เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 ซัดให้น่วม

บทที่ 19 ซัดให้น่วม

บทที่ 19 ซัดให้น่วม


บทที่ 19 ซัดให้น่วม

เสียงรบกวนในโทรศัพท์เบาลง เห็นได้ชัดว่าจงเทาเดินออกมาจากจุดที่มีเสียงร้องไห้โวยวายแล้ว เพราะเซี่ยชิงได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ ของเขา เสียงฝีเท้านี้หนักกว่าปกติแถมยังลากขาเดิน เซี่ยชิงประเมินเบื้องต้นว่าจงเทากำลังเหนื่อยล้าอย่างหนัก

และก็เป็นจริงตามคาด เสียงของเขาแหบแห้งไปหมด "น้องชิง ได้ยินไหม?"

"ได้ยินค่ะ พี่เทาว่ามาเลย" เซี่ยชิงตอบ

จงเทาถามต่อ "ทางเธอเป็นยังไงบ้าง มีสัตว์วิวัฒนาการอันตรายที่รับมือไม่ไหวไหม? อย่าฝืนนะ ถ้ารับมือไม่ไหวต้องรีบบอกพี่ ถึงพี่จะไปเองไม่ได้ แต่พี่หาคนไปช่วยได้"

เซี่ยชิงรู้ว่าคนที่จงเทาจะตามมาช่วยคือผู้กองถานที่ประจำการอยู่ฐานเก่า และรู้ด้วยว่าเขาโทรมาเพื่ออะไร เธอจึงตอบกลับอย่างใจเย็น "ตอนนี้ยังไม่เจออันตรายอะไรค่ะ ถ้ามีเหตุการณ์อะไรฉันจะรีบบอกพี่เทาทันที"

พอรู้ว่าเซี่ยชิงยังปลอดภัยดี แถมยังถือโอกาสทำคะแนนกับผู้กองถานไปในตัว จงเทาก็รับคำอย่างโล่งใจ ก่อนจะอดบ่นระบายความอัดอั้นไม่ได้ "เธอไม่รู้หรอก ในเขตปลอดภัยวุ่นวายไปหมด ตายไปหกพันกว่าคนแล้ว..."

เซี่ยชิงรอจนเขาพูดจบถึงวางสาย แล้วนึกถึงคนที่ส่งข้อความหาเธอ คนที่รู้ข่าววงในขนาดนั้นคงมีตำแหน่งในเขตปลอดภัยไม่ธรรมดา น่าจะไม่เป็นอะไรหรอก

เก็บมือถือเสร็จ เซี่ยชิงก็ถอนหญ้าไปพลาง กำจัดแมลงไปพลาง งูที่เลื้อยเร็วปานสายฟ้า แมงมุมตัวเท่าฝ่ามือ แมงป่องยาวเท่าความยาวนิ้ว ผีเสื้อกลางคืนตัวเท่าใบหน้า...

การต้องมายืนอยู่ท่ามกลางดงหญ้าสูงท่วมหัวที่เต็มไปด้วยอันตรายแฝงเร้นแบบนี้ ฟังดูน่าจะทำให้คนสติแตกได้ง่ายๆ แต่เซี่ยชิงกลับรู้สึกมีความสุข เพราะอันตรายแค่นี้เมื่อเทียบกับตอนเกิดภัยพิบัติหนักๆ แล้ว มันก็แค่ฝนตกปรอยๆ

พอถอนหญ้าเมตรสุดท้ายเสร็จ เดินพ้นหมู่บ้านออกมาถึงพื้นที่เพาะปลูก ทัศนวิสัยก็เปิดกว้างทันตาเห็น เมล็ดพันธุ์หญ้าที่ซ่อนอยู่ในดินของพื้นที่เพาะปลูกซึ่งผ่านการถางและเผามาอย่างดีมีน้อยกว่าในหมู่บ้านมาก หญ้าที่ขึ้นในไร่จึงบางตากว่าในหมู่บ้านเกินครึ่ง แถมขี้เถ้าจากการเผาหญ้ายังมีฤทธิ์ยับยั้งสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการธาตุเชียงได้ระดับหนึ่ง หญ้าวิวัฒนาการธาตุเชียงที่นี่จึงสูงไม่ถึงตัวเซี่ยชิง จัดการง่ายกว่าเยอะ

เซี่ยชิงมองกวาดสายตาออกไปไกล ไปยังป่ากันชนที่มีพืชพรรณหนาแน่นกว่าชัดเจน ต้นไม้ใบหญ้าที่เพิ่งงอกขึ้นมาใหม่ในป่ากันชน ไม่รู้ว่ามีพืชวิวัฒนาการอันตรายปะปนอยู่กี่ต้น และในพืชเหล่านั้นซ่อนสัตว์วิวัฒนาการอันตรายไว้อีกกี่ชนิด

ป่ากันชนตอนนี้ อันตรายกว่าก่อนฝนตกหลายเท่า

สายตาตรวจสอบของเซี่ยชิงหยุดอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง คิ้วขมวดมุ่น ถ้าไม่ใช่เพราะสายตาที่วิวัฒนาการ และถ้าไม่ใช่เพราะเธอหมั่นสังเกตต้นไม้ในเขตที่ดินอยู่เสมอ คงไม่สังเกตเห็นว่าในป่ากันชนฝั่งตะวันตก มีต้นไม้ใหญ่ที่โตเต็มที่ต้นหนึ่งเกิดการเติบโตอย่างรวดเร็วอีกครั้งท่ามกลางฝนธาตุเชียง

โดยทั่วไป พืชที่อยู่ในระยะเมล็ดพันธุ์และระยะต้นกล้ามีโอกาสเกิดการวิวัฒนาการธาตุเชียงและเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเจอฝนธาตุเชียงสูงที่สุด เพราะเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าในระยะนี้ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของธาตุเชียงที่มาจากรอบทิศทางทั้งในอากาศ น้ำ และดินได้ ในทางตรงกันข้าม พืชที่โตเต็มที่แล้วจะมีระบบชีวิตที่เสถียร ส่วนใหญ่จึงสามารถต้านทานการโจมตีของธาตุเชียงได้ ส่วนพืชที่แก่ชราเมื่อเจอฝนธาตุเชียงก็จะเร่งความเสื่อมถอยและตายเร็วขึ้น

สัตว์ก็มีลักษณะคล้ายกัน นี่คือเหตุผลที่มนุษย์วิวัฒนาการในปัจจุบันส่วนใหญ่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี เพราะตอนที่เกิดการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ คนที่อายุเกิน 25 ปีในตอนนั้นผ่านช่วงเจริญเติบโตมาแล้ว ระบบร่างกายเสถียร โอกาสเกิดการวิวัฒนาการหลายเท่าจึงต่ำกว่าวัยรุ่นที่อายุต่ำกว่า 25 ปีมาก

มนุษย์ที่โตเต็มวัยแล้วยังสามารถวิวัฒนาการหลายเท่าได้ แสดงว่าต้องมีสมรรถภาพร่างกายด้านใดด้านหนึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ ต้นไม้ใหญ่ที่โตเต็มที่แล้วเกิดวิวัฒนาการซ้ำท่ามกลางฝนธาตุเชียงก็เช่นเดียวกัน การวิวัฒนาการแบบนี้อันตรายเป็นพิเศษ

ปีที่เจ็ดแห่งวันสิ้นโลก เซี่ยชิงติดตามทีมเลี่ยงชิงไปล่าสัตว์ในป่าวิวัฒนