- หน้าแรก
- จอมตะกละผู้ไร้เทียมทานแห่งห้วงอวกาศ
- บทที่ 25 ไม่มีใครมีหัวคิดเรื่องตั้งชื่อเลย
บทที่ 25 ไม่มีใครมีหัวคิดเรื่องตั้งชื่อเลย
บทที่ 25 ไม่มีใครมีหัวคิดเรื่องตั้งชื่อเลย
บทที่ 25 ไม่มีใครมีหัวคิดเรื่องตั้งชื่อเลย
"ว้าย สัตว์เลี้ยงตัวนี้น่ารักจังเลย!"
"จริงด้วย ไปซื้อสัตว์เลี้ยงตัวนี้มาจากที่ไหนคะ? ช่วยส่งลิงก์เครือข่ายดวงดาว (Star Network) ให้ฉันหน่อยได้ไหม?"
ขากลับจากป่าไม้หนาทึบ อสูรโลหิตคำรามในอ้อมแขนของโมฉู่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดความสนใจของเหล่าหญิงสาวเกือบทุกคน
ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเดิมทีเจ้านี่ก็มีท่าทางเปิ่นๆ น่ารักอยู่แล้ว พอตัวเล็กลง ความบ๊องแบ๊วก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก ย่อมเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้หญิงเป็นธรรมดา
เชอะ! เจ้าอสูรโลหิตคำรามปรายตามองพวกมนุษย์ด้านนอกอย่างหยิ่งยโส "ข้านั้นเกรียงไกรปานนี้ พวกเจ้าพวกมนุษย์เดินดินสมควรต้องกราบไหว้บูชาข้าสิ!" ว่าแล้วร่างอวบอ้วนก็บิดไปมาพร้อมกับถูไถไปกับอ้อมกอดของโมฉู่
"ฉู่ฉู่ ให้พี่ช่วยอุ้มมันไหม?" โมหยางเอ่ยถามเสียงนุ่มอยู่ข้างๆ น้ำหนักของอสูรโลหิตคำรามคงไม่ใช่น้อยๆ โมฉู่อุ้มมันมาตลอดทางคงจะเมื่อยแย่
พูดตามตรง ตอนที่เห็นอสูรโลหิตคำรามแปลงร่างเป็นตัวจิ๋วขนาดเท่าตุ๊กตาครั้งแรก โมหยางตกตะลึงพรึงเพริดไปเลย ตลอดหลายปีมานี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสัตว์เวทสามารถแปลงร่างได้ แต่เมื่อความจริงปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ไม่อาจไม่เชื่อ
หลังจากหายตกใจ โมหยางก็ยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างรวดเร็ว การมีอสูรโลหิตคำรามที่พลังแกร่งกล้าติดตามโมฉู่ ความปลอดภัยของเธอก็ไม่ใช่เรื่องน่าห่วงอีกต่อไป มองในมุมนี้แล้ว มีแต่ได้กับได้
"ไม่เป็นไรค่ะ" โมฉู่ยิ้มพลางส่ายหน้า "มันไม่ได้หนักขนาดนั้น" ประเด็นสำคัญคือเจ้านี่มันถือตัวมาก ถ้าไม่ใช่โมฉู่ ใครมาแตะตัวมันจะขนพองสยองเกล้าทันที พร้อมกางกรงเล็บขู่อย่างไม่ไว้หน้า
"งั้นก็ตามใจ" โมหยางนึกถึงข้อนี้ขึ้นมาได้จึงทำได้เพียงล้มเลิกความคิด โชคดีที่อีกไม่นานก็จะพ้นเขตแดนปีศาจ ซึ่งสามารถนำยานพาหนะออกมาใช้ได้ ถึงตอนนั้นโมฉู่ก็ไม่ต้องลำบากแล้ว
"งึ้ด งึ้ด—" ยังพูดไม่ทันขาดคำ เจ้าอสูรโลหิตคำรามในอ้อมแขนก็ตบไหล่โมฉู่เบาๆ ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ มองมาที่เธอ
โมฉู่เข้าใจความหมายดี ท่านบรรพบุรุษตัวน้อยนี่หิวอีกแล้ว มันกำลังทวงของกินจากเธอ!
