- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 44 เข้าป่าวิวัฒนาการไปขุดหน่อไม้
บทที่ 44 เข้าป่าวิวัฒนาการไปขุดหน่อไม้
บทที่ 44 เข้าป่าวิวัฒนาการไปขุดหน่อไม้
บทที่ 44 เข้าป่าวิวัฒนาการไปขุดหน่อไม้
ฉีฟู่แนะนำเทคนิคการปลูกต้นกล้าผักผ่านวิทยุสื่อสารให้ทุกคนฟัง "ห้ามรดน้ำทุกวัน ต้องรดแบบให้หน้าดินแห้งบ้างเปียกบ้าง และหมั่นพ่นน้ำคั้นใบการบูรวิวัฒนาการเพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช ถ้าเห็นต้นไหนใบดูปกติ ไม่มีรอยกัด แต่ใบเหลืองเหี่ยว เฉาลงไปเฉยๆ แปดสิบเปอร์เซ็นต์เป็นปัญหาจากในดิน"
เซี่ยชิงนั่งยองๆ อยู่ข้างแปลงผัก ตั้งใจจดคำแนะนำของฉีฟู่ลงในสมุดบันทึกในโทรศัพท์ จ้าวเจ๋อถามแทรกขึ้นมา "พี่ฉี ปัญหาอะไรเหรอครับ ช่วยขยายความหน่อย"
"พวกเราเพิ่งจะเริ่มถางที่ทำเกษตรรุ่นแรก แถมยังใช้ยาฆ่าแมลงฆ่าเชื้อราไปแล้ว ในดินคงมีเชื้อโรคไม่มากหรอก ความเป็นไปได้สูงสุดน่าจะเป็นพวกด้วงทรายวิวัฒนาการกับหนอนดินวิวัฒนาการ ไอ้สัตว์นรกสองตัวนี้นั่นแหละ" น้ำเสียงของฉีฟู่ฟังดูเคียดแค้นสุดๆ
ความร้ายกาจของหนอนสองชนิดนี้ เหล่าเจ้าของที่ดินต่างได้ประจักษ์มาแล้วในแปลงข้าวสาลี ฝ้าย และถั่วเขียว พอเจอต้นกล้าถูกกัด ต่อให้ขุดดินลงไปฆ่าหนอนอย่างระมัดระวังแค่ไหนไม่ให้โดนรากแก้ว แต่พอกลบดินกลับ ต้นกล้าก็จะอ่อนแอลงอยู่ดี
ที่น่าเจ็บใจที่สุดคือ พอขุดลงไปแล้วเจอรากถูกกัดขาด แต่ตัวหนอนหนีไปแล้ว ต้นกล้าที่อ่อนแออยู่แล้วจากการโดนกัด พอโดนคนขุดรากซ้ำเติม ก็ยิ่งอ่อนแอลงไปอีก
ทุกคืนจะมีเจ้าของที่ดินหัวเสียจนแทบจะกระโดดเหยงๆ เพราะเรื่องนี้
แต่เซี่ยชิงเป็นมนุษย์วิวัฒนาการสายการได้ยิน ทุกวันเธอจะใช้หูทิพย์ตรวจสอบสวนผัก พื้นที่เพาะปลูก และต้นไม้ผล รวมถึงพื้นที่โดยรอบในรัศมีสิบกว่าเมตร เพื่อกำจัดศัตรูพืชจนเกลี้ยง ไม่เพียงแต่เธอจะไม่เคยหัวเสียกับเรื่องนี้ เธอยังสร้างความสัมพันธ์ฉันมิตรเพื่อนบ้านที่ดีกับนกกางเขนวิวัฒนาการตัวใหญ่สี่ตัว และนกยางขาววิวัฒนาการอีกสองตัวในที่ดินด้วย
นกยางขาวสองตัวเพิ่งย้ายมาเมื่อไม่กี่วันก่อน มาทำรังอยู่ในป่าสนน้ำทางทิศเหนือของอ่างเก็บน้ำ เซี่ยชิงที่ไม่ได้กินไข่มาหลายปี กำลังตั้งหน้าตั้งตารอให้เพื่อนบ้านวางไข่ เธอจะได้แอบไปขโมยไข่มากิน
