เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 18 กลับสู่ความเรียบง่าย, อัพเดตทักษะ !

บทที่ 18 กลับสู่ความเรียบง่าย, อัพเดตทักษะ !

บทที่ 18 กลับสู่ความเรียบง่าย, อัพเดตทักษะ !


บทที่ 18 กลับสู่ความเรียบง่าย, อัพเดตทักษะ !

ชาติก่อน พ่อของเหออวี่จู้...เหอต้าชิง...หนีออกจากบ้านไปแบบลับ ๆ ทิ้งไว้เพียงชื่อเสียงอันเสื่อมเสีย และผลที่ตามมาก็คือ… ชีวิตรักของเหออวี่จู้ก็พังไม่เป็นท่า

สาวดี ๆ จากบ้านไหน ๆ ล้วนไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขา ใครจะอยากแต่งงานกับลูกชายของคนที่หนีตามแม่ม่ายกันล่ะ ? งานแต่งจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

แถมในบ้านก็ไม่มีผู้ใหญ่ที่พอจะจัดแจงเรื่องคู่ให้ เขาเลยแทบไม่มีโอกาสจะได้พบปะกับสาวคนไหนที่เหมาะสมเลย

จนกระทั่งเจี่ยตงซวีตายจาก อี้จงไห่ก็หันความสนใจมาที่เขา จ้องจะให้เขารับบท “ผู้ดูแลในบั้นปลายชีวิต” แทนเจี่ยตงซวีอย่างเงียบ ๆ

แม้จะไม่พูดตรง ๆ ว่าอยากให้เขาแต่งกับฉินหวยหรู แต่อี้จงไห่ก็ใช้วิธีล้างสมองเขาเรื่อยมา

พูดอยู่ร่ำไปว่า ฉินหวยหรูลำบาก เป็นแม่ม่ายที่ต้องเลี้ยงลูกสามคน ยังต้องดูแลแม่ผัวแก่ ๆ อีกหนึ่งคน ขอให้เหออวี่จู้ช่วยเหลือเธอบ้าง

ในตอนนั้น สมองเหออวี่จู้ก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ไม่ทันคิดอะไรให้ดี ก็เผลอก้าวขึ้นเรือโจรไปเต็ม ๆ และก็ลงจากเรือลำนั้นไม่ได้อีกเลย

แต่ถ้าลองย้อนกลับมาคิดจริง ๆ จัง ๆ บ้านเจี่ยใช่จะลำบากอยู่บ้านเดียวเสียเมื่อไหร่ ? ไม่ต้องมองห่างไกล เอาแค่บ้านหน้าตรอก...บ้านของเหยียนปู้กุ้ยล่ะ ?

บ้านนั้นก็ลำบากเหมือนกัน แถมเขายังเลี้ยงดูคนในบ้านตั้งหกชีวิต อาศัยเพียงเงินเดือนอันน้อยนิดประทังชีวิต แต่พวกเขาก็ยังดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ตายหยังเขียด

เพราะฉะนั้น ตั้งแต่อี้จงไห่เปิดปากบอกว่าให้ช่วยฉินหวยหรูนั่นแหละ เจตนาของเขาก็ไม่บริสุทธิ์ใจเสียแล้ว

คนมีสติที่ไหนจะอาสาเข้าไปช่วยแม่ม่ายกัน ? แล้วถ้าอี้จงไห่เห็นว่าฉินหวยหรูน่าสงสารนัก ทำไมเขา ในฐานะอาจารย์ของเจี่ยตงซวี ถึงไม่ออกหน้าช่วยเองบ้างล่ะ ?

ยังไงเสียในฐานะ “อาจารย์ของสามีผู้ล่วงลับ” เขาจะช่วยเธอใครก็ไม่มีสิทธิ์ว่า แต่นี่อี้จงไห่กลับ…แอบเอาข้าวโพดบดไปให้แบบลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะให้คนรู้

เขากลัวเสียชื่อ แต่กลับไม่เคยแคร์ว่าเหออวี่จู้จะเสียชื่อหรือไม่ ยังบีบให้เขาต้องช่วยตลอดเวลาอีก

นี่มันสันดานหมาแก่ชัด ๆ พอเหออวี่จู้นึกถึงตรงนี้ ก็ได้แต่กัดฟันแน่น ชาติก่อนตัวเองคงโดน “น้ำมันหมูบังตา” ถึงได้ตกหลุมพรางของตาเฒ่านี่เข้าเต็ม ๆ

...

