เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 กฎของบ้านเหยี่ยน พูดเรื่องสู่ขอ!

บทที่ 75 กฎของบ้านเหยี่ยน พูดเรื่องสู่ขอ!

บทที่ 75 กฎของบ้านเหยี่ยน พูดเรื่องสู่ขอ!


บทที่ 75 กฎของบ้านเหยี่ยน พูดเรื่องสู่ขอ!

อาหารที่เหลือจากมื้อเย็น ถูกครอบครัวเหยี่ยนปู้กุ้ยเหมาหอบกลับบ้านหมด

เหออวี่จู้ก็ไม่ได้อยากลงมือไปขวางเอง เลยปล่อยเลยตามเลย

หลังครอบครัวเหยี่ยนปู้กุ้ยจัดการเก็บกวาดเรียบร้อย ก็ดีใจหอบของกลับบ้าน แล้วก็นั่งลงกินทันทีแบบไม่รอช้า

ภรรยาเหยี่ยนปู้กุ้ยไม่ได้ทำอาหารเย็นเลย เพราะรู้ว่าวันนี้จะได้กินของดี ก็เลยอดมื้อเย็นเพื่อรออาหารชุดนี้โดยเฉพาะ

“โอ้โห ! เนื้อยังเหลืออีกเพียบ ! คนพวกนี้ใจดีจริง ๆ !”

“ไม่อยากเชื่อว่าอาหารฝีมือเจ้าโง่จู้จะอร่อยขนาดนี้ !”

“ก่อนหน้านี้ได้แต่แอบดมกลิ่นหอม ๆ วันนี้ได้กินของจริงสักที !”

“ไม่บอกไม่รู้เลยนะว่าเป็นของเหลือ ฉันว่าเอาไปขายในร้านอาหารหรูยังได้เลย !”

“ว่าไปก็ต้องขอบคุณพ่อพวกแกนี่แหละ ถ้าไม่มีเขา โอกาสแบบนี้จะมาถึงบ้านเราเหรอ ? ดังนั้นคนที่ควรขอบคุณที่สุดก็คือ… พ่อของพวกแกนั่นเอง !”

เสียงชมเปาะจากภรรยากับลูกชายลูกสาวของเขาดังไม่หยุด กินกันน้ำมันเยิ้มปาก จานแทบไม่เหลือซาก

เหยี่ยนปู้กุ้ยนั่งจิบชาอยู่ข้าง ๆ ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

โดยเฉพาะตอนที่ภรรยาเอ่ยชมประโยคสุดท้าย เขาถึงกับยืดหลังนั่งตัวตรงขึ้นมาทันที

“เจ้าใหญ่ เจ้ารอง นี่ของพวกแก” เขาล้วงบุหรี่จากกระเป๋า หยิบออกมาสามซอง ต้าเฉียนเหมินสองซอง จงหัวหนึ่งซอง แล้วก็หมู่ตานอีกหนึ่งซอง

เหยี่ยนเจียเฉิงกับเหยี่ยนเจียฟางถึงกับตาเป็นประกาย

“พ่อเจ๋งสุด ๆ !”

“โอ้โห ต้าเฉียนเหมิน หมู่ตาน จงหัว ! คนที่ไปบ้านเจ้าโง่จู้นี่รวยกันจริง !”

“น้องรอง มาลองสูบจงหัวกันเร็ว ! เราไม่เคยได้แตะเลยนะของแบบนี้ มีแต่ผู้บริหารในหน่วยงานเท่านั้นแหละที่ได้สูบ !”

แต่ก่อนจะได้ดึงบุหรี่มาแบ่งกันสูบ เหยี่ยนปู้กุ้ยก็คว้ากลับทันที จากนั้นก็หันมาจ้องพวกเขา แล้วพูดเสียงจริงจังว่า “วันนี้พ่อจะตั้งกฎให้พวกเจ้าสามข้อ !”

“หนึ่ง... ต่อไปนี้ ไม่ว่าจะที่บ้านหรือข้างนอก เจอเหออวี่จู้เมื่อไหร่ ห้ามเรียกเขาว่าเจ้าโง่อีก ! เราสองคนแก่กว่า ต้องเรียกเขาว่า เสี่ยวจู้’ ส่วนพวกเจ้าเด็กกว่า เมื่อเจอก็ต้องเรียกเขาว่าพี่ จะเรียกพี่เหอก็ได้ หรือพี่จู้ก็ได้ ห้ามลับหลังด่าซ้ำเติมเด็ดขาด ! เราต้องมีมารยาท มีสัมมาคารวะ แล้วก็รักษาความสัมพันธ์ไว้ให้ดี เข้าใจไหม ?”

