- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 73 จัดงานเลี้ยงใหญ่ เสี่ยวเอ๋อร์รอคอย !
บทที่ 73 จัดงานเลี้ยงใหญ่ เสี่ยวเอ๋อร์รอคอย !
บทที่ 73 จัดงานเลี้ยงใหญ่ เสี่ยวเอ๋อร์รอคอย !
บทที่ 73 จัดงานเลี้ยงใหญ่ เสี่ยวเอ๋อร์รอคอย !
กลุ่มของเหออวี่จู้มีอยู่เดิม 24 คน ฝั่งหลัวปั้นเฉิงมากัน 9 คน รวมแล้วเป็น 33 คนถ้วน
พื้นที่ในบ้านจะให้รองรับคนขนาดนี้คงเป็นไปไม่ได้แน่ จะกินข้าวกันต้องย้ายไปจัดด้านนอก แต่แดดก็แรงเสียจนแค่ยืนเฉย ๆ ยังแสบหน้า ถ้าไม่หาที่บังแดด คงสุกก่อนอาหารจะสุกแน่นอน
และแน่นอน...เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่เหออวี่จู้จะจัดการได้เพียงลำพัง
เขาจึงหันไปพึ่งหลัวปั้นเฉิง เพราะโรงงานรีดเหล็กของอีกฝ่ายอยู่ใกล้ จะใช้คนหรืออุปกรณ์อะไรก็สะดวกทั้งนั้น
“ท่านหลัวครับ ตอนนี้ที่บ้านผมมีแขกเต็มไปหมด ถ้าจะกินข้าวในบ้านคงไม่พอแน่ เลยอยากรบกวนท่าน ช่วยหาแผ่นผ้าหรืออะไรที่ใช้บังแดดได้ มาทำเป็นเพิงไว้หน้าบ้านหน่อยครับ เดี๋ยวพวกเราจะย้ายไปกินกันข้างนอก”
หลัวปั้นเฉิงพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ได้เลย ของแค่นี้หาไม่ยาก” เขาว่า ก่อนจะถามกลับ “งั้นแปลว่า เพื่อนร่วมงานนายยอมให้พวกเรากินด้วยแล้ว ?”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ !” เหออวี่จู้ยิ้มกว้าง “ผู้นำระดับท่าน ๆ ให้เกียรติมาร่วมโต๊ะกับพวกเรา นั่นเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยล่ะครับ !”
“ที่สำคัญ วันนี้อาจารย์ของผมจะลงมือทำอาหารเอง ท่านผู้นำทั้งหลายได้กำไรเต็ม ๆ แล้วล่ะครับ !”
พอได้ยินแบบนั้น บรรดาผู้นำที่นั่งอยู่ก็พากันตาวาว
ใคร ๆ ก็รู้จักฝีมือของหลี่เหว่ยกั๋ว ผู้เชี่ยวชาญอาหารเสฉวนชื่อดังของปักกิ่ง แค่ได้ชิมฝีมือเขาสักคำ ก็เป็นหน้าเป็นตาให้เอาไปโม้ได้ทั้งปี
“วันนี้โชคดีจริง ๆ ไม่ได้แค่มาส่งเอกสาร แต่ยังได้ชิมอาหารของอาจารย์หลี่อีกด้วย !”
“ขอบคุณอาจารย์เหอด้วยนะ ฉันได้อาศัยบารมีนาย ได้กินของดีเลย !”
“ใช่เลย ! ทั่วทั้งปักกิ่งใครไม่รู้จักชื่อเสียงอาจารย์หลี่เหว่ยกั๋ว ได้กินอาหารฝีมือเขา สบายใจได้เลยว่าคุยอวดใครก็ไม่อาย !”
หลิวเฟิงรับบทคู่หูตลก พลิกบทชมอย่างมีอารมณ์ขัน เสียงหัวเราะดังทั่วห้อง บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองจนลืมตำแหน่งหน้าที่ไปหมด
“เอาล่ะครับทุกท่าน อย่าอยู่แออัดในห้องนี้เลยครับ ไปที่ห้องข้าง ๆ กันดีกว่า ผมจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน แล้วจะได้ไปช่วยอาจารย์เตรียมอาหาร !”
