- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 67 เล่ห์เล็ก ๆ และรางวัลใหม่ !
บทที่ 67 เล่ห์เล็ก ๆ และรางวัลใหม่ !
บทที่ 67 เล่ห์เล็ก ๆ และรางวัลใหม่ !
บทที่ 67 เล่ห์เล็ก ๆ และรางวัลใหม่ !
ณ ซื่อเหอหยวน ในบ้านตระกูลเจี่ย
"มัวแต่ยืนเซ่ออยู่ทำไม รีบออกไปสิ ! ถ้าชักช้าอีกหน่อย ไอ่โง่ก็จะกลับเข้าบ้านแล้ว ! ! "
"เร็วเข้า ! ไปถามให้รู้เรื่องว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ! "
เจี่ยตงซวีตะโกนเร่งเสียงดังลั่น เมื่อเห็นฉินหวยหรูลังเลไม่ยอมขยับตัว เขาถึงกับเตะเธอเข้าไปหนึ่งทีเพื่อเร่งให้ไป
แต่ตอนนี้ ฉินหวยหรูกลับรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่บนขี้ผึ้งร้อน ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับออกไปหาเหออวี่จู้ต่อหน้าเจี่ยตงซวี
เพราะหากเหออวี่จู้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องเมื่อไม่กี่วันก่อนออกมา เรื่องโกหกที่เธอเคยแต่งขึ้นก็จะถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก
ทว่าหากเธอเลือกจะไม่ไปตอนนี้ แล้วปล่อยให้เหออวี่จู้กลับเข้าบ้าน เจี่ยตงซวีจะต้องพาลมาลงที่เธออย่างแน่นอน และผลลัพธ์ก็ไม่มีทางดี
"ตงซวี นี่มันก็ดึกมากแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงนะ จะให้ไปเจอผู้ชายคนนั้นกลางดึกแบบนี้…มันดูไม่เหมาะสมเลย ! "
"อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้มีเจตนาดีอะไรกับฉันสักนิด ถ้าอยู่ ๆ เขาคลั่งขึ้นมา ฉันก็เสียเปรียบน่ะสิ"
"ว่าแต่...ทำไมคุณไม่ไปเองล่ะ ได้ไหม ? "
เธอพูดพลางทำท่าเขินอายเหมือนไม่อยากออกไปเองจริง ๆ
แต่เจี่ยตงซวีไม่สนคำพูดนั้นแม้แต่น้อย กลับเตะเธอซ้ำอีกหนึ่งทีด้วยความหงุดหงิด
"ดูสภาพฉันก่อนสิ ! ฉันคันจนแทบคลั่ง จะให้ฉันออกไปยังไงเล่า ! "
"เลิกผัดผ่อนได้แล้ว รีบไปถามให้รู้เรื่องซะที ว่าทำไมส่งจดหมายร้องเรียนไปแล้ว แต่หมอนั่นยังไม่ถูกไล่ออกจากเฟิงเจ๋อหยวน ! "
"เร็วเข้า ! ถ้ามัวอิดออดอีก ไอ้โง่ก็จะกลับห้องจริง ๆ แล้ว ! "
ได้ยินอย่างนั้น ฉินหวยหรูก็รู้ทันทีว่าวันนี้เธอไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ถึงจะไม่อยากก็ต้องไป เธอจึงจำใจเดินออกไปอย่างเชื่องช้า
ตอนที่มาถึงหน้าประตู เธอก็แอบเหลียวหลังกลับไปดู
เจี่ยตงซวียังคงนั่งอยู่ในห้องด้านใน เกาตุ่มยุงไม่หยุดมือ นั่นจึงทำให้เธอโล่งใจขึ้นมานิดหนึ่ง
ระยะขนาดนี้ ต่อให้เหออวี่จู้พูดอะไรออกมา เขาก็คงไม่ได้ยิน