“สอง...พ่อเคยให้ตั้งใจเรียน แต่ไม่มีใครฟัง พอถึงตอนนี้ก็ต้องใช้แรงแลกเงิน อยากให้พวกแกรู้ไว้ วันนี้พวกผู้นำที่ไปหาเสี่ยวจู้ก็เพื่อให้เขาช่วยแปลเอกสารภาษาอังกฤษ พันคำได้ถึง 50 หยวน !”

“เสียใจไหมที่วันนั้นไม่ตั้งใจเรียน ? เห็นไหมว่าไม่ฟังผู้ใหญ่แล้วเป็นยังไง ?”

“ตั้งแต่วันนี้ พ่อจะสอนภาษาอังกฤษให้ใหม่อีกครั้ง ถ้าเราสามคน มีใครคนหนึ่งเรียนรู้ได้ ต่อจากนี้เราก็กินเนื้อทุกวัน !”

“สาม... เลิกสูบบุหรี่ได้แล้ว ! ตอนนี้พวกเจ้าแค่ลูกมือ เงินเดือนห้าหยวน พ่อจะเก็บสี่หยวนห้าสิบเจี่ยว ให้พวกเจ้าเก็บไว้ใช้แค่ห้าสิบเจี่ยวพอ อยากสูบบุหรี่ก็หาวิธีหาเงินเอาเอง !”

“ทั้งสามข้อ ปฏิบัติตามทันที ! ห้ามโต้แย้ง ห้ามต่อรองเด็ดขาด !”

พอพูดจบ เหยี่ยนปู้กุ้ยก็โยนบุหรี่ทั้งสี่ซองให้

“นี่เป็นซองสุดท้ายแล้ว แบ่งกันเอาเอง !”

สองพี่น้องหน้าเจื่อนพร้อมกัน !

อยู่ดี ๆ ดันถูกบังคับให้เลิกบุหรี่ แถมยังต้องเรียนภาษาอังกฤษอีก นี่มันจะเอาชีวิตกันหรือไง !

แต่เหยี่ยนปู้กุ้ยน่ะ แม้จะดูเป็นคนธรรมดาในสายตาคนภายนอก แต่ภายในบ้าน เขาเด็ดขาดมาก ใครก็ไม่กล้าขัด !

“พ่อ” ภรรยาถามขึ้น “เมื่อกี้คุณพูดว่า เสี่ยวจู้รู้ภาษาอังกฤษ ?”

“แล้วไอ้เรื่องแปลเอกสาร พันคำ 50 หยวน มันคืออะไรกันแน่ ?”

เธอฟังแล้วไม่เข้าใจเลย ถึงดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เพราะประสบการณ์ที่จำกัด ทำให้มองไม่ออก

แต่แค่เธอได้ยินจำนวนสำคัญ 50 หยวน !

แค่นั้นก็รู้แล้วว่า... มันเป็นเงิน !

“ตอนแรกฉันก็งงเหมือนกัน แต่พอได้ยินเอง เห็นกับตา ก็ต้องเชื่อ !”

“รู้ไหม ? ตอนนี้เสี่ยวจู้ไม่ใช่แค่พ้นจากการเป็นเด็กฝึกงานแล้วนะ เขายังได้เงินเดือนจากเฟิงเจ๋อหยวนสูงถึงหนึ่งร้อยหยวนต่อเดือน !”

“เขาเรียนภาษาอังกฤษกับรัสเซียด้วยตัวเอง แล้วตอนนี้กลายเป็นล่ามให้กับบริษัท เงินเดือนเลยพุ่ง !”

“ผู้นำหลายคนที่พวกเจ้าเห็นวันนี้ เขาไปหาเสี่ยวจู้ให้ช่วยแปลเอกสาร ! พันคำอย่างต่ำก็ห้าหยวน ตอนนี้แย่งตัวกันจนราคาอัปไปห้าสิบหยวน !”

“บางเอกสารมีตั้งหลายพันคำ ลองคิดดูสิ เขาจะได้เงินเท่าไหร่ !”

“ฉันเลยตั้งใจว่า จะพาพวกลูกเรียนภาษาอังกฤษกับฉัน ถ้าใครคนหนึ่งเรียนรู้ ครอบครัวเราก็มีหวัง !”

“ฉันนัดกับผู้อำนวยการหลิวไว้แล้ว !”