หลังปิดวิทยุสื่อสาร เซี่ยชิงเงยหน้าขึ้นดูต้นเซียงชุน ยืนยันว่ายอดเซียงชุนยาวประมาณ 12-15 เซนติเมตรแล้ว สามารถเก็บเกี่ยวได้ รอบนี้เป็นการเก็บยอดรุ่นที่สอง เซี่ยชิงตัดยอดที่ตัดได้ทั้งหมดไปแลกน้ำมันดีเซลกับถานจวินเจี๋ยมาได้ 35 ลิตร
แม้จะไม่มีต้นเซียงชุนวิวัฒนาการต้นอื่นให้เปรียบเทียบ แต่เซี่ยชิงก็พอใจกับผลผลิตของต้นเซียงชุนยักษ์ต้นนี้มาก เธอหิ้วถังน้ำมันสองถัง พลางกำชับแผนการของวันพรุ่งนี้กับถานจวินเจี๋ย "พรุ่งนี้ฉันจะออกจากที่ดินครึ่งวัน ฉันใช้เสบียงแลกเปลี่ยนให้คนจากที่ดินหมายเลข 1 มาช่วยเฝ้าที่ดินให้ค่ะ"
ในที่ดินปลูกของไว้เยอะ แถมเสบียงสำคัญในบ้านก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทิ้งบ้านไปโดยไม่มีคนเฝ้าไม่ได้ เซี่ยชิงจึงเปิดใช้งานหน่วยรักษาความปลอดภัยส่วนตัวเป็นครั้งแรก ที่แจ้งถานจวินเจี๋ยล่วงหน้าก็เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด หากเขาลาดตระเวนมาเจอคนจากที่ดินหมายเลข 1 ในหรือรอบๆ ที่ดินหมายเลข 3
ถานจวินเจี๋ยพยักหน้ารับทราบแล้วจากไป เขาไม่ถามว่าเซี่ยชิงใช้อะไรแลกเปลี่ยนกับที่ดินหมายเลข 1 และไม่ถามว่าเธอจะออกจากที่ดินไปทำอะไร แน่นอน เซี่ยชิงเองก็ไม่ปากโป้งถามถานจวินเจี๋ยเหมือนกันว่าจะเอายอดเซียงชุนไปทำอะไร
ความอยากรู้อยากเห็นฆ่าแมวได้ (แต่ฆ่ามนุษย์ได้ง่ายกว่า) ก่อนยุคภัยพิบัติก็เป็นแบบนี้ หลังยุคภัยพิบัติยิ่งต้องระวัง ส่วนแมวสมัยนี้น่ะฆ่าไม่ตายหรอก เพราะแมวส่วนใหญ่วิวัฒนาการจนเก่งกาจพอที่จะรับมือกับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองได้สบาย
หลังจากนัดแนะเวลากับหูจื่อเฟิงเรียบร้อย เซี่ยชิงก็เริ่มเจรจากับลูกพี่แกะเรื่องการเดินทาง "พรุ่งนี้ฉันจะไปขุดหน่อไม้ นายจะไปไหม? ป่าไผ่ตรงที่เคยไปตัดไผ่นั่นแหละ นายก็เคยไปนี่นา"
หลังเหตุการณ์เถาตดหมูตดหมา เซี่ยชิงรู้สึกว่าลูกพี่แกะฉลาดกว่าที่คิด เธอเลยพูดกับมันมากขึ้น หวังว่าสักวันมันจะเข้าใจสิ่งที่เธอพูดจริงๆ
ลูกพี่แกะไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง ยังคงนอนเคี้ยวเอื้องอยู่บนเสื่อทาทามิ
เสื่อทาทามิที่ปูรองนั่งเป็นผลงานการสานแก้เบื่อของเซี่ยชิงตอนเฝ้าแปลงผัก บนเสื่อยังมีเบาะหญ้านุ่มๆ ขนาดใหญ่ ซึ่งเซี่ยชิงตั้งใจออกแบบและผลิตตามหลักสรีรศาสตร์ของแกะ (ในจินตนาการของเธอ) เพื่อตอบแทนความห่วงใยของลูกพี่แกะ