คิดได้แบบนั้น เธอก็รีบเปิดประตูออกไปทันที เพราะกลัวว่าถ้าชักช้า เจี่ยตงซวีอาจเปลี่ยนใจแล้วเดินตามออกมาจริง ๆ
เสียงประตูที่เปิดออกดัง “เอี๊ยด” ดึงความสนใจของเหออวี่จู้ที่กำลังตักน้ำอยู่ เขาหันหลังกลับทันที
สายตาของเขาและฉินหวยหรูสบกันตรง ๆ ไม่มีแววอ่อนหวานใด ๆ มีเพียงความเย็นชาและตึงเครียดที่แล่นผ่านในบรรยากาศ
หลังจากเหตุการณ์คืนนั้น ฉินหวยหรูก็รู้แล้วว่าเธอไม่มีโอกาสจะสานสัมพันธ์กับเขาอีกต่อไป แม้จะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเหออวี่จู้ถึงรังเกียจเธอถึงเพียงนี้ แต่เธอก็แน่ใจแล้วว่าเขาจะไม่มีวันเปิดใจให้เธออีก
และเมื่อความสัมพันธ์เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เหลืออยู่ก็มีเพียงความแค้นเท่านั้น
"ออกมาหาเรื่องโดนด่าอีกเหรอ ? " เสียงของเหออวี่จู้เย็นเฉียบเมื่อเธอเดินมาอยู่ตรงหน้าเขา
"อย่าทำหน้าบึ้งใส่ฉันนักเลย ! " เธอตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"คิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ว่านายแอบลางานจากเฟิงเจ๋อหยวนไปหาเงินพิเศษที่อื่นน่ะ ? "
"ฮึ ! อยากปิดบังคน ก็ต้องไม่ทำแต่แรก ! สักวันหนึ่งนายต้องได้รับผลกรรม ! แล้วคอยดูสิ ถ้าถูกไล่ออกเมื่อไหร่ ฉันจะรอดูว่านายยังจะเก่งกล้าอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ! "
ต้องยอมรับว่าฉินหวยหรูนี่ฉลาดเอาเรื่อง ถ้าเป็นเจี่ยตงซวีมาเอง เขาคงถามตรง ๆ หรือพูดข่มขู่แบบไม่ไว้หน้า
แต่เธอเลือกพูดด้วยเล่ห์ กลบเกลื่อนด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนแฝงร้าย
ถึงแม้เหออวี่จู้จะพยายามปิดเรื่องที่เขาไปรับจ๊อบทำอาหารที่โรงงานรีดเหล็ก แต่กับคนในซื่อเหอหยวนแล้ว มันปิดไม่มิดหรอก
เพราะคนที่นี่ส่วนใหญ่ก็มาจากโรงงานรีดเหล็กทั้งนั้น อีกอย่าง วันนั้นเขาก็กลับมาบ้านเร็วผิดปกติ ใครมีหัวคิดหน่อยก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาไปทำอะไรมา
เหออวี่จู้แค่นเสียงหัวเราะเย็น ๆ "ช่างเป็นหมอดูที่แม่นเสียจริงนะ"
"วันนี้ ผู้จัดการของเราก็เพิ่งได้รับจดหมายร้องเรียนเกี่ยวกับฉันพอดีเลย"
"ดูท่าจะไม่ต้องสงสัยใครอีกแล้ว จดหมายนั่นเธอส่งมาใช่ไหมล่ะ ฉินหวยหรู ! "
"ใจร้ายเกินไปแล้วนะเธอ ถึงกับอยากตัดขาฉันให้สิ้นเลยหรือไง ! "
"จำไว้ให้ดี ! ถ้าฉันถูกไล่ออกเพราะจดหมายของเธอ วันนั้นแหละที่ฉันจะเอาคืนทุกอย่างที่ครอบครัวเธอเคยทำไว้ ! "
"ถ้าฉันไม่จัดการพวกเธอให้ราบเป็นหน้ากลอง ฉันก็ไม่ใช่เหออวี่จู้แล้ว ! "
เขาพูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว ดวงตาที่จ้องมองเธอนั้นดุดันจนฉินหวยหรูเย็นวาบไปทั้งร่าง
เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพูดเสียงแข็ง "ฮึ ! ฉันก็รอดูอยู่เหมือนกัน ! "
เมื่อได้คำตอบแล้ว เธอก็ไม่กล้ายืนอยู่นาน รีบหันหลังเดินกลับเข้าบ้านทันที
เธอกลัว...กลัวว่าเหออวี่จู้จะคลั่งขึ้นมาจริง ๆ แล้วทำร้ายเธอ
เหออวี่จู้มองตามแผ่นหลังของฉินหวยหรูอย่างเย็นชา แววตาที่ฉายออกมาท่ามกลางความมืดนั้น...ช่างน่ากลัว
เขาตักน้ำจนเต็มกะละมัง แล้วหิ้วกลับเข้าไป
ด้านฉินหวยหรูที่กลับถึงห้อง เธอรีบตบอกเหมือนจะระบายความกลัวออกมา หอบหายใจครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องด้านใน
เจี่ยตงซวีที่ยังเกาตัวอยู่ สภาพของเขาน่าสงสารเหลือเกิน
ผิวหนังแดงเป็นปื้น มีรอยเลือดซึมให้เห็น เพราะเขาเกาจนถลอก
ใครที่เคยโดนยุงกัด โดยเฉพาะยุงลายตัวใหญ่ ๆ คงเข้าใจดีว่าความคันนั้นมันทรมานขนาดไหน
เจี่ยตงซวีอ้าปากคราง เกาไปด่าไปในใจ แต่ก็ยังไม่ลืมเรื่องสำคัญ
"เป็นไงบ้าง ? ไปถามมาแล้วใช่ไหม ? "
"เขาพูดถึงจดหมายนั่นหรือเปล่า ? "
เขายังคงถามด้วยความคาใจ
ฉินหวยหรูมองเขาอย่างไร้ความสงสาร กลับรู้สึกสะใจเล็ก ๆ ที่เห็นเขาทรมานแบบนี้...
ในบ้านตระกูลเจี่ย ชีวิตของฉินหวยหรูไม่มีคำว่า “ลูกสะใภ้” อยู่เลยจริง ๆ เธอเหมือนเป็นแค่คนรับใช้ในบ้าน ใช้งานตามใจชอบ ถูกด่า ถูกตบตีเป็นเรื่องปกติ แม้จะเข้ามาในฐานะภรรยาของเจี่ยตงซวี แต่ก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องมือระบายอารมณ์ของแม่ลูกคู่นี้
“พูดสิ !” เจี่ยตงซวีคำรามด้วยเสียงหงุดหงิด
“เฟิงเจ๋อหยวนได้รับจดหมายร้องเรียนแล้ว” ฉินหวยหรูพูดพลางเม้มปาก “และไอ้โง่ก็รู้เรื่องแล้วด้วย ตอนนี้คงกำลังตรวจสอบว่าจริงหรือไม่…”
“เขายังขู่อีกว่า ถ้าถูกไล่ออกเพราะจดหมายนั่น เขาจะฆ่าพวกเราให้หมดทั้งบ้าน !”
“หน้าตาเขาตอนพูดนี่จริงจังมากเลยนะ ไม่ได้ล้อเล่นเลย…ตงซวี ฉันว่าคุณควรรีบไปปรึกษาอาจารย์ หาทางป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่า”
เจี่ยตงซวีถึงกับชะงัก หันขวับมาถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เดี๋ยว ๆ เขารู้ได้ไงว่าจดหมายนั่นเป็นเราส่ง ? หรือว่า…เธอเผลอพูดอะไรออกไป ?”
“เขาไม่โง่หรอกน่า” ฉินหวยหรูรีบแก้ตัว “ฉันแค่พูดถึงว่าเขาไปทำอาหารที่โรงงานรีดเหล็ก เขาก็จับทางได้ทันทีว่าเราต้องมีเอี่ยวแน่นอน”
“อีกอย่างนะ ถ้าเป็นคุณ แล้วจู่ ๆ มีคนมาจี้ถามเรื่องแบบนี้ คุณจะไม่สงสัยเลยเหรอว่าใครส่ง ?”
