เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 เตรียมขึ้นเตา ฝีมือมีดสะท้านครัว !

บทที่ 2 เตรียมขึ้นเตา ฝีมือมีดสะท้านครัว !

บทที่ 2 เตรียมขึ้นเตา ฝีมือมีดสะท้านครัว !


บทที่ 2 เตรียมขึ้นเตา ฝีมือมีดสะท้านครัว !

【ทักษะทำอาหาร ระดับ 1 (1/100)】

เมื่อกดเข้าไปดูแผงข้อมูลของระบบ เหออวี่จู้ก็อดชะงักไปไม่ได้

“อ๋อ… อย่างนี้นี่เอง” เขาพึมพำ แล้วก็ถึงบางอ้อ

เพราะสามปีที่เป็นลูกมือ เขาไม่เคยได้จับกระทะจริง ๆ เลยสักครั้ง แม้จะได้ดูบ่อย ๆ แต่ก็แค่ดู ยังไม่เคยลงมือทำจริงสักครั้งเดียว

แค่ได้ระดับ 1 มา ยังถือว่าบุญโข ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์ก็บุญแล้ว

แต่ถ้าคิดถึงทักษะที่สั่งสมมาในชาติที่แล้ว…เขาว่าตัวเองน่าจะอยู่ระดับ 4 หรือ 5 ด้วยซ้ำ

เอาเถอะ ไม่เป็นไร !

แค่เมื่อกี้เขาเพิ่งล้างมันฝรั่งไปหนึ่งลูก ก็ได้ค่าประสบการณ์ +1 แล้ว !

ถ้าล้างให้หมดทั้งกะละมัง มีหวังได้อัปเลเวลแน่นอน

เขาไม่รอช้า ก้มหน้าก้มตาล้างมันฝรั่งทันที

เมื่อก่อนที่เขาขยันทำงานล้างผักก็เพราะไม่อยากให้คนพูดว่า "ใช้ตำแหน่งเส้นสายลัดคิว"

ในยุคนั้น ชื่อเสียงมันฆ่าคนได้…

เพื่อไม่ให้ตัวเองและอาจารย์ต้องถูกนินทา เขาจึงกัดฟันทำงานเพิ่ม แม้ในใจลึก ๆ จะไม่เต็มใจก็ตาม

แต่ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว !

ทำงาน = ได้ค่าประสบการณ์ = เพิ่มทักษะทำอาหาร

ชีวิตแบบนี้ จะไปหาที่ไหนอีก !

【ค่าประสบการณ์ทำอาหาร +1】

【ค่าประสบการณ์ทำอาหาร +1】

【ค่าประสบการณ์ทำอาหาร +1】

จนกระทั่งเขาล้างมันฝรั่งทั้งหมดหมดเกลี้ยง คนในครัวถึงเริ่มทยอยกันมา

ทุกคนที่เห็นว่าเขายังคงขยันขันแข็งเหมือนเดิม ก็ต่างพากันยิ้มให้

สามปีแห่งความพยายาม แม้แต่หินก็ยังอุ่นได้ คนด้วยกัน… มีหรือจะไม่รู้สึก

แม้จะไม่ได้ถึงขั้น “รักใคร่เอ็นดู” กันทุกคน แต่ไม่มีใครพูดร้ายถึงเขาเลย นี่ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว

คนเราเกิดมาทั้งชีวิต จะไปหวังให้ใครต่อใครชอบไปเสียทุกคนได้อย่างไร

ขอแค่เราไม่ละอายแก่ใจ ก็พอแล้ว

“อวี่จู้ มานี่หน่อย”

ทันทีที่เขายืดตัวขึ้น กำลังจะผ่อนคลายสักนิด เสียงเรียกของคนสุดท้ายที่เข้ามา อย่างหัวหน้าพ่อครัว “หลี่เว่ยกั๋ว” ก็ทำให้เขาหันขวับไป

“อ้อ มาแล้วครับอาจารย์ !”

เขารีบถอดผ้ากันเปื้อน เช็ดมือให้สะอาด แล้วเดินเร็ว ๆ เข้าไปหา

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ ?”

หลี่เว่ยกั๋ว คือพ่อครัวฝีมือฉมังประจำปักกิ่ง เชี่ยวชาญอาหารเสฉวนว่ากันว่าแม้แต่นายใหญ่ยังต้องเอ่ยปากเรียกหาเมื่อมาร้าน “เฟิงเจ๋อหยวน”

แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่เคยเอาเรื่องนี้มาพูด แต่แค่ดูจากการที่ทั้งผู้จัดการยันเด็กเสิร์ฟให้ความเคารพ ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องพูดเล่น ยิ่งในครัว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

“อวี่จู้ แกก็อยู่มาเกือบสามปีแล้วนะ ใกล้จะขึ้นเตาแล้วล่ะ คิดว่าพร้อมหรือยัง ?”

