- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !
บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !
บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !
บทที่ 13 หญิงดุแห่งตระกูลเจี่ย กับเวทอัญเชิญวิญญาณ !
“ไอ้โง่...”
เพี๊ยะ !
“โดนตบแล้วยังไม่รู้จักจำอีกเรอะ ? เจี่ยจางซื่อ ! มานี่เลย ถ้าแน่จริงก็เรียกฉันว่าไอ้คนโง่อีกทีสิ ! เมื่อกี้มันยังไม่หนำใจ วันนี้ฉันกำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี เเกช่วยฉันคลายคันหน่อยเถอะ !”
คันไม้คันมือจนอยู่เฉยไม่ได้ ต้องมีคนมาให้ตบ !
ฟังดูไม่ต่างจากคำสาปจากนรกสักเท่าไหร่…
เจี่ยจางซื่ออ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับลิ้น เธอเหลือบตามองเขาอย่างหวาด ๆ อยากจะตะโกน “ไอ้โง่” อีกสักครั้ง แต่เพียงแค่รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้ม ก็นึกขึ้นได้ทันที เรียกอีกที มีหวังหน้าเบี้ยวแน่ !
“เสี่ยวจู้ !”
เสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น ภรรยาของอี้จงไห่นั่นเอง ตอนนี้เธอก็เพิ่งรู้สึกตัว รีบเอ่ยห้ามเสียงหลง
“มีอะไรก็พูดกันดี ๆ ห้ามลงไม้ลงมือเด็ดขาด !”
เหออวี่จู้หันไปมอง แค่นหัวเราะเยาะ “ผมก็ไม่ได้อยากจะใช้กำลังหรอกนะครับป้าใหญ่ แต่มีใครที่เจอหน้ากันแล้วก็ด่าทันทีบ้าง ? ฟังสิครับ ! เรียกอยู่นั่นแหละ ‘ไอ้คนโง่ ๆ ๆ ’ ผมไปทำอะไรให้เธอ ? ไม่เคยไปกินข้าวบ้านเธอซักคำ ไม่เคยไปแอบซดน้ำบ้านเธอสักหยด อยู่ดี ๆ โผล่มาด่าผมเฉย แบบนี้ผมต้องปล่อยไว้เหรอ ?”
“แล้วถ้าผมมีแฟน แล้วพาเธอเข้าบ้าน เจอเจี่ยจางซื่อเปิดมาก็ด่าผมว่าไอ้โง่เข้าให้...ยังไงแฟนก็ต้องเผ่นแน่ ไม่มีใครอยากใช้ชีวิตกับผู้ชายที่ใคร ๆ ก็เรียกว่าโง่หรอกจริงไหม ?”
ภรรยาอี้จงไห่ไม่ได้โง่ เธอแค่ฟังประโยคก็เข้าใจทันทีว่าเหออวี่จู้กำลังใช้โอกาสนี้แสดงอำนาจ ตบปากคนที่ชอบเรียกเขาด้วยชื่อเล่นดูถูก เพื่อจะให้ทุกคนเริ่มเรียกชื่อจริงเขาอย่างให้เกียรติ และอีกด้านหนึ่งก็ชัดเจน... เขาคงเก็บความแค้นกับเจี่ยจางซื่อไว้นานแล้ว วันนี้ถือโอกาสระบายให้หายคาใจ !
“ก็จริง เรื่องนั้นเธอผิดแน่นอน ที่เอาแต่เรียกชื่อเล่นนายแบบนั้น !”
“แต่ยังไงเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน เห็นหน้ากันทุกวัน จะให้แตกหักกันแบบนี้ก็ใช่เรื่องไหมล่ะ ?”
“พอเถอะ เสี่ยวจู้ กลับบ้านก่อนเถอะนะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่มีคำต่อว่าเพิ่มเติมแม้แต่นิด
“จำไว้นะ เจี่ยจางซื่อ ! วันนี้ฉันไว้หน้าป้าใหญ่คนเดียว ถึงไม่เอาเรื่องแก !”
“แต่ถ้าเมื่อไหร่แกกล้าเรียกฉันว่าไอ้โง่ อีกทีล่ะก็...ฉันจะตบให้ฟันหลุดหมดปากเลยคอยดู !”