พอพูดจบ เขาก็ยกถ้วยชากระเบื้องขึ้นซดอึกใหญ่

ใครฟังก็ต้องตกตะลึง ไม่มีใครคิดว่าเหออวี่จู้จะเก่งขนาดนี้

เงินเดือนตั้งร้อยหยวน ! อี้จงไห่ที่ว่าเก่งนักเก่งหนา ยังได้แค่เก้าสิบหยวนต่อเดือนเลย !

ที่น่ากลัวกว่าคือ เสี่ยวจู้แค่แปลเอกสารให้คนเดียว ก็ได้เงินมากกว่าค่าจ้างรายเดือนของช่างตีเหล็กมือหนึ่งแล้ว !

“เสี่ยวจู้นี่มัน... สุดยอดจริง ๆ !”

“ฉันก็รู้สึกอยู่ตลอดว่าเขาไม่ธรรมดา !”

“ลูกต้องเชื่อฟังพ่อเข้าไว้ เข้าใจไหม ?”

ภรรยาเหยี่ยนปู้กุ้ยพูดต่อ “ตามพ่อของแกไว้ ยังไงก็ไม่อดตาย !”

คำพูดของเธอไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ฟังแล้วจริงใจ และที่สำคัญ มันเป็นความจริง !

ถึงจะไม่ได้รวยหรู แต่อย่างน้อยก็กินอิ่ม มีบ้านอยู่ ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ แบบนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว !

“แม่พวกแกพูดถูก !”

“กินไม่จน ดื่มไม่จน แต่คิดไม่รอบคอบนี่แหละที่จน !”

“ชีวิตจะอยู่ดี ๆ ไม่ได้ถ้าไม่มีแบบแผน ดังนั้นต้องรู้จักวางแผน วางกรอบ แล้วจะเดินหน้าไปได้ !”

“เอาล่ะ กินกันไปเถอะ พ่อจะออกไปเดินเล่นก่อน”

เหยี่ยนปู้กุ้ยกินเยอะ วันนี้เลยต้องลุกไปย่อยอาหาร เดินเล่นเอามือไพล่หลังอย่างสบายใจ

คนที่เหลือก็นั่งกินกันต่อ เหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำลายล้างอาหาร กินกันอย่างเอร็ดอร่อย

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

เหออวี่จู้ตื่นแต่เช้า เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาตรวจสอบค่าทักษะของตัวเองตามเคย

【ชื่อ: เหออวี่จู้】

【อายุ: 16 ปี】

【อาชีพ: พ่อครัว】

【ทักษะ:  ทำอาหาร เลเวล 7 (1620/10000)  ภาษาอังกฤษ เลเวล 5 (73/3000)  งานบ้าน เลเวล 4 (155/1000)  ปิกวก เลเวล 4 (120/1000)  ปาจี้ เลเวล 4 (120/1000) ภาษารัสเซีย เลเวล3 (100/500)  งานไม้ เลเวล 1 (12/100) 】

【พื้นที่จัดเก็บ: 21 ลูกบาศก์เมตร】

【ไอเทม: การ์ดประสบการณ์ x2】

ตอนนี้เขามีทักษะเลเวล 7 อยู่หนึ่งอย่าง, เลเวล 5 หนึ่งอย่าง, เลเวล 4 สามอย่าง, เลเวล 3 หนึ่งอย่าง

เหลือแค่งานไม้ยังอยู่แค่เลเวล 1 ซึ่งถ้าใช้การ์ดประสบการณ์ ก็จะอัปไปเป็นเลเวล 2 ได้ทันที !

เหออวี่จู้ยิ้มบาง ๆ ในใจ…

นี่สิ…ชีวิตที่กำลังเริ่มต้นจริง ๆ !

ถึงจะยังมีการ์ดประสบการณ์อีกสองใบอยู่ในมือ แต่เหออวี่จู้ก็ไม่ได้คิดจะใช้ในตอนนี้ เพราะทักษะงานไม้ไม่ได้มีโอกาสใช้งานบ่อยขนาดนั้น

เมื่อคืนเขาลองเปิดดูเอกสารที่หลัวปั้นเฉิงกับพวกส่งมาให้ ก็พอเห็นภาพรวม

แต่ละคนส่งมาอย่างน้อยสามเล่ม รวมแล้วทั้งหมดยี่สิบสี่เล่ม !

