- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 21 ผิวหน้าของเธอสีขาวหรือสีม่วงแดง
บทที่ 21 ผิวหน้าของเธอสีขาวหรือสีม่วงแดง
บทที่ 21 ผิวหน้าของเธอสีขาวหรือสีม่วงแดง
บทที่ 21 ผิวหน้าของเธอสีขาวหรือสีม่วงแดง
เซี่ยชิงไม่ได้คาดหวังว่าสมองตรงไปตรงมาของลูกพี่แกะจะจำวิธีเปิดประตูได้ในครั้งเดียว เธอจึงเปิดประตูค้างไว้ เอาไม้ค้ำยันไว้ แล้วฉีดสเปรย์ไล่แมลงจำนวนมากไว้หน้าประตู ก่อนจะสวมหน้ากากป้องกัน "น้ำเราหมดแล้ว ฉันจะไปเคลียร์ทางต่อ นายจะไปด้วยหรือจะเฝ้าบ้าน?"
ลูกพี่แกะไม่ส่งเสียงตอบตามคาด และเซี่ยชิงก็ไม่ได้คาดหวังให้มันพูดได้ เธอสะพายถังพ่นยาไล่แมลงแล้วออกเดินทางอีกครั้ง ส่วนกำแพงบ้านและคอกแกะที่พังยับเยินจากการต่อสู้ระหว่างเธอกับลูกพี่แกะ เอาไว้ว่างเมื่อไหร่ค่อยว่ากัน
พอออกจากหมู่บ้าน เซี่ยชิงก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าทีมผู้กองถานเข้ามาในหมู่บ้านทางป่ากันชนเนินเขาทางทิศเหนือ และใช้เครื่องตัดหญ้าแบบมือถือเคลียร์ทางกว้างกว่าหนึ่งเมตรไว้ให้ เซี่ยชิงมองอุปกรณ์ครบครันของกองทัพด้วยความอิจฉาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินฉีดสเปรย์ไล่แมลงไปตามทางขึ้นเขา แล้วชักเคียวออกมาถางทางไปยังถ้ำหินที่มีน้ำพุ
เซี่ยชิงงัดหินก้อนใหญ่สองก้อนที่อุดปากถ้ำออก รองน้ำพุมาตรวจวัดคุณภาพน้ำ พบว่าน้ำไม่ถูกปนเปื้อนจากฝนธาตุเชียง เธอดีใจมาก กรอกน้ำใส่กระติกแขวนไว้ที่เอว แล้วเริ่มถางทางไปยังแหล่งโหระพาวิวัฒนาการ หลังจากตรวจสอบแล้วว่าโหระพาและต้นเซียงชุนไม่เกิดการวิวัฒนาการธาตุเชียง เซี่ยชิงก็เกี่ยวโหระพาและหักยอดอ่อนเซียงชุนที่เพิ่งงอกใหม่อย่างอารมณ์ดี แล้วเดินกลับบ้าน พบลูกพี่แกะกำลังนอนตากแดดอยู่ข้างประตู
เซี่ยชิงวางโหระพาลงตรงหน้ามัน "กินซะ นายไม่ใช่ลูกพี่แล้ว แต่เป็นบรรพบุรุษของฉัน"
ลูกพี่แกะไม่เกรงใจ ลุกขึ้นมาก้มหน้าก้มตากินต่อ
เซี่ยชิงเก็บถังพ่นยาเข้าห้องเก็บเครื่องมือ สะพายถังน้ำสี่ใบและหิ้วถังน้ำใหญ่อีกหนึ่งใบเพื่อไปตักน้ำ ช่วงฝนตกสามวัน เธอและลูกพี่แกะไม่ได้ประหยัดน้ำ ถังน้ำและถังเก็บน้ำเลยแห้งขอดกันหมด
ผิดคาด ครั้งนี้ลูกพี่แกะเดินตามเธอออกมาด้วย
เซี่ยชิงปรายตามองมัน "หิวน้ำเหรอ?"
