เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !

บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !

บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !


บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !

“ไอ้โง่...”

เพี๊ยะ !

“โดนตบแล้วยังไม่รู้จักจำอีกเรอะ ? เจี่ยจางซื่อ ! มานี่เลย ถ้าแน่จริงก็เรียกฉันว่าไอ้คนโง่อีกทีสิ ! เมื่อกี้มันยังไม่หนำใจ วันนี้ฉันกำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี เเกช่วยฉันคลายคันหน่อยเถอะ !”

คันไม้คันมือจนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีคนมาให้ตบ !

ฟังดูไม่ต่างจากคำสาปจากนรกสักเท่าไหร่…

เจี่ยจางซื่ออ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับลิ้น เธอเหลือบตามองเขาอย่างหวาด ๆ อยากจะตะโกน “ไอ้โง่” อีกสักครั้ง แต่เพียงแค่รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้ม ก็นึกขึ้นได้ทันที เรียกอีกที มีหวังหน้าเบี้ยวแน่ !

“เสี่ยวจู้ !”

เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ภรรยาของอี้จงไห่นั่นเอง ตอนนี้เธอก็เพิ่งรู้สึกตัว รีบเอ่ยห้ามเสียงหลง

“มีอะไรก็พูดกันดี ๆ ห้ามลงไม้ลงมือเด็ดขาด !”

เหออวี่จู้หันไปมอง แค่นหัวเราะเยาะ “ผมก็ไม่ได้อยากจะใช้กำลังหรอกนะครับป้าใหญ่ แต่มีใครที่เจอหน้ากันแล้วก็ด่าทันทีบ้าง ? ฟังสิครับ ! เรียกอยู่นั่นแหละ ‘ไอ้คนโง่ ๆ ๆ ’ ผมไปทำอะไรให้เธอ ? ไม่เคยไปกินข้าวบ้านเธอซักคำ ไม่เคยไปแอบซดน้ำบ้านเธอสักหยด อยู่ดี ๆ โผล่มาด่าผมเฉย แบบนี้ผมต้องปล่อยไว้เหรอ ?”

“แล้วถ้าผมมีแฟน แล้วพาเธอเข้าบ้าน เจอเจี่ยจางซื่อเปิดมาก็ด่าผมว่าไอ้โง่เข้าให้...ยังไงแฟนก็ต้องเผ่นแน่ ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าโง่หรอกจริงไหม ?”

ภรรยาอี้จงไห่ไม่ได้โง่ เธอแค่ฟังประโยคก็เข้าใจทันทีว่าเหออวี่จู้กำลังใช้โอกาสนี้แสดงอำนาจ ตบปากคนที่ชอบเรียกเขาด้วยชื่อเล่นดูถูก เพื่อจะให้ทุกคนเริ่มเรียกชื่อจริงเขาอย่างให้เกียรติ และอีกด้านหนึ่งก็ชัดเจน... เขาคงเก็บความแค้นกับเจี่ยจางซื่อไว้นานแล้ว วันนี้ถือโอกาสระบายให้หายคาใจ !

“ก็จริง เรื่องนั้นเธอผิดแน่นอน ที่เอาแต่เรียกชื่อเล่นนายแบบนั้น !”

“แต่ยังไงเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน เห็นหน้ากันทุกวัน จะให้แตกหักกันแบบนี้ก็ใช่เรื่องไหมล่ะ ?”

“พอเถอะ เสี่ยวจู้ กลับบ้านก่อนเถอะนะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่มีคำต่อว่าเพิ่มเติมแม้แต่นิด

“จำไว้นะ เจี่ยจางซื่อ ! วันนี้ฉันไว้หน้าป้าใหญ่คนเดียว ถึงไม่เอาเรื่องแก !”

“แต่ถ้าเมื่อไหร่แกกล้าเรียกฉันว่าไอ้โง่ อีกทีล่ะก็...ฉันจะตบให้ฟันหลุดหมดปากเลยคอยดู !”

