- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 20 ตราบใดที่ฉันไม่เขิน
บทที่ 20 ตราบใดที่ฉันไม่เขิน
บทที่ 20 ตราบใดที่ฉันไม่เขิน
บทที่ 20 ตราบใดที่ฉันไม่เขิน
"ครืด ครืด ครืด"
เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้น เซี่ยชิงที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม่อยากขยับตัวแม้แต่นิดเดียว ได้แต่เอ่ยเรียกเสียงอ่อย "เจ้าทึ่มเจ้าทึ่ม รับสาย"
"รับทราบค่ะ เจ้านาย" เสียงร่าเริงสดใสที่หาได้ยากหลังวันสิ้นโลกดังออกมาจากกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกของเซี่ยชิง
"ฮัลโหล"
เสียงของผู้กองถานร้อนรน และยังมีเสียงฝีเท้าวิ่งตึงตัง "เซี่ยชิง"
เซี่ยชิงที่หน้าเต็มไปด้วยเหงื่อกระพริบตาไล่หยดเหงื่อที่เกาะขนตา มองท้องฟ้าสีครามสดใสราวกับเพิ่งผ่านการซักล้าง "ผู้กองถาน"
"ต้นไม้ใหญ่ที่วิวัฒนาการในป่ากันชนฝั่งตะวันตกของที่ดินหมายเลข 3 ถูกกำจัดแล้ว ป่ากันชนทั้งหมดตรวจสอบเรียบร้อย ผมได้ยินเสียงการต่อสู้ในหมู่บ้านเขตที่ดินคุณ คุณอยู่ที่ไหน สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?"
"...การต่อสู้จบแล้วค่ะ ฉันสบายดี ผู้กองถานไม่ต้องเข้ามาตรวจสอบหรอกค่ะ ทุกอย่างปกติ"
"ปกติ?"
"ค่ะ"
เซี่ยชิงตอบจบ ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสียงของผู้กองถานไม่ได้ดังมาจากในโทรศัพท์! เธอค่อยๆ หันคอแข็งทื่อไปมอง ก็พบผู้กองถานถือโทรศัพท์ ยืนอยู่ไม่ไกลพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่ ทุกคนกำลังจ้องมองเธอเป็นตาเดียว
ซูหมิงค่อยๆ ถอดหน้ากากป้องกันออก ตาเบิกกว้างจนแทบถลน ปากอ้ากว้างจนยัดไข่ห่านเข้าไปได้
...
...
...
ลูกพี่แกะที่นอนหอบแฮกอยู่บนพื้นเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนมา รีบกระโดดโหยงสะบัดโคลนออกจากหัว แล้วมายืนขวางหน้าเซี่ยชิง เผชิญหน้ากับฝูงสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการที่บุกรุกเข้ามาในอาณาเขต พร้อมชูเขาเกลียวที่เปรอะโคลนขู่
เซี่ยชิงยกมือขึ้นจะเช็ดโคลนที่ลูกพี่แกะสะบัดใส่แว่นตานิรภัย แต่ปรากฏว่าถุงมือเปื้อนโคลนหนักกว่าเดิม แว่นตานิรภัยเลยกลายเป็นฝ้าโคลนมัวไปหมด คราวนี้ยิ่งไม่ต้องมองหน้าใครแล้ว
ท่องคาถา "ตราบใดที่ฉันไม่เขิน คนอื่นนั่นแหละที่ต้องเขิน" ในใจสามจบ แล้วเซี่ยชิงก็ลุกขึ้นยืนอย่างสงบข้างลูกพี่แกะ แอบเช็ดโคลนบนถุงมือกับเขาแกะอย่างแนบเนียน เธอไม่คิดเลยว่า พอรู้ว่ามีคนมา ปฏิกิริยาแรกของลูกพี่แกะคือการปกป้องเธอ
นับว่ายังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง
"ฮ่าฮ่าฮ่า" ซูหมิงกลั้นขำไม่ไหวแล้ว "ฮ่าฮ่าฮ่า"
พอเห็นซูหมิงที่หัวเราะจนตัวงอถูกถีบลงไปนอนกลิ้งในโคลน คนอื่นๆ ก็กลั้นไม่อยู่ พาถอดหน้ากากป้องกันหัวเราะกันท้องคัดท้องแข็ง ผู้กองถานต้องหันไปตวาดสองสามทีกว่าจะคุมพวกเล่นไม่รู้เวลาพวกนี้อยู่
เซี่ยชิงมองผ่านรอยแยกของคราบโคลน เห็นหยางจิ้นยืนเป็นหนึ่งในสองคนที่ไม่ได้หัวเราะจนตัวงอ สมองของเธอช็อตไปชั่วขณะ เขามาทำอะไรที่นี่?