ถ้าไม่นับสายตาที่มองมา ลูกพี่แกะตัวขาวจั๊วะที่เคี้ยวหญ้าสีม่วงตุ้ยๆ ก็ดูเจริญหูเจริญตาไม่น้อย เซี่ยชิงหันหลังเดินออกจากหมู่บ้านต่อ
เธอเดินไปที่อ่างเก็บน้ำซึ่งระดับน้ำและพื้นที่ผิวน้ำเพิ่มขึ้นมาก ล้วงเนื้องูไฟแดงออกมาจากถุงหนังชิ้นหนึ่ง ใช้ตะขอเกี่ยวแล้วแกว่งล่อเหนือผิวน้ำอยู่ครู่ใหญ่ พอเห็นว่าไม่มีสัตว์น้ำวิวัฒนาการกระโดดขึ้นมากินเนื้อ ถึงตักน้ำใส่ถังใหญ่จนเต็มวางไว้ริมอ่างเก็บน้ำ แล้วสะพายถังน้ำขึ้นเขาไปตักน้ำพุ
ลูกพี่แกะไวกว่าเธอ ตอนนี้กินน้ำอิ่มแล้ว และกำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างถ้ำหิน
เซี่ยชิงวางถังน้ำรองน้ำในถ้ำ แล้วดึงหญ้าใบเขียวสูงเท่าฝ่ามือที่ลูกพี่แกะกำลังเคี้ยวอยู่มาตรวจสอบดูสองต้น ปรากฏว่าเป็นอาหารปลอดภัยไฟเขียวจริงๆ
เซี่ยชิงกำลังจะเอ่ยปากชมว่าลูกพี่แกะช่างเลือกกิน ก็เห็นปลิงวิวัฒนาการตัวหนึ่งกำลังคืบคลานอยู่บนกิ่งไม้เหนือหัวลูกพี่แกะ ถ้าโดนปลิงตัวใหญ่ขนาดนี้เกาะดูดเลือดคงยุ่งยากน่าดู แต่เซี่ยชิงยืนนิ่งไม่ขยับ อยากดูว่าลูกพี่แกะจะรับมือยังไง
บนตัวแกะมีแต่ขน หาที่กัดยาก ปลิงจึงเล็งเป้าไปที่หัวของลูกพี่แกะ แล้วดีดตัวพุ่งใส่ จังหวะที่ปลิงกำลังจะตกใส่หัว ลูกพี่แกะก็ขยับตัวหลบวูบ แล้ว... หวดกีบเท้าเตะปลิงกระเด็น
เป็นกระบวนท่าที่คาดเดาได้ไม่ยาก เซี่ยชิงที่โดนไปหลายเท้าซึ้งถึงฤทธิ์เดชกีบเท้านี้ดี เธอเดินเข้าไปใช้มีดจัดการปลิงยาวกว่าสามสิบเซนติเมตรจนตาย แล้วขุดหลุมฝัง
ปลิงวิวัฒนาการมีทั้งแบบไฟเขียวที่กินได้ และถึงไม่ใช่ไฟเขียวก็เอาไปทำยาได้ แต่เซี่ยชิงขยะแขยงไอ้ตัวพวกนี้ ยอมกินหญ้าดีกว่าต้องกินมัน และไม่อยากเอามันใส่ถุงหนังที่พกติดตัวด้วย อีกอย่างตัวเดียวก็แลกแต้มได้ไม่เท่าไหร่
เซี่ยชิงผู้มั่งคั่งในตอนนี้ ไม่อยากฝืนใจทนคลื่นไส้เพื่อแลกกับแต้มแค่นั้น
หลังจากรองน้ำเต็มถังทั้งสี่ใบ เซี่ยชิงก็ปิดฝาให้แน่นยัดใส่เป้ใบใหญ่ ส่งเสียงเรียกทักลูกพี่แกะแล้วเดินลงเขา เธอหิ้วถังน้ำใหญ่ที่วางไว้ริมอ่างเก็บน้ำกลับไปเก็บที่บ้าน แล้วเริ่มทำความสะอาดลานบ้าน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากรีบไปเคลียร์พื้นที่เพาะปลูกเพื่อเริ่มทำไร่ แต่ดินในไร่ยังแฉะเกินไป อีกไม่กี่วันคงเข้าทำงานไม่ได้ เซี่ยชิงเลยถือโอกาสทำความสะอาดบ้านก่อน
กำแพงลานบ้านถูกเธอและลูกพี่แกะพังราบไปแล้ว เลยถือโอกาสเคลียร์พื้นที่ขยายลานบ้านให้กว้างขึ้น รวมเอาตึกโครงสร้างเหล็กทางทิศตะวันออกและสวนผักทางทิศตะวันตกเข้ามาด้วยกัน เซี่ยชิงเริ่มจากสวนฝั่งตะวันตกก่อน โชคดีที่แม้สวนจะเละเทะไปหมด แต่โรงเรือนกันฝนขนาดเล็กที่เธอทำไว้ยังอยู่ดี ต้นกล้าขิงและกระเทียมข้างในปลอดภัย
