เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 17  มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดอยาก !

บทที่ 17  มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดอยาก !

บทที่ 17  มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดอยาก !


บทที่ 17  มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดอยาก !

แม้จะพูดกันมานานว่า “ใคร ๆ ก็ต้องกินเกี๊ยวช่วงปีใหม่” แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ คนธรรมดาอย่างพวกเขา ถ้าไม่ใช่ช่วงเทศกาลใหญ่โต ก็แทบจะไม่มีโอกาสได้กินเกี๊ยวเลยจริง ๆ

ยิ่งกับบ้านแบบเหออวี่จู้ แค่เกี๊ยวมื้อเดียว คนกินแค่สามคน แต่ใช้หมูไปตั้งหนึ่งชั่งเต็ม ๆ ! แบบนี้น่ะเรียกว่า “หรูหราจัดเต็มเกินหน้าเกินตา” ก็ว่าได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีวัตถุดิบหรอกนะ แต่เป็นเพราะ...ไม่มีตังค์ !

เกี๊ยวมื้อเดียวที่ใช้หมูหนึ่งชั่ง เทียบได้กับค่าใช้จ่ายของทั้งบ้านในช่วง 4-5 วันเลยทีเดียว เพราะแบบนั้นแหละ ไม่มีใครกินกันฟุ่มเฟือยแบบนี้หรอก ไม่งั้นตอนที่เห็นว่าเป็นเกี๊ยว เหอต้าชิงก็คงไม่สติหลุดแล้วด่าลูกชาย กลัวว่าได้ตังค์แล้วจะกลายเป็นเศรษฐีเงินล้านมือเติบในพริบตา

“ว้าววว เกี๊ยวผักชีลาวหมูสับ อร่อยจังเลยพี่ !”

“เมื่อวานฟางเฉียงในห้องยังโม้เลยว่า บ้านเขากินเกี๊ยวหมูใส่ต้นหอม”

“หึ ! พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกเขา ว่าบ้านฉันกินเกี๊ยวผักชีลาวหมูสับ ! !”

เสียงของอวี่สุ่ยพูดอย่างไม่ยี่หระ ในขณะที่เคี้ยวเกี๊ยวตุ้ย ๆ อย่างเอร็ดอร่อย

เหออวี่จู้มองน้องสาวแล้วก็ยิ้มขำ เด็กน้อยก็เป็นแบบนี้แหละ แข่งกันเรื่องใครได้ขนมอร่อย ใครได้ของเล่นใหม่ ใครบ้านรวย ใครได้กินดี นั่นก็คือความภูมิใจเล็ก ๆ ของวัยเด็ก และเป็นสิ่งที่พวกผู้ใหญ่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ

“กินเยอะ ๆ เลยนะอวี่สุ่ย ถ้าชอบ เดี๋ยวพี่ชายจะห่อให้กินทุกอาทิตย์เลย”

พอคิดถึงชาติก่อน เพราะความไร้ความสามารถของเขาเอง อวี่สุ่ยจึงเรียนจบมัธยมปลายแล้วก็ต้องออกมาทำงานทันที ชีวิตแต่งงานก็ไม่ได้ดีนัก ถึงสามีจะไม่แย่ แต่ครอบครัวสามีกลับดูถูกเธอตลอด และทั้งหมดนี้... ต้นตอก็มาจากพี่ชายอย่างเขาเองทั้งนั้น

“เย้ ๆ ๆ ! พี่ชายดีที่สุดเลย !”

เด็กมันก็เป็นแบบนี้ ยังไม่มีหลักคิดอะไรเป็นของตัวเอง ใครให้ของอร่อย ใครใจดี ก็กลายเป็นฮีโร่ในสายตาทันที

สามคนพ่อลูกนั่งกินเกี๊ยวกันอย่างอิ่มหนำ สุขสันต์ เหอต้าชิงก็ยกแก้วสุราขึ้นจิบด้วยความพอใจ สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

“เสี่ยวจู้ ! ฝีมือแกดีขึ้นมากจริง ๆ”

“เดี๋ยววันหยุดสุดสัปดาห์นี้ แกซื้อกับข้าวมาหลาย ๆ อย่าง ทำอาหารเสฉวนให้ฉันชิมซักมื้อ จะได้ดูว่าแกยังขาดอะไรบ้าง”

“แต่ที่แน่ ๆ เลยนะ อาจารย์ของแก หลี่เว่ยกั๋ว เขามีชื่อเสียงดีมาก คงไม่กั๊กวิชาไว้แน่ คงจะสอนให้แกหมดเปลือกแน่ ๆ”

“แกต้องตั้งใจเรียนให้ดี !”

“ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดย้ายออกจากเฟิงเจ๋อหยวน เรียนรู้จากหลี่เว่ยกั๋วให้หมดก่อน จำไว้ว่า ‘มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดไม่อยาก’ !”