ไม่นาน หลังจากการแนะนำตัวของเหออวี่จู้ เสียง “อ๋อ” “โอ้โห” ก็ดังไปทั่ว
พอรู้ว่าทุกคนที่มาในวันนี้ล้วนเป็นผู้อำนวยการโรงงานระดับหัวหน้าสูงสุดกันทั้งนั้น แม้แต่หลัวหมิงอี้ ผู้จัดการร้านชื่อดัง หากมาเจอคนพวกนี้ ก็ยังต้องสำรวมคำพูดเลยทีเดียว
“ท่านผู้นำครับ ผมขอตัวไปเตรียมอาหารกับอาจารย์ก่อนนะครับ เชิญตามสบายเลย !”
“ไปเถอะ ๆ ไม่ต้องห่วงพวกเรา” หลัวปั้นเฉิงโบกมือไล่ “มีอาหารอร่อยรออยู่ รีบไปเถอะ !”
เมื่อเข้าสู่ครัว เหออวี่จู้ก็เริ่มหารือกับหลี่เหว่ยกั๋วทันที
คนเยอะขนาดนี้ ถ้าจะทำหลายอย่างเกินไปก็ไม่ไหว สุดท้ายเลยตัดสินใจทำเมนูอาหารเสฉวนแปดจาน เป็นจานผัดที่ทำง่ายแต่ต้องใช้ฝีมือสูง แถมเหมาะกับการทำในหม้อใหญ่
อาหารแปดจานรองรับคนกว่า 30 คน ก็ไม่ใช่น้อยเลย
กานเป่ากั๋วกับอีกห้าคนช่วยกันเตรียมวัตถุดิบ หวังเชียงและลูกมือฝึกหัดก็เข้าช่วยอีกแรง ในครัวจึงร้อนฉ่าทั้งจากเตาและความคึกคักของคน
แม้แต่เหออวี่จู้ก็ยังต้องวิ่งกลับไปที่บ้านของเหยี่ยนปู้กุ้ยอีกรอบ
เมื่อตะกี้ เขาลองนับดูใหม่อย่างละเอียด ภายในบ้านมีอยู่ 33 คนก็จริง แต่หลัวปั้นเฉิงและพวกยังมีคนขับรถตามมาด้วยอีกแปดคน
จะปล่อยให้พวกเขานั่งรออยู่ข้างนอก ในขณะที่หัวหน้ากำลังกินข้าว ? ไม่ได้เด็ดขาด
ฉะนั้น โต๊ะก็ต้องเตรียมเผื่อพวกเขาอีกหนึ่งโต๊ะ
ตอนนี้ที่บ้านมีโต๊ะอยู่แค่สองตัว โต๊ะไม้ตัวหนึ่ง และโต๊ะแปดเซียนอีกหนึ่งตัว
ยังไงก็ไม่พอ ต้องยืมโต๊ะเพิ่มอีกสองตัวแน่นอน พอคิดไปคิดมา คนที่พอจะยืมได้...ก็มีแต่เหยี่ยนปู้กุ้ย
ถือเป็นตัวเลือกดีที่สุดในบรรดาตัวเลือกที่มีอยู่น้อยนิด เหออวี่จู้เดินตรงไปหน้าบ้านเขาทันที
“คุณลุงสาม ยุ่งอยู่หรือเปล่าครับ ?”
เสียงเรียกหน้าประตู ทำให้เหยี่ยนปู้กุ้ยที่กำลังนั่งหงุดหงิดอยู่ในบ้านรีบลุกขึ้นทันที ตอนเช้าเขาเองก็มีบทบาทอยู่บ้าง แต่พอบ่าย ทุกคนกลับมองข้ามเขาไป ทำเอาเขานั่งเซ็งไม่รู้จะทำอะไร พอได้ยินเสียงเหออวี่จู้ก็ยิ้มออก วิ่งออกมาทันที
“ไม่ยุ่ง ๆ มา ๆ มีอะไรหรือ ?”
“คือวันนี้คนเยอะ โต๊ะไม่พอครับ เลยอยากยืมจากคุณลุงสักสองตัว ไม่ทราบจะสะดวกไหมครับ ?”
ได้ยินคำขอ เหยี่ยนปู้กุ้ยก็พยักหน้าโดยไม่คิด “สะดวกสิ ! ของแค่นี้เอง รอแป๊บนึง เดี๋ยวฉันยกไปให้เอง !”
เขามองเหออวี่จู้ ก่อนจะผลักไหล่เบา ๆ
“คนที่บ้านนายเยอะขนาดนั้น นายกลับไปก่อนเถอะ ผู้นำระดับนั้นรอไม่ได้หรอก เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่ต้องพิธีมากนักหรอก !”
