เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 ล่ามประจำตำแหน่ง – ขึ้นเงินเดือนอีกแล้ว !

บทที่ 33 ล่ามประจำตำแหน่ง – ขึ้นเงินเดือนอีกแล้ว !

บทที่ 33 ล่ามประจำตำแหน่ง – ขึ้นเงินเดือนอีกแล้ว !


บทที่ 33 ล่ามประจำตำแหน่ง – ขึ้นเงินเดือนอีกแล้ว !

ทันทีที่เหออวี่จู้ขึ้นเตา ก็เริ่มทำเมนูระดับสูง นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของครัวเฟิงเจ๋อหยวนเลยก็ว่าได้ แต่ถึงขั้นข้ามช่วงทดลองงานที่ปกติจะใช้เวลาถึงสองปี แล้วมาขึ้นเตาวันแรกก็ทำอาหารขั้นสูงเลย ดูไปดูมา ก็เหมือนจะไม่แปลกตรงไหน

เรื่องที่เกิดกับเขา มันไม่ธรรมดาแต่กลับไม่มีใครตกใจอีกต่อไป ใครจะไปแปลกใจล่ะ ? เช้านี้คนเดียวทำเมนูต้นตำรับจากสามสายอาหาร แถมทำออกมาได้ดีทั้งหมด แค่ฝีมือระดับนี้ก็ไม่ใช่ของที่ใคร ๆ จะมีได้แล้ว

แม้แต่พ่อครัวเตาหลักหลายคนก็ยังไม่กล้าพูดเต็มปากว่าตัวเองทำได้สามสายอาหาร ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มเป็นลูกมือ คนส่วนใหญ่ก็ถูกกำหนดเส้นทางแล้วว่าจะยึดสายอาหารใดเป็นหลัก คนที่เชี่ยวชาญหลายสายอาหารแทบไม่มีให้เห็น

อย่างหลี่เว่ยกั๋วเองก็เป็นปรมาจารย์ด้านอาหารเสฉวนโดยตรง ส่วนอาหารสายนอกอื่น ๆ แม้จะพอเข้าใจ แต่ถ้าจะให้ลงมือเองก็ใช่ว่าจะทำได้ดีกว่าคนทั่วไปสักเท่าไหร่ เพราะแต่ละสายอาหารมีเอกลักษณ์ต่างกัน บางสายเน้นไฟแรง บางสายเน้นตุ๋นเคี่ยวช้า ๆ จนรสชาติซึมเข้าเนื้อ ไหนจะสูตรลับเฉพาะของแต่ละสำนัก ที่ไม่มีวันถ่ายทอดออกไปง่าย ๆ ก็ไม่แปลกที่จะไม่มีใครทำได้หมดทุกสายอย่างแท้จริง

หวังเฉียงมองเหออวี่จู้ที่ยืนอยู่หน้าเตา เหวี่ยงกระทะเหล็กด้วยท่วงท่าเฉียบคม ในแววตามีแววอิจฉาปรากฏชัด เขาเองก็เป็นเด็กฝึกงาน ปีหน้าอีกแค่ปีเดียวก็ต้องขึ้นเตาแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ลองจับเตาเลย จะฝึกที่บ้านก็ไม่มีวัตถุดิบให้ลอง ยิ่งมองเห็นฝีมือของเหออวี่จู้ ความกระวนกระวายใจก็ยิ่งเพิ่มพูน

ในใจเขาเริ่มคิดขึ้นมา ถ้าได้สนิทกับเหออวี่จู้บ้าง วันไหนว่าง ๆ ก็ลองขอให้สอนนิด ๆ หน่อย ๆ บางที อาจจะช่วยให้เขาก้าวหน้าได้เร็วกว่าที่คิด

อย่างน้อย เหออวี่จู้ตอนนี้ก็เป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากทุกคนในครัว ฝีมือระดับนั้น เขาเองยังตามไม่ทันเลย

“พี่หวัง ! เครื่องปรุงกงเป่าจีติงอีกสองชุดนะ !” เสียงของเหออวี่จู้ตะโกนกลับมาจากหน้าเตา ปลุกหวังเฉียงจากความคิด

“โอเค ! ได้เลย !” เขารีบขานตอบ และขนวัตถุดิบกับเครื่องปรุงไปให้ทันที เตรียมพร้อมสำหรับเมนูต่อไป

เดือนกรกฎาคม แดดร้อนจ้า ไอแดดยิ่งทำให้หลังครัวร้อนเป็นเตาอบ เตาแต่ละเตาก็ลุกโชนเป็นเปลวไฟแดงฉาน ทำให้หลังครัวร้อนอบอ้าวแทบหายใจไม่ออก