หญิงผู้นี้มีชื่อจริงว่าหลิวฮุ่ยเจวียน แต่เมื่อสามีเธอขึ้นเป็นลุงใหญ่ ใคร ๆ ก็เรียกเธอว่าป้าใหญ่ไปหมด ชื่อจริงเลยกลายเป็นความลับของจักรวาล ต้องรอถึงตอนเธอตาย ทุกคนเห็นป้ายวิญญาณถึงจะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเธอชื่ออะไร
แม้แต่เหออวี่จู้เองก็เพิ่งรู้ตอนนั้นเหมือนกัน…
“เอาล่ะ ๆ เสี่ยวจู้รีบกลับบ้านเถอะ”
“ซื้อของมาตั้งเยอะ เดี๋ยวอาหารเย็นไม่ได้กินกันพอดี”
เธอหันไปมองถุงผักเนื้อที่พาดบนจักรยาน พลางเร่งเขากลับบ้านอีกรอบ
เหออวี่จู้จึงค่อย ๆ จูงจักรยานกลับบ้าน แต่ก่อนจะจากไป เขายังไม่ลืมหันกลับไปมองฉินหวยหรูอีกครั้ง
พูดกันตามตรง ตอนสาว ๆ เธอสวยจนผู้ชายต้องหันกลับมามองเป็นรอบสอง
หน้าอกอวบอิ่ม เอวคอดกิ่ว สะโพกผายรับกับเรียวขายาว ยิ่งใบหน้าสะสวยคู่นั้น กับสายตาที่ราวกับเชื้อเชิญให้หลงใหล ยิ่งทำให้ชุดเรียบ ๆ ที่เธอสวมใส่ ดูมีเสน่ห์เย้ายวนจนเหลือเชื่อ
แม้ภายหลังเธอกลายเป็นแม่ม่าย แต่ความงามของเธอก็ยังไม่เสื่อมคลาย รอยยิ้มเล็กน้อยก็เพียงพอจะทำให้หัวใจชายแท้กระตุก
ในชาติก่อน เขาก็เคยถูกเธอหลอกจนหัวปั่น จมอยู่ในความลุ่มหลงจนถอนตัวไม่ขึ้น
แต่ชาตินี้เขารู้แล้ว รู้แล้วว่าเธอเป็นคนแบบไหน
ใบหน้าสวยนั่น คำพูดหวานนั่น สายตายั่วเย้านั่น มันก็แค่เปลือกนอก
เขาไม่มีทางหลงกลอีกต่อไป โดยเฉพาะหลังจากวันที่เขาถูกไล่ออกจากบ้าน...คำพูดของเธอในวันนั้นยังดังก้องอยู่ในใจเขา ทั้งเย็นชา ไร้หัวใจ ไม่เหลือเยื่อใยใด ๆ แม้แต่น้อย
และสิ่งเหล่านี้…ก็เป็นดั่งเสียงสะท้อนย้ำเตือนอยู่ในใจเขาทุกลมหายใจเข้าออก
ว่า “เธอ” ไม่เคยเป็นอะไรมากไปกว่าปลิงดูดเลือดตัวหนึ่ง ไม่เคยมีเยื่อใย ไม่เคยมีหัวใจแม้แต่นิดเดียว
ขณะที่เขากำลังมองไปยังฉินหวยหรู เหมือนว่าเธอก็รู้สึกได้ เธอเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตาหลบเลี่ยงด้วยความขวยเขิน บังเอิญสบตาเข้ากับเขาพอดี
แต่เขากลับเพียงแค่หัวเราะเย็นชา
ก่อนจะหันหลังเดินกลับบ้านไปทันที
ทิ้งไว้เพียงความสับสนเต็มหัวใจให้ฉินหวยหรูยืนงุนงงอยู่ตรงนั้น
ทำไมเด็กหนุ่มคนนี้ที่อายุน้อยกว่าเธอหลายปี ถึงได้มีแววตาเย็นชาราวกับศัตรูคู่อาฆาตขนาดนี้ ?
เมื่อก่อนเขายังเรียกเธอว่า "พี่สาวฉิน" อยู่เลย เรียกจนติดปาก แต่เดี๋ยวนี้…แม้แต่คำทักยังไม่มีให้
…
“มัวยืนเป็นท่อนไม้ทำไมอยู่ !”เสียงกรีดร้องของเจี่ยจางซื่อดังลั่นในบ้าน “ปล่อยให้ฉันโดนไอ้โง่เหออวี่จู้นั่นตบเข้าให้ ไม่คิดจะช่วยสักคำ !”
“แล้วฉันจะมีเธอไว้ทำไม ! เอาไว้โชว์รอยเท้าหรือไง !”
“รอให้ตงซวี่กลับมาเถอะ ! เธอจะได้รู้ว่าแม่ผัวอย่างฉันจะจัดการคนทรยศยังไง !”
“นังผู้หญิงไร้ค่า ! เห็นฉันโดนตบกับตา ยังไม่ขยับปากขยับแขนจะช่วย นี่ฉันตาบอดหรือเปล่าถึงให้ลูกชายไปแต่งงานกับคนแบบเธอ !”
“ถุย ! เด็กบ้านนอกอย่างเธอมันก็แค่งูเห่าที่ลืมบุญคุณ !”