ดูจากสีหน้าลูกพี่แกะแล้ว มันน่าจะพอใจมาก
เห็นหน้ากวนๆ ของมันตอนนี้ ความคิดอยากจับมันมาทำเมนูแกะสิบแปดอย่างก็ลดน้อยลงไปเยอะ เซี่ยชิงยิ้ม "ลูกพี่ ฝันดีนะ"
หลังจากเซี่ยชิงหลับไป ลูกพี่แกะก็วางหัวโตๆ ที่มีเขาเกลียวคู่ลงบนขอบนูนของเบาะหญ้า แล้วค่อยๆ หลับตาลงเช่นกัน
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลังจากเซี่ยชิงเดินตรวจตราและกำจัดแมลงเสร็จ ก็เชิญทีมของหูจื่อเฟิงเข้ามา ทีมของหูจื่อเฟิงมีทั้งหมดสิบคน ล้วนเป็นมนุษย์วิวัฒนาการชาย วันนี้พวกเขาเหลือลูกทีมไว้เฝ้าที่ดินหมายเลข 1 แค่คนเดียว ที่เหลือมากันครบ เก้าคนที่มาแบ่งเป็นสี่คนเฝ้าที่ดินให้เซี่ยชิง อีกห้าคนไปขุดหน่อไม้ในป่าวิวัฒนาการพร้อมกับเธอ
เซี่ยชิงไม่กังวลว่าคนที่อยู่เฝ้าจะรื้อค้นข้าวของในที่ดินของเธอ เพราะทีมที่หยางจิ้นคัดเลือกมาเองกับมือ ย่อมไม่มีทางทุบหม้อข้าวตัวเองแน่นอน
อีกอย่าง เซี่ยชิงไม่ได้เพิ่งเคยเจอทีมนี้เป็นครั้งแรก เพราะทีมของหูจื่อเฟิงร่วมภารกิจกับทีมของลั่วเพ่ยบ่อยๆ แม้หูจื่อเฟิงจะหน้าตาบอกบุญไม่รับและเสียงดังโผงผาง แต่เวลาเจออันตรายเขาจะพุ่งไปข้างหน้าก่อนเสมอ การแบ่งปันแต้มภารกิจในทีมก็ยุติธรรมตามผลงาน ทีมนี้จึงสามัคคีกันมาก ไม่เคยมีประวัติหักหลังเพื่อนร่วมทีม จึงไว้ใจได้
เซี่ยชิงในชุดป้องกันลายพรางแบบแยกชิ้นพร้อมปืนพกที่เอว เดินออกมาจากป่ากันชนฝั่งตะวันตก หันกลับไปตะโกนถามลูกพี่แกะที่ไม่ได้เดินตามมาอีกครั้ง "ลูกพี่ ฉันจะไปขุดหน่อไม้ที่ป่าวิวัฒนาการทางโน้น นายจะไปไหม?"
ลูกพี่แกะหรี่ตามองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ในแนวกันไฟ แล้วหันไปมองกลุ่มหูจื่อเฟิงที่กำลังมองสำรวจลูกพี่แกะของเซี่ยชิงด้วยความอยากรู้ ทั้งสองฝ่ายต่างเงียบกริบ
เห็นลูกพี่แกะไม่ขยับ เซี่ยชิงก็โบกมือให้มัน "งั้นฉันไปคนเดียวนะ ลูกพี่เฝ้าบ้านดีๆ ล่ะ"
"แบ๊ะ——"
เซี่ยชิงกำลังจะเดินข้ามแนวกันไฟเข้าป่าวิวัฒนาการ จู่ๆ ลูกพี่แกะก็ร้องขึ้นมา เซี่ยชิงที่คุ้นเคยกับเสียงร้องของมันดี ฟังออกทันทีว่านี่คือเสียงเตือน ลูกพี่แกะรู้สึกว่าทางนั้นมีอันตราย เลยเตือนไม่ให้เธอไป?