"ไม่ได้นะ" โมฉู่มองซ้ายมองขวาแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ ตอนนี้พวกเขาเกือบจะถึงชายขอบของป่าไม้หนาทึบแล้ว ผู้คนเดินกันขวักไขว่ ถ้าขืนเอาอาหารปรุงใหม่ที่เธอทำออกมาแล้วถูกคนเจอเข้า มันจะเป็นช่องโหว่เรื่องความปลอดภัยได้ "เดี๋ยวพอขึ้นยานพาหนะแล้ว ฉันจะชดเชยให้ทีหลัง"
อย่าเห็นว่าโมฉู่ทำหน้าตาเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย แต่ในใจเธอกำลังหลั่งเลือดซิบๆ!
ไม่มีเหตุผลอื่นเลย นอกจากเจ้านี่มันกินล้างกินผลาญเกินไปแล้ว!
เธอป้อนอาหารให้เจ้าอสูรโลหิตคำรามไปหลายรอบแล้ว แต่เจ้านี่เหมือนหลุมไร้ก้นถมไม่เต็ม ตอนนี้สต็อกอาหารที่เธอตุนไว้เกือบจะโดนมันฟาดเรียบ คิดแล้วโมฉู่ก็น้ำตาตกใน
เมื่อเห็นความลำบากใจของโมฉู่ โมหยางจึงคิดหาทางช่วยโดยยื่นอาหารที่ผลิตโดยสมาพันธ์อย่างแคปซูลโภชนาการให้ เจ้าสัตว์เวทตัวน้อยดมฟุดฟิดแล้วใช้เท้าเขี่ยทิ้งทันทีด้วยสีหน้ารังเกียจ อย่าว่าแต่จะกินเลย หางตามันยังไม่ชายตามองด้วยซ้ำ... ช่างเลือกกินจริงๆ!
"งึ้ด งึ้ด—" เมื่อเห็นความเด็ดขาดบนใบหน้าของโมฉู่ เจ้าอสูรโลหิตคำรามทำได้เพียงยอมแพ้อย่างจำใจ ร่างอ้วนกลมขดตัวเป็นก้อน ซุกตัวในอ้อมกอดโมฉู่อย่างน่าสงสาร ภาพนั้นเรียกคะแนนความเห็นใจจากสาวๆ รอบข้างได้โข
"มันเป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายเหรอ?"
"ดูสิ น่าสงสารจังเลย!"
แต่เห็นได้ชัดว่าลูกไม้นี้ใช้กับโมฉู่ไม่ได้ผลหรอก เธอขมองทะลุปรุโปร่งถึง 'แผนแกล้งเจ็บ' ของมันตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ?
แต่สายตาตำหนิติเตียนจากพวกผู้หญิงรอบข้างนี่สิ ที่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคมา ในที่สุดพวกเขาก็ออกจากเขตแดนปีศาจ
โมหยางหยิบยานพาหนะออกมาจากเทอร์มินัลและสตาร์ทเครื่องอย่างรวดเร็ว
การปรากฏตัวของของเล่นใหม่กระตุ้นความสนใจของอสูรโลหิตคำรามอย่างมาก ราวกับฉีดเลือดไก่ มันหายจากอาการซึมกะทือเป็นปลิดทิ้ง พยายามยืดตัวชะเง้อคอออกมาดูให้ชัดๆ
โมฉู่จับตัวมันไว้แน่น ไม่กล้าปล่อยให้มันเข้าไปใกล้เกินไป
พลังทำลายล้างของเจ้านี่สูงจนน่าตกใจ ขืนปล่อยให้มันตบด้วยอุ้งเท้าสักที วันนี้พวกเขาคงได้เดินเท้ากลับกันพอดี
"ไปกันเถอะ" โมหยางกำหนดเส้นทางเสร็จสรรพ สองคนกับอีกหนึ่งตัวก็ขึ้นไปนั่งบนยานพาหนะ มุ่งหน้าสู่สถานีอวกาศ
พวกเขาวางแผนไว้แล้วว่าจะไปขึ้นยานอวกาศข้ามดวงดาวทันทีที่ออกจากป่าไม้หนาทึบ เพื่อไปยังเขตเก้าก่อนแล้วค่อยต่อเครื่องไปยังเขตสาม ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนเตรียมทหารที่อยู่ใจกลาง เพียงแต่ตอนนี้มีสัตว์เวทจิ๋วเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งตัว
"งึ้ด งึ้ด—" อสูรโลหิตคำรามยังจำคำพูดของโมฉู่เมื่อครู่ได้ ทันทีที่ก้นสัมผัสเบาะของเจ้าเครื่องจักรโลหะนี่ มันก็หันขวับมาทวงของกินจากเธอทันที
"เจ้าตัวตะกละเอ๊ย!" โมฉู่อดขำกับท่าทางร้อนรนของมันไม่ได้ เธอนำมันฝรั่งทอดจานหนึ่งออกมาจากเทอร์มินัลแล้วยื่นให้
อสูรโลหิตคำรามรับไปอย่างร่าเริง ใบหน้าเปี่ยมสุข มีโมฉู่เป็นคลังเสบียง มันก็ไม่ต้องกังวลว่าจะอดของดีๆ อีกต่อไป นิสัยการกินของมันจึงเริ่มจะผู้ดีขึ้นมาหน่อยแล้ว
มองดูมันกิน โมฉู่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "เจ้าอ้วน ฉันจะตั้งชื่อให้แกนะ!" ไม่อย่างนั้นถ้าเผลอหลุดปากเรียกว่า "อสูรโลหิตคำราม" ต่อหน้าคนอื่น ความลับแตกกันพอดี
ชื่อเหรอ?
