- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 77 จดทะเบียนสมรส, บังเอิญเห็นเรื่องดี ๆ !
บทที่ 77 จดทะเบียนสมรส, บังเอิญเห็นเรื่องดี ๆ !
บทที่ 77 จดทะเบียนสมรส, บังเอิญเห็นเรื่องดี ๆ !
บทที่ 77 จดทะเบียนสมรส, บังเอิญเห็นเรื่องดี ๆ !
หลังรู้ว่าเหออวี่จู้แปลเอกสารทั้งหมดได้อย่างไร้ที่ติ หลัวปั้นเฉิงก็ไม่รอช้า เรียกหลี่เหรินอี้ หัวหน้าฝ่ายธุรการเข้ามาพบทันที สั่งให้โทรไปแจ้งหลิวเฟิงและฝ่ายอื่น ๆ ให้รู้ข่าว พร้อมทั้งสั่งให้ไปซื้ออาหารจากร้านเฟิงเจ๋อหยวนกลับมา
แน่นอนว่า พ่อครัวต้องเป็นเหออวี่จู้คนเดียวเท่านั้น
และในวินาทีนั้นเอง หลัวปั้นเฉิงก็ตัดสินใจเด็ดขาดว่า ต่อไปงานเลี้ยงรับรองของโรงงานรีดเหล็ก จะไม่เรียกเหออวี่จู้มาที่โรงงานอีก แต่จะส่งคนไปที่เฟิงเจ๋อหยวนโดยตรง แล้วสั่งอาหารโดยเฉพาะให้เหออวี่จู้เป็นคนลงมือปรุงเอง
จะมีการจัดเมนูล่วงหน้าอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับงานประจำของอีกฝ่าย
เพราะถ้าเหออวี่จู้ต้องลางานบ่อย ๆ มาทำอาหารที่โรงงาน ต่อไปเรื่องนี้อาจแพร่กระจายออกไป และเกิดผลเสียต่อชื่อเสียงของเขาได้
ต้องยอมรับว่า แม้ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเหออวี่จู้กับหลัวเสี่ยวเอ๋อร์ยังไม่ได้ชัดเจนอะไร แต่สำหรับหลัวปั้นเฉิงแล้ว เหออวี่จู้แทบจะเป็นลูกเขยในใจไปแล้วเต็มตัว
และในเมื่อเขามีลูกสาวเพียงคนเดียว ลูกเขยก็คือลูกชายอีกคน โดยไม่มีข้อแม้หรือข้อยกเว้น
วันหนึ่ง เมื่อเขากับภรรยาจากไป ทุกอย่างในบ้านนี้ ก็จะเป็นของหลัวเสี่ยวเอ๋อร์กับเหออวี่จู้ทั้งหมด
"เสี่ยวหลัว เรื่องนัดพบระหว่างอาจารย์เหอกับเสี่ยวเอ๋อร์ นายต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุดนะ" ชิวฉางหมิงให้คำแนะนำด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อย่างน้อยก็ให้พวกเขาได้เจอกันก่อน ลองทำความรู้จักกัน พอจังหวะเหมาะ ก็ค่อยดำเนินการขั้นต่อไป รอนานไปอะไร ๆ อาจเปลี่ยนได้ ต้องเร่งให้ทันก่อนที่อะไรจะเปลี่ยน"
"ฉันว่า... ต่อให้ยังไม่จัดพิธี ก็ขอให้ไปจดทะเบียนกันไว้ก่อนก็ยังดี"
หลัวปั้นเฉิงพยักหน้าทันที เขาเองก็คิดไว้แบบเดียวกัน เพียงแค่ยังไม่กล้าผลักดันเร็วขนาดนั้น
"ฉันก็เห็นด้วย ! เดิมทีฉันตั้งใจไว้ว่าภายในครึ่งปีจะให้แต่งและจดทะเบียนให้เสร็จ แต่นี่พอรู้ว่าเหออวี่จู้ก็ชอบเสี่ยวเอ๋อร์เหมือนกัน เราก็ไม่ต้องรีรอแล้ว ฉันจะเร่งเรื่องให้เร็วที่สุด พยายามให้เสร็จในสองถึงสามเดือนนี้แหละ"