“ดูอย่างฉันสิ แค่มีวิชาครัวติดตัว จะไปอยู่ที่ไหนก็ยังพอหาอะไรยัดปากตัวเองได้อยู่ !”

“เข้าใจไหม ?”

คำพูดของเหอต้าชิง ก็เหมือนกับที่เคยพูดในชาติก่อนไม่มีผิด แต่ครั้งนั้น เขาไม่เหลือเงินไว้ให้ลูกชายเลยแม้แต่เฟินเดียว

เหออวี่จู้จึงต้องรีบลาออกจากเฟิงเจ๋อหยวน ไปทำงานในโรงงานเหล็กตั้งแต่ยังไม่ทันได้เรียนรู้ครบ วิชาบางอย่างที่หลี่เว่ยกั๋วเก็บไว้ให้ลูกศิษย์ เขาก็ยังไม่ทันได้สัมผัสด้วยซ้ำ

หากตอนนั้นเขาอยู่ต่อนานอีกหน่อย ฝีมือทำอาหารของเขาคงจะไปได้ไกลกว่านี้อีกหลายขุม แต่เพราะสายตาแคบ คิดสั้น รีบตัดสินใจ จึงทำให้สอบเลื่อนขั้นเป็นพ่อครัวระดับสูงไม่ได้ นี่แหละ จุดพลาดสำคัญของอดีต

“เรื่องของผม พ่อไม่ต้องห่วงหรอก”

“ผมรู้ดีว่าตัวเองจะทำยังไง กินเร็วเข้า ! ดื่มให้น้อยหน่อย !”

กับคำเตือนของเหอต้าชิง เหออวี่จู้รับฟัง แต่ไม่ได้ใส่ใจนัก ตอนนี้ยังไม่เข้าสู่ช่วง “รัฐรวมกิจการ” จริง ๆ แล้ว ทางเลือกที่ดีที่สุดก็คือ… เปิดร้านอาหารเอง ! เขามีระบบช่วยฝึกฝีมือ สามารถพัฒนาเทคนิคได้อย่างรวดเร็ว

พอฝีมือแน่น เปิดร้านได้ แค่ความอร่อยกับชื่อเสียง ก็เรียกลูกค้าได้ไม่ขาด ยังไม่ต้องรอจนรัฐเข้ามาควบคุม ก็สามารถโกยเงินได้จนคุ้มค่า

แต่ปัญหาคือ หลังจากนี้กระแสสังคมอาจเป็นอันตรายอย่างคาดไม่ถึง วันนี้ทำเงินสนุกดี แต่วันหน้าถ้าถูกขุดเรื่องขึ้นมา อาจจะถูกตราหน้าว่าเป็น “พวกนายทุนย้อนกลับ” ก็ได้

จะให้หาความมั่นคงอย่างเดียว มันก็ยังเร็วเกินไป ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ

แต่ยังดี ตอนนี้เพิ่งแค่ปี 1951 การรวมกิจการภาครัฐจะเริ่มต้นในปี 1954 และกินเวลาจนถึงปี 1956 กว่าทั้งประเทศจะปรับเปลี่ยนระบบให้เสร็จ

ตอนนี้ยังมีเวลาให้เตรียมตัวเหลือเฟือ… แต่ทุกย่างก้าว ต้องคิดให้ละเอียด !

ดังนั้นแล้ว เวลาก็ยังมีเหลือเฟือสำหรับเขา ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนหาเงิน แค่ตั้งใจฝึกฝนฝีมือและสร้างความสัมพันธ์เอาไว้ให้ดี รอโอกาสเหมาะ ๆ ค่อยลงมือ การเปิดร้านอาหารในอนาคตก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

แน่นอนว่า “เหล็กจะดี ต้องตียามร้อน” ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาวางแผนไว้ ล้วนต้องอาศัยความสามารถของตนเองเป็นรากฐาน

และถ้าหากคิดจะทำจริง ๆ ก็ไม่ได้แค่ต้องเก่งด้านการทำอาหารเท่านั้น ยังต้องมีทักษะอื่น ๆ ติดตัวไว้ด้วย

ซึ่งทักษะพวกนี้ ไม่มีทางลัดให้ใช้ มีแค่วิธีเดียวคือต้องไปยืมหนังสือจากห้องสมุด อ่านให้เยอะ ๆ แล้วค่อย ๆ เก็บสะสมความรู้ขึ้นมา

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังไม่ใช่เรื่องเร่งรีบ ในเมื่อเขามีระบบอยู่ในมือแล้ว ชะตาชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีทางจะลงเอยด้วยความตกต่ำแบบชาติก่อนได้อีกแน่นอน

...

