- หน้าแรก
- ซื่อเหอหยวน :ฉันมีระบบเรียนรู้ขั้นเทพ
- บทที่ 1 ย้อนกลับมายังวันแรงงาน
บทที่ 1 ย้อนกลับมายังวันแรงงาน
บทที่ 1 ย้อนกลับมายังวันแรงงาน
บทที่ 1 ย้อนกลับมายังวันแรงงาน
“ฉินหวยหยู…”
“เจ้าหมอนี่ ไอ้ลูกอกตัญญู…”
“พวกแก…ไม่มีวันได้ตายดี ! !”
เสียงสุดท้ายในยามใกล้ตาย หัวใจของเหออวี่จู้เต็มไปด้วยเพลิงแค้นร้อนระอุ กับความไม่ยอมจำนนที่เคี่ยวกรำ
หากชีวิตมีโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง…เขาจะไม่มีวันไปยุ่งเรื่องของแม่ม่ายหน้าบ้านอีก
ไม่มีวันทำตามคำยุยงของอี้จงไห่ ไม่แคร์คำครหา ไม่ฝืนตัวเองเพื่อช่วยฉินหวยหยูกับลูก ๆ ของนางให้รอดพ้นจากหายนะ
เพราะความช่วยเหลือเหล่านั้น กลับทำให้เขาพังพินาศอย่างหมดรูป
ปีใหม่นั้น เขาเพียงแค่เป็นคนแรกที่หยิบตะเกียบขึ้นมากินเกี๊ยวก็ถูกปังเกิ้ง ไอ้ลูกหมาตัวนั้นไล่ออกจากบ้าน !
ทว่าฉินหวยหยูยังยืนดูนิ่งเฉย ราวกับไม่รู้จักกัน อีกทั้งเขายังได้ยินคำพูดแทงใจจากหลังประตู "ไม่มีปัญญาหาเงิน เลี้ยงใครก็ไม่ได้ มีชีวิตอยู่ไปก็ไร้ค่า ! "
ท่ามกลางลมหนาวบาดกระดูก เขาต้องซุกตัวอยู่ใต้สะพานเหมือนหมาจรจัดแก่ชรา
ร่างกายแข็งทื่อ ความอบอุ่นค่อย ๆ หายไป จนกระทั่ง…ทุกอย่างก็ได้เงียบงันลง
รอบข้างไร้เงาผู้คน ร่างของเขาถูกแช่แข็งตายกลางถนน ดวงตาคู่นั้นเบิกค้าง มองเห็นหมาจรไม่กี่ตัวได้กลิ่นเลือด มันแยกเขี้ยวยิ้ม เหมือนได้เห็นอาหารมื้อใหญ่ฉลองปีใหม่อย่างไรอย่างไร
“จะนอนอีกนานไหม ไอ้โง่ ! ลุกไปทำงานให้ไวเลย ! !”
“ดูสิ กี่โมงกี่ยามแล้ว !”
เสียงตะโกนดังดั่งฟ้าผ่ากลางฝัน ทำให้เหออวี่จู้ลืมตาขึ้น พร้อมกับถูกถีบเข้าเป้าไปหนึ่งดอก
เขาลืมตาตื่น ใบหน้าที่เขาเห็น…ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา
“พ่อ !”
“ทำไมพ่อถึงอยู่ที่นี่ ?”
“แล้วนี่…ที่ไหนกัน ?”
เขาจำได้แม่นยำ เขาเป็นคนลงมือเก็บอัฐิของพ่อใส่โกศ เป็นคนเอาไปฝังรวมกับแม่ที่บ้านเกิดด้วยตัวเอง !
“ไอ้หยา ! ไอ้ลูกเวร นอนจนเบลอแล้วเรอะ ?”
“ไม่อยู่ที่นี่ แล้วจะให้อยู่ที่ไหน ? หรือแกจะส่งพ่อไปนอนในหลุมซะเดี๋ยวนี้เลย ?”
เหอต้าชิงจ้องลูกชายที่ยังงง ๆ อยู่
คนฉลาดขนาดเขา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกที่ดูโง่เกินไปได้ขนาดนี้ !
“ก็ใช่น่ะสิ ! พ่อควรจะอยู่ในหลุม ! ก็ผมเป็นคนฝังพ่อเองกับมือเลยนะ !”
บ้าเอ๊ย !
เช้าตรู่วันดีคืนดี เขาโดนลูกชายตัวเองประกาศว่าตายไปแล้ว เหอต้าชิงทนไม่ไหว หยิบไม้ฟาดใส่ลูกแบบไม่ยั้งมือ
เพี้ยะ ๆ ๆ ! !
“โอ๊ยยย พ่อจ๋า ! ขอล่ะ ! อย่าตีผม !”
เหออวี่จู้วิ่งกระเจิงออกมาทั้งที่ใส่แค่กางเกงใน หลบไม้เรียวที่ไล่ตามมาติด ๆ
เช้านั้น…ชาวบ้านที่ล้างหน้าล้างตาอยู่ริมอ่างกลางลาน ต่างหัวเราะครื้นเครง
“เฮ้ย…ฉินหวยหยู ทำไมยังดูสาวอยู่เลย ?”
“หือ ! อี้จงไห่หลังยังไม่ค่อม ?”
“นั่นใคร…จ้ะจ๊าก ! เจี่ยตงซวี ! เขาตายไปตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ !”
เหออวี่จู้ยืนปวดตัว เหลือบมองผู้คนรอบ ๆ ทันใดนั้น เขาก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่า…
นี่มันไม่ใช่ความฝัน แต่คือ “การเกิดใหม่ !”