พอได้ยินดังนั้น ดวงตาของอสูรโลหิตคำรามก็ลุกวาว หยุดกินมันฝรั่งทอดทันที
เห็นสายตาคาดหวังของมัน โมฉู่ก็เริ่มใช้ความคิด ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นหุ่นอวบอั๋นของมัน ประกายความคิดก็แล่นวาบ "ชื่อ 'หยวนหยวน' (กลมกลม) หรือ 'พ่างพ่าง' (อ้วนอ้วน) ดีไหม?"
ยังไม่ทันที่โมหยางจะออกความเห็น เจ้าอสูรโลหิตคำรามก็แสดงอาการไม่พอใจซะแล้ว มันองอาจผ่าเผยปานนี้ จะมาตั้งชื่อปัญญาอ่อนแบบเด็กๆ นี้ได้ยังไง? ไม่เอา เด็ดขาด!
"ไม่ชอบเหรอ?" โมฉู่ถาม
"งึ้ด งึ้ด—" แน่นอนสิ! พอเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว อสูรโลหิตคำรามก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที "เจ้ารู้จักเลือกชื่อที่มันฟังดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรหน่อยสิ ไม่งั้นจะสมกับรูปลักษณ์อันสง่างามของข้าได้ยังไง?"
คิดได้ดังนั้น อสูรโลหิตคำรามก็ยืดอกเบ่งอย่างจริงจัง แต่เว้นจากพุงพลุ้ยๆ นั่นแล้ว ก็ไม่มีตรงไหนน่ามองเลยจริงๆ
"งั้นชื่อ 'คู่คู่' (Cool Cool - เท่ๆ) ดีไหม?" เท่และดุดัน ดีจะตายไป โมหยางตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติแล้วหันมาร่วมวงสนทนา
คู่คู่?
นั่นมันชื่อบ้าบออะไร?
อสูรโลหิตคำรามยิ่งไม่พอใจหนักเข้าไปใหญ่ ดูท่าครอบครัวนี้จะไม่มีใครมีหัวคิดเรื่องตั้งชื่อเลยใช่ไหม?
"พอได้แล้ว!" โมฉู่ตบหัวโตๆ ของมัน "ฉันไม่ตั้งชื่อแกว่่า 'กุ๋นกุ่น' (กลิ้งๆ) ก็ดีถมไปแล้ว ยังจะมาเรื่องมากอีก"
อาศัยจังหวะที่อสูรโลหิตคำรามพูดภาษามนุษย์ไม่ได้ โมฉู่ปัดตกความเห็นของมันทิ้งทันที "ห้ามเถียง เลือกมาแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง จะเอาชื่อหยวนหยวน หรือ พ่างพ่าง?"
หน้าของอสูรโลหิตคำรามเหี่ยวลงราวกับมะระ มันไม่ชอบทั้งสองชื่อ แต่ก็ไม่กล้าขัดใจโมฉู่ เกิดวันหน้าโมฉู่ไม่ทำของอร่อยให้มันกินจะทำยังไง?
สุดท้ายโมหยางเป็นคนเคาะสรุป "งั้นเรียกว่า 'หยวนหยวน' ก็แล้วกัน" อย่างน้อยก็ฟังดูดีกว่าพ่างพ่างตั้งเยอะ
ในท้ายที่สุด เจ้าอสูรโลหิตคำรามก็ทำได้เพียงก้มหน้ารับชื่อนี้ไปโดยปริยาย แม้ใบหน้ากลมๆ อ้วนๆ นั่นจะดูน้อยอกน้อยใจอยู่บ้างก็ตาม...