เพี๊ยะ ! เพี๊ยะ !
“ฉันจะตบให้ตายเลย นังตัวไร้ประโยชน์ !”
เมื่อกลับเข้าบ้าน เจี่ยจางซื่อไม่มีความกล้าจะไปปะทะกับเหออวี่จู้อีก
เลยระบายความอัดอั้นทั้งหมดใส่ฉินหวยหรูด้วยคำด่าทอสาบเเซ่ง จนสุดท้ายถึงกับเงื้อมือตบหน้าสวย ๆ ของอีกฝ่ายสองฉาดเต็มแรง
รอยฝ่ามือแดงแจ๋ผุดขึ้นมาทันที
ฉินหวยหรูปากสั่น ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความน้อยใจ เธอจะไปห้ามเหออวี่จู้ได้ยังไงกันเล่า ? เขาเป็นผู้ชายตัวโตแรงเยอะ ถ้าเธอเข้าไปขวาง บางทีคนที่โดนฟาดอาจจะเป็นเธอแทนก็ได้ !
พูดกันตรง ๆ เธอเห็นเจี่ยจางซื่อโดนตบก็สะใจอยู่หรอก แต่ความสะใจแบบนี้ ใครจะกล้าพูดออกมาให้ได้ยิน ?
“แม่ ! หนูผิดอะไรล่ะ !”
“อยู่ ๆ เขาก็ลงไม้ลงมือ หนูยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลย !”
ฉินหวยหรูน้ำตาคลอ เงยหน้าพูดปนสะอื้น แต่ในยามที่คนกำลังเดือด ไม่มีใครรับฟังเหตุผลทั้งนั้น
เสียงของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความเกรี้ยวกราดของเจี่ยจางซื่อให้หนักขึ้นไปอีก
มองยังไงก็เหมือนกำลังอ้าง แก้ตัวกลบเกลื่อน เจี่ยซางซื่อยิ่งโมโห ยิ่งไม่พอใจ ฟาดไม่ยั้งมือ จนฉินหวยหรูทรุดตัวลงไปกองกับพื้น กอดหัวแน่น น้ำตาไหลพราก ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากทน
เธอจะหนีกลับบ้านก็ไม่ได้ เพราะถูกขายมาแต่งเข้าบ้านนี้ ก็เพื่อแลกกับข้าวน้อยลงหนึ่งปากในบ้านเก่า ถ้ากลับไป พวกนั้นก็ไล่ตะเพิดแน่นอน เธอไม่มีที่ให้หนี ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันถึงอิสรภาพ…
…
พลบค่ำเลื้อยเข้ามาในตรอกอย่างแผ่วเบา
เป็นเวลาที่คนงานจากโรงงานเหล็กเริ่มทยอยกันกลับบ้าน เสียงพูดคุยดังมาตั้งแต่ปากซอย
เจี่ยตงซวี่เดินมาพร้อมกับอี้จงไห่ หน้าตาแจ่มใสราวกับเพิ่งได้ฟังข่าวดี
“ไม่ต้องห่วงนะครับอาจารย์ ! ผมจะตั้งใจเรียนรู้อย่างสุดความสามารถ”
“จะไม่ทำให้เสียชื่อแน่นอน !”
เจี่ยตงซวี่พูดด้วยท่าทางมุ่งมั่น อาจเพราะถูกอี้จงไห่หลอกฝันอีกครั้ง ว่าแค่ฝึกงานดี ๆ ก็จะได้เลื่อนขั้นไวขึ้น…
แต่ทันทีที่เสียงเขาดังเข้ามาในบ้าน
เจี่ยจางซื่อก็พุ่งตัวออกมาราวกับผีตายซาก
เธอร้องไห้โฮ ! เสียงดังจนสะเทือนหลังคา !
“โอ๊ยยยยยยยยยยย! จะตายแล้ว !”
“ตงซวี่ลูกแม่ ! ลูกกลับมาซักที !”
“ถ้าลูกมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว แม่คงนอนตายเป็นศพไปแล้ว !”
“พ่อเจี่ยเอ๊ย ! แกตายไปก่อน ทิ้งฉันกับลูกอยู่ลำพังในตรอกบัดซบนี้ !”
“คนในเรือนนี่ไม่มีหัวใจเลย ! แม่ม่ายอย่างฉันยังจะถูกรุมซ้ำอีก !”
“ดูหน้าแม่สิลูก ! โดนเขาตบจนหน้าเบี้ยวหมดแล้ว !”
“ลูกเอ๊ย ! แม่ขอร้องล่ะ แม่ขอให้ลูกทำเพื่อแม่ซักครั้ง ช่วยแม่เอาคืนหน่อยเถอะนะ ฮืออออ”