- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 22 แกะไถนา
บทที่ 22 แกะไถนา
บทที่ 22 แกะไถนา
บทที่ 22 แกะไถนา
ห้าวันหลังจากฝนธาตุเชียงตกหนัก อากาศก็กลับมาแจ่มใส อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ปริมาณธาตุเชียงในชั้นบรรยากาศของดาวบลูสตาร์ลดลงสู่ระดับปกติ เมื่อธาตุเชียงในดินระเหยออกไปเกือบหมด เซี่ยชิงก็เริ่มเตรียมตัวหว่านเมล็ดพันธุ์
เธอใช้เวลาห้าวันนี้กำจัดหญ้ารกและแมลงพิษในหมู่บ้านทั้งสามแห่งจนเกลี้ยง และยังถอนหญ้าวิวัฒนาการธาตุเชียงในพื้นที่ราบและอุดมสมบูรณ์ที่สุดจำนวนสามสิบหมู่ริมอ่างเก็บน้ำออกจนหมด แน่นอนว่าเธอถอนเฉพาะหญ้าวิวัฒนาการที่โตเร็วผิดปกติในช่วงฝนธาตุเชียง ส่วนหญ้าต้นเล็กๆ ที่โตตามปกติข้างใต้ ถ้าไม่นับส่วนที่ถูกลูกพี่แกะเล็มกินไป เธอก็ยังไม่มีเวลาจัดการ
แต่เซี่ยชิงตัดสินใจว่าจะไม่ถอนหญ้าพวกนั้นแล้ว จะไถกลบไปเลย เธอยืนอยู่หัวคันนา ล้วงเอายอดเซียงชุนออกมาหนึ่งกำมือ โบกไปมาแล้วตะโกน "ลูกพี่ มากินยอดเซียงชุนเร็ว!"
ลูกพี่แกะที่กำลังเล็มหญ้าอยู่ในนาพุ่งเข้ามาทันที เซี่ยชิงฉวยโอกาสตอนมันกำลังก้มหน้าก้มตากิน สวมชุดไถนาสูตรพิเศษให้มัน ชุดนี้เซี่ยชิงดัดแปลงมาจากสายจูงสุนัขแบบรัดอก รับประกันว่าลูกพี่แกะดิ้นไม่หลุดและไม่เจ็บตัว
เมื่อสวมอุปกรณ์เสร็จสรรพ เซี่ยชิงก็หมุนไม้ไผ่ที่ผูกติดกับคันไถ ยอดเซียงชุนที่ห้อยอยู่ปลายไม้ไผ่ก็ไปแกว่งล่ออยู่ตรงหน้าลูกพี่แกะ เนื่องจากคุยกันไม่รู้เรื่อง วิธีสื่อสารระหว่างเซี่ยชิงกับลูกพี่แกะจึงมีแค่สองอย่าง คือ ของกิน และการใช้กำลัง
เซี่ยชิงแขวนเหยื่อล่อเสร็จ ก็ตะโกนลั่น "ลูกพี่ โอกาสโชว์ฝีมือมาถึงแล้ว ลุยเลย!"
ลูกพี่แกะกินยอดเซียงชุนบนพื้นหมดแล้ว ยืดคอจะกินยอดที่อยู่ตรงหน้า แต่ปรากฏว่ากินไม่ถึง มันก้าวเท้าจะเข้าไปกิน ยอดเซียงชุนก็ขยับหนี ลูกพี่แกะไม่ยอมแพ้ พยายามยืดคอกินต่อ เชือกที่ผูกติดตัวมันจึงตึงเขม็ง ใบผานทั้งสามจมลงในดิน เซี่ยชิงจับด้ามจับคันไถไว้มั่น เริ่มลงมือไถนา
คันไถสามผานนี้เดิมทีน่าจะใช้กับรถแทรกเตอร์ ไม่มีด้ามจับ แต่หลังจากเซี่ยชิงขุดมันขึ้นมาจากซากปรักหักพังในหมู่บ้าน ผ่านการดัดแปลงและทดสอบหลายครั้ง จนกลายมาเป็นคันไถแกะในปัจจุบัน
ลูกพี่แกะลากคันไถจากฝั่งนี้ไปฝั่งโน้นได้อย่างสบายๆ เซี่ยชิงดึงไม้ไผ่กลับหลัง ยอดเซียงชุนก็มาจ่ออยู่ที่ปากลูกพี่แกะ พอลูกพี่แกะหยุดกิน เซี่ยชิงก็รีบกลับรถไถ แขวนยอดเซียงชุนกำใหม่ แล้วลูกพี่แกะก็ลากไถเดินกลับจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้
ไปกลับหนึ่งรอบ ได้พื้นที่หน้ากว้างเมตรครึ่ง ยาวสองร้อยเมตร!
