รู้ว่านายพอมีโน้ต หรืออะไรที่ช่วยสอนได้ไหม ? หรือ...จะสอนฉันเองเลยก็ได้ !”