ทุกคนเหงื่อไหลชุ่มทั่วตัว เสื้อพ่อครัวที่ใส่เปียกโชกไปทั้งตัว แต่ก็ไม่มีใครหยุด หรือแม้แต่ชะลอมือ

มีเพียงผ้าขนหนูผืนเล็ก ๆ พาดอยู่บนคอ ไว้คอยเช็ดเหงื่อที่ไหลเข้าตาเป็นระยะ

นี่แหละชีวิตของพ่อครัว แม้รายได้ดี แต่ก็แลกมาด้วยหยาดเหงื่อจริง ๆ หน้าหนาวยังพอทน แต่หน้าร้อนแบบนี้… ไม่ใช่ใครก็ทนไหว

จนกระทั่งเที่ยงตรง ลูกค้าเริ่มซา คนในครัวก็พอได้หายใจหายคอบ้าง

เมื่อทำเมนูสุดท้ายเสร็จ เหออวี่จู้เห็นว่าไม่มีใบสั่งใหม่แล้ว ก็ถอนหายใจยาว คว้าผ้าขนหนูที่คล้องคอขึ้นมาเช็ดเหงื่อ ก่อนจะบิดมันจนเหงื่อไหลหยดติ๋ง ๆ ลงท่อระบายน้ำ

แล้วเดินไปล้างผ้า เช็ดหน้าอีกครั้ง คราวนี้รู้สึกสดชื่นขึ้นหน่อย

“เสี่ยวจู้ ไปสูบบุหรี่พักหน่อย” กานเป่ากั๋วเดินมาดึงแขนเขา พาไปทางหลังร้านตรงมุมร่ม

กานเป่ากั๋วหยิบบุหรี่ขึ้นจุดสูบ แล้วก็ส่งให้เขาหนึ่งมวน เหออวี่จู้รับมาด้วยความเคยชิน จุดสูบแล้วลากยาว เอนตัวพิงกำแพง ทิ้งตัวลงนั่งพิงกับพื้นอย่างหมดแรง

“ไหวไหมล่ะ ขึ้นเตาเหนื่อยใช่ไหม ?” กานเป่ากั๋วมองเขา ยิ้มพลางถามอย่างอารมณ์ดี

“ก็…....”

“เสี่ยวจู้ ! กลับมาด่วน ! เจ้าของร้านเรียกหา !”

เสียงตะโกนแว่วมาไม่ทันจบประโยค

ยังไม่ทันที่เหออวี่จู้จะอ้าปากตอบอะไร เสียงตะโกนก็ดังขึ้นก่อนเสียอีก

เมื่อเห็นว่าเป็นอาจารย์ของตัวเองยืนอยู่ที่หน้าประตู เขาก็ได้แต่ส่งยิ้มให้กานเป่ากั๋วอย่างเก้อ ๆ รีบดับบุหรี่ในมือแล้วยัดมันลงกระเป๋าเสื้อ จากนั้นก็รีบวิ่งไปหาอย่างรวดเร็ว

“อาจารย์ มีอะไรเหรอครับ ? ช่วงเวลาแบบนี้ เจ้าของร้านเรียกผมไปทำอะไรหรือครับ ?” เหออวี่จู้ถามทันทีที่เดินมาถึง

“เหมือนจะมีลูกค้ารัสเซียมาหลายคน กำลังรับรองอยู่ด้านหน้า”

“เช้านี้แกไม่ใช่บอกกับเจ้าของร้านไว้นี่ ว่าแกพูดภาษารัสเซียได้ ?”

“คงจะเรียกให้ไปช่วยเป็นล่ามล่ะ ว่าไง ไหวไหม ?”

พอได้ยินแบบนั้น เหออวี่จู้ก็โล่งอกทันที ภาษารัสเซียของเขานั้นได้อัปเลเวลไปตั้งแต่เมื่อวาน ตอนนี้ถึงขั้นระดับ 3 แล้ว สื่อสารได้ลื่นไหลไม่ติดขัดแน่นอน

“แน่นอนอยู่แล้ว ! อาจารย์ไม่รู้จักผมเหรอครับ ผมไม่เคยพูดอะไรถ้าไม่มั่นใจ”

“ไม่ต้องห่วงครับ เรื่องนี้ไม่มีพลาดแน่”

พูดจบก็เดินตามหลี่เว่ยกั๋วไปยังโถงหน้าร้าน ทันทีที่มาถึง ก็เห็นเจ้าของร้าน หลัวหมิงอี้ โบกมือเรียก

“เจ้าของร้าน ครับ !”