ฟังดูเหมือนเป็นคำพูดธรรมดา แต่น้ำเสียงและแววตานั้น...เหออวี่จู้เข้าใจทันที
‘จะเอาหน้านี่เอง ! ’
ยกโต๊ะไปให้ถึงบ้านแบบนี้ จะไม่ให้เขาได้นั่งกินด้วยก็กระไรอยู่ อย่างน้อยก็ต้องมีชื่อเขาอยู่ในโต๊ะอาหารด้วย !
“งั้นก็รบกวนด้วยนะครับลุง ขอบคุณมากครับ ! เดี๋ยวผมขอกลับไปช่วยอาจารย์ก่อน”
จริง ๆ เขาก็ตั้งใจจะเชิญเหยี่ยนปู้กุ้ยมากินข้าวด้วยอยู่แล้ว เพราะตอนเช้าอีกฝ่ายก็ช่วยต้อนรับหลัวปั้นเฉิงกับพวกไว้ ถือว่าเป็นคนมีบุญคุณเล็ก ๆ เช่นกัน
ในชาติที่แล้ว แม้จะเคยมีเรื่องหมางใจกันบ้าง แต่สุดท้ายเขาก็เป็นคนที่พอจะไว้ใจได้
อย่างน้อย ก็ยังดีกว่าพวกอี้จงไห่และหลิวไห่จงเป็นไหน ๆ
“ไม่มีปัญหาเลย ! เดี๋ยวฉันจัดให้ !” เหยี่ยนปู้กุ้ยตอบรับอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะหันหลังกลับไปในบ้าน เตรียมโต๊ะทันที
“ดีจริง ๆ ไม่เสียแรงที่นั่งว่างทั้งวัน ! บุหรี่จงหัวหนึ่งซอง อาหารดี ๆ สองมื้อ วันนี้ได้กำไรไม่น้อย…”
“ตอนเย็นอาจจะมีอาหารเหลือให้เก็บกลับบ้านอีกก็ได้ !”
คิดแล้วก็รีบเดินกลับเข้าไปในบ้าน ตะโกนบอกภรรยาที่ยังอยู่ในครัว
“เย็นนี้ไม่ต้องรีบทำกับข้าวนะ รอฉันกลับมาก่อน วันนี้เสี่ยวจู้จัดเลี้ยง คนเพียบเชียว !”
“ฉันจะดูว่าจะเอาอะไรกลับมาได้บ้าง จะได้ให้พวกเธอกินของดี ๆ บ้าง !”
ภรรยาเขายิ้มกว้างทันที พยักหน้ารับคำ ก่อนช่วยกันเช็ดโต๊ะไม้สองตัวจนสะอาดหมดจด แล้วเหยี่ยนปู้กุ้ยก็ยกไปส่งถึงลานกลางบ้านเหออวี่จู้ด้วยตัวเอง
“เธอกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะไปทักเสี่ยวจู้หน่อย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่ให้ฉันกลับแล้วก็ได้ !”
“จำไว้นะ เย็นนี้รอฉันกลับไปค่อยทำอาหาร !” เขากำชับภรรยาอีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินเข้าครัวไป
ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คิดไว้ วันนี้บ้านเหออวี่จู้มีแต่ของดี ๆ เต็มไปหมด จัดเต็มทุกเมนูชั้นยอด !
“เสี่ยวจู้ ฉันเอาโต๊ะมาให้แล้วนะ !” เหยี่ยนปู้กุ้ยตะโกนบอก ขณะมองไปรอบครัวที่กำลังยุ่งวุ่น “ยังมีอะไรให้ช่วยอีกไหม ? บอกได้เลย !”
“ไม่มีแล้วล่ะ คุณลุงสาม ไปนั่งพักเถอะ ช่วยผมดูแลแขกหน่อย วันนี้กินที่นี่เลย ไม่ต้องกลับไปแล้ว !”
เหออวี่จู้หันมาตอบพลางยังหั่นผักไม่หยุด “ได้เลย ! งั้นฉันไปดูแขกให้ !”
เหยี่ยนปู้กุ้ยยิ้มกว้าง รับคำอย่างว่าง่าย ไม่แสดงอาการเกรงใจเลยสักนิด
ในเรื่องเอาเปรียบคนอื่น จุดเด่นของเหยี่ยนปู้กุ้ยคือ “ไม่อาย !” เขาเชื่อว่า ถ้าอายแล้วไม่ได้อะไรกลับมา ก็คือเสียเวลาเปล่า
ไม่นานนัก คนขับรถของหลัวปั้นเฉิงก็หาคนมาช่วยขนผ้าบังแดดเข้ามาที่หน้าประตูบ้านเหออวี่จู้ แล้วเริ่มก่อสร้างเพิงบังแดดทันที
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่พ้นสายตาของชาวชุมชน
ทุกคนต่างสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงดังวุ่นวายขนาดนี้
แต่พอได้กลิ่นหอมที่ลอยมาจากครัว ทุกคนก็รู้ทันทีว่า...เขาจะจัดเลี้ยง !
