- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 43 ลูกพี่แกะที่ทำให้เซี่ยชิงซึ้งใจ
บทที่ 43 ลูกพี่แกะที่ทำให้เซี่ยชิงซึ้งใจ
บทที่ 43 ลูกพี่แกะที่ทำให้เซี่ยชิงซึ้งใจ
บทที่ 43 ลูกพี่แกะที่ทำให้เซี่ยชิงซึ้งใจ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ทีมตรวจสอบได้นำกล้าอัลฟัลฟาไฟเขียวจำนวนยี่สิบต้นมาส่งให้
เซี่ยชิงมองต้นกล้าสีเขียวอ่อนสูงเท่าฝ่ามือที่มีรากติดดินมาด้วยในตะกร้าสานแล้วเงียบไป สีของต้นกล้านี้ดูปกติดีกว่าจื่อซูวิวัฒนาการมาก แต่แน่ใจนะว่านี่คืออัลฟัลฟา ไม่ใช่ต้นโคลเวอร์?
หรือว่าชื่อทางวิทยาศาสตร์ของโคลเวอร์คืออัลฟัลฟา?
เซี่ยชิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดู "สารานุกรมการเพาะปลูก" และค้นหารูปภาพของอัลฟัลฟาวิวัฒนาการเพื่อเปรียบเทียบอีกครั้ง ใบเล็กๆ ของอัลฟัลฟาช่วงโตเต็มวัยที่สูงกว่าหนึ่งเมตรในสารานุกรม มีลักษณะคล้ายคลึงกับใบของต้นกล้าในตะกร้าถึงเก้าส่วน
เธอเลิกสนใจเรื่องที่ว่าอัลฟัลฟาคือต้นโคลเวอร์หรือไม่ แล้วทำตามขั้นตอนสำคัญที่ระบุไว้ใน "สารานุกรมการเพาะปลูก" นำต้นกล้าไปปลูกในแปลงนาขั้นบันไดเหนือแปลงจื่อซูวิวัฒนาการ และใช้กิ่งพุทราป่าวิวัฒนาการล้อมรั้วไว้
ถ้ากล้าอัลฟัลฟาพวกนี้รอดตาย รอจนพวกมันออกเมล็ดแล้วค่อยเพาะพันธุ์ต่อ ปีหน้าพอเธอปลูกเต็มแปลงนาขั้นบันไดผืนนี้แล้ว ก็สามารถรื้อรั้วกิ่งพุทราป่าออก ให้ลูกพี่แกะกินอัลฟัลฟาได้อย่างจุใจเหมือนที่กินจื่อซู
พอนึกถึงปีหน้า เซี่ยชิงก็ตื่นเต้น
หลังภัยพิบัติ คนระดับล่างส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน ไม่มีแผนการอะไรเลย และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีแผนการ เซี่ยชิงถือเป็นพวกแปลกแยกในกลุ่มคนระดับล่าง แต่ตอนที่เธออยู่ในเขตปลอดภัยและวางแผนสร้างบ้านใหม่ ความรู้สึกต่ออนาคตที่มีก็เป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะเป็นจริงเมื่อไหร่
แต่ตอนนี้ เธอยืนอยู่ในที่ดินของตัวเองและคิดถึงอนาคต กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกมั่นคง
เธอยกมือขึ้นขยี้ขนหยิกๆ ของลูกพี่แกะที่กำลังเคี้ยวจื่อซูอยู่ เซี่ยชิงวาดแขนออกไปทั่วทั้งที่ดินด้วยความปลาบปลื้มใจ "สนมรัก ดูสิ นี่คือแผ่นดินที่เจิ้นตีมาได้เพื่อเจ้า!"