"ส่วนเรื่องนัดเจอกัน ฉันเคยชวนเหออวี่จู้ไปล่าสัตว์ที่ภูเขายวี่เฉวียนซานอยู่แล้ว พอดีเลย เสาร์อาทิตย์นี้ฉันจะพาเขาไป ครอบครัวเราสามคนกับเขา รวมเป็นสี่คน ไปด้วยกัน ถือโอกาสให้เขากับเสี่ยวเอ๋อร์ได้มีเวลาส่วนตัวทำความรู้จักกัน"
"แล้วก็ให้ภรรยาฉันได้เจอเขาด้วย ! "
เขาคิดแผนในใจเรียบร้อยแล้ว เสาร์อาทิตย์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริง
"ดีมาก ! " ชิวฉางหมิงพยักหน้า "แค่นายมีแผน ฉันก็สบายใจแล้ว"
"พูดอีกครั้งนะ คนแบบอาจารย์เหอนี่หายากจริง ๆ ไม่ใช่แค่เสี่ยวเอ๋อร์ที่ต้องคว้าโอกาส นายเองก็ต้องรักษาความสัมพันธ์นี้ไว้ดี ๆ ด้วย"
"ต่อไปข้างหน้าถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในครอบครัวนาย เขาอาจจะช่วยนายได้ก็ได้ ! "
"หากสามารถอยู่ในประเทศต่อไปได้ ก็ไม่ต้องคิดเรื่องหนีไปต่างแดน การเติบโตต่างแดนมันก็ดี แต่ไม่ใช่บ้านเกิด บ้านเกิดมันคือความอบอุ่นที่ฝังลึกในใจของคนจีนเราทุกคน"
"คำว่า ‘บ้านเกิด’ มีแค่สองคำ แต่ในใจเรามันใหญ่เหลือเกิน..."
พูดถึงตรงนี้ หลัวปั้นเฉิงถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง เขาเข้าใจดีว่าชิวฉางหมิงกำลังพูดถึงเรื่องที่เขาเคยคิดไว้ว่าจะหนีไปฮ่องกง
เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งจะคิด แต่วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้วเป็นปี ๆ
และก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า ถ้าไม่เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า การจะพาครอบครัวหนีไปต่างประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ
"ฉันก็คิดเหมือนกัน" หลัวปั้นเฉิงถอนหายใจ "ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ใครจะอยากจากบ้านเกิดไปไหน ใบไม้ร่วงยังกลับสู่รากเลย ถ้าฉันจากไป วันหนึ่งอาจไม่มีโอกาสกลับมาอีก ! "
พูดจบ เขาก็ไม่คิดเลยว่า คำพูดนี้ในอนาคตจะกลายเป็นความจริง
ในชาติที่แล้ว เขาหนีไปฮ่องกงสำเร็จจริง แต่กลับต้องทนอยู่กับความทุกข์จากความเหงา ความไม่คุ้นเคย และความเจ็บป่วยที่รักษาไม่หาย
สุดท้ายสิ้นใจที่นั่น ทิ้งให้หลัวเสี่ยวเอ๋อร์กับภรรยาต้องพึ่งพากันอยู่ลำพัง
จนกระทั่งยุคปฏิรูปเปิดประเทศ ทั้งสองจึงได้กลับมาในฐานะนักธุรกิจฮ่องกง ไม่ใช่ชาวปักกิ่งอีกต่อไป...