วนอีกรอบ งานเกือบหนึ่งหมู่ก็เสร็จเรียบร้อย เร็วกว่าใช้จอบขุดทีละจึ๊กไม่รู้กี่เท่า เซี่ยชิงยิ้มแก้มแทบปริ
พอลูกพี่แกะกินยอดเซียงชุนจนเบื่อและเริ่มทำท่าจะประท้วงหยุดงาน เซี่ยชิงก็เปลี่ยนเหยื่อล่อ
บิสกิตอัดแท่งชิ้นเล็กถูกแขวนไว้ตรงหน้า คราวนี้ลูกพี่แกะฮึกเหิมขึ้นอีกหลายเท่าตัว ไถนาสามสิบหมู่ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ แลกกับบิสกิตอัดแท่งหนึ่งก้อนและยอดเซียงชุนหนึ่งกำมือ
เซี่ยชิงปลดชุดไถออกจากตัววีรบุรุษ เอาน้ำให้กินแถมยังหวีขนให้อีกชุดใหญ่ ลูกพี่แกะที่อิ่มหนำและได้รับการปรนนิบัติอย่างดีนอนหรี่ตาพักผ่อนอยู่หัวคันนา มองดูเซี่ยชิงทำงานต่อด้วยสายตายะโส
เซี่ยชิงจัดการเก็บรากไม้ รากหญ้า และก้อนหินที่ถูกไถพลิกขึ้นมา พอยืดตัวขึ้นเห็นฝูงนกกระจอก นกเอี้ยง และอีกาลงมาจิกกินหนอนในแปลงนา อารมณ์ก็แจ่มใสขึ้นมาทันที
นกช่วยกินหนอนในดิน พืชผลของเธอจะได้เติบโตงอกงาม เริ่มงานวันแรกหลังฝนธาตุเชียงก็ราบรื่นขนาดนี้ เห็นทีอนาคตคงสดใส!
แต่พอตกค่ำ ได้ฟังวิทยุบอกว่านกไม่ได้กินแค่หนอน แต่ยังขุดกินเมล็ดพันธุ์ในดินด้วย เซี่ยชิงก็ยิ้มไม่ออก
จากนั้น วิทยุก็แนะนำวิธีรับมือ "ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์วิจัยการเพาะปลูกของฐาน แนะนำให้เหล่าเจ้าของที่ดินใช้สองวิธีนี้ วิธีแรกคือใช้ผงไล่แมลงคลุกเมล็ดพันธุ์ก่อนหว่าน วิธีนี้ไม่เพียงไล่นก แต่ยังป้องกันแมลงวิวัฒนาการในดินทำลายเมล็ดพันธุ์ด้วย วิธีที่สองคือใช้น้ำคั้นจากอบเชยหรือการบูรวิวัฒนาการระดับสาม ผสมน้ำในอัตราส่วนหนึ่งต่อสิบ ฉีดพ่นลงในแปลงเพาะปลูก วิธีนี้สามารถไล่นกส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากใช้สองวิธีควบคู่กันจะได้ผลดียิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญขอเตือนเหล่าเจ้าของที่ดินว่าอย่ามักง่ายหว่านเมล็ดลงบนผิวดินเฉยๆ ข้าวสาลีควรฝังลึกสามถึงห้าเซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถว... ฝ้าย... เพื่อเพิ่มอัตราการงอก สามารถแช่เมล็ดพันธุ์ไว้ล่วงหน้าหนึ่งคืน แต่ต้องควบคุมอุณหภูมิน้ำให้ดี..."
เซี่ยชิงหมอบอยู่กับโต๊ะ จุดเทียนจดบันทึกอย่างตั้งใจ
ก่อนเกิดภัยพิบัติ อัตราการขยายตัวของเมืองในประเทศฮวา สูงกว่าร้อยละเจ็ดสิบ พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่บริหารจัดการโดยฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ขนาดใหญ่ สิบปีหลังภัยพิบัติ คนแก่ที่ปลูกข้าวเป็นแต่ร่างกายอ่อนแอทยอยล้มตาย เจ้าของที่ดินส่วนใหญ่จึงปลูกข้าวไม่เป็น ดังนั้น แม้ในมือถือที่แจกให้เจ้าของที่ดินจะมีคู่มือ "สารานุกรมการเพาะปลูก" แต่ฐานก็ยังขยันออกอากาศให้ความรู้เรื่องการเพาะปลูกอย่างละเอียดทุกวันไม่รู้เบื่อ
เซี่ยชิงเคยทำงานที่ศูนย์เพาะปลูกในเขตปลอดภัย พอรู้ขั้นตอนพื้นฐานอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่กล้าประมาท เพราะที่ศูนย์เพาะปลูกปลูกในโรงเรือนกันฝน แต่ตอนนี้เธอต้องปลูกกลางแจ้ง