ลูกพี่แกะไม่สนใจเซี่ยชิงที่ทำตัวเพี้ยนๆ แล้วก้มหน้าก้มตากินต่อ
เวลาล่วงเลยมาถึงปลายเดือนมีนาคม กล้าผักที่เพาะไว้พร้อมย้ายลงดินแล้ว ก็ถึงเวลาที่เหล่าเจ้าของที่ดินจะแลกเปลี่ยนกล้าผักกัน
เพื่อความยุติธรรม เจ้าของที่ดินแต่ละคนต้องตรวจสอบปริมาณธาตุเชียงในกล้าผักก่อน ยืนยันระดับของกล้าผักแล้วค่อยแลกเปลี่ยน
เจ้าของที่ดินคนอื่นประกาศในช่องสื่อสารว่ากล้าที่เพาะได้ส่วนใหญ่เป็นไฟเหลือง มีไฟแดงส่วนน้อย และไฟเขียวหายากมาก กล้าในแปลงของเซี่ยชิงเก้าส่วนเป็นไฟเหลือง อีกหนึ่งส่วนเป็นไฟเขียว ไม่มีไฟแดง แต่เซี่ยชิงปกปิดเรื่องกล้าไฟเขียวไว้ และบอกว่าตัวเองมีกล้าไฟแดงอยู่บ้าง
ตอนแลกเปลี่ยนกล้าผักกับเจ้าของที่ดินคนอื่น เซี่ยชิงขุดเฉพาะกล้าไฟเหลืองไปแลก ที่เธอขุดเป็นชุดแรกคือกล้าที่แลกกับที่ดินหมายเลข 1 ได้แก่ มะเขือเทศ แตงกวา มะเขือยาว และฟักทอง อย่างละสิบต้น
แน่นอนว่ากล้าผักเหล่านี้ไม่ได้แลกกับรถไถเอนกประสงค์แค่ในนาม แต่รวมกับเมล็ดปวยเล้งห้าสิบเมล็ด แลกกลับมาเป็นผงปูนโป๊ผนัง 40 ถุง และสีทาผนัง 3 ถัง
สีทาผนังและผงปูนโป๊ผนังหลังยุคภัยพิบัติ นอกจากฟังก์ชันพื้นฐานในการตกแต่งแล้ว ยังเพิ่มมาอีกหนึ่งฟังก์ชันคือ: กันแมลง วัสดุก่อสร้างสองอย่างนี้เป็นของหายากที่แย่งกันซื้อ คนธรรมดาหาซื้อไม่ได้เลย ตอนเซี่ยชิงอยู่ทีมก่อสร้าง สองอย่างนี้ต้องเบิกใช้เป็นชั่ง เซี่ยชิงเลยเก็บสะสมไว้ไม่ได้
เธอตั้งใจจะแลกผงปูนโป๊กับฉีฟู่ แต่ฉีฟู่บอกว่าเขาไม่มีของ
เมื่อไม่กี่วันก่อน เซี่ยชิงได้ยินหูจื่อเฟิงพูดในช่องเจ้าของที่ดินว่าพวกเขาจะสร้างบ้านในที่ดินหมายเลข 1 เธอเลยลองเสนอแลกเปลี่ยนกับหูจื่อเฟิงดู ไม่นึกว่าจะสำเร็จจริงๆ ทำให้เซี่ยชิงต้องทึ่งกับความแข็งแกร่งของทีมชิงหลงอีกครั้ง
รอปลูกผักและขุดหน่อไม้เสร็จ เซี่ยชิงต้องรีบฉวยโอกาสก่อนฝนธาตุเชียงรอบหน้าจะมา ทาสีตึกเล็กของตัวเองใหม่ ให้บ้านดูเป็นบ้านมากขึ้น
หลังจากส่งมอบกล้าผักให้ที่ดินหมายเลข 1 แล้ว เซี่ยชิงก็ใช้กล้ามะเขือเทศสิบต้น แลกกล้าถั่วฝักยาวห้าต้นมาจากที่ดินหมายเลข 5 และแลกกล้าพริกห้าต้นมาจากที่ดินหมายเลข 7 ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากแลกเยอะ แต่กล้ามะเขือเทศของเธอเหลือแค่สิบห้าต้นเท่านั้น