ถานจวินเจี๋ยหันกลับมามองเซี่ยชิง ถามเข้าประเด็น "สิ่งมีชีวิตอะไร? จัดการแล้วหรือหนีไปได้?"
สู้กันดุเดือดขนาดนี้ คู่ต่อสู้คงไม่ธรรมดา ถานจวินเจี๋ยกวาดสายตาไปรอบๆ แต่พอเขาก้าวเท้าไปข้างหน้าแค่ก้าวเดียว แกะโคลนวิวัฒนาการข้างกายเซี่ยชิงก็ตะกุยดินเป็นเส้น ขู่คำราม "มอ" ใส่เขา
แกะวิวัฒนาการตัวนี้หวงถิ่น ไม่อยากให้เขาเข้าใกล้ ถานจวินเจี๋ยชักเท้ากลับ มองไปทางเซี่ยชิง
เซี่ยชิงตอบเสียงแข็ง "ไม่มีสิ่งมีชีวิตอันตรายค่ะ แค่แกะของฉันดื้อ ฉันเลยสั่งสอนมันหน่อย"
ถานจวินเจี๋ยกวาดสายตามองประตูบ้านที่นอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น เพิงที่พังครืน กำแพงลานบ้านที่ราบเป็นหน้ากลอง และลานบ้านที่เละเป็นโจ๊กโคลน "ไม่มีอะไรก็ดีแล้ว ช่วงนี้ระวังตัวหน่อย ถ้าเจออันตรายอย่าจัดการเองโดยพละการ ให้รีบติดต่อผมทันที"
เซี่ยชิงยืดตัวตรงทันที "รับทราบค่ะ ขอบคุณผู้กองถาน"
ถานจวินเจี๋ยพยักหน้า หันหลังกลับ "เลิกแถว!"
"ผู้กองถานคะ..." เซี่ยชิงเรียกไว้เสียงเบา "เรื่องวันนี้ช่วย... อย่าบอกใครได้ไหมคะ?"
ขณะพูด สายตาของเซี่ยชิงเหลือบไปทางหยางจิ้น หัวหน้าทีมชิงหลงที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างถานจวินเจี๋ย ตอนนี้เธอรู้สึกขอบคุณหยางจิ้นมาก เพราะเขาเป็นคนเดียวในที่นี้นอกจากตัวเธอเองที่ยังสวมหน้ากากป้องกันอยู่ ถ้าเขาถอดออกด้วย เซี่ยชิงคงยิ่งดูเหมือนคนบ้าเข้าไปใหญ่
ที่เซี่ยชิงจำเขาได้ เพราะสายตาเยือกเย็นหลังแว่นตานิรภัยคู่นั้นและ... รูปร่างที่โดดเด่นสะดุดตาจนยากจะลืม
แต่ขอบคุณก็ส่วนขอบคุณ เธอก็ยังไม่อยากเป็นจุดสนใจ ไม่อยากให้ทังลู่ เจ้าของที่ดินหมายเลข 2 รู้ว่าหยางจิ้นมาที่ที่ดินของเธอ และยิ่งไม่อยากให้เรื่องน่าอายของเธอกลายเป็นเรื่องตลกขบขันประจำฐานฮุยซาน
"วางใจได้" ถานจวินเจี๋ยนำทีมเดินออกจากที่ดินหมายเลข 3 ไปตามทางเดินตรงแหน่วที่เซี่ยชิงถอนหญ้าไว้ ไหล่ของเขาสั่นไหวเหมือนลูกทีมคนอื่นๆ มีเพียงหยางจิ้นเท่านั้นที่ยังเดินตัวตรงแน่ว
พอมองส่งพวกเขาไปจนลับสายตา เซี่ยชิงก็ล้มตึงลงไปนอนแผ่บนพื้นอีกรอบ จ้องมองท้องฟ้าที่มัวหมองด้วยคราบโคลนตาละห้อย
"แปะ แปะ แปะ โครม โครม โครม ต๊อก ต๊อก ต๊อก..."