หลังฝนธาตุเชียง พืชวิวัฒนาการธาตุเชียงโตเร็วมาก การคมนาคมระหว่างเขตปลอดภัยกับที่ดินถูกตัดขาด พาวเวอร์แบงค์สองอันของเซี่ยชิงชาร์จไฟไม่ทัน เธอต้องสำรองแบตเตอรี่ไว้ฟังวิทยุทุกวัน โทรศัพท์ใช้แค่โทรเข้าโทรออก ส่วน "สารานุกรมการเพาะปลูก" ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่เปิดดูเพื่อประหยัดแบต
รอหว่านเมล็ดเสร็จ เธอต้องหาทางหาแผงโซลาร์เซลล์มาให้ได้สักสองสามแผ่น
เซี่ยชิงเก็บสมุดโน้ต นั่งลงบนตั่งไม้ไผ่ลูบขนแกะไปพลาง ขบคิดเนื้อหาข่าวในวิทยุไปพลาง
ห้าวันแล้ว วิทยุฐานฮุยซานยังไม่เคยประกาศยอดผู้เสียชีวิตจากฝนธาตุเชียงรอบนี้ เซี่ยชิงประเมินอย่างต่ำๆ น่าจะเกินเจ็ดพันคน
แม้จะไม่รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ผู้ประกาศข่าวก็เล่าเรื่องราวความเสียสละอันน่าประทับใจด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งกินใจทุกวัน วันนี้เป็นเรื่องราววีรกรรมของทีมซู่เฟิงที่สละชีพหกคนเพื่อปกป้องทรัพย์สินและสาธารณูปโภคส่วนรวมจากการโจมตีของกองกำลังชั่วร้าย
เซี่ยชิงเดาว่า ในหกคนนี้น่าจะมีเฝิงเถิงรวมอยู่ด้วย ไม่งั้นในสายที่คุยกับจงเทา เฝิงเหวินคงไม่ร้องไห้ปานจะขาดใจขนาดนั้น
เฝิงเหวินไม่ได้ร้องไห้เพราะรักพี่ชายมาก แต่เพราะเฝิงเถิงตายแล้ว เฝิงเหวินก็หมดที่พึ่ง ที่เธอร้องไห้โวยวายก็เพื่อเรียกร้องสิ่งของประทังชีวิตให้ได้มากที่สุด
ส่วนสาเหตุการตายของเฝิงเถิง คงไม่ใช่ตามที่วิทยุประกาศ เพราะเวลามีอันตราย เฝิงเถิงวิ่งหนีเร็วกว่าใครเพื่อน
"กองกำลังชั่วร้าย" ที่วิทยุพูดถึงคือใครกัน พวกนั้นเอาความกล้ามาจากไหนถึงกล้าตอแยทีมซู่เฟิงและทังเจิ้งหรง เบอร์สองของฐานที่หนุนหลังทีมอยู่?
เซี่ยชิงยังคิดไม่ตก ลูกพี่แกะก็ลุกขึ้น ใช้กีบเท้าเปิดประตูเดินออกไปอย่างชำนาญ สองสามวันนี้ลูกพี่แกะเรียนรู้วิธีใช้กีบเท้าเปิดปิดประตูได้แล้ว ประตูใหญ่ของบ้านจึงปลอดภัยหายห่วง
เซี่ยชิงเลิกคิดเรื่องเฝิงเหวิน ลุกไปหยิบเมล็ดพันธุ์มาแช่น้ำตามวิธีที่วิทยุบอก เธอแบ่งเมล็ดเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งแช่น้ำกรอง อีกส่วนแช่น้ำพุที่คุณภาพดีกว่า
ตอนอยู่เขตปลอดภัย เซี่ยชิงก็เหมือนคนส่วนใหญ่ที่ปลูกผักในกระถาง แม้จะดูแลอย่างดี แต่ผักส่วนใหญ่ก็โตเร็วผิดปกติช่วงฝนธาตุเชียง สุดท้ายเหลือที่กินได้ไม่เท่าไหร่ แต่ต้นกล้าขิงและกระเทียมที่เธอย้ายมาปลูกที่ที่ดิน กลับรอดพ้นจากฝนธาตุเชียงสีแดงได้ สิบเจ็ดต้นมีการวิวัฒนาการธาตุเชียงแค่สามต้น อัตราการวิวัฒนาการต่ำกว่าในโรงเรือนของศูนย์เพาะปลูกในเขตปลอดภัยเสียอีก
เซี่ยชิงวิเคราะห์ดูแล้ว คิดว่าสาเหตุที่อัตราการวิวัฒนาการธาตุเชียงต่ำน่าจะเป็นเพราะเธอรดด้วยน้ำพุหลังย้ายกล้า แปดส่วน อีกสองส่วนเป็นเพราะดินที่นี่ดีกว่า เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานและเพื่อความปลอดภัย เซี่ยชิงจึงตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะใช้น้ำทั้งสองชนิด
เมล็ดที่แช่น้ำกรองจะปลูกในแปลงนาสามสิบหมู่ ส่วนเมล็ดที่แช่น้ำพุจะปลูกในแปลงที่เธอไถพรวนไว้แล้วหนึ่งรอบก่อนฝนตก และไถซ้ำอีกรอบหลังฝนตก
เพื่อรักษาอุณหภูมิน้ำให้อยู่ระหว่าง 30 องศาถึง 40 องศา ตลอดเวลา เซี่ยชิงที่ไม่มีอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิจึงใช้วิธีวัดอุณหภูมิน้ำด้วยร่างกาย คืนนั้นเธอแทบไม่ได้นอนเลย