เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 วิชาทำอาหารอัปเกรด เปลี่ยนชะตาอย่างหักปากกาเซียน !

บทที่ 3 วิชาทำอาหารอัปเกรด เปลี่ยนชะตาอย่างหักปากกาเซียน !

บทที่ 3 วิชาทำอาหารอัปเกรด เปลี่ยนชะตาอย่างหักปากกาเซียน !


บทที่ 3 วิชาทำอาหารอัปเกรด เปลี่ยนชะตาอย่างหักปากกาเซียน !

หนึ่งวันผ่านไปอย่างวุ่นวายไม่หยุดหย่อน เหล่าพ่อครัวใน “ฟงเจ๋อหยวน” ทำงานวันละสองมื้อ เช้าและเที่ยง ส่วนมื้อเย็น… กลับไปหากินกันเองที่บ้านเอา

ยิ่งไปกว่านั้น เวลาทานข้าวของพ่อครัวก็ไม่เหมือนชาวบ้านเขา

ข้าวเช้า—กินกันตอนสิบโมงครึ่ง

ข้าวเที่ยง—ประมาณสี่โมงเย็น

แม้จะไม่ใช่อาหารเลิศหรูพูนจานอะไรนัก แต่เอาจริง ๆ เถอะ สมัยโบราณก็ยังบอกไว้ว่า “ใครจะอดก็อด แต่พ่อครัวไม่อดแน่นอน !”

ไม่ใช่เพราะอะไร…แค่ชิมอาหารไปเรื่อย ๆ ก็อิ่มท้องแล้ว !

จะทำหมูสามชั้นผัดพริก กลิ่นลอยมาปะทะจมูก ยังไงก็ต้องตักชิมสักคำ

กินผักเหรอ ? หรือจะกินหมู ? เรื่องนี้ต้องไม่ลังเล

ทำหมูผัดเปรี้ยวหวานเสร็จใหม่ ๆ ไม่มีพ่อครัวที่ไหนหรอกที่จะหยิบแครอทกินก่อนหมูหั่นเส้น !

เพราะฉะนั้นงานครัวมันเหนื่อยก็จริง แต่ปากไม่มีวันอด !

“อาจารย์ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอกลับก่อนนะครับ”

“อยากรีบกลับไปก่อนฟ้ามืด ไม่งั้นโดนพวกคณะกรรมการทหารเรียกตรวจแน่เลย !”

หกโมงเย็น…เหออวี่จู้เพิ่งจัดการงานในมือเสร็จ รีบเดินเข้าไปหาหลี่เว่ยกั๋ว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ

เด็กฝึกงานอย่างเขา แม้จะได้เงินน้อย แต่ก็มักได้เลิกก่อนคนอื่น ของเตรียมพร้อมหมดแล้ว พวกพ่อครัวตัวจริงจะเป็นคนลงมือเอง ส่วนงานทำความสะอาดก็ผลัดเวรกัน และวันนี้ก็ไม่ใช่คิวเขา

“ไปสิ ไปให้ไวเลย” หลี่เว่ยกั๋วพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ “เออใช่ เดี๋ยวนี้ยังเดินเท้าอยู่ใช่ไหม ? อาทิตย์หน้าแกจะเริ่มเข้าหน้าเตาแล้วนะ กว่าจะเลิกก็สามทุ่ม ไปกลับด้วยเท้าไม่ทันแน่”

“ลองคุยกับพ่อแกดูหน่อย พ่อแกเงินเดือนก็ไม่น้อย ซื้อจักรยานไว้ใช้ซักคันเถอะ ประหยัดเวลาด้วย เดินทางก็สะดวก”

หลี่เว่ยกั๋วออกปากแนะนำ ตอนนี้ยังไม่เข้ายุคบัตรปันส่วน ของยังซื้อได้เสรี ขอแค่มีเงินพอ ก็ซื้อได้หมด

เหออวี่จู้หัวเราะเจื่อน ๆ “ผมไม่ปิดบังหรอกครับ จริง ๆ ก็วางแผนจะซื้ออยู่พอดี วันนี้กลับบ้าน ผมจะไปคุยกับพ่อเลย !”