เนื่องจากฟักทอง แตงกวา และมะเขือยาว เป็นกล้าที่ทุกที่ดินได้รับแจก เซี่ยชิงจึงเหลือเยอะหน่อย: กล้าฟักทอง 20 ต้น, กล้าแตงกวา 25 ต้น, กล้ามะเขือยาว 30 ต้น
กล้าผักเหล่านี้และที่เธอแลกมา นอกจากกล้าฟักทองที่เหลืออยู่บ้าง ที่เหลือทั้งหมดถูกเซี่ยชิงปลูกลงในพื้นที่เพาะปลูกบนเนินเขาที่ยังว่างอยู่
เพื่อให้กล้าผักเติบโตได้ดี เซี่ยชิงงัดเทคนิคการเพาะปลูกทั้งหมดที่มีออกมาใช้ เพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน เซี่ยชิงเอามูลแกะและมูลนกที่เก็บรวบรวมในที่ดินมาหมักทำปุ๋ยใส่ในแปลงผัก หลังจากย้ายกล้าเสร็จ เธอยังรดด้วยน้ำพุจากภูเขาที่เก็บสะสมไว้อีกรอบ
ต่อไป ก็ต้องพึ่งพาพลังชีวิตของพวกมันแล้ว
สองสามวันหลังจากปลูกเสร็จ เซี่ยชิงแทบอยากจะไปกินนอนอยู่ในแปลงผัก
จางซานจากที่ดินหมายเลข 7 นอกจากเรื่องกินแล้วไม่สนใจเรื่องอื่น กลางวันไม่ออนไลน์; หูจื่อเฟิงจากที่ดินหมายเลข 1 อยู่ตลอด แต่เขาอยู่เพื่อรับรู้ความเคลื่อนไหวและความต้องการของเซี่ยชิงได้ทันท่วงที; ทังหวายจากที่ดินหมายเลข 2 ก็เปิดเครื่องตลอดเพื่อคอยตามดูความเคลื่อนไหวของหูจื่อเฟิง แน่นอนว่าสองคนนี้แทบไม่พูดอะไรเลย
เจ้าของที่ดินหมายเลข 4, 5, 6 ใส่ใจยิ่งกว่าเธอ เปิดวิทยุสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกผักได้ตลอดเวลา
ตอนเที่ยง แดดเผาจนกล้าที่เพิ่งย้ายลงดินใบตกคอพับไปครึ่งหนึ่ง เซี่ยชิงเห็นแล้วปวดใจ ทำตามวิธีที่ฉีฟู่สอน ใช้อุ้งมือประคองกล้าที่คอพับติดดินขึ้นมา แล้วเอาไม้ง่ามเล็กๆ ค้ำไว้ ถ้าไม่รู้ว่ากล้าผักต้องการแสงแดด เซี่ยชิงคงอยากจะกางสแลนกันแดดให้พวกมันเดี๋ยวนี้เลย
ตอนเย็น แดดไม่แรงแล้ว กล้าผักส่วนใหญ่ที่ใบตกก็กลับมาตั้งตรงได้อีกครั้ง เซี่ยชิงดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้
เช้าวันที่สอง กล้าที่คอพับคออ่อนก็กลับมาตั้งตรงได้ เซี่ยชิงดีใจจนหมุนตัวเป็นวงกลม
ตอนเที่ยง กล้าผักก็โดนแดดเผาจนใบตกคอพับอีก เซี่ยชิงนั่งหน้าเศร้าถอนหายใจอยู่ข้างแปลงผัก
เช้าวันที่สาม ก็วนลูปเดิมอีก เซี่ยชิงเดี๋ยวดีใจเดี๋ยวหงุดหงิด จนลูกพี่แกะคิดว่าเธอป่วย มันคาบหญ้ามาวางไว้ข้างแปลงเพาะปลูก แล้วตะกุยกิ่งพุทราป่าเรียกให้เซี่ยชิงออกมากินหญ้า
หญ้านี้กินได้เหรอ?