“จริง ๆ ถ้าพวกคุณไม่รีบจี้ถาม เขาอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำ !”
เธอพูดพลางถอนหายใจ ดูเหมือนจะตำหนิเขาอยู่กลาย ๆ
เจี่ยตงซวีฟังแล้วก็เริ่มเข้าใจ แต่ไม่ได้แสดงท่าทีเห็นใจแม้แต่น้อย กลับตอกกลับอย่างไม่พอใจ “เธอรู้อะไร ! ผู้หญิงอย่างเธอไม่ต้องมายุ่งเรื่องของผู้ชาย !”
“เอ้า ! รีบมาเกาหลังให้ฉันต่อสิ คันจะตายอยู่แล้ว !”
เขาบ่นไปพลางเกาไปไม่หยุด มือแดงช้ำไปหมด
“ไอ้โง่ ไอ้หมอนี่ ให้มันมีเวลาอีกสองสามวัน เดี๋ยวมันโดนไล่ออกเมื่อไหร่ ฉันอยากดูจริง ๆ ว่ามันจะยังปากดีได้อีกไหม !”
“ยังจะขู่ฆ่าครอบครัวฉันอีก ! อยากรู้จริงว่ามันมีปัญญาขนาดไหน !”
เจี่ยตงซวีแค่นยิ้มเย็นชา พลางเหยียดเสียงหัวเราะ เขาไม่เชื่อว่าเหออวี่จู้จะกล้าทำอะไรได้จริง
“โอ๊ย ! เกาเบา ๆ หน่อยสิ ! เธอจะถลกหนังฉันเลยหรือไง !”
ฉินหวยหรู: “...”
ในขณะเดียวกัน ที่อีกด้านของซื่อเหอหยวน
เหออวี่จู้กลับมาที่ห้องของตัวเอง หลังจากเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจนสะอาดหมดจด เขาก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก
“อ่า...หน้าร้อนแบบนี้ ได้เช็ดตัวด้วยน้ำเย็น ช่างสบายอะไรขนาดนี้ !”
เขาระบายลมหายใจยาว เทน้ำในกะละมังทิ้งหน้าประตู ปล่อยให้น้ำระเหยไปกับอากาศ แล้วก็ปิดประตูเข้าห้อง ถอดเสื้อนอกออก เหลือเพียงเสื้อบาง ๆ พิงหมอนนุ่ม ๆ อย่างสบายอารมณ์
เขาหยิบหนังสือภาษาอังกฤษขึ้นมา จุดบุหรี่ สูบไปอ่านไป เสียงอ่านเบา ๆ ดังขึ้นในห้องเงียบ ๆ ค่าประสบการณ์ของทักษะภาษาอังกฤษค่อย ๆ เพิ่มขึ้น
เหลืออีกแค่ 70 แต้มเท่านั้น ก็จะอัพเลเวลเป็นระดับ 5 ได้แล้ว
เขาประเมินคร่าว ๆ ว่าถ้าอ่านไปเรื่อย ๆ อีกไม่ถึงสองชั่วโมง ประมาณเที่ยงคืนก็น่าจะสำเร็จ
แม้จะไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ด้วยร่างกายที่ฝึกฝนด้วยศิลปะการต่อสู้แบบจีน เขาก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ไม่รู้สึกอ่อนเพลียแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตาม พอเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ การนอนอ่านหนังสือบนเตียงก็ทำให้ง่วงได้ในที่สุด
ประมาณเที่ยงคืน ดวงตาของเขาก็ปิดลงอย่างช้า ๆ หลับไปโดยไม่รู้ตัว...
แม้ระบบจะส่งเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในตอนนั้น แต่เขาก็ไม่ได้ยิน แม้กระทั่งไฟในห้องยังเปิดอยู่ เขาก็ไม่ได้ลุกไปปิด
...