"เอาล่ะ ! ไม่พูดเรื่องพวกนี้แล้ว" ชิวฉางหมิงโบกมือ "ยังไงฉันก็ขอย้ำอีกครั้ง อาจารย์เหอคนนี้ สังเกตดูให้ดี บางทีอาจมีเรื่องดี ๆ ไม่คาดฝันก็ได้ ! "
เขามองนาฬิกา แล้วก็ลุกขึ้น "ได้เวลาแล้ว รีบไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวบ่ายฉันต้องกลับไปจัดการงานอีก"
"ได้ ไปกัน ! " หลัวปั้นเฉิงลุกตาม
ทั้งสองเดินออกจากสำนักงานมา ก็พอดีเห็นหลี่เหรินอี้กำลังเดินมา พร้อมถุงอาหารในมือ
"ท่านหลัว ผู้อำนวยการชิว อาหารพร้อมแล้วครับ ผมกำลังจะขึ้นไปพอดี ไม่คิดว่าท่านจะลงมาก่อน"
"ทางนี้ครับ ผมพาไปเอง"
ทั้งสามมุ่งตรงไปที่ห้องรับรองส่วนตัวในโรงอาหาร
พอเข้าไปข้างใน ก็เห็นอาหารเสฉวนหกจานถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม แม้จะจัดจานใหม่ แต่กลิ่นหอมที่ลอยออกมาก็ยังคงชัดเจน เป็นกลิ่นเฉพาะของเหออวี่จู้
"อาจารย์เหอนี่ ฝีมือดีขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ! "
"กลิ่นนี้ หอมชะมัด ! "
หลัวปั้นเฉิงหันไปบอกชิวฉางหมิงแล้วชวนกันนั่งลง
"คุณหลี่ มานั่งด้วยกันสิ ช่วยรินเหล้าให้เราด้วย"
"ได้ครับ ท่านหลัว ถือเป็นเกียรติของผมเลยครับ ! " หลี่เหรินอี้ตอบเสียงใส
บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง มื้อกลางวันภายใต้กลิ่นหอมของอาหาร และการชมเชยถึงฝีมือของเหออวี่จู้... เริ่มต้นขึ้นอย่างราบรื่น
ทั้งสองคนต่างมีรอยยิ้มพึงพอใจกับอาหารมื้อนั้น แต่ในขณะเดียวกัน ที่ด้านหน้าเฟิงเจ๋อหยวน เซลีน่า สาวต่างชาติที่หายหน้าไปหลายวัน ก็กลับปรากฏตัวอีกครั้ง
ทันทีที่มาถึง เธอก็ถามหาซุ่ยหง แล้วเอ่ยประโยคแรกแบบไม่อ้อมค้อมว่า "ฉันอยากเจอเหอ ! เรียกเขาออกมาหน่อย ฉันมีเรื่องสำคัญต้องพูดด้วย ! "
ซุ่ยหงถึงกับงง ไม่เข้าใจว่าหญิงสาวพูดว่าอะไร จึงหันไปมองเสี่ยวเว่ย ล่ามประจำร้านทันที
"เธอบอกว่าอยากพบอาจารย์เหอ มีเรื่องสำคัญจะพูด ขอให้คุณช่วยเรียกเขาออกมาน่ะ" เสี่ยวเว่ยแปล
ซุ่ยหงถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เห็นเซลีน่าเมื่อไหร่ ใคร ๆ ก็พากันปวดหัวกันทั้งนั้น
"บอกให้เธอรอ ฉันจะไปเรียกอาจารย์เหอให้เอง..." เธอพูดจบก็เดินตรงไปยังครัวหลัง
เหออวี่จู้ที่กำลังง่วนอยู่กับกระทะถึงกับชะงักเมื่อได้ยินว่าเซลีน่ามาหา มือที่ถือกระทะแทบจะหลุด โชคดีที่เขาควบคุมตัวเองไว้ได้ทัน
"เธอมาทำไมอีก ? มีเรื่องอะไร ? มาคนเดียวหรือเปล่า ? " เขาถามเสียงเครียด
"มาคนเดียว และไม่ได้บอกว่าจะพูดเรื่องอะไรค่ะ คุณต้องออกไปดูเอง" ซุ่ยหงตอบตรง ๆ
เหออวี่จู้จำใจต้องเดินออกจากครัว พร้อมทั้งบอกหลี่เว่ยกั๋วให้ช่วยดูแลครัวชั่วคราว เขาไม่อยากให้เซลีน่าก่อเรื่องอีก เพราะอาจกระทบถึงชื่อเสียงของเฟิงเจ๋อหยวนได้