จัดงานเลี้ยงบ้าน ๆ แต่เล่นใหญ่ขนาดนี้ จะตั้งกี่โต๊ะกันเนี่ย !
คนขับรถแปดคน ทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว ไม่ต้องให้ใครช่วย ก็ตั้งเพิงบังแดดสี่เหลี่ยมเสร็จในเวลาไม่นาน แล้วก็เริ่มจัดโต๊ะทันที
ด้านหลัวปั้นเฉิงก็ให้คนไปซื้อแตงโมสิบลูก เมล็ดแตงโม และของกินเล่นอื่น ๆ
หวังเชียงหาอ่างเหล็กใบโตมาตักน้ำ แล้วแช่แตงโมไว้จนเย็นเจี๊ยบ เพิงบังแดดก็เสร็จเรียบร้อย
หวังเชียงกับคนงานในครัวก็เริ่มจัดโต๊ะ ทั้งหมดมีสี่โต๊ะ จัดเรียงกันอย่างเรียบร้อย
แตงโมแช่เย็นถูกหั่นเป็นชิ้นขนาดเท่ากัน วางเต็มโต๊ะ ทุกคนเริ่มนั่งล้อมวง พูดคุยกันพลางกินแตงโม บรรยากาศดีสุด ๆ
เหยี่ยนปู้กุ้ยก็ไม่พลาด คีบแตงโมด้วยสองมือ กัดเต็มคำอย่างมีความสุข
ของดีแบบนี้ บ้านเขาไม่เคยซื้อ ฤดูร้อนแต่ละปี แม้แต่ไอศกรีมแท่งยังไม่กล้าซื้อกิน พอมีโอกาสแบบนี้ จะมัวอายทำไม
เขากินไปหกชิ้นเต็ม ๆ จนเริ่มรู้สึกแน่นท้อง ถึงได้หยุด แต่พอมองเห็นแตงโมเหลืออีกมาก ก็แทบอดใจไม่ไหว
ถึงกระนั้น เขาก็ยั้งใจไว้ เพราะเมื่อกี้เดินผ่านครัวมา เห็นเนื้อหมูผัดเสร็จเต็มชามใหญ่ !
ถ้ากินแตงโมเยอะไป จะกินเนื้อได้ไง ?
หลังจากนั้นอีกพักใหญ่ จนถึงสี่โมงกว่า งานเลี้ยงก็เริ่มอย่างเป็นทางการ
ตอนที่ทุกคนออกจากเฟิงเจ๋อหยวนมาถึงซื่อเหอหยวนก็ราว ๆ บ่ายสามแล้ว แต่ก็มีเรื่องให้วุ่นต่ออีกหลายเรื่อง
เมื่อคนเพิ่มขึ้น อาหารที่เตรียมไว้ก็ต้องปรับเพิ่ม แม้คนขับรถจะช่วยไปซื้อของให้ แต่ก็ต้องใช้เวลา
โชคดีที่หลี่เหว่ยกั๋วกับเหออวี่จู้ทำอาหารได้รวดเร็ว ไม่อย่างนั้นคงได้กินข้าวตอนหกโมง
“กินข้าวได้แล้วครับ !” เหออวี่จู้ประกาศเสียงดัง
หวังเชียงกับคนอื่นก็เริ่มยกอาหารมาเสิร์ฟจานแล้วจานเล่า
หลัวปั้นเฉิงนั่งโต๊ะเดียวกับเหออวี่จู้และหลี่เหว่ยกั๋ว
โต๊ะถัดไปเป็นคนขับรถ นั่งร่วมกับหวังเชียงและคนงานอีกสองคน
อีกสองโต๊ะที่เหลือ แบ่งกันนั่งโต๊ะละสิบคน
“มาเถอะทุกคน หิวกันมาทั้งบ่ายแล้ว !” เหออวี่จู้ยกแก้วขึ้น
“ผมขอขอบคุณทุกคน ที่คอยดูแลผมในเฟิงเจ๋อหยวนมาตลอดสามปี ทำให้ผมได้ฝึกฝนทักษะจนเติบโตมาถึงวันนี้”
“โดยเฉพาะอาจารย์ของผม ถ้าไม่มีท่าน คงไม่มีเหออวี่จู้ในวันนี้”
“ผมพูดไม่เก่ง ขอใช้เหล้าแทนใจ ดื่มสามแก้วนี้ให้ทุกคน !”
