เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ซื้อใจคน

บทที่ 6 ซื้อใจคน

บทที่ 6 ซื้อใจคน


บทที่ 6 ซื้อใจคน

[ติ๊ง! — ตรวจพบความผันผวนของขวัญกำลังใจทหารในวงกว้าง: ขวัญกำลังใจลดลง 20%, ความภักดีลดลง 20% โปรดระมัดระวัง!]

[ได้รับแต้มอิสระ: 1 แต้ม]

ฉินฮ่าวที่กำลังรับประทานอาหารเช้าอยู่ในกระโจม ได้ยินเสียงแจ้งเตือนเย็นเยียบดังขึ้นในใจ เขาหยุดมือทันที แล้วเพ่งสมาธิเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา

หน้าต่างระบบในขณะนี้ มีเพียงสองแผงเท่านั้นที่ส่องสว่าง ส่วนอื่นๆ ยังคงมืดสนิท

สองแผงที่เปิดใช้งานคือ [สถานะส่วนตัว] และ [ภารกิจ]

แผงสถานะส่วนตัวแสดงข้อมูลของเขา และยังมีฟังก์ชันสแกนข้อมูลผู้อื่น ส่วนแผงภารกิจมี [ภารกิจเอาชีวิตรอด] ปักหมุดอยู่ด้านบนสุด ถัดลงมาเป็นรายการภารกิจย่อยยิบย่อย ซึ่งรางวัลส่วนใหญ่เป็นแต้มอิสระ

ฉินฮ่าวกดดูสถานะของตัวเองอย่างรวดเร็ว:


[ชื่อ : ฉินฮ่าว] [อายุ : 26 ปี] [ปัญญา : 79] [พละกำลัง : 83] [ความเร็ว : 81] [ความอึด : 86] [เสน่ห์ : 82] [แต้มอิสระคงเหลือ : 1]

(หมายเหตุ: 1 คือค่าพื้นฐานต่ำสุด, 100 คือขีดจำกัดสูงสุดที่มนุษย์ทั่วไปจะทำได้)

'หึ ค่าพลังระดับนี้ ถ้าเทียบกับนักรบในโลกเดิมยุคโบราณ อย่างน้อยก็น่าจะติดอันดับยอดฝีมือกระมัง?'

ฉินฮ่าวมองดูตัวเลขที่น่าพอใจบนหน้าจอ พลางลำพองใจ

ด้วยรูปร่างสูงใหญ่กว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร บวกกับค่าสถานะที่เหนือกว่าคนทั่วไป ทหารเลวธรรมดาคงรับมือเขาได้ไม่ถึงหนึ่งกระบวนท่า

ขณะที่เขากำลังประเมินความแข็งแกร่งของตนเอง ม่านกระโจมก็ถูกเลิกขึ้น

กู้จือเจียงนำหนิวเกาและเจียงจื้อเดินอาดๆ เข้ามา

ใบหน้าของทั้งสามคนแฝงความเหนื่อยล้าที่ยากจะสังเกตเห็น แต่ลึกลงไปในแววตากลับส่องประกายความตื่นเต้นและความตึงเครียดของการทำภารกิจสำเร็จ

พวกเขาเห็นฉินฮ่าวนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะ ด้วยท่าทางมั่นใจราวกับถือไพ่เหนือกว่า

ความตึงเครียดของทั้งสามผ่อนคลายลง พวกเขาประสานมือคารวะ กดเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

"ท่านแม่ทัพ เรื่องที่สั่งจัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ!"

ฉินฮ่าวพยักหน้าเล็กน้อย นัยน์ตาฉายประกายวาววับ "ดีมาก 'เมล็ดพันธุ์' หว่านลงไปแล้วสินะ?"

"ขอรับ!"

กู้จือเจียงก้าวมาข้างหน้า ลดเสียงลงต่ำกว่าเดิม "เมื่อคืนข่าวลือแพร่กระจายไปตามค่ายต่างๆ อย่างเงียบเชียบ ป่านนี้... คงลุกลามเหมือนไฟลามทุ่งอยู่ในใจทหารแล้ว ท่านลองฟังดูสิ..."