“ถ้าแปลวันละเล่ม ยังไงก็ต้องใช้เวลาร่วมเดือนแน่ ๆ”

เขาพึมพำกับตัวเองขณะคิดไปด้วย “เงินก้อนนี้ไม่ได้หาได้ง่าย ๆ เลย…”

แต่ที่น่าตกใจกว่าก็คือ คนกลุ่มนี้จ่ายจริง ไม่ต่อราคา ซึ่งราคาต่ำสุดอยู่ที่พันคำสามสิบหยวน สูงสุดคือหลัวปั้นเฉิงที่ให้ถึงหกสิบหยวน !

เหออวี่จู้ลองคำนวณคร่าว ๆ  ถ้าเล่มหนึ่งมีประมาณห้าพันคำ ก็หมายความว่าแค่เล่มเดียวเขาก็จะได้เงินอย่างน้อยร้อยห้าสิบหยวน

ยี่สิบสี่เล่ม…

รวมแล้วขั้นต่ำอยู่ที่สามพันหกร้อยหยวน !

แต่ถ้านับราคาสูง ๆ เข้าไปด้วย เงินที่เขาจะได้จริง ๆ อาจแตะถึงห้าพันหยวน !

“ให้คนอื่นรู้เข้าว่าเราหาเงินได้ขนาดนี้ มีหวังตกใจจนพูดไม่ออกแน่ !”

“นี่มันไม่ใช่แค่หาเงินแล้วล่ะ… มันเหมือนปล้นเลยต่างหาก !”

เขาอมยิ้มขำกับความคิดตัวเอง ก่อนจะเริ่มวอร์มร่างกาย ฝึกปิกวกกับปาจี้ไปอีกสองรอบ

ไหนๆ วันนี้ก็ไม่ต้องดูแลอวี่สุ่ยแล้ว เขาเลยถือโอกาสฝึกเพิ่มอีกรอบ ทำให้ค่าประสบการณ์ของทักษะทั้งสองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

จากนั้นจึงไปล้างหน้า แปรงฟัน เตรียมตัวออกจากบ้าน

เช้านี้เขาไม่ได้ทำอาหารเช้า เพราะตั้งใจจะไปกินที่เฟิงเจ๋อหยวนพร้อมกับทุกคน

เขาจึงปั่นจักรยานตรงไปทันที

...

ทางฝั่งอวี่สุ่ย วันนี้มีหร่านชิวเย่ช่วยดูแลอยู่ เขาจึงค่อนข้างวางใจ เพราะอีกฝ่ายใส่ใจและละเอียดมากกว่าเขาอีก

ไม่มีอะไรให้น่าห่วงเลย รอให้ถึงตอนเย็นค่อยขอบคุณเธอทีหลังก็แล้วกัน

...

เมื่อมาถึงครัวด้านหลังของเฟิงเจ๋อหยวน

เสียงทักทายก็ดังขึ้นทันที

“อรุณสวัสดิ์ อาจารย์เหอ !”

“อาจารย์เหอมาแล้ว !”

“สวัสดีตอนเช้า อาจารย์เหอ !”

ทุกคนต่างพูดด้วยท่าทีสดใส มีชีวิตชีวา

เหออวี่จู้พยักหน้าตอบกลับไปเบา ๆ แล้วเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เขารู้ดี ว่าทำไมวันนี้พวกนี้ถึงดูตื่นเต้นกันนัก

ก็มื้อเย็นมื้อเดียวเมื่อวานนั่นแหละ ที่ทำให้ผู้อำนวยการโรงงานระดับสูงจากปักกิ่งหลายคนแห่มาที่บ้านเขา

และคนเหล่านั้นไม่ได้ไปบ้านใครหรอก แต่มาหาเขาโดยตรง มาขอให้ช่วยแปลเอกสาร

แต่เพียงแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ก็ทำให้ใครต่อใครเริ่มมองเขาใหม่ขึ้นมาแล้ว

เพราะในแต่ละครอบครัว ยังไงก็ต้องมีคนว่างงานอยู่บ้าง

ถ้าเหออวี่จู้สามารถพูดฝากให้ได้งาน แม้จะเป็นแค่งานชั่วคราว งานลูกมือ ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ใครล่ะจะไม่อยากให้คนในบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้น ?

...

“เสี่ยวจู้วันนี้มาเช้าเลยนะ !”

“ว้าว ! เตรียมวัตถุดิบไว้เพียบ !”

กานเป่ากั๋วกับพวกทยอยเข้ามา เห็นว่าเหออวี่จู้เตรียมวัตถุดิบไว้เกือบหมดแล้ว ทั้งเนื้อแผ่น เนื้อหั่นฝอย ไข่ไก่ เรียกว่าพร้อมลุย !