พูดจบ เขาก็ซดเหล้าสามแก้วรวด
ทุกคนยกแก้วดื่มตาม แม้ไม่ถึงสามแก้ว แต่ก็หมดแก้วทุกคน
“กินเถอะ อย่ารอเลย หิวมาทั้งวันแล้ว !”
เสียงของเหออวี่จู้เพิ่งจบ ทุกคนก็ยกตะเกียบขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะเหยี่ยนปู้กุ้ย ที่นั่งโต๊ะเดียวกับกานเป่ากั๋ว เขารีบคีบเนื้อเข้าปาก น้ำมันเยิ้มเต็มปากเต็มคำ กินอย่างเพลิดเพลินสุด ๆ
เหออวี่จู้มองไปทางหลัวปั้นเฉิง แล้วยกแก้วขึ้นอีกครั้ง “ท่านผู้นำทั้งหลาย ขอบคุณที่มาเยือนบ้านผมในวันนี้ ! และต้องขอบคุณสำหรับงานแปลที่มอบหมายให้ผม ทำให้ผมมีรายได้เอาเก็บไว้แต่งเมียในวันหน้า !”
“ผมขอดื่มอีกแก้ว เพื่อแสดงความจริงใจ !”
เขากระดกเหล้าอึกใหญ่จนหมด
หลัวปั้นเฉิงและคนอื่น ๆ ดื่มตามทันที ไม่มีใครปฏิเสธ “อาจารย์เหอ ถ้าพวกเราไม่รู้มาก่อนว่านายจบแค่มัธยมต้นนะ…ดูจากการพูดจา ท่าทาง และคำศัพท์แล้ว พวกเราคงคิดว่านายเป็นบัณฑิตจบมหาวิทยาลัยแน่ ๆ !”
“ไม่สิ แม้แต่นักศึกษามหาวิทยาลัยของพวกเรายังพูดไม่ได้แบบนี้ !”
“แต่ละคนเหมือนน้ำเต้าอุด แม้จะกล้าพูด แต่ไม่มีคำไหนฟังเข้าท่าเลย !”
หลิวเฟิงพูดอย่างทึ่ง คนอื่น ๆ ก็พยักหน้าตาม
คำพูดที่เหออวี่จู้ใช้ พูดได้ลึกซึ้งและแฝงความหมาย ไม่ใช่ระดับที่พ่อครัวธรรมดาจะทำได้
“ฮ่า ๆ อย่าชมเลยครับ เดี๋ยวผมหางงอก ! มา ๆ อย่ามัวแต่ชม ลองชิมอาหารพวกนี้ดีกว่าครับ !”
“ทุกคนโชคดีมากเลยวันนี้ ที่ได้ชิมฝีมืออาจารย์ของผม !”
เขาคีบหุยกัวโร่วใส่ปากเคี้ยวจนเต็มคำ
คนอื่นก็เริ่มกินตาม
ตลอดทั้งงานเลี้ยง หลัวเสี่ยวเอ๋อร์เงียบกริบ ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่สายตาเธอไม่ละจากเหออวี่จู้แม้แต่นิด
งานเลี้ยงครั้งนี้เกิดขึ้นได้…ก็เพราะเขา ทั้งพ่อของเธอ ทั้งผู้อำนวยการจากโรงงานอื่น ๆ ต่างก็แสดงความเคารพต่อเขาและเหล่าพ่อครัวจากเฟิงเจ๋อหยวน ล้วนเรียกเขาว่า “อาจารย์เหอ” ด้วยความเคารพนับถือ
เธอจำได้ว่า พ่อของเธอพูดอะไรกับชิวฉางหมิงเพื่อให้เขาเป็นพ่อสื่อ
ไม่รู้เลยว่า…หลังงานเลี้ยงจบ ผู้อำนวยการชิวจะทำอย่างไร ให้เหออวี่จู้ยอมคบกับเธอ ? หากได้คบกับเขา อย่างน้อยก็มีอาหารอร่อยกินทุกวัน
ไม่เลวเลยจริง ๆ …
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ชายตรงหน้าช่างแข็งแรงเหลือเกิน ! ครั้งก่อนเขาสวมชุดพ่อครัว มองไม่ชัด
แต่วันนี้…เขาใส่เสื้อกล้าม แขนเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ…กับซิกแพ็กที่เห็นชัดทุกลูก !
ให้ตายเถอะ...นี่มันคนหรือเทพเจ้ากันแน่ ?