หลี่เว่ยกั๋วพาเขาเดินออกมานั่งบนขั้นบันได สูบบุหรี่พลางถามเบา ๆ

สามปีแรกสำหรับการฝึกงานคือการฝึกใช้มีด รู้จักวัตถุดิบ และสังเกตการทำของพ่อครัวใหญ่

สองปีถัดไปคือช่วงที่ได้ลองทำอาหารจริง ซึ่งแม้จะเป็นแค่อาหารพื้นฐาน แต่ก็ต้องใช้ฝีมือพอตัว

ไม่ใช่ว่าใครอยากทำก็ทำได้

เหออวี่จู้ยิ้มกว้าง “อาจารย์ไม่ต้องห่วงครับ ถึงผมยังไม่กล้าอวดตัวว่าเก่งเท่าคนอื่น”

“แต่ผมรับรองว่า…จะไม่ทำให้อาจารย์ขายหน้าแน่นอน”

เขายังจำได้ดี…ชาติที่แล้วเขาขึ้นเตาครั้งแรกแล้วทำเรื่องขายขี้หน้าไว้เยอะ

ตอนดู เขารู้สึกว่า “เข้าใจแล้ว” แต่พอลงมือจริงกลับ “ทำไม่ได้” ซะอย่างนั้น ต้องพลาดอยู่พักใหญ่ถึงจะเข้าที่เข้าทาง

แต่ชาตินี้จิตวิญญาณของเขาไม่เหมือนเดิม

อาหารเสฉวน 108 เมนู + เมนูเด็ด 16 อย่าง เขาจำได้แม่นหมด !

จะกลัวอะไร ?

“ดี !”

“ได้ฟังแบบนี้แล้ว อาจารย์ค่อยสบายใจหน่อย”

“อีกไม่กี่วัน แกก็ดู ๆ ให้ดี โดยเฉพาะพวกอาหารพื้นฐาน”

“อาทิตย์หน้าอาจารย์จะให้แกขึ้นเตาแล้ว”

“ตอนว่าง ๆ อยู่ที่บ้านก็ให้พ่อแกสอนบ้าง เขาเป็นทายาทของร้านอาหารตระกูลถังเลยนะ ถึงจะคนละสายกัน แต่พื้นฐานก็เหมือนกันหลายอย่าง”

“ถ้าแกตั้งใจล่ะก็…ขึ้นเตารองได้เมื่อไหร่ อาจารย์จะสอนสูตรแท้ของเสฉวนให้เอง !”

หลี่เว่ยกั๋วพูดจบก็ตบไหล่เขาเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น

“ครับอาจารย์ ผมจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน !”

เขารู้ดี…ในชาติก่อน อาหารเสฉวนที่เรียนจากอาจารย์นี่แหละ ทำให้เขาสร้างชื่อในโรงงานเหล็กได้ แถมยังทำให้เขาได้รู้จักกับผู้นำระดับสูง จนกลายเป็นผู้สนับสนุนหลักในชีวิต

และอาจารย์คนนี้ก็ไม่ได้สอนแบบกั๊กวิชาเลยแม้แต่นิดเดียว

ตรงกันข้าม เขาเทหมดใจ

และในชาติก่อน…เขากลับหายหัวไปโดยไม่เคยกลับไปเยี่ยมเลยสักครั้ง

แค่คิดถึงตรงนี้ น้ำตาก็ไหลมาเฉย ๆ

“แกเป็นคนดี อวี่จู้”

“อาจารย์เชื่อสายตาตัวเองว่าไม่ผิดแน่”

“แกเป็นคนจริงใจ มีน้ำใจ กับคนแบบนี้ อาจารย์ยินดีจะถ่ายทอดวิชาให้หมด”

เหออวี่จู้ได้ฟังแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกจุกในอกหัวใจมันปั่นป่วนไปหมด…

ในชาติที่แล้ว เขากลับปล่อยให้ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์…ขาดสะบั้นเพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง

หากไม่ใช่เพราะเขาได้กลับมาเกิดใหม่ล่ะก็…คงไม่มีวันได้แก้ตัวแบบนี้

“กลับไปทำงานเถอะ !”

“ช่วงนี้ใช้สายตามากกว่าปาก สังเกตวิธีทำอาหารพื้นฐานให้เยอะ”

“และอย่าบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม ?”

หลี่เว่ยกั๋วกำชับอีกครั้งก่อนเดินกลับเข้าครัว เหออวี่จู้ก็เดินตามหลังเข้าไป

การทำงานหนึ่งวัน…เริ่มขึ้นแล้ว ล้างมันฝรั่งเสร็จ ยังไม่จบแค่นั้น ยังต้องหั่นอีกด้วย !

มันฝรั่งหนึ่งร้อยลูก ! ต้องหั่นเป็นเส้น เป็นแผ่น เป็นชิ้น

แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้หั่นคนเดียว ยังมี “หวังเฉียง” อีกคนที่เป็นลูกมือเหมือนกัน

“พี่หวังครับ ไปหั่นผักอื่นเถอะครับ”

“มันฝรั่ง ผมจัดการเองได้หมด”

หวังเฉียงได้ฟังก็หน้าบานทันที

ในหมู่ลูกมือ ไม่มีใครชอบหั่นมันฝรั่งเพราะเหนียวแถมยังลื่นอีกต่างหาก ใครได้หลุดพ้นก็มีแต่ดีใจ

“แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก…”

พอหวังเฉียงเดินไปทางมะเขือม่วง เหออวี่จู้ก็ยิ้มบาง ๆ แล้วเริ่มลงมือ

เขาเริ่มจากหั่นเป็นแผ่น แล้วเปลี่ยนเป็นเส้น

เสียงมีดกระทบเขียงดังเป็นจังหวะต่อเนื่อง

เสียงมีดกับจังหวะการหั่นที่เป๊ะปังของเขาก็ได้สะดุดหูสะดุดตาคนทั้งครัว

จนทุกคนหันมามองด้วยความประหลาดใจ แม้แต่ “หลี่เว่ยกั๋ว” ที่นั่งตรงมุม ก็ยังมองด้วยสายตาชื่นชม

ในใจคิดเพียงอย่างเดียวว่า…ศิษย์คนนี้ แววดีจริง !

จบบทที่ บทที่ 2 เตรียมขึ้นเตา ฝีมือมีดสะท้านครัว !

คัดลอกลิงก์แล้ว