- หน้าแรก
- จอมตะกละผู้ไร้เทียมทานแห่งห้วงอวกาศ
- บทที่ 26 ความแปลกประหลาด
บทที่ 26 ความแปลกประหลาด
บทที่ 26 ความแปลกประหลาด
บทที่ 26 ความแปลกประหลาด
"ไปกันเถอะ เจ้าเพื่อนยาก" โม่ฉู่ตบตัวอสูรโลหิตคำรามในอ้อมแขนเบาๆ ก่อนจะเดินตามโม่หยางมุ่งหน้าสู่ยานอวกาศ
สหพันธรัฐนั้นกว้างใหญ่ไพศาล การจะเดินทางข้ามเขตจำเป็นต้องโดยสารยานอวกาศ ซึ่งคล้ายคลึงกับเครื่องบินในศตวรรษที่ 21 ที่มีที่นั่งชั้นหนึ่งและชั้นประหยัด ยานอวกาศเองก็แบ่งออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ชั้นสูง ชั้นกลาง และชั้นประหยัด
ระหว่างแต่ละชั้นจะมีฉากกั้นแบ่งเขต ผู้โดยสารต้องใช้อุปกรณ์สื่อสารส่วนตัวยืนยันตัวตนเพื่อเปิดฉากกั้นและเข้าไปยังห้องโดยสาร
เมื่อนั่งลงประจำที่ โม่ฉู่ก็เริ่มปลอบประโลมเจ้าอสูรโลหิตคำรามจอมหยิ่งยโส ที่ดูเหมือนจะยังคงไม่พอใจกับชื่อใหม่ของมัน!
"หยวนหยวน หยวนหยวน ฟังดูสิ ชื่อนี้ออกจะไพเราะ" โม่ฉู่ยื่นมือไปเกาพุงของเจ้าอสูรโลหิตคำราม สัมผัสจากขนที่นุ่มละเอียดทำให้รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก
"โฮก—!" แม้จะยังไม่พอใจกับชื่อนี้ แต่การกระทำของโม่ฉู่กลับทำให้เจ้าอสูรโลหิตคำรามรู้สึกสบายตัวสุดๆ ร่างอ้วนกลมของมันแผ่หลากายหงายท้องอยู่ในอ้อมแขนของโม่ฉู่ ดื่มด่ำกับการปรนนิบัติที่หาได้ยากยิ่ง
โม่หยางเฝ้ามองภาพนั้นอยู่ข้างๆ แววตาเต็มไปด้วยความอบอุ่น
"ระวังหน่อยค่ะ!" จู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินอยู่ในทางเดินก็สะดุดทำท่าจะล้ม โม่ฉู่ตาไวรีบก้าวเข้าไปประคองเธอไว้ "เป็นอะไรไหมคะ?"
"เพียะ!" โม่ฉู่มีเจตนาดี แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะถูกหญิงสาวคนนั้นปัดมือออกอย่างแรง หล่อนมองโม่ฉู่ด้วยสายตาเหยียดหยาม "ยัยไพร่ชั้นต่ำ อย่ามาแตะตัวฉัน! ถอยไปให้พ้น!"
แม้สหพันธรัฐจะเชิดชูความเสมอภาค แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการแบ่งชนชั้นอย่างเงียบๆ ตามอำนาจและสถานะ
ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือการเหยียดภูมิภาค ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตหนึ่งถึงเขตสามล้วนเป็นผู้มีอิทธิพลและอำนาจ ย่อมมองว่าตนเองสูงส่งและดูถูกพลเมืองจากเขตอื่น โดยเฉพาะเขตเก้าถึงเขตสิบสองที่ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ
เอาเถอะ! โม่ฉู่ดึงมือกลับมาเงียบๆ นานๆ ทีเธอจะใจดี แต่ดันมาเจอคนที่ไม่เห็นค่าความหวังดีเสียอย่างนั้น
เห็นโม่ฉู่ถูกหยามเกียรติขนาดนี้ โม่หยางจะทนได้ยังไง? ความโกรธปรากฏชัดบนใบหน้าหล่อเหลา ถ้าโม่ฉู่ไม่รีบคว้ามือเขาไว้ โม่หยางคงระเบิดอารมณ์ไปแล้ว
"หึ ยัยบ้านนอก!" หญิงสาวคนนั้นแค่นเสียงอย่างดูแคลน ยืดตัวตรงเตรียมจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นอสูรโลหิตคำรามในอ้อมแขนของโม่ฉู่ ดวงตาของหล่อนเป็นประกายขึ้นมาทันที "นี่ สัตว์เลี้ยงตัวนั้นขายเท่าไหร่?"