เซี่ยชิงเปิดผ้าใบกันฝน ถอนหญ้าต้นเล็กๆ ที่งอกแทรกต้นขิงและกระเทียมออกจนเกลี้ยง แล้วจัดการถอนหญ้าที่โตเร็วผิดปกติและต้นไม้วิวัฒนาการต้นเล็กๆ ในสวนฝั่งตะวันตกและตะวันออกทิ้งทั้งหมด
ต้นกล้าเซียงชุนห้าต้นที่ย้ายมาจากที่ดินผืนใหม่น่ะเหรอ? เสียใจด้วย พังยับไปหมดแล้ว ตอนตีกันหน้ามืดตามัว เซี่ยชิงเองก็จำไม่ได้ว่าฝีมือเธอหรือฝีมือลูกพี่แกะ
ต้นกล้าเซียงชุนสองต้นที่ย้ายไปปลูกข้างน้ำพุ? เมื่อกี้ลืมดู เดี๋ยวบ่ายค่อยขึ้นไปดูใหม่
กว่าจะยุ่งวุ่นวายเสร็จก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่า เซี่ยชิงจัดการเคลียร์ลานบ้านขนาดใหญ่ของเธอจนโล่งเตียนสะอาดตา แถมยังปูทางเดินอิฐแดงเล็กๆ ไว้ด้วย มองแล้วสบายใจสุดๆ งานช่วงเช้าจบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ได้เวลาอาหารกลางวันแล้ว
เซี่ยชิงล้างโคลนออกจากชุดป้องกัน ถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกทั้งหมดแล้วอาบน้ำ ก่อนจะเข้าครัวทำกับข้าว ข้าวต้มหนึ่งหม้อเล็ก ยำใบโหระพาวิวัฒนาการหนึ่งจาน กับแกล้มด้วยบิสกิตอัดแท่ง เป็นอันครบ
พอเซี่ยชิงทำกับข้าวเสร็จวางบนโต๊ะกินข้าวตัวใหม่ ลูกพี่แกะก็เดินย่ำทางเดินอิฐแดงที่เธอเพิ่งปูเข้ามาในลานบ้านพอดี
"หยุด!" เซี่ยชิงห้ามลูกพี่แกะที่กำลังจะเดินเข้าบ้าน ส่งสายตาบอกให้มันล้างกีบเท้าสกปรกในกะละมังหน้าประตูก่อน ลูกพี่แกะจ้องมองโต๊ะกินข้าวตาเป็นมัน ให้ความร่วมมือยอมให้เซี่ยชิงล้างเท้าให้เป็นอย่างดี แล้วรีบเดินเข้าบ้านพุ่งตรงไปที่โต๊ะกินข้าว
เซี่ยชิงชินกับนิสัยตะกละของมันแล้ว เธอวางกะละมังใส่โหระพาวิวัฒนาการคลุกเศษบิสกิตอัดแท่งไว้บนพื้น "นี่ของแก บิสกิตอัดแท่งกินมากแล้วท้องอืด กินน้อยๆ หน่อย"
ลูกพี่แกะที่กินหญ้าข้างนอกจนพุงกางก้มหน้าก้มตากินทันที พอเซี่ยชิงกินเสร็จ ลูกพี่แกะก็เลียจานจนเกลี้ยง แล้วไปนอนหลับปุ๋ยบนตั่งไม้ไผ่ของมัน
เซี่ยชิงเอนตัวลงนอนบนเตียงไม้ไผ่ตัวใหม่ฝั่งตรงข้ามกองไฟ ช่วงเช้าที่ผ่านมาเธอเองก็เหนื่อยสายตัวแทบขาดเหมือนกัน
ในเวลาเดียวกัน ที่หอพักค่ายทหารในหุบเขา ห่างจากที่ดินหมายเลข 3 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือสิบกิโลเมตร ซูหมิงนอนอยู่บนเตียงหัวเราะจนตัวสั่นเหมือนคนชักกระตุก เตียงสั่นพับๆ
หู่จื่อที่นอนเตียงชั้นล่างถีบกระดานเตียงด้านบนดังปัง "ไอ้ลูกหมา แกจะบ้าไปถึงเมื่อไหร่?"