เขาเอียงหูไปทางนอกกระโจม ที่นั่นมีเสียงความเงียบอันน่าอึดอัดผิดปกติเข้ามาแทนที่เสียงจอแจในยามเช้า

เจียงจื้อเสริมด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ทางโรงครัว ตาเฒ่าหวังก็ 'ใส่เครื่องปรุง' เพิ่มแล้วเช้านี้... หึหึ พี่น้องทหารกินไปใจหายไปกันเป็นแถว"

มุมปากของฉินฮ่าวยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "ลวงคือจริง จริงคือลวง จริงเท็จปะปนกันไป! กู้ชิงเข้าเมืองไปไม่ว่าจะเพื่อ 'เจรจาสงบศึก' หรือ 'ยอมจำนน' นาทีนี้มันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะกำหนดได้อีกแล้ว ใจคนหวั่นไหว คำพูดคนหลอมละลายทองคำได้ รากฐานของกู้ชิงในกองทัพ... เริ่มสั่นคลอนแล้ว"

เขาลุกขึ้นยืน กวาดสายตามองทั้งสามคน ใบหน้าฉายแววบ้าคลั่งราวกับนักพนัน

"กู้ชิงแม้บารมีสูงส่ง แต่รากฐานอยู่ที่คำสัญญา 'ล้มล้างของเก่าสร้างสิ่งใหม่ แบ่งปันที่ดินทำกิน' หากคำสัญญานี้กลายเป็นเรื่องโกหก กองทัพสามแสนนายนี้ ใช่สิ่งที่เขาคนเดียวจะควบคุมได้ง่ายๆ หรือ?"

"ตอนนี้ไฟได้ที่แล้ว"

น้ำเสียงของฉินฮ่าวเด็ดขาด "ถึงเวลาพวกเราออกโรง ไป 'รักษาความสงบ' และไป... 'ทวงความยุติธรรม' ให้พี่น้องแล้ว!"

"รับทราบ!"

แววตาของกู้จือเจียงและพวกทั้งสามลุกโชน ประสานมือรับคำสั่ง รอยยิ้มจางหายไป

ฉินฮ่าวไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินนำออกจากกระโจมไปทันที

กู้จือเจียง หนิวเกา และเจียงจื้อ รีบเดินตามหลังไปยังแถวทหารรับอาหารเช้าที่เงียบงันจนน่าอึดอัด

"ท่านแม่ทัพฉิน!"

"ท่านแม่ทัพ!"

...

เมื่อเห็นกลุ่มของฉินฮ่าวเดินมา ทหารที่กำลังต่อแถวหรือนั่งยองๆ กินข้าวอยู่เงียบๆ ต่างวางชามลงแล้วลุกขึ้นทำความเคารพ

น้ำเสียงของพวกเขาขาดความกระตือรือร้นเหมือนวันวาน แต่กลับเต็มไปด้วยความลังเลและสงสัย

สายตานับไม่ถ้วนที่แฝงความตื่นตระหนก ความกลัว และความหวังอันริบหรี่ จับจ้องมาที่ฉินฮ่าว

ฉินฮ่าวปั้นหน้า "เป็นกันเอง" ตามปกติ พยักหน้าตอบรับทหารเหล่านั้น

เขาไม่เดินไปยังโซนรับรองสำหรับนายกอง แต่กลับเดินตรงดิ่งไปยังหม้อต้มข้าวต้มที่ทหารกำลังต่อแถวอยู่

"เฒ่าหวัง ตักให้ข้าชามหนึ่ง เอาแผ่นแป้งด้วยแผ่นหนึ่ง"

เสียงของฉินฮ่าวไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอที่จะได้ยินไปถึงหูทหารในระแวกใกล้เคียง

เฒ่าหวังคนครัวมือสั่น ทัพพีแทบหล่นลงหม้อ รีบขานรับ

"อะ... เอ้อ! ขอรับ ท่านแม่ทัพ!"

เขารีบตักข้าวต้มข้นคลั่กใส่ชามใบใหญ่จนพูน แล้วเลือกแผ่นแป้งที่หนาที่สุดส่งให้ฉินฮ่าวอย่างนอบน้อม

ฉินฮ่าวรับชามกระเบื้องหยาบและแผ่นแป้งมาอย่างไม่ถือตัว แล้วทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นดินข้างๆ เลียนแบบท่าทางของเหล่าทหาร

คนสนิททั้งสามด้านหลังก็ทำเช่นเดียวกัน ไม่มีใครถือยศถือศักดิ์แม้แต่น้อย

เขากัดแผ่นแป้งคำโต แล้วซดข้าวต้มร้อนๆ ตามลงไปเสียงดังซู้ดซ้าด เคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย พอกลืนลงคอก็เดาะลิ้นชม

"อื้ม! อาหารวันนี้รสชาติดี! ดีกว่าวันก่อนๆ เยอะเลย! ดูท่าเฒ่าหวังจะตั้งใจทำเป็นพิเศษนะเนี่ย"