ได้ยินเสียงลูกพี่แกะย่ำโคลน เหยียบประตู เดินเข้าบ้าน เซี่ยชิงถึงพลิกตัวเงยหน้าขึ้น เห็นมันกำลังจะกินบิสกิตอัดแท่งที่เธอปาทิ้งไว้ใต้บันไดด้วยความโมโห ก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งไปหา "อย่า เพิ่งแกะซอง..."
คำว่าพลาสติกยังไม่ทันหลุดจากปาก ลูกพี่แกะก็เงยหน้ากลืนบิสกิตอัดแท่งลงคอไปทั้งดุ้น แล้วเดินต๊อกแต๊กเข้าห้องน้ำไป
สักพัก ลูกพี่แกะก็เดินต๊อกแต๊กออกมา หรี่ตามองเซี่ยชิง
นี่คือ... อยากอาบน้ำ?
เซี่ยชิงหัวเราะทั้งน้ำตา ถอดหน้ากากป้องกันหัวเราะลั่น จนลูกพี่แกะเริ่มหงุดหงิดตะกุยเท้าขู่ด้วยเขาเกลียวอีกรอบ เซี่ยชิงถึงพูดว่า "รอเดี๋ยว" แล้วไปต้มน้ำร้อนให้
พอยกน้ำอุ่นเข้าไปในห้องน้ำ ยังไม่ทันที่เซี่ยชิงจะพูดอะไร ลูกพี่แกะก็ก้าวลงไปในกะละมังอลูมิเนียมเริ่มอาบเองแล้ว เซี่ยชิงที่สวมชุดป้องกันล้างโคลนออกจากตัวก่อน ถึงค่อยอาบน้ำให้ลูกพี่แกะ "เรื่องวันนี้ตอนแรกฉันผิดเอง ฉันไม่รู้ว่าแกอยู่ข้างนอก พอกลับมารีบๆ ก็เลยปิดประตู แต่แกก็ไม่น่าจะเอาหัวชนประตูพังลงมาเลยนี่นา!"
ตอนนั้นใจเซี่ยชิงพะวงอยู่แต่กับต้นไม้ใหญ่ที่วิวัฒนาการ เลยไม่ได้สังเกตว่าลูกพี่แกะอยู่ไหนจริงๆ ในสายตาเซี่ยชิง บ้านหลังนี้ ลานบ้านนี้ ที่ดินผืนนี้เป็นของเธอ แต่ในสายตาลูกพี่แกะ ที่นี่คือถิ่นของมัน มันจะเข้าบ้านก็ต้องได้เข้า
ประตูปิดอยู่? ก็พังเข้ามาสิ!
แต่ว่า "ฝนธาตุเชียงเพิ่งหยุดตก แกไม่รู้เหรอว่าข้างนอกมีสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการอันตรายเพ่นพ่านเยอะขนาดไหน? เราสองคนไม่มีประตูจะนอนหลับลงได้ยังไง? แกอยากได้พยาธิเพิ่มอีกฝูงหรือไง?"
