- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 30 ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เงินเดือนสี่สิบ !
บทที่ 30 ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เงินเดือนสี่สิบ !
บทที่ 30 ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เงินเดือนสี่สิบ !
บทที่ 30 ได้เลื่อนตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เงินเดือนสี่สิบ !
เมื่ออาหารสองจานใหม่ถูกยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมเผ็ดร้อนของเต้าหู้หม่าโผก็ลอยมาเตะจมูก สีสันจัดจ้านชวนให้เจริญอาหาร ส่วนหอยเป๋าฮื้อตุ๋นซีอิ๊วก็แวววาวเป็นมัน สีแดงเข้มดูน่ารับประทานยิ่งนัก
“เชิญท่านเจ้าของร้านลิ้มรสครับ !”
หลี่เว่ยกั๋วซึ่งเป็นพ่อครัวชื่อดัง เพียงแค่เห็นสีสันของอาหาร และได้กลิ่นหอมจากจาน เขาก็มั่นใจได้ทันทีว่าอาหารสองจานนี้ที่เหออวี่จู้นำมาเสิร์ฟ จะต้องไม่ด้อยไปกว่าไส้หมูตุ๋นเก้ารสเมื่อครู่แน่นอน
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าไส้หมูตุ๋นเก้ารสที่ทำเมื่อครู่ เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบถึงขั้นสุด ทั้งนุ่ม ละลายในปาก และเหนียวกำลังดี จนทำให้หลัวหมิงอี้พยักหน้ารัว ๆ ระหว่างกิน พร้อมชมไม่หยุดปากว่า “หลายปีแล้วไม่ได้กินของแท้แบบนี้เลย !” เขาทั้งดีใจและประทับใจอย่างยิ่ง
ตอนนี้ พอมองดูอาหารสไตล์เสฉวนและอาหารตระกูลถานในจานตรงหน้า หลี่เว่ยกั๋วก็ยิ่งแน่ใจว่า ศิษย์คนนี้ของเขา ต้องซุ่มฝึกฝนฝีมืออยู่ไม่น้อยแน่ ๆ แถมยังเป็นคนมีพรสวรรค์สูงมาก
ที่ผ่านมาที่ไม่เคยแสดงฝีมือออกมา ก็เพราะเห็นแก่เขา กลัวว่าหากแสดงฝีมือเก่งเกินหน้า จะทำให้สถานการณ์ของตนลำบาก เพราะในเมื่อฝีมือถึงขั้นนั้น เขาในฐานะอาจารย์ก็มองข้ามไม่ได้
แต่ในเมื่อยังอยู่ในช่วงสามปีของการฝึกงาน ยังจัดให้ขึ้นเตาไม่ได้โดยตรง เหออวี่จู้เลยต้องซ่อนฝีมือเอาไว้จนถึงตอนนี้ และที่ยอมเผยฝีมือออกมา ก็เพื่อเปลี่ยนกฎระเบียบเก่า ๆ เท่านั้น ไม่อย่างนั้น ตอนสัปดาห์ก่อนที่ให้เขาทำอาหารให้พนักงานกิน เขาคงไม่เก็บงำฝีมือไว้หรอก !
พอเข้าใจทั้งหมดนี้ หลี่เว่ยกั๋วไม่เพียงไม่โกรธที่ศิษย์ซ่อนฝีมือ กลับรู้สึกซาบซึ้งและปลาบปลื้มใจ เพราะเหออวี่จู้ทำทั้งหมดก็เพื่อเห็นแก่เขาจริง ๆ เขาไม่ใช่คนอกตัญญู แน่นอนว่ารับรู้ถึงน้ำใจของศิษย์แล้ว
“เชิญอาจารย์หลี่ด้วย อย่าเกรงใจเลย”
“ฉันดูจากสีและกลิ่นแล้ว คิดว่าน่าจะไม่แพ้ไส้หมูตุ๋นเมื่อครู่เลย”
“เรามาลองชิมไปพร้อมกันดีกว่า คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญอาหารเสฉวน ต้องขอคำชี้แนะเรื่องเต้าหู้หม่าโผจากคุณอยู่แล้ว”
“ส่วนหอยเป๋าฮื้อตุ๋นซีอิ้ว ฉันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องอาหารตระกูลถานนัก ต้องรบกวนคุณแนะนำด้วย”