“เสี่ยวจู้ตอนนี้มีแขกอยู่สองคน เป็นชาวต่างชาติ พกคนแปลมาด้วย แต่ดูเหมือนจะไม่เข้าใจเมนูอาหารเท่าไหร่”

“เลยอยากให้ไปช่วยแปลน่ะ ไหวไหม ?”

คำถามเดิมอีกแล้ว ‘ไหวไหม ? ’

เหออวี่จู้ไม่พูดพล่ามทำเพลงอีก พยักหน้าเบา ๆ แล้วก็เดินตรงไปยังชาวรัสเซียสองคนกับล่ามที่ยืนอยู่ตรงนั้น

“Здравствуйте! (สวัสดีครับ)”

“ผมเป็นพ่อครัวของร้านเฟิงเจ๋อหยวน ถ้ามีอะไรที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับอาหาร สามารถถามผมได้เลยครับ ผมยินดีให้คำแนะนำ”

พูดจบ เขาก็เริ่มพูดคุยด้วยภาษารัสเซียอย่างคล่องแคล่ว เมื่อแขกรัสเซียสองคนได้ยิน เขาก็ยิ่งประหลาดใจ ยิ่งรู้ว่าเขาเป็นแค่พ่อครัวคนหนึ่ง ยิ่งทึ่งเข้าไปใหญ่

“พวกเราไม่รู้เลยว่าอาหารจานไหนอร่อย คุณมีอะไรแนะนำบ้างไหม ?” หนึ่งในชาวรัสเซียผู้ชายเอ่ยถาม

ล่ามที่ยืนอยู่ก็ทำท่าจะเริ่มแปล แต่เหออวี่จู้กลับยกมือห้าม แล้วหันไปตอบเป็นภาษารัสเซียด้วยตนเอง

หลัวหมิงอี้กับหลี่เว่ยกั๋วยืนดูอยู่ข้าง ๆ ต่างก็อ้าปากค้างกับความลื่นไหลของบทสนทนา สื่อสารกันเข้าใจแบบไม่มีสะดุดแม้แต่นิดเดียว

“อาจารย์หลี่ ศิษย์ของคุณนี่เรียนจบถึงระดับไหนเหรอ ? สุดยอดจริง ๆ !”

“จะว่าไปแล้วนะ ถ้าเอาเด็กคนนี้ไปเป็นล่าม น่าจะได้เงินดีพอตัวเลย แถมยังได้ค่าจ้างเป็นเงินต่างประเทศด้วย !”

หลัวหมิงอี้เห็นโลกมามากกว่าใคร ย่อมรู้ดีว่าในยุคนี้ คนที่สื่อสารกับชาวรัสเซียได้โดยไม่มีอุปสรรค มีคุณค่ามากขนาดไหน

“น่าจะจบแค่มัธยมต้นนะครับ”

“จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ถามเขาละเอียดนัก คุณก็รู้ จะมาเป็นพ่อครัว ไม่ต้องใช้วุฒิสูงอะไร ขอแค่อ่านออกเขียนได้ก็พอแล้ว !”

หลี่เว่ยกั๋วตอบอย่างไม่ค่อยแน่ใจ คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับบ้าง “เจ้าของร้านครับ อาชีพล่ามนี่มันได้เงินดีขนาดนั้นเลยเหรอ ?”

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หลัวหมิงอี้ก็รู้ทันทีว่าหลี่เว่ยกั๋วเริ่มมีแผนในใจ

“ได้เงินดีแน่นอนอยู่แล้ว แต่เด็กคนนี้ ฉันไม่ปล่อยไปง่าย ๆ หรอกนะ แบบนี้ละกัน ฉันจะขึ้นเงินเดือนให้อีก 20 หยวนต่อเดือน ต่อไปถ้ามีแขกต่างชาติเข้ามาในร้าน ให้เขารับหน้าที่ดูแลเลย”

“น่าเสียดายที่หมอนี่พูดได้แค่ภาษารัสเซีย ถ้าพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยล่ะก็ ฉันให้เงินเดือนเดือนละ 100 หยวนยังได้เลย !”

“ตอนนี้ เงินจากชาวต่างชาติน่ะ คือช่องทางทำเงินที่ดีที่สุด !”

ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การทำธุรกิจกับชาวต่างชาติ ก็เป็นทางลัดสู่รายได้ที่มั่นคง

โดยเฉพาะในยุคที่ ‘เงินตราต่างประเทศ’ มีค่ามากกว่าทองคำเสียอีก

จบบทที่ บทที่ 33 ล่ามประจำตำแหน่ง – ขึ้นเงินเดือนอีกแล้ว !

คัดลอกลิงก์แล้ว