ทุกคนมองหน้ากันงงนิด ๆ

เหออวี่จู้ก็หัวเราะนิด ๆ แล้วอธิบาย “เมื่อวานอวี่สุ่ยไปค้างบ้านเพื่อนครับ ตอนเช้าเลยไม่มีอะไรต้องดูแล ไม่อยากทำอาหารเช้าเอง ก็เลยรีบมาที่นี่แทน เห็นว่าว่าง ๆ เลยจัดเตรียมวัตถุดิบไว้ให้ทุกคนเลย !”

ทุกคนพอฟังแล้วก็ร้อง “อ๋อ !” แทบพร้อมกัน

“จริงสิ ! เมื่อวานถึงว่ารู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง ! ตอนนี้เข้าใจแล้ว เพราะไม่เห็นอวี่สุ่ยนั่นเอง !”

บรรยากาศครึกครื้นเฮฮาไม่น้อย

...

ระหว่างที่ทุกคนกำลังหัวเราะคุยกันอย่างออกรส เวลาก็เดินมาถึงเวลานัดของเหออวี่จู้กับชิวฉางหมิง

เขาเก็บนาฬิกาข้อมือไว้ในพื้นที่ระบบ ไม่ได้ใส่ออกมา เพราะไม่อยากให้คนอื่นอิจฉา

รอให้ได้เงินเดือนวันพุธนี้ก่อน ค่อยว่ากัน

ยังไงซื้อนาฬิกาสวย ๆ สักเรือน ก็ไม่ถือว่าเกินตัวอีกแล้ว !

...

“อาจารย์เหอ มีคนชื่อชิวฉางหมิงรออยู่หน้าร้าน บอกว่านัดคุณไว้ค่ะ !”

เสียงของซุ่ยหงดังขึ้น ขณะเดินเข้ามาแจ้งด้วยตัวเอง เรื่องเกี่ยวกับเหออวี่จู้ เธอมักจะลงมือจัดการด้วยตัวเองเสมอ

“โอเคครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้ ช่วยดูแลเขารอไปก่อน เสิร์ฟเครื่องดื่มให้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ !”

ซุ่ยหงพยักหน้า “ไม่ต้องเกรงใจค่ะ เดี๋ยวฉันไปรับแขกให้ก่อนเลยนะ !”

...

หลังจากเคลียร์งานในมือเสร็จ เหออวี่จู้ก็ตรงไปหน้าร้านทันที ก็เจอชิวฉางหมิงที่นั่งรออยู่

“ผู้อำนวยการชิว ขอโทษที่ให้รอนานครับ เมื่อกี้ติดธุระในครัวนิดหน่อย” เขาทักทายอย่างสุภาพ

ทั้งสองพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนที่เหออวี่จู้จะถามขึ้นตรง ๆ “มีเรื่องอะไรจะพูดกับผมก็เชิญเลยครับ ไม่ต้องเกรงใจ เราก็รู้จักกันแล้ว”

ชิวฉางหมิงหัวเราะเบา ๆ “อ้อ จริง ๆ ฉันจะพูดสองเรื่องหนะ เรื่องแรกคือเอกสารที่ส่งไปเมื่อวาน ถ้านายบอกว่าแปลได้หมด ฉันจะรีบไปแจ้งทุกคนให้สบายใจ !”

“อีกเรื่อง...” เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “วันนี้ที่มา จริง ๆ แล้วฉันอยากมาแนะนำผู้หญิงคนหนึ่งให้นายรู้จัก”

“จริง ๆ นายก็เจอเธอแล้วล่ะ... เมื่อวานนั่งอยู่ข้าง ๆ นายตอนมื้อเย็นไง”

เหออวี่จู้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับ “ลูกสาวของท่านหลัว... หลัวเสี่ยวเอ๋อร์ ?”

ชิวฉางหมิงยิ้มกว้าง “ใช่เลย ! เสี่ยวเอ๋อร์นั่นแหละ !”

“ครอบครัวหลัวเห็นดีเห็นชอบด้วยหมดแล้ว ไม่มีใครคัดค้าน เสี่ยวเอ๋อร์เองก็ชอบนายมากเหมือนกัน !”

“ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายแล้วล่ะ ว่าคิดเห็นยังไง ?”

จบบทที่ บทที่ 75 กฎของบ้านเหยี่ยน พูดเรื่องสู่ขอ!

คัดลอกลิงก์แล้ว