คำพูดของหลัวหมิงอี้ฟังดูเหมือนถ่อมตัว แต่ต้องรู้ว่า ตั้งแต่สมัยโบราณ นักชิมชั้นสูงไม่จำเป็นต้องทำอาหารเอง พวกเขาแค่ชอบศึกษาเรื่องการกิน อาหารส่วนใหญ่ที่คิดค้นขึ้น ก็มาจากการให้เชฟฝีมือดีปรุงตามแนวคิดของตน ส่วนพวกเขามีหน้าที่แค่เป็นผู้ลิ้มรสเท่านั้น
และหลัวหมิงอี้คนตรงหน้านี้ ไม่เพียงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร ยังเป็นเจ้าของร้านและผู้จัดการใหญ่ของภัตตาคารฟงเจ๋อหยวน ถือเป็นนักชิมชื่อดังในปักกิ่ง แม้ช่วงสองสามปีหลังจะวางตัวเงียบลง ไม่ออกงานสังสรรค์บ่อย แต่ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นสายตระเวนกินชื่อดัง
ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่กล้าเปลี่ยนหัวหน้าพ่อครัวจากอาหารซานตง มาเป็นพ่อครัวอาหารเสฉวน เพื่อประจบเจ้าหน้าที่ระดับสูงขนาดนี้หรอก
“คุณอย่าถ่อมตัวไปเลยครับ”
“คุณเองก็ถือเป็นนักชิมชื่อดังของปักกิ่ง กินมาหมดแล้วทั้ง 34 ตำรับอาหารทั่วประเทศ”
“แปดตำรับหลักไม่ต้องพูดถึง ที่เหลืออีก 26 ตำรับ คุณก็กินมาหมดแล้ว”
“อาหารตระกูลถาน คุณก็ช่ำชอง จะบอกว่าชิมไม่ออกได้อย่างไร”
“หลังทานเสร็จ ขอคำชี้แนะจากคุณเลยครับ สำหรับเสี่ยวจู้คนนี้ ก็ยังเป็นรุ่นน้องอยู่ดี ต้องตั้งใจฟังคุณพูดอย่างเคารพ”
คำพูดของหลี่เว่ยกั๋ว ทำให้เห็นชัดว่าหลัวหมิงอี้ไม่ธรรมดา เหออวี่จู้ที่ยืนข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง สำหรับคนทั่วไป แค่แปดตำรับหลักก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ลิ้มรสครบ แต่สำหรับหลัวหมิงอี้ เขากลับลิ้มลองเกือบครบทุกตำรับทั่วประเทศ
“ฮ่าๆ เช่นนั้นเรามาลองชิมกันเถอะ อาจารย์หลี่ อย่ารอจนอาหารเย็นเชียว” เมื่อหลัวหมิงอี้พูดเช่นนี้ หลี่เว่ยกั๋วก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป
ทั้งสองคน ต่างคีบหอยเป๋าฮื้อคนละตัว วางลงบนจานของตัวเอง ค่อยๆ ชิมอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ชนแก้วกันเล็กน้อย แล้วดื่มสุราอีกคนละอึก
ต่อจากนั้น ทั้งคู่ก็ใช้ช้อนกระเบื้องตักเต้าหู้หม่าโผขึ้นมา ค่อย ๆ ลิ้มรสอาหารรสจัดจ้าน…
ผ่านไปครู่หนึ่ง หลัวหมิงอี้และหลี่เว่ยกั๋วต่างก็วางช้อนวางตะเกียบ สายตาทั้งคู่หันไปมองเหออวี่จู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“อวี่จู้ ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง จากที่อาจารย์หลี่บอกมา พ่อของนายเป็นผู้สืบทอดอาหารตระกูลถาน ส่วนนายทำอาหารเสฉวนกับอาหารถานได้ ฉันก็พอเข้าใจ เพราะเป็นการถ่ายทอดจากตระกูลและจากอาจารย์ แต่เรื่องอาหารซานตงนี่ นายไปเรียนจากใครมา ? หรือว่า…นายยังมีอาจารย์อีกคนที่สอนอาหารซานตง ?”
“แต่คนดัง ๆ สายอาหารซานตงในปักกิ่ง ฉันรู้จักแทบหมด ก็ไม่เคยได้ยินว่าใครรับนายเป็นศิษย์เลยนี่นา ?”