รุ่งเช้าวันอาทิตย์ วันหยุดพักผ่อน เหออวี่จู้ไม่ต้องรีบตื่น เลยได้แอบนอนขี้เซาเป็นพิเศษ

จนกระทั่งแปดโมงเช้า ถึงได้ยืดแขนบิดขี้เกียจ ลุกขึ้นจากเตียง

ขณะที่อวี่สุ่ยน้อยกำลังนั่งเล่นเงียบ ๆ อยู่ในห้อง ก็ได้ยินเสียงคนลุก เธอรีบลุกขึ้นวิ่งมาหา “พี่ชาย ตื่นแล้วเหรอ หนูหิวแล้ว !”

ปากน้อย ๆ ยื่นออกมาบ่นน้อย ๆ อยู่ข้างเตียง ส่งสายตาหวาน ๆ มาให้พี่ชายผู้แสนดี

“แล้วพ่อไปไหน ?”

“ไม่รู้เลย ตอนเช้าก็ออกไปเลย บอกให้หนูรอพี่ตื่น !”

“พี่รีบลุกเร็ว หนูหิวจนจะกินได้ทั้งโต๊ะแล้ว !”

เหออวี่จู้ได้ยินก็ได้แต่ถอนหายใจ พ่อแบบนี้...มีหรือไม่มี มันก็ไม่ต่างกันเลยจริง ๆ

แต่ช่างมันเถอะ ไปซะได้ก็ดี บ้านจะได้โล่ง ไม่ต้องมีอะไรมาขวางหูขวางตาอีก

“อวี่สุ่ย รออีกแป๊บเดียวนะ เดี๋ยวพี่ทำกับข้าวให้ กินให้เต็มที่เลย !”

ว่าแล้วเขาก็รีบลุกขึ้นจากเตียงทันที วันนี้มีเวลาเยอะ ได้เวลาปลุกพลังฝีมือให้ลุกโชนอีกครั้งแล้ว !

เขาจัดการล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็ตรงดิ่งเข้าครัวทันที มองดูผักที่เหลืออยู่ในบ้าน...ก็ไม่ใช่ว่าจะมีอะไรดีนัก

หยิบผักกาดขาวออกมาหนึ่งหัว ตั้งใจจะทำ “ผัดเปรี้ยวหวานผักกาดขาว” แล้วก็หุงข้าวต้มข้าวฟ่างเล็ก ๆ เพิ่มไข่ต้มอีกสองฟอง เหลือแครอทกับวุ้นเส้นอยู่อีกหน่อย พอดีเลย จะทำหมั่นโถวใส่ผักกินเพิ่มอีกสักหน่อยก็แล้วกัน

พอมีแผนอยู่ในหัว เขาก็เริ่มลงมือทันที

เริ่มจากนวดแป้ง และเมื่อเริ่มลงมือ ความสามารถทางการทำอาหารก็เริ่มค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละนิดบนแถบสกิล มือไม้ก็ยิ่งคล่องแคล่วขึ้นเรื่อย ๆ

อาหารพวกนี้ แน่นอนว่าเขาทำเป็นอยู่แล้ว และรสชาติก็ไม่เลว แต่เมื่อมี “ระบบ” เข้ามาเสริมแรง เหออวี่จู้ก็พบว่าฝีมือการทำอาหารของเขา เริ่มมีรสชาติของ “ความเรียบง่ายอย่างล้ำลึก”

อย่างเช่น... ไส้หมั่นโถว

เมื่อก่อน เขาจะทำตามสูตรเป๊ะ ๆ ใส่โน่นเติมนี่ตามลำดับ รับประกันได้ว่าไม่แย่แน่นอน

แต่ตอนนี้ ?  เขากลับสามารถ “รู้” ได้ทันทีว่าอาหารแต่ละอย่างอยู่ในสถานะไหน ด้วยแค่การมองเพียงครู่เดียว

“อืม... วุ้นเส้นนี่พอแล้วล่ะ ถ้าแช่นานกว่านี้ พอนึ่งเสร็จ มันจะเละหมดแน่”

“เส้นแครอทก็ขูดได้ระดับพอดีเลย”

“เห็ดหูหนูไม่ต้องแช่เพิ่มแล้ว แค่นี้กำลังดี !”

ใช่แล้ว วัตถุดิบทุกชิ้น ล้วนถูกจับมาผสมกันในจังหวะที่พอดิบพอดี

ก่อนปิดท้ายด้วยการราดน้ำมันพืชบาง ๆ ล็อกความชื้นไว้ในไส้ ในขณะเดียวกัน แป้งก็พักไว้จนได้ที่ น้ำก็เริ่มเดือดแล้ว

ลงมือปั้นหมั่นโถว หกลูกใหญ่อย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว จัดการขึ้นซึ้ง นึ่งทันทีไม่รอช้า

จากนั้นก็เริ่มลงมือผัดผักกาดขาว ทุกอย่างเป็นไปอย่างเรียบลื่น

จนกระทั่งอวี่สุ่ยทำหน้าแทบจะกลายเป็นหมาหน้าเซเว่น หมั่นโถวก็สุกพอดี ผักก็ผัดเสร็จ ข้าวต้มและไข่ต้มก็ถูกจัดวางตรงหน้า

“ว้าว พี่ชายสุดยอดเลย !”