ซูหมิงตัวลอยขึ้นลงตามแรงถีบ ยื่นหัวลงมาทำหน้าทะเล้นใส่หู่จื่อ "ฮิฮิ ฮิฮิฮิ... พอคิดถึงทีไรก็อดขำไม่ได้ ฉันไม่เจอเรื่องตลกขนาดนี้มาสิบปีแล้วนะเว้ย"
หู่จื่อนึกถึงภาพเซี่ยชิงกับแกะนอนแผ่หราอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของลานบ้าน ก็กลั้นขำจนปวดท้อง แต่ยังแสร้งทำเป็นเคร่งขรึมสั่งสอนซูหมิง "หัวหน้าสั่งห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกนะเว้ย ไอ้หมิงปากแกต้องรูดซิปให้สนิทนะ เขาเป็นผู้หญิง ต้องรักษาหน้าตาบ้าง"
เฉาเสียนอวิ๋นที่นอนอยู่เตียงข้างๆ หรี่ตาถาม "ไอ้หมิง วันนี้แกเห็นหน้าเซี่ยชิงชัดไหม? หน้าเธอขาวใช่ไหม?"
ซูหมิง มนุษย์วิวัฒนาการสายการมองเห็น หัวเราะไปพลางนึกย้อนไปพลาง "ตอนแรกก็ขาวแหละ แต่พอโดนแกะสะบัดโคลนใส่แว่น เธอก็เอามือปาด ทีนี้เลยกลายเป็นสีโคลนไปเลย... ฮ่าๆๆๆ"
หู่จื่อจับประเด็นได้ "สีขาว ไม่ใช่สีม่วงแดงเหรอ?"
สิบปีแห่งภัยพิบัติ ผู้คนมากมายพิการหรือเสียโฉมจากฝนกรด สารพิษ หรือการต่อสู้ ตอนเห็นผิวสีม่วงแดงของเซี่ยชิง เฉาเสียนอวิ๋นก็เข้าใจว่าเป็นผลข้างเคียงจากการได้รับสารพิษ แต่ดูจากตอนนี้ "เธอฉลาดมาก"
หู่จื่อ มนุษย์วิวัฒนาการสายพละกำลัง เห็นด้วย "วิวัฒนาการสายพละกำลังมีค่าตัวน้อยที่สุดในบรรดาผู้มีพลังวิวัฒนาการ เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว เอาชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้โดยไม่พึ่งผู้ชาย ต้องฉลาดมากแน่ๆ และต้องผ่านความลำบากมาเยอะมากด้วย"
เฉาเสียนอวิ๋นเสริม "ฉันจำได้ว่าจงเทาบอกว่าเธอทำงานก่อสร้างในเขตปลอดภัย"
เป็นมนุษย์วิวัฒนาการ เป็นผู้หญิง แต่กลับทำงานใช้แรงงานที่หนักและสกปรกที่สุด ซูหมิงหยุดหัวเราะ "เธอออกมาทำไร่คนเดียว แสดงว่าครอบครัวคงเหลือแค่เธอคนเดียวแล้ว"
เฉาเสียนอวิ๋นสรุปปิดท้าย "เธอไม่อยากเป็นจุดสนใจ แค่อยากใช้ชีวิตเงียบๆ คนเดียว"
"พี่เฉาพูดถูก" ซูหมิงรีบพยักหน้า "วางใจได้ ผมไม่บอกใครหรอก"
"ตอนนี้ไม่ตัวคนเดียวแล้ว เธอเลี้ยงแกะวิวัฒนาการที่ตลกพิลึกไว้ตัวนึง เมื่อเช้านี้แกะมายืนขวางหน้าเซี่ยชิง ป้องกันพวกเรา มันคงเห็นว่าเซี่ยชิงเป็นพวกเดียวกันแล้ว" หู่จื่อที่ตรวจตราป่ากันชนมาทั้งเช้าหาววอด หลับตาลงนอน