เขาในชาติก่อน ผ่านชีวิตมาแล้วหนึ่งหน รู้ดีว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะเข้าสู่ยุคบัตร มีเงินก็ซื้อของไม่ได้ เพราะงั้น ต้องรีบซื้อจักรยานตั้งแต่ตอนนี้เลยจะดีที่สุด !

“ดี ถ้าเงินไม่พอ บอกฉันได้เลย ฉันจะช่วยออกให้บ้าง”

หลี่เว่ยกั๋วไม่ลังเลที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย

พร้อมยื่นกล่องข้าวให้หนึ่งใบ นี่แหละ คือสายสัมพันธ์ ‘อาจารย์กับลูกศิษย์’ ที่มีค่ากว่าคำว่า “ญาติ” เสียอีก

ไม่เหมือนยุคหลัง ที่อาจารย์ก็ไม่ค่อยสอน ลูกศิษย์ก็ไม่ค่อยเรียน แต่ยุคนี้ มีปัญหาอะไร อาจารย์ลุยให้เต็มที่ !

ทว่าเหออวี่จู้ยิ่งได้รับน้ำใจ ยิ่งรู้สึกผิดในใจลึก ๆ ชาติที่แล้วเขาผิดกัอาจารย์อย่างร้ายแรง แต่ชาตินี้…จะไม่มีวันให้ความเมตตานี้สูญเปล่าอีกต่อไป

“ขอบคุณครับอาจารย์ !”

“ผมจะเอาไปให้น้องกินซะหน่อย ช่วงนี้เห็นได้กินแต่ผักกับมันฝรั่ง เบื่อจะแย่แล้ว”

กล่องข้าวของหลี่เว่ยกั๋ว แม้จะเป็นของเหลือ แต่ก็เป็นของเหลือจากพ่อครัวระดับสูง เลือกของดีไว้ให้แล้ว

ระดับหัวหน้าพ่อครัว ได้สิทธิ์นำอาหารกลับบ้านสามกล่อง

พ่อครัวเตาใหญ่สองกล่อง

พ่อครัวเตาเล็กหนึ่งกล่อง

ที่เหลือ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเหลียวมอง

“ไป ๆ อย่ามัวพูดมาก รีบกลับ เดี๋ยวมืดแล้วลำบาก เจอกันพรุ่งนี้” หลี่เว่ยกั๋วโบกมือไล่อย่างเอ็นดู

เหออวี่จู้สะพายกล่องข้าว เดินดิ่งกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี ระหว่างทาง เขาก็เปิดหน้าต่างระบบที่มีแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็นขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

【เจ้าของระบบ: เหออวี่จู้】

【อายุ: 16 ปี】

【อาชีพ: พ่อครัว】

【สกิล: วิชาทำอาหาร ระดับ 4 (12/1000)】

เพียงแค่ล้างผัก ทำความสะอาด และงานจิปาถะทั้งวัน ระดับฝีมือทำอาหารของเขาก็พุ่งจากระดับ 1 ขึ้นถึง 4 อย่างไม่น่าเชื่อ

พอได้ขึ้นเตาเมื่อไหร่ ค่าประสบการณ์คงจะพุ่งไม่หยุดแน่นอน

ตอนนี้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าระดับ 4 คือฝีมือระดับไหน แต่ไม่รีบ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าได้ลองทำจริง ก็จะรู้เองว่า…ฝีมือตัวเองอยู่ตรงไหนบนเส้นทางพ่อครัว

เขาก้มมองกล่องข้าวในมือ แล้วแววตาก็ฉายประกายแห่งความหวัง

ชีวิตใหม่นี้ เขาจะไม่มีวันจำกัดตัวเองไว้ในชุมชนซื่อเหอหยวนอีกต่อไป! และยิ่งไม่ยอมให้ชีวิตต้องหมุนรอบ “ผู้หญิงคนนั้น” อีกเป็นแน่

ผู้หญิงมีตั้งเป็นหมื่นเป็นแสนในโลกนี้

ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ “ฉินหวยหรู” แม่ม่ายใจอสรพิษ !

ชาติที่แล้วทั้งตัวเธอและครอบครัวเป็นปลิงดูดเลือด รวมถึงอี้จงไห่และหญิงชราหูหนวกด้วย ถ้าเขาไม่อยู่ตรงนั้น พวกมันคงอดตายกันหมดแล้ว

แต่พวกมันกลับ… กัดกินเขาจนแห้งเหือด !