ในขณะที่บ้านตระกูลเหอกำลังนั่งกินเกี๊ยวกันอย่างอบอุ่นนั้น บ้านตรงข้าม ตระกูลเจี่ย กลับเต็มไปด้วยความหดหู่ใจ

แม้ว่าเหออวี่จู้จะไม่ได้ลงไม้ลงมือกับฉินหวยหรู แต่สุดท้ายเธอก็หนีชะตาเคราะห์นั้นไม่พ้น

ทันทีที่กลับถึงบ้าน เจี่ยจางซื่อที่อัดอั้นตันใจ ไม่มีที่ให้ระบาย ก็หันขวับไปมองฉินหวยหรูที่ยืนหลบอยู่ข้าง ๆ แล้วหันไปฟ้องเจี่ยตงซวี่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“ตงซวี ! แล้วก็นังสารเลวนี่ด้วย !”

“ตอนบ่ายไอ้โง่มันตบฉัน เธอยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่แม้แต่จะช่วยพูดช่วยอะไรสักคำ !”

“ดูเอาเถอะ ตอนนั้นแกดื้อรั้นจะเอาเธอให้ได้ ตอนนี้เห็นหรือยังว่าคนอย่างเธอมันมีประโยชน์ขนาดไหน !”

“เป็นภรรยาแกแท้ ๆ แต่ยืนดูแม่สามีโดนซ้อมแล้วไม่ขยับ แกน่ะ ต้องจัดการเธอให้สาสมเลย !”

พอได้ยินแม่ตัวเองพูดจบ เจี่ยตงซวีก็หันกลับมา ใบหน้ามืดครึ้ม สายตาเย็นเยียบจ้องมองฉินหวยหรู

“ที่แม่พูดมาทั้งหมดจริงใช่ไหม ?”

“ตอนที่ไอ้โง่มันลงมือกับแม่ เธอไม่ช่วยเลยสักนิด ?”

ฉินหวยหรูก็พาลรู้สึกอัดอั้นตันใจ “ฉันไม่ได้ไม่ช่วยนะ ! แต่ตอนนั้นมันเร็วมาก ฉันยังไม่ทันตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ !”

“ใครจะไปคิดว่าเขาจะกล้าลงมือทันทีแบบนั้นล่ะ ! ที่สำคัญ แม่ก็ตบฉันไปตั้งหลายฉาดแล้ว คุณจะตบฉันอีกหรือไง ?”

เธอเงยหน้าขึ้นมองเจี่ยตงซวี เผยให้เห็นใบหน้าที่บวมขึ้นเล็กน้อยเพราะโดนตี ทั้งที่หน้าตาก็ยังสวยอยู่แท้ ๆ แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

“นังสารเลวเอ๊ย ! ยังจะกล้าทำเป็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายน่าสงสารอีกเหรอ ? ไม่ช่วยฉันยังมีหน้ามาอ้างความถูกต้องอีก”

“วันนี้ฉันจะตีเธอให้ตายเสียเลย ยังจะเก็บไว้ทำไม ! เลี้ยงหมายังพอไว้เฝ้าบ้านได้ แต่เลี้ยงเธอไว้มีประโยชน์อะไร ?”

“แต่งเข้าบ้านมานานแล้ว ท้องก็ยังไม่กระดิก วันนี้ฉันจะตบให้เธอสำนึก !”

สิ้นคำ เจี่ยจางซื่อก็พุ่งเข้าใส่ฉินหวยหรู มือไม้เงื้อขึ้นหมายจะฟาดเธออีกครั้ง

เจี่ยตงซวี่ยืนดูภาพนั้นด้วยสายตาเฉยชา ไม่ขยับไปช่วย ไม่พูดอะไรสักคำ แค่ยืนดูภรรยาตัวเองถูกแม่ซ้อม

บ้านตระกูลเหอกับบ้านตระกูลเจี่ย  ราวกับภาพสะท้อนที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง บ้านหนึ่งเต็มไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ อีกบ้านหนึ่งกลับจมอยู่ในบรรยากาศขมขื่น

แต่ชะตาฟ้าลิขิตก็ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ ฉินหวยหรูอยากแต่งเข้ามาอยู่ในเมือง จึงต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนต่อสิ่งที่ประสบ

ส่วนเจี่ยตงซวี่ที่อายุสั้นนัก บางทีอาจเพราะวิธีคิดและการกระทำของเขาเอง

เพราะฟ้าดินมีตา กรรมที่ทำไว้ สุดท้ายไม่ว่าใครก็หลบไม่พ้น ทำชั่วไว้มาก วันหนึ่งก็ต้องรับกรรมทั้งสิ้น !

จบบทที่ บทที่ 17  มีหนึ่งทักษะติดตัว ชีวิตไม่อดอยาก !

คัดลอกลิงก์แล้ว