"ฉันให้ห้าหมื่น ขายให้ฉันซะ" น้ำเสียงนั้นเป็นคำสั่งอย่างสมบูรณ์
ยังไม่ทันที่โม่ฉู่จะเอ่ยปาก เจ้าอสูรโลหิตคำรามในอ้อมแขนก็เริ่มไม่พอใจจนแทบจะกระโดดโหยง ห้าหมื่นเหรอ? สัตว์อสูรผู้ยิ่งใหญ่อย่างมันมีค่าแค่ห้าหมื่นเองหรือ? ยัยผู้หญิงคนนี้ตาบอดหรือไง?
"ฉันไม่ได้คิดจะขายค่ะ" โม่ฉู่เงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนภาพใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นอย่างชัดเจน เครื่องหน้าของหล่อนงดงาม โดยเฉพาะดวงตาหงส์คู่นั้นที่สวยสะดุดตา แต่ท่าทางหยิ่งยโสนั้นกลับทำลายความงามไปจนหมดสิ้น
"ก็ได้ ฉันให้ห้าแสน!" หญิงสาวทำท่าราวกับกำลังโปรยทาน มองโม่ฉู่ด้วยความดูถูก "เธอแค่พยายามจะโก่งราคาใช่ไหมล่ะ? หึ!"
คนรอบข้างมองโม่ฉู่ด้วยความอิจฉา สัตว์เลี้ยงธรรมดาๆ ตัวเดียวแลกเงินได้ตั้งห้าแสนเหรียญสหพันธรัฐ นี่มันลาภลอยหล่นทับชัดๆ!
สัตว์เลี้ยงทั่วไปราคาแค่ไม่กี่ร้อย หรืออย่างมากก็ไม่กี่พันเหรียญ ห้าแสนนี่ถือว่าใช้เงินฟาดหัวกันชัดๆ!
ขนาดโม่หยางตรากตรำทำงานมาหลายปียังเก็บเงินได้แค่สามแสนกว่า ผู้หญิงคนนี้เสนอมาทีเดียวห้าแสน เห็นได้ชัดว่าเป็นเศรษฐีนีตัวจริง!
"รีบเอาเลขบัญชีมาสิ" หญิงสาวยืนกระทืบเท้าอย่างหมดความอดทน น้ำเสียงโอหัง "พลาดโอกาสนี้ไป ฉันไม่ให้ราคาสูงขนาดนี้อีกแล้วนะ"
แม่คนนี้พูดเองเออเองเก่งจัง โม่ฉู่ส่ายหน้าในใจ มือยังคงลูบขนอสูรโลหิตคำรามไม่หยุด ท่าทีของเธอดูผ่อนคลาย แต่วาจากลับเชือดเฉือนราวกับคมมีดน้ำแข็ง
"คุณก็สวยดีนะ แต่หูมีไว้ประดับเฉยๆ หรือไง? ฉันพูดไปชัดเจนแล้วนะว่าไม่ขาย ประโยคง่ายๆ แค่นี้ฟังไม่เข้าใจเหรอ? เหอะ! ฉันล่ะเป็นห่วงระดับสติปัญญาของคุณจริงๆ!"
"ทีนี้ช่วยถอยไปหน่อย ฉันรู้สึกว่าอากาศตรงนี้เริ่มเป็นมลพิษเพราะคุณยืนอยู่!"
คำพูดของโม่ฉู่ไม่ได้เกินจริงเลย ประสาทการรับกลิ่นของเธอไวกว่าคนทั่วไป กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกจากตัวผู้หญิงคนนี้ลอยเข้าจมูกเต็มๆ จนทำเอาเธออยากจะจามออกมาไม่หยุด
"แก... แก..." คงไม่เคยเจอใครพูดตอกหน้าตรงๆ แบบโม่ฉู่มาก่อน ใบหน้าของหญิงสาวจึงแดงก่ำด้วยความโกรธ ดวงตาหงส์แทบจะพ่นไฟออกมา!