เผชิญคำถามรัวเป็นชุดจากเซี่ยชิง ลูกพี่แกะกลับนอนหรี่ตาอาบน้ำอย่างสบายใจเฉิบ
"นิสัยขี้โมโหของแกต้องแก้หน่อยแล้ว... แน่นอน ฉันเองก็ต้องคุมอารมณ์ตัวเองเหมือนกัน" เซี่ยชิงพึมพำกับตัวเอง เข้าสู่ช่วงวิจารณ์ตัวเอง คิดแล้วก็เหลือเชื่อ
หลายปีมานี้ เธอเจอเรื่องชวนโมโหมานับไม่ถ้วน ทุกครั้งเธอก็รับมือด้วยความเย็นชาและใจเย็นได้เสมอ ทำไมวันนี้ถึงคุมสติไม่อยู่ ลงไม้ลงมือกับลูกพี่แกะจนลืมเรื่องที่ผู้กองถานจะมาเคลียร์ต้นไม้ไปเสียสนิท
นี่มันผิดปกติชัดๆ ต้องเป็นเพราะอิทธิพลจากต้นไม้ต้นนั้นแน่ๆ!
อาบน้ำให้แกะเสร็จ เซี่ยชิงรีบไปซ่อมประตูใหญ่ที่ถูกชนพัง ขอบคุณที่ประตูเหล็กกันขโมยแข็งแรงพอ และขอบคุณรอยร้าวบนผนัง ประตูเลยแค่ล้มลงมา ซ่อมๆ หน่อยก็พอถูไถติดกลับไปใช้งานได้
เซี่ยชิงงัดแงะ ทุบๆ เคาะๆ อยู่พักใหญ่ แล้วใช้ปูนซีเมนต์เกรดพรีเมียมถุงเล็กที่เอามาจากเขตปลอดภัย โบกยึดประตูเหล็กกลับเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว
ปูนซีเมนต์ชนิดนี้ผสมสารไล่แมลง และทนการกัดกร่อนเป็นพิเศษ เป็นวัสดุชั้นดีที่หาได้ยาก แม้แต่เซี่ยชิงที่เป็นหัวหน้าหน่วยย่อยทีมก่อสร้างในเขตปลอดภัย ก็มีอยู่แค่ถุงเล็กๆ ถุงเดียว เดิมทีตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ยามจำเป็นจริงๆ สุดท้ายต้องเอามาซ่อมประตูหมด
เซี่ยชิงติดตั้งประตูเสร็จ เพื่อความไม่ประมาทเลยเอาไม้ท่อนใหญ่สี่ท่อนมาค้ำยันประตูไว้อีกชั้น แล้วกวักมือเรียกลูกพี่แกะที่กำลังตากขนกินหญ้าอยู่หน้าบ้าน "ลูกพี่ มาลองหน่อย"
ลูกพี่แกะหรี่ตามองเซี่ยชิง นิ่งเฉย
เซี่ยชิงล้วงบิสกิตอัดแท่งออกมาหนึ่งชิ้น "มาลองหน่อยน่า"
"แบ๊ะ" ลูกพี่แกะตัวขาวจั๊วะรีบเดินเข้ามาทันที เซี่ยชิงบิขนมให้มันหน่อยหนึ่ง แล้วกดคันโยกประตูที่ดัดแปลงใหม่ลง แล้วผลักเข้าไป "ดูนะ แค่นี้ประตูก็เปิดแล้ว แกแค่เปิดประตู ไม่ต้องปิด ประตูมันจะปิดเอง ลองดู"
ลูกพี่แกะจอมตะกละไม่มองประตู จ้องแต่มือเซี่ยชิง
เซี่ยชิงบิขนมยัดใส่ปากมันอีกคำ แล้วจับขาหน้ามันมากดคันโยกประตูที่ปิดลงแล้วให้เปิดออก "ทำแบบนี้ จำได้หรือยัง?"
ลูกพี่แกะเคี้ยวขนมตุ้ยๆ หรี่ตามองคันโยกประตู