“ไอ้โง่ ถ้าแกยังกล้าวิ่งอีกล่ะก็ ! คราวนี้พ่อจะจับตีจนขาหักเลย ! !”
“กล้าดียังไงบอกว่าพ่อตาย ! วันนี้ต้องตีให้หลาบจำ !”
แต่ครั้งนี้ เมื่อเหออวี่จู้รู้ว่าเขากลับมาเกิดใหม่ เขาก็ไม่กลัวอีกแล้ว
“พ่อ ! ถ้ายังตีอยู่ ผมจะไปทำงานสายเอานะ !”
“พ่อก็รู้ดีว่างานที่ผมทำตอนนี้ ได้มายากแค่ไหน !”
เขายังไม่แน่ใจว่าเป็นปีไหน แต่แค่เห็นว่าเหอต้าชิงยังไม่หายไปจากลานบ้าน เขาก็มั่นใจว่าต้องเป็นก่อนปี 1951 แน่นอน
อีกทั้ง…ถ้าพ่อยังบ่นเรื่องเขาต้องไปทำงาน นั่นก็หมายความว่า เขายังทำงานอยู่ที่ร้านอาหารเฟิงเจ๋อหยวน
งานนี้...สมัยก่อนพ่อต้องไปวิ่งเต้นขอความช่วยเหลือสารพัดถึงได้ฝากเขาเข้าไปฝึกกับพ่อครัวใหญ่แห่งเสฉวน
แต่เมื่อพ่อลาจากไป เขาก็ต้องออกจากร้านอาหาร ไปเข้ารับตำแหน่งที่โรงงานเหล็ก เพื่อเลี้ยงตัวเองและน้องสาว
เมื่อเห็นว่าพ่อไม่ตามมาแล้ว เหออวี่จู้รีบกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
เหลือบมองปฏิทินบนผนัง
1 กรกฎาคม ปี 1951
“ใช่แล้ว ! ฉันได้กลับมา !”
“ยังเป็นปี ’51 อยู่ แถมตอนนี้ ฉินหวยหยูเพิ่งแต่งเข้าบ้าน”
“ทุกอย่าง…ยังพอแก้ไขได้ !”
“…แต่ถ้าจำไม่ผิด พ่อเหมือนจะหนีไปกับแม่ม่ายไป๋วันที่ 10 กรกฎาคม…”
ความทรงจำมากมายผุดขึ้นจากห้วงลึกของจิตใจ โดยเฉพาะวันนั้น วันที่ชีวิตของเขาเริ่มแบกภาระครอบครัวทั้งหลังไว้บนบ่า
เขาหยิบหมั่นโถวผสมแป้งข้าวโพดจากครัว มองพ่อด้วยสายตานิ่งเฉย แล้ววิ่งออกจากบ้าน มุ่งหน้าสู่ร้านอาหารเฟิงเจ๋อหยวน
หลังเดินเร่งฝีเท้าราว 40 นาที อาศัยความหนุ่มแน่น จึงเดินได้ไวไม่เหนื่อย
เขาก็มาถึงหลังร้านพอดี
ในครัวยังไม่มีใคร ตามกฎของสายอาชีพ ฝึกงาน 3 ปี รับใช้ 2 ปี เริ่มได้เงินปีที่ 6
แต่ความจริง…ฝึกงานก็ได้เงินเหมือนกัน ปีแรก 5 หยวน ปีที่สอง 7 หยวน ปีที่สาม 10 หยวน พอเริ่มเข้าปีที่ 4 ถึงจะได้ค่าแรง 15 หยวน ผ่านไป 5 ปีถึงค่อยได้เงินเต็มจำนวน
หากไม่มีครอบครัวคอยหนุนหลัง ใครจะอยู่ไหว ?
“เริ่มจากล้างมันฝรั่งก่อนแล้วกัน…”
ฝึกปีแรก ล้างหม้อถูพื้น
ปีสอง ล้างผักเด็ดใบ
ปีสาม ถึงเริ่มได้หั่นของ
แม้ตอนนี้เขาไม่ต้องล้างเองแล้ว แต่เหออวี่จู้ก็ยังมาเช้าทุกวัน ช่วยงานคนอื่น
เพื่อให้สมกับที่มีอาจารย์เป็นหัวหน้าพ่อครัว เขาต้องทำให้ดีที่สุด
การเป็นพ่อครัว คือศิลปะของความขยัน ขี้เกียจเมื่อไหร่…นั่นเท่ากับตายสนิท
วันแรกที่เข้ารับการถ่ายทอด อาจารย์สอนเขาไว้ “ทำงานในครัว ต้องสองขยันหนึ่งเฉย”
“มือขยัน ตาขยัน ปากเฉย !”
มือกับตาไม่ต้องพูดถึง แต่ปากต้องสงบเสงี่ยม
พ่อครัวทำแค่เรื่องของอาหาร เรื่องอื่นไม่รู้ไม่ชี้ ต่อให้ได้ยินอะไรก็ต้องเก็บให้มิด
เพราะคำนี้เอง ต่อมาเขาถึงมีโอกาสเข้าใกล้ผู้นำระดับสูงได้
เขาสวมผ้ากันเปื้อน ตักน้ำใส่อ่าง เริ่มล้างมันฝรั่ง ทันใดนั้นเอง เสียงลึกลับก็ดังขึ้นในหัว…
【ติง ! ระบบชาร์จพลังเสร็จสิ้น กำลังเริ่มเชื่อมต่อ…】
【ระบบเชื่อมต่อสำเร็จ】
【ตรวจพบว่าเจ้าของระบบกำลังล้างมันฝรั่ง ได้รับค่าประสบการณ์ด้านการทำอาหาร +1】