พลังงานสายหนึ่งก่อตัวขึ้นในมือของหล่อน เปลวเพลิงสีแดงจางๆ ลุกโชน เห็นได้ชัดว่ากำลังจะใช้กำลัง ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาขวางระหว่างทั้งสองคน พร้อมส่งสายตาเตือนไปยังหญิงสาวเล็กน้อย "ขอโทษครับ บนยานไม่อนุญาตให้มีการต่อสู้ ที่นั่งของคุณอยู่ในห้องโดยสารชั้นกลาง เชิญตามผมมาครับ"
กฎหมายสหพันธรัฐระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ใครก็ตามที่ก่อเหตุรุนแรงบนยานอวกาศจะถูกควบคุมตัวทันที และมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งถึงสามปี
หญิงสาวรู้กฎข้อนี้ดีจึงไม่กล้าขัดขืนเจ้าหน้าที่ ทำได้เพียงจ้องมองโม่ฉู่อย่างเคียดแค้นและพึมพำคาดโทษว่า "ฝากไว้ก่อนเถอะ!"
โม่ฉู่ไม่สนใจคำขู่นั้น หันกลับมาหยอกล้อกับอสูรโลหิตคำรามต่อ จะว่าไปเจ้าหมอนี่ก็เนื้อหอมจริงๆ เรื่องวุ่นวายเมื่อกี้ก็เกิดขึ้นเพราะมันไม่ใช่หรือไง?
"โฮก—!" อสูรโลหิตคำรามเอาหัวถูไถโม่ฉู่สองสามที แล้วหันไปมองทางห้องโดยสารชั้นกลางพลางลับกรงเล็บ เหอะ ปู่คนนี้จำหน้าแกไว้แล้วนะ!
จากเขตสิบสองไปยังเขตเก้า มีระยะทางกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางสามชั่วโมง
ช่วงแรกอสูรโลหิตคำรามก็ทำตัวดีอยู่หรอก แต่ผ่านไปไม่นานมันก็เริ่มงอแง ก็มันเคยชินกับการวิ่งเล่นอิสระในป่าดงดิบ พอต้องมาถูกขังอยู่ในที่แคบๆ แบบนี้ย่อมรู้สึกอึดอัดเป็นธรรมดา
"อยากกินอะไรไหม?" ในฐานะสายกินเหมือนกัน โม่ฉู่เข้าใจดีว่าอาหารอร่อยคือวิธีแก้เบื่อที่ดีที่สุด
และก็เป็นไปตามคาด ทันทีที่เห็นของกินในมือโม่ฉู่ เจ้าอสูรโลหิตคำรามที่กำลังหงุดหงิดเมื่อครู่ก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ลืมมาดขรึมที่เคยมีไปจนหมดสิ้น
เพื่อไม่ให้คนอื่นจับได้ โม่ฉู่จึงปิ๊งไอเดียดีๆ เธอเอาขนมขบเคี้ยวอย่างมันฝรั่งทอดมายัดไส้ในเปลือกอาหารของสหพันธรัฐ ทำให้ดูจากภายนอกไม่มีใครรู้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังกินอยู่นั้นแตกต่างจากคนอื่น
เห็นอสูรโลหิตคำรามกินอย่างมีความสุข โม่ฉู่ก็เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาบ้าง จึงหยิบขึ้นมากินด้วยเสียเลย
โม่หยางมองดูอยู่ข้างๆ ถึงกับกลั้นขำไม่อยู่
จะโทษเขาก็ไม่ได้ อาจจะเป็นความรู้ใจของสายกินเหมือนกัน ท่าทางการกินของหนึ่งคนหนึ่งสัตว์นี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ไม่เพียงแต่จังหวะการเคี้ยวและองศาการก้มหน้าจะเหมือนกันเปี๊ยบ แม้แต่การขยับปากและสีหน้าแห่งความสุขที่ฉายชัดออกมาก็แทบจะถอดแบบกันมาเลยทีเดียว
ที่นั่งของหนิงอี้หยวนอยู่ในมุมที่ดีมาก ทำให้มองเห็นสถานการณ์ทั่วทั้งยาน และแน่นอนว่าเขาไม่พลาดฉากตลกขบขันนี้
มุมปากที่เรียบตึงของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย สร้างความตกตะลึงให้กับคนรอบข้างจนต้องรีบหันไปมองนอกหน้าต่าง
เอ๊ะ? ฝนก็ไม่ได้ตกเป็นเลือดสักหน่อย ทำไมจู่ๆ พ่อหนุ่มคนนี้ถึงยิ้มได้ล่ะเนี่ย?