เซี่ยชิงที่กำลังหงุดหงิดหาที่ลงไม่ได้ ไม่เข้าใจเจตนาของลูกพี่แกะ นึกว่ามันจะมากัดกล้าผัก เลยพุ่งออกไปทะเลาะกับมันยกใหญ่
แม้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เอาชนะลูกพี่แกะได้อย่างขาดลอย แต่เซี่ยชิงก็ไม่ได้ดีใจขึ้นมาเลย ยังคงเฝ้ากล้าผักแล้วถอนหายใจเฮือกๆ ต่อไป
ลูกพี่แกะไม่พอใจ คาบหญ้ากลับมาอีก คายใส่ชามข้าวเซี่ยชิง
เซี่ยชิงตรวจสอบแล้วพบว่าหญ้าที่ลูกพี่แกะคาบมาก็เป็นพืชไฟเขียวเหมือนกัน เลยลองต้มกินดู แต่พอกัดไปคำเดียวก็ต้องคายทิ้ง เพราะรสชาติมันแย่มาก
ลูกพี่แกะที่แพ้มาก็เอาหญ้ากลับบ้าน คายใส่ชามของเซี่ยชิงอีก เซี่ยชิงถึงเพิ่งเข้าใจว่ามันอยากให้เธอกินหญ้า
เซี่ยชิงถึงได้รู้ว่าลูกพี่แกะนึกว่าเธอป่วย เลยอุตส่าห์ไปเก็บยามารักษาให้ ด้วยความซาบซึ้งใจ เซี่ยชิงจึงเด็ดใบอัลฟัลฟาที่ตัวเองยังไม่กล้าชิมสักคำ มาผสมอาหารมื้อพิเศษให้ลูกพี่แกะ
เซี่ยชิงเห็นลูกพี่แกะมุ่งมั่นขนาดนี้ เลยไหว้วานให้ถานจวินเจี๋ยช่วยสืบดู ถึงได้รู้ว่าเถาวัลย์หน้าตาบ้านๆ นี่ คือสมุนไพร "เถาตดหมูตดหมาขนขาววิวัฒนาการ" ที่ช่วยรักษาอาการอาหารไม่ย่อย ปวดท้อง และแก้คันได้!
แม้ชื่อจะฟังดูไม่น่าอภิรมย์ แต่มันมีค่ามาก: ทั้งต้น (รวมราก ลำต้น ใบ) ตากแห้งขายได้ถึงสี่สิบแต้มต่อชั่ง
ขอบคุณลูกพี่แกะ ของดีประจำที่ดินเซี่ยชิงได้เพิ่มสมุนไพรยาจีนไฟเขียวที่มีค่ามาอีกชนิดหนึ่ง —— เถาตดหมูตดหมาขนขาววิวัฒนาการ
ไว้ว่างเมื่อไหร่ เซี่ยชิงต้องตัดไปตากแห้งแลกแต้ม ซื้อบิสกิตอัดแท่งให้ลูกพี่แกะแน่นอน
หกวันหลังย้ายกล้า กล้าผักในนาขั้นบันไดตายไปสิบต้น ที่ตายเยอะที่สุดคือแตงกวา เซี่ยชิงคิดว่าเถาแตงกวาบอบบางที่สุด ผิวบางๆ เหมือนข้างในมีแต่น้ำ โดนแดดเผาก็เหี่ยว โดนลมเป่าก็ล้ม
เธอไม่มีทางยอมรับเด็ดขาดว่า สองต้นในนั้นหักเพราะมือเธอไปโดนตอนพยุงต้นกล้า
กล้าผักในที่ดินหมายเลข 1 และ 2 ตายไปเกือบครึ่ง ที่ดินหมายเลข 7 ไม่ออนไลน์ คาดว่าสถานการณ์คงพอๆ กัน ที่ดินหมายเลข 4 และ 6 สถานการณ์คล้ายกับเซี่ยชิง ที่ดินหมายเลข 5 สถานการณ์ดีที่สุด เสียกล้าผักไปแค่สองต้น เพราะบ้านฉีฟู่ทำไร่ทำสวนมาก่อนยุคภัยพิบัติ จึงมีประสบการณ์โชกโชนที่สุด