เมื่อเดินมาถึงด้านหน้า เขาเห็นเซลีน่ายืนอยู่ เธอยิ้มสดใสทันทีที่เห็นเขา รอยยิ้มของเธอมีเสน่ห์ร้ายกาจ โดยเฉพาะเมื่อมาคู่กับเรือนร่างที่เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล มันยิ่งดึงดูดสายตาผู้คนเข้าไปใหญ่
"เหอ ! ดีใจที่ได้เจอคุณ ! ครั้งนี้ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ ถึงต้องมาหา ขอคุยกันที่เงียบ ๆ หน่อยได้ไหม ? "
เหออวี่จู้จึงหันไปถามซุ่ยหงว่า "มีห้องไหนว่างไหม ? ผมไม่อยากคุยที่นี่"
"ห้องหมั่นเหยวนชุนยังว่างอยู่ ลูกค้าจองไว้ตอนเที่ยง ตอนนี้สิบเอ็ดโมงครึ่ง คุณยังใช้ได้อีกครึ่งชั่วโมง"
"ดี งั้นใช้ห้องนี้ก่อน ถ้าลูกค้ามา ค่อยมาเรียกผม ผมจะรีบไล่เธอไปให้เร็วที่สุด"
ซุ่ยหงพยักหน้า ก่อนจะเตือนว่า "ระวังหน่อยนะคะ ผู้หญิงต่างชาติเขามีกลอุบายเยอะ อย่าหลงกลล่ะ ! "
เหออวี่จู้พยักหน้าเงียบ ๆ แล้วพาเซลีน่าเดินเข้าไปในห้อง เปิดไฟ ปิดประตู แล้วพูดขึ้นทันที
"มีอะไรก็พูดมาเร็ว ๆ ตอนนี้ร้านเรายุ่งมาก ผมไม่มีเวลาคุยเล่นกับคุณ"
เซลีน่าพยักหน้า ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดอย่างตรงไปตรงมา "พ่อของฉันจะส่งฉันกลับประเทศ เว้นแต่ฉันจะมีแฟนอยู่ที่จีน ดังนั้นฉันอยากขอร้องให้คุณช่วยเป็นแฟนของฉัน แกล้งเป็นก็ได้ ได้ไหม ? "
เหออวี่จู้ถึงกับพูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง "เซลีน่า ขอโทษนะ ผมช่วยคุณไม่ได้ ผมกำลังจะมีแฟนจริง ๆ แล้ว ผมไม่อยากให้มีเรื่องเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ขอให้คุณเข้าใจด้วยนะ"
"ถ้าคุณไม่อยากกลับประเทศ ก็ลองคุยกับพ่อคุณอีกทีเถอะ บางทีเขาอาจเปลี่ยนใจได้"
พูดจบ เขาก็เตรียมจะกลับไปที่ครัว แต่ยังไม่ทันได้เดินพ้นสองก้าว เซลีน่าก็พุ่งเข้ามากอดเขาจากด้านหลัง ร่างกายแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงทุกส่วน
"คุณทำแบบนี้ไม่ได้เหอ ! ฉันชอบคุณจริง ๆ ฉันไม่ยอมมีใครอื่นนอกจากคุณอีกแล้ว ! "
เสียงหอบหายใจของเธอร้อนผ่าว ซุกอยู่ตรงต้นคอเขา ขณะที่อกอวบใหญ่ก็แนบแผ่นหลังเขาเต็มแรง
คำพูดสุดท้ายของเธอ แถมด้วยท่าทีโจ่งแจ้ง ทำเอาเหออวี่จู้ถึงกับอยากเอาหัวโขกกำแพง
"ปล่อยผมนะ ! ที่นี่เป็นร้านอาหาร คนเดินไปมาเยอะ ถ้ามีใครมาเห็นจะเข้าใจผิดได้ ! "
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นทันที
"อาจารย์เหอ ฉันหลัวหมิงอี้ ฉันขอเข้าไปนะ ! "
ยังไม่ทันที่เขาจะขานรับ ประตูก็ถูกผลักเปิดออก
หลัวหมิงอี้ยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจทันที เมื่อเห็นสองคนยืนกอดกันแน่นอยู่ในห้อง