“หมั่นโถวนี่อร่อยมาก ! ซู้ดดด ซ่าาา~”

แม้ว่าหมั่นโถวจะยังร้อนอยู่ไม่น้อย แต่อวี่สุ่ยก็ไม่รอช้า กัดอย่างไม่กลัวลิ้นพอง

ก็แน่ล่ะ ทั้งหิว ทั้งอร่อย เจ้าตัวน้อยถึงกับจับหมั่นโถวไว้แน่นเหมือนกลัวใครจะมาแย่ง

เห็นน้องสาวเป็นแบบนั้น รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของเหออวี่จู้อย่างห้ามไม่อยู่

น้องสาวแท้ ๆ ของเขาเอง แต่ชาติก่อนเขากลับไม่เคยดูแลเธอเลย

ตอนที่เขารับหน้าที่แทนพ่อ เหอต้าชิง เขาเองก็เอาข้าวกล่องกลับบ้านบ้าง แต่ทุกครั้ง...ก็เอาไปให้ฉินหวยหรูหมด ไม่เคยนึกถึงอวี่สุ่ยเลยสักครั้ง

ต้องให้น้องสาวเอ่ยปากก่อน ถึงจะยอมแบ่งให้

เขาจำได้ว่า ปี 1963 อวี่สุ่ยกำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย เธอเคยมาขอร้องว่า อยากกินซุปไก่บำรุงร่างกาย แม้การเรียนจะไม่ต้องออกแรง แต่กลับกินพลังจิตใจมาก แถมยังเป็นวัยกำลังเจริญเติบโต

แล้วเขาล่ะ ? แม้จะตอบตกลง ซื้อไก่กลับมา ต้มซุปไว้เรียบร้อย แต่สุดท้ายกลับเอาไก่นั่นไปให้สวีต้าม่าว เพื่อช่วยบำรุงเจ้าปั้งเกิ้ง แถมยังต้องเสียเงินไปอีกห้าหยวน

อวี่สุ่ยกลับมาบ้าน ไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ แต่หลังจากนั้น เธอก็แทบไม่คุยกับเขาอีกเลย

จนกระทั่งเรียนจบ สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ติด ได้งานทำ ก็หาคู่แต่งงานทันที แค่คบกันสัปดาห์เดียวก็แต่งเลย แล้วย้ายออกจากเรือนสี่ประสานไปทันที

ตอนนั้น เขายังคิดว่าน้องสาวคงเป็นห่วงเขา อยากให้เขามีพื้นที่มากขึ้น

แต่ตอนนี้เขากลับเข้าใจว่า สิ่งที่อวี่สุ่ยแสดงออกมาคือความสิ้นหวังอย่างแท้จริง

เธอหมดศรัทธาในตัวเขาแล้ว ไม่อยากอยู่ในบ้านนี้อีกต่อไป

“ค่อย ๆ กินนะ อวี่สุ่ย”

“ไม่มีใครมาแย่งหรอก พี่นึ่งไว้ตั้งหกลูกแน่ะ !”

“ยังมีไข่ต้มกับข้าวอีก กินให้หมดเลยนะ มีประโยชน์มากเลยล่ะ”

“จะได้โตขึ้นเป็นสาวสวยไง !”

เขายื่นมือไปลูบหัวน้องสาวอย่างเอ็นดู เอ่ยพูดยิ้ม ๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก

“อื้อ… ค่า พี่ชาย อร่อยมากเลย”

เธอตอบทั้งที่ปากยังคาบหมั่นโถว พูดแทบไม่ชัด

ภาพตรงหน้าทำให้เหออวี่จู้ยิ้มกว้าง หยิบหมั่นโถวลูกหนึ่งขึ้นมากินบ้าง

พอกินเสร็จเมื่อไหร่ เขาก็วางแผนไว้ว่าจะพาน้องไปห้องสมุด หาหนังสือ เสริมสกิล… เตรียมพร้อมสำหรับวันใหม่ที่กำลังจะมา !

จบบทที่ บทที่ 18 กลับสู่ความเรียบง่าย, อัพเดตทักษะ !

คัดลอกลิงก์แล้ว