ฉินฮ่าวพูดเสียงดังฟังชัด ให้ทหารรอบๆ ได้ยินกันทั่ว

เหล่าทหารต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก มองดูท่านแม่ทัพผู้สูงศักดิ์ที่บัดนี้นั่งกินอาหารหยาบๆ แบบเดียวกับพวกเขา แถมยังเอ่ยปากชม ความรู้สึกในใจยิ่งซับซ้อนหนักเข้าไปอีก

อาหารที่ "รสชาติดี" ในความรู้สึกของพวกเขาตอนนี้ กลับเหมือนก้อนหินหนักอึ้งที่กลืนไม่ลง

ฉินฮ่าวกินไปอีกหลายคำ หางตาลอบสังเกตท่าทางอึกอักอยากพูดแต่ไม่กล้าพูดของทหารเหล่านั้น

เขาวางชามลง เช็ดปาก แล้วค่อยๆ กวาดสายตามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลทีละคน

ในที่สุด ทหารเก่าใจกล้าคนหนึ่ง ซึ่งถูกสายตาเพื่อนฝูงยุยง ก็รวบรวมความกล้าถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ทะ... ท่านแม่ทัพ... พวกข้าน้อย... ได้ยินข่าวลือมา... ในใจมันตุ๊มๆ ต่อมๆ... เขาว่ากันว่า... ว่าท่านแม่ทัพกู้เขา... เขา..."

คำพูดท่อนหลังเขาไม่กล้าเอ่ยออกมา แต่ความหมายนั้นชัดเจนแจ้ง

ทันใดนั้น ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ แม้แต่เสียงเคี้ยวข้าวก็หายไป

หัวใจของทุกคนเต้นรัว แขวนอยู่บนเส้นด้าย จ้องมองฉินฮ่าวเขม็ง

ความเป็นกันเองบนใบหน้าฉินฮ่าวเลือนหายไป แทนที่ด้วยความเคร่งขรึมหนักแน่น

เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ทอดเงายาวท่ามกลางแสงอรุณ

เขายังไม่ตอบในทันที แต่เลือกที่จะเงียบ... ความเงียบที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเหมือนถูกแช่แข็ง

ในที่สุด เขาก็เอ่ยปาก น้ำเสียงดังกังวานก้องไปทั่วลาน

"พี่น้องทั้งหลาย!"

"พวกเจ้าติดตามท่านแม่ทัพกู้ ติดตามข้าฉินฮ่าว เอาหัวพาดเขียง เอาดาบพาดคอหอยเมืองหลวงมาถึงนี่ เพื่ออะไร?"

เขาเร่งเสียงขึ้นฉับพลัน สายตาดุจสายฟ้าฟาดกวาดมองทุกคน

"เพื่อมายอมจำนนรึ?"

"เพื่อมากินข้าวอิ่มๆ มื้อเดียว แล้วหดหัวกลับบ้านไปรึ?"

"เพื่อกลับไปให้ลูกเมียที่บ้านก้มหัวเป็นวัวเป็นม้าให้พวกผู้ลากมากดีขี่หลังเหมือนเดิมรึ?"

คำถามสามดอกซ้อนกระแทกใจกลางความรู้สึกของทหารทุกคนราวกับค้อนปอนด์!

หลายคนถูกบารมีข่มจนเผลอยืดตัวตรงโดยไม่รู้ตัว

น้ำเสียงของฉินฮ่าวแฝงความเจ็บปวดและความเด็ดขาดที่ไม่อาจโต้แย้ง

"ข่าวลือข้างนอก ข้าฉินฮ่าวก็ได้ยินมาเหมือนกัน! ที่ว่าท่านแม่ทัพกู้เข้าเมืองไปยอมจำนน..."

เขาจงใจหยุดเว้นจังหวะ สีหน้าแสดงความปวดร้าวระคนเคียดแค้น

"ท่านแม่ทัพกู้จะทำอะไร ท่านย่อมมีเหตุผลของท่าน!"

"เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ เป็นคนกุมบังเหียน!"

"บางเรื่องท่านอาจมีความลำบากใจ มีความคิดอ่านที่พวกเราไม่อาจคาดเดา!"

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความ "เข้าใจ" และ "ยำเกรง" ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แต่แล้วก็เปลี่ยนโทนเป็นความดุดันและ "จงรักภักดี" อย่างสุดซึ้ง

"ข่าวลือไร้สาระ จะไปเชื่อถือได้ง่ายๆ อย่างไร?"

"พวกเราเป็นลูกน้อง ยิ่งต้องเชื่อใจท่านแม่ทัพ! เชื่อว่าท่านต้องมีคำอธิบายที่ชัดเจนให้พวกเราแน่!"

จบบทที่ บทที่ 6 ซื้อใจคน

คัดลอกลิงก์แล้ว