หลัวหมิงอี้สงสัยจริง ๆ จึงไม่ปิดบัง ถามออกมาตรง ๆ แม้แต่หลี่เว่ยกั๋วที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พลอยสงสัยไปด้วย ทั้งคู่จึงมองเหออวี่จู้ รอฟังคำตอบอย่างเงียบ ๆ
เหออวี่จู้หัวเราะแหะ ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโล่งอก “เห็นท่าทางของเจ้าของร้านกับอาจารย์แล้ว ผมค่อยโล่งใจหน่อย ว่าผมไม่ได้ทำเสียเรื่อง”
“อาหารเสฉวน ผมเรียนจากอาจารย์ครับ เวลาท่านขึ้นเตาปรุงอาหาร ผมก็จดจำไว้ทุกครั้ง ส่วนอาหารตระกูลถานก็เรียนจากพ่อผมเอง แต่ด้วยข้อจำกัดของวัตถุดิบ บางเมนูผมยังไม่เคยลองทำจริง ๆ เช่น หูฉลามตุ๋นซีอิ๊ว ในอาหารตระกูลถาน วิธีทำหูฉลามมีมากกว่าสิบแบบ แต่ที่โด่งดังก็คือเมนูนี้แหละ”
“สำหรับอาหารซานตง... เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนผมจะมาฝึกงานที่นี่ พ่อเคยพูดไว้แค่ว่า ‘เฟิงเจ๋อหยวนเป็นร้านอาหารซานตง’ ผมเลยเกิดความสงสัยว่าอาหารซานตงมีอะไรบ้าง ก็เลยไปหาหนังสืออ่านจากห้องสมุด ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าน่าสนใจ เลยนั่งศึกษาจากหนังสือ แล้วลองฝึกมาเรื่อย ๆ”
“อาจจะเพราะผมฝึกพื้นฐานมาทั้งจากอาจารย์และพ่อ เลยพอจับหลักได้ว่าหลักการของอาหารซานตงคล้ายหรือต่างกับที่เคยเรียนอย่างไร จากนั้นผมก็ค่อย ๆ ฝึกจากทฤษฎีไปสู่การปฏิบัติ แล้วก็พบว่า ผมน่าจะทำอาหารซานตงที่เคยอ่านมาได้เกือบทั้งหมด !”
“ตอนนี้ผมยังอ่านหนังสือภาษารัสเซียอยู่เลยครับ รู้สึกว่าหลายคำก็เข้าใจง่ายดี แม้ยังไม่ได้ลองพูดจริงๆ แต่ผมคิดว่า ถ้าจะให้คุยง่าย ๆ กับคนรัสเซีย ผมน่าจะพอสื่อสารได้อยู่บ้าง !”
ได้ฟังคำอธิบายของเหออวี่จู้ ทั้งหลัวหมิงอี้และหลี่เว่ยกั๋วต่างก็ประหลาดใจ โดยเฉพาะหลัวหมิงอี้ที่ถึงกับตะลึงไปเลย
“พูดจริงเหรอ ? อวี่จู๋ นายเรียนรู้ภาษารัสเซียได้ด้วย ? ไม่ได้หลอกพวกเรานะ ?”
“ถ้านายพูดภาษารัสเซียได้จริง พอคุยกับคนรัสเซียในระดับง่าย ๆ ได้ล่ะก็ ฉันสัญญาตรงนี้เลยว่าจะให้นายเลื่อนเป็นพนักงานประจำทันที แล้วเงินเดือนเริ่มต้นจะไม่ใช่แค่ 30 หยวน แต่เป็น 40 หยวน ! แถมทุกปีจะเพิ่มเงินเดือนให้อีก 20% ด้วย !”
ในศตวรรษที่ 21 สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ "คนเก่ง ! " ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัย คนมีปัญญาก็ย่อมเข้าใจสิ่งนี้ มีคนเก่ง ถึงจะสร้างทุกสิ่งได้
หลัวหมิงอี้มองออกทันทีว่าเหออวี่จู้คือ "คนเก่ง" จึงไม่ลังเลที่จะให้ตำแหน่งและเงินเดือนตอบแทนทันที
“Безпроблем, господин Луан !”
“ท่านเจ้าของร้าน นี่คือภาษารัสเซียครับ แปลว่า ‘ไม่มีปัญหาครับ คุณหลัว’”
ทันทีที่ได้ยินสำเนียงรัสเซียที่ชัดเจนและถูกต้อง หลัวหมิงอี้ก็หัวเราะออกมาอย่างดีใจ พร้อมตบมือดังฉาด
“ดีมาก ! เฟิงเจ๋อหยวนของเรามีคนฟังภาษารัสเซียรู้เรื่องแล้ว !”
“เสี่ยวจู้ ฉันขอประกาศตรงนี้เลยนะ ตอนนี้นายกลายเป็นพนักงานประจำแล้ว เดี๋ยวจะรีบจัดการเอกสารให้”
“อีกไม่กี่วันก็ถึงวันจ่ายเงินเดือนของเดือนที่แล้ว ฉันจะให้เงินเดือนนายในฐานะพนักงานประจำเลย !”
หลัวหมิงอี้เรียกได้ว่าทุ่มเต็มที่ เหออวี่จู้จากเดิมที่ได้เงินเดือน 10 หยวนในฐานะเด็กฝึก พริบตาเดียวกลายเป็นเงินเดือน 40 หยวนในฐานะพนักงานประจำ เพิ่มขึ้นทันทีถึง 30 หยวน !