ของอร่อยอยู่ตรงหน้า เซี่ยชิงไม่มีทางหันหลังกลับ "ฉันมีอาวุธครบมือแถมมีทีมไปด้วย ไม่เป็นไรหรอก ลูกพี่รอฉันเอาของอร่อยกลับมาฝากนะ"
พูดจบ เซี่ยชิงก็ฝากฝังทีมเฝ้ายามว่าอย่าให้ลูกพี่แกะหลุดเข้าไปในที่ดินคนอื่น "ถึงมันจะเป็นสัตว์ไฟแดงกินไม่ได้ แต่ถ้าไปรบกวนคนอื่นเข้าก็ไม่ดีค่ะ"
ได้ยินประโยคนี้ ทังหวายที่แอบฟังอยู่ในที่ดินหมายเลข 2 ถอนหายใจเงียบๆ ถ้าไม่ใช่เพราะแกะตัวนั้นเป็นไฟแดง ป่านนี้เขาคงได้กินซี่โครงแกะย่างไปนานแล้ว
พอทีมหูจื่อเฟิงเดินไปไกล โจวสวิน มนุษย์วิวัฒนาการสายการมองเห็น ก็กระซิบรายงานทังหวาย "ลูกพี่ หูจื่อเฟิงพาคนไปขุดหน่อไม้กับเซี่ยชิงในป่าวิวัฒนาการแล้ว เราจะตามไปไหม?"
"ตามไปทำซากอะไร!" ทังหวายลุกขึ้นบี้แมลงที่พยายามจะมุดเข้าชุดป้องกัน แล้วเดินกลับไปเฝ้าสวนผักต่อ ฟังพวกฉีฟู่บ่นเรื่องปลูกผักมาหลายวัน ทังหวายไม่ได้เกิดความสนใจจะปลูกผักขึ้นมาเลย แต่กลับชอบฟังเสียงขุดหาแมลงมากกว่า
วันนี้อุตส่าห์ไม่มีเสียงรถไถดังหึ่งๆ จากทั้งที่ดินหมายเลข 1 และ 3 เขาจะถือโอกาสนี้ขุดแมลงให้หนำใจ เรื่องนี้สนุกกว่าภารกิจแอบดักฟังตั้งเยอะ
"คุณเซี่ยเดินตามหลังผมนะครับ ทุกคนระวังตัว รักษารูปขบวน" แม้หูจื่อเฟิงจะไม่รู้ว่าเซี่ยชิงเป็นคนให้น้ำพุ แต่เขารู้ว่าลั่วเพ่ยรักษาตัวอยู่ในที่ดินของเธอ จึงรู้สึกขอบคุณและให้เกียรติเซี่ยชิงเป็นพิเศษ พูดจาก็สุภาพมาก
เซี่ยชิงกล่าวขอบคุณ แล้วใช้วิทยุสื่อสารแบบหูฟังที่มากับหน้ากากป้องกันเตือนหูจื่อเฟิง "ช่วงนี้หน่อไม้กำลังอร่อย ต้องระวังสัตว์อันตรายที่อาจซ่อนตัวอยู่ในป่าไผ่นะคะ แกะของฉันจมูกไวเรื่องอันตรายมาก การที่มันไม่ยอมมาด้วย แสดงว่าแถวนี้ต้องมีตัวอะไรที่มันไม่อยากเจออยู่แน่"
จากประสบการณ์ของเซี่ยชิง เวลาพืชผลแสนอร่อยสุกงอม มักจะมีสัตว์วิวัฒนาการที่ชอบกินพืชชนิดนั้นมารวมตัวกัน สัตว์วิวัฒนาการที่ชอบกินไผ่... หรือว่าจะเป็นแพนด้ายักษ์วิวัฒนาการ?!
เซี่ยชิงตาลุกวาว เปิดประสาทสัมผัสทั้งการได้ยินและการมองเห็นเต็มที่ พยายามมองหาร่างสีขาวดำ
ว่าแต่แพนด้าหลังวิวัฒนาการจะยังเป็นสีขาวดำอยู่หรือเปล่านะ?