กระทั่งดึกสงัด เหออวี่จู้รู้สึกปวดฉี่จนนอนไม่ได้ เขาลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ กลับมานอนต่อแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น
ตอนเช้า แสงแดดสาดเข้ามาในห้อง เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สูบบุหรี่ชั้นดีที่หลัวปั่นเฉิงให้มา
ขณะที่สูบบุหรี่นั้น เขาก็เปิดหน้าจอระบบขึ้นมาตรวจสอบบันทึกจากเมื่อคืน
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดี ทักษะภาษาอังกฤษของเจ้าของร่างเพิ่มเป็นระดับ 5
ได้รับรางวัล: พื้นที่ระบบเพิ่มขึ้น 5 ลูกบาศก์เมตร, บัตรประสบการณ์ x10]
“โอ้โห…” เขาถึงกับอุทาน รีบลุกขึ้นนั่งทันที หยิบบุหรี่ไว้ในปาก แล้วเปิดพื้นที่เก็บของในระบบ
เขาเห็นการ์ดใบเล็ก ๆ สิบใบวางอยู่เงียบ ๆ
[บัตรประสบการณ์: ใช้กับทักษะใดก็ได้ ได้รับค่าประสบการณ์ +50 คะแนน]
ถึงแม้แต้มจะไม่เยอะ แต่รวมสิบใบก็ได้ 500 คะแนน
เท่ากับการอัพหนึ่งทักษะจากระดับ 3 ไป 4 ได้พอดี ! เขาจึงกดดูสถานะตัวเองตอนนี้
การทำอาหาร: Lv.7 (1520/10000)
งานบ้าน: Lv.4 (148/1000)
ปิกวก: Lv.3 (320/500)
ปาจี้: Lv.3 (320/500)
ภาษาอังกฤษ: Lv.5 (3/3000)
ภาษารัสเซีย: Lv.3 (100/500)
งานไม้: Lv.1 (12/100)
พื้นที่ระบบ: 21 ลูกบาศก์เมตร
ไอเทม: บัตรประสบการณ์ x10
เขาคิดครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจใช้บัตรประสบการณ์ 8 ใบกับศิลปะการต่อสู้ ปิกวก 4 ใบ + ปาจี้ 4 ใบ
ทำให้ทั้งสองทักษะอัพเป็น ระดับ 4 ทันที !
ทันใดนั้นเอง…ความรู้สึกแปลกประหลาดก็พุ่งขึ้นในร่าง
เหมือนคลื่นพลังไหลเวียนไปทั่ว เสียงในหัวเงียบลง ดวงตาหลับพริ้ม
เมื่อรู้สึกตัวอีกที พลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แค่กำหมัดเบา ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงอัดที่แตกต่างจากเดิม
จากหมัดที่เคยหนัก 200 กิโลกรัม ตอนนี้เหมือนพุ่งทะลุไปที่ 400 กิโลกรัม !
“โห…แบบนี้ ถ้าฉันเป็นนักมวยอาชีพ จะต้องโกยแชมป์โลกได้แน่ ๆ !”
“ซัดทีเดียว น็อกยกแรก !”
“อาจได้บันทึกในกินเนสส์ก็ได้มั้ง ?”
เขาหัวเราะเบา ๆ ขณะนึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่ได้ยินเรื่องพระพุทธรูปไม้ท่อนเดียวบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊ค
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางโยนบุหรี่ทิ้ง แล้วลุกขึ้นยืนกลางห้อง สวมแค่กางเกงใน ไม่สวมเสื้อ ตั้งท่าฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างจริงจัง
ปิกวก ปาจี้ หมัด หมุน กระทืบ เสียงร้องฮึบฮั่กดังก้องในห้องเล็ก ๆ
แม้จะเป็นเพียงร่างเล็ก ๆ แต่พลังในร่างเขากลับไม่ธรรมดาอีกต่อไปแล้ว…