ชีวิตใหม่ ใครก็อย่าได้หวังดูดเลือดเขาอีกต่อไป !

“เรื่องของพวกสัตว์เดนมนุษย์นั่น ยังไม่ต้องรีบ วันหน้าค่อยจัดการทีหลังก็ได้แต่เรื่องพ่อของฉัน ต้องเร่งเคลียร์ด่วน”

เขากำลังพูดถึงเหอต้าชิง พ่อบังเกิดเกล้า ที่คิดจะหนีไปกับแม่ม่ายไป๋

เขาวางแผนถอนเงินเก็บและทิ้งเขากับน้องสาวไปอย่างไม่ใยดี

ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้แผนสำเร็จแน่นอน ! จะให้ทิ้งทั้งเงินและโอนบ้านไว้ให้ก่อน ถึงจะยอมให้ไป !

คิดได้ดังนี้ เหออวี่จู้ก็เร่งฝีเท้ากลับบ้านทันที แม้จะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่ความมุ่งมั่นในใจก็ทำให้เขาเดินเร็วขึ้นเรื่อย ๆ

สามสิบห้านาทีต่อมา เขากลับถึงบ้านในชุมชนซื่อเหอหยวน เพิ่งเดินเข้ามา…เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างคุ้นเคย “โอ้โห ! ซาจู้กลับมาแล้ว !”

แย่แล้ว อีตาเหยียนปู้กุ้ย (อาจารย์เหยียนผู้เจ้าเล่ห์) ใส่แว่นกรอบดำ ดวงตาเล็ก ๆ นั่น กำลังจับจ้องกล่องข้าวของเขาอย่างจดจ้อง

“ดูสิ ๆ เป็นแค่เด็กฝึกงานยังมีกล่องข้าวอีก ! ฟงเจ๋อหยวนนี่ดีขนาดนี้เลยเหรอ ?”

ได้ยินแบบนั้น เหออวี่จู้ยิ้มแห้ง ๆ

แต่ในใจกลับสบถไม่หยุด ’ตาแก่นี่ หวังจะขอกินฟรีอีกแล้วสินะ‘

“อาจารย์เหยียนเข้าใจผิดแล้วครับ ผมแค่เด็กฝึก ไม่มีสิทธิ์หรอกครับ ! นี่มันกล่องเปล่าเฉย ๆ ไม่มีอะไรเลยครับ !”

เขารีบบอกปัดทันที ถ้าบอกความจริง ตาแก่นี่ต้องลากเขาคุยยันเที่ยงคืนเป็นแน่ แล้วสุดท้ายไม่แบ่งอะไรให้ก็ไม่รอดแน่

“กล่องเปล่า ? เฮอะ ! คิดจะหลอกใครเหรอ ? ถ้านั่นกล่องเปล่า ฉันนี่แหละจะควักลูกตาให้แกไปทำลูกชิ้น !”

พูดไปยังไม่ทันจบก็จะล้วงมาเปิดกล่อง

เหออวี่จู้รีบเบี่ยงตัวออก

“อาจารย์เหยียนอย่าเพิ่งควักลูกตานะครับ ! เอาไว้ไปดูคนอื่นดีกว่า ! วันนี้พ่อผมมีเรื่องจะคุยด้วย ผมรีบไปก่อนนะครับ !”

พูดจบ…เขาก็วิ่งฉิวเข้าบ้านทันที ทิ้งไว้เพียงเหยียนปู้กุ้ยที่ยืนหน้าเจื่อนอยู่ลำพัง

“เฮ้อ… ไอ้เด็กนี่ต้องมีของดีแน่ ๆ รู้งี้ลากมันไว้อีกหน่อยก็ดี…”

เขาบ่นพลางเดินกลับบ้าน เสียงของตาแก่เจ้าเล่ห์เป็นเหมือนเสียงกล่อมยามค่ำคืนของชุมชนซื่อเหอหยวนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมคนเมืองเก่า

จบบทที่ บทที่ 3 วิชาทำอาหารอัปเกรด เปลี่ยนชะตาอย่างหักปากกาเซียน !

คัดลอกลิงก์แล้ว