หญิงผู้นี้มีชื่อจริงว่าหลิวฮุ่ยเจวียน แต่เมื่อสามีเธอขึ้นเป็นลุงใหญ่ ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าป้าใหญ่ไปหมด ชื่อจริงเลยกลายเป็นความลับของจักรวาล ต้องรอถึงตอนเธอตาย ทุกคนเห็นป้ายวิญญาณถึงจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอชื่ออะไร

แม้แต่เหออวี่จู้เองก็เพิ่งรู้ตอนนั้นเหมือนกัน…

“เอาล่ะ ๆ เสี่ยวจู้รีบกลับบ้านเถอะ”

“ซื้อของมาตั้งเยอะ เดี๋ยวอาหารเย็นไม่ได้กินกันพอดี”

เธอหันไปมองถุงผักเนื้อที่พาดบนจักรยาน พลางเร่งเขากลับบ้านอีกรอบ

เหออวี่จู้จึงค่อย ๆ จูงจักรยานกลับบ้าน แต่ก่อนจะจากไป เขายังไม่ลืมหันกลับไปมองฉินหวยหรูอีกครั้ง

พูดกันตามตรง ตอนสาว ๆ เธอสวยจนผู้ชายต้องหันกลับมามองเป็นรอบสอง

หน้าอกอวบอิ่ม เอวคอดกิ่ว สะโพกผายรับกับเรียวขายาว ยิ่งใบหน้าสะสวยคู่นั้น กับสายตาที่ราวกับเชื้อเชิญให้หลงใหล ยิ่งทำให้ชุดเรียบ ๆ ที่เธอสวมใส่ ดูมีเสน่ห์เย้ายวนจนเหลือเชื่อ

แม้ภายหลังเธอกลายเป็นแม่ม่าย แต่ความงามของเธอก็ยังไม่เสื่อมคลาย รอยยิ้มเล็กน้อยก็เพียงพอจะทำให้หัวใจชายแท้กระตุก

ในชาติก่อน เขาก็เคยถูกเธอหลอกจนหัวปั่น จมอยู่ในความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น

แต่ชาตินี้เขารู้แล้ว รู้แล้วว่าเธอเป็นคนแบบไหน

ใบหน้าสวยนั่น คำพูดหวานนั่น สายตายั่วเย้านั่น มันก็แค่เปลือกนอก

เขาไม่มีทางหลงกลอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจากวันที่เขาถูกไล่ออกจากบ้าน...คำพูดของเธอในวันนั้นยังดังก้องอยู่ในใจเขา ทั้งเย็นชา ไร้หัวใจ ไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ แม้แต่น้อย

และสิ่งเหล่านี้…ก็เป็นดั่งเสียงสะท้อนย้ำเตือนอยู่ในใจเขาทุกลมหายใจเข้าออก

ว่า “เธอ” ไม่เคยเป็นอะไรมากไปกว่าปลิงดูดเลือดตัวหนึ่ง ไม่เคยมีเยื่อใย ไม่เคยมีหัวใจแม้แต่นิดเดียว

ขณะที่เขากำลังมองไปยังฉินหวยหรู เหมือนว่าเธอก็รู้สึกได้ เธอเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาหลบเลี่ยงด้วยความขวยเขิน บังเอิญสบตาเข้ากับเขาพอดี

แต่เขากลับเพียงแค่หัวเราะเย็นชา

ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้านไปทันที

ทิ้งไว้เพียงความสับสนเต็มหัวใจให้ฉินหวยหรูยืนงุนงงอยู่ตรงนั้น

ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ที่อายุน้อยกว่าเธอหลายปี ถึงได้มีแววตาเย็นชาราวกับศัตรูคู่อาฆาตขนาดนี้ ?

เมื่อก่อนเขายังเรียกเธอว่า "พี่สาวฉิน" อยู่เลย เรียกจนติดปาก แต่เดี๋ยวนี้…แม้แต่คำทักยังไม่มีให้

“มัวยืนเป็นท่อนไม้ทำไมอยู่ !”เสียงกรีดร้องของเจี่ยจางซื่อดังลั่นในบ้าน “ปล่อยให้ฉันโดนไอ้โง่เหออวี่จู้นั่นตบเข้าให้ ไม่คิดจะช่วยสักคำ !”

“แล้วฉันจะมีเธอไว้ทำไม ! เอาไว้โชว์รอยเท้าหรือไง !”

“รอให้ตงซวี่กลับมาเถอะ ! เธอจะได้รู้ว่าแม่ผัวอย่างฉันจะจัดการคนทรยศยังไง !”

“นังผู้หญิงไร้ค่า ! เห็นฉันโดนตบกับตา ยังไม่ขยับปากขยับแขนจะช่วย นี่ฉันตาบอดหรือเปล่าถึงให้ลูกชายไปแต่งงานกับคนแบบเธอ !”

“ถุย ! เด็กบ้านนอกอย่างเธอมันก็แค่งูเห่าที่ลืมบุญคุณ !”

เพี๊ยะ ! เพี๊ยะ !

“ฉันจะตบให้ตายเลย นังตัวไร้ประโยชน์ !”

เมื่อกลับเข้าบ้าน เจี่ยจางซื่อไม่มีความกล้าจะไปปะทะกับเหออวี่จู้อีก

เลยระบายความอัดอั้นทั้งหมดใส่ฉินหวยหรูด้วยคำด่าทอสาบเเซ่ง จนสุดท้ายถึงกับเงื้อมือตบหน้าสวย ๆ ของอีกฝ่ายสองฉาดเต็มแรง

รอยฝ่ามือแดงแจ๋ผุดขึ้นมาทันที

ฉินหวยหรูปากสั่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจ เธอจะไปห้ามเหออวี่จู้ได้ยังไงกันเล่า ? เขาเป็นผู้ชายตัวโตแรงเยอะ ถ้าเธอเข้าไปขวาง บางทีคนที่โดนฟาดอาจจะเป็นเธอแทนก็ได้ !

พูดกันตรง ๆ เธอเห็นเจี่ยจางซื่อโดนตบก็สะใจอยู่หรอก แต่ความสะใจแบบนี้ ใครจะกล้าพูดออกมาให้ได้ยิน ?

“แม่ ! หนูผิดอะไรล่ะ !”

“อยู่ ๆ เขาก็ลงไม้ลงมือ หนูยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย !”

ฉินหวยหรูน้ำตาคลอ เงยหน้าพูดปนสะอื้น แต่ในยามที่คนกำลังเดือด ไม่มีใครรับฟังเหตุผลทั้งนั้น

เสียงของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความเกรี้ยวกราดของเจี่ยจางซื่อให้หนักขึ้นไปอีก

มองยังไงก็เหมือนกำลังอ้าง แก้ตัวกลบเกลื่อน เจี่ยซางซื่อยิ่งโมโห ยิ่งไม่พอใจ ฟาดไม่ยั้งมือ จนฉินหวยหรูทรุดตัวลงไปกองกับพื้น กอดหัวแน่น น้ำตาไหลพราก ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทน

เธอจะหนีกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะถูกขายมาแต่งเข้าบ้านนี้ ก็เพื่อแลกกับข้าวน้อยลงหนึ่งปากในบ้านเก่า ถ้ากลับไป พวกนั้นก็ไล่ตะเพิดแน่นอน เธอไม่มีที่ให้หนี ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันถึงอิสรภาพ…

พลบค่ำเลื้อยเข้ามาในตรอกอย่างแผ่วเบา

เป็นเวลาที่คนงานจากโรงงานเหล็กเริ่มทยอยกันกลับบ้าน เสียงพูดคุยดังมาตั้งแต่ปากซอย

เจี่ยตงซวี่เดินมาพร้อมกับอี้จงไห่ หน้าตาแจ่มใสราวกับเพิ่งได้ฟังข่าวดี

“ไม่ต้องห่วงนะครับอาจารย์ ! ผมจะตั้งใจเรียนรู้อย่างสุดความสามารถ”

“จะไม่ทำให้เสียชื่อแน่นอน !”

เจี่ยตงซวี่พูดด้วยท่าทางมุ่งมั่น อาจเพราะถูกอี้จงไห่หลอกฝันอีกครั้ง ว่าแค่ฝึกงานดี ๆ ก็จะได้เลื่อนขั้นไวขึ้น…

แต่ทันทีที่เสียงเขาดังเข้ามาในบ้าน

เจี่ยจางซื่อก็พุ่งตัวออกมาราวกับผีตายซาก

เธอร้องไห้โฮ ! เสียงดังจนสะเทือนหลังคา !

“โอ๊ยยยยยยยยยยย! จะตายแล้ว !”

“ตงซวี่ลูกแม่ ! ลูกกลับมาซักที !”

“ถ้าลูกมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว แม่คงนอนตายเป็นศพไปแล้ว !”

“พ่อเจี่ยเอ๊ย ! แกตายไปก่อน ทิ้งฉันกับลูกอยู่ลำพังในตรอกบัดซบนี้ !”

“คนในเรือนนี่ไม่มีหัวใจเลย ! แม่ม่ายอย่างฉันยังจะถูกรุมซ้ำอีก !”

“ดูหน้าแม่สิลูก ! โดนเขาตบจนหน้าเบี้ยวหมดแล้ว !”

“ลูกเอ๊ย ! แม่ขอร้องล่ะ แม่ขอให้ลูกทำเพื่อแม่ซักครั้ง ช่วยแม่เอาคืนหน่อยเถอะนะ ฮืออออ”

จบบทที่ บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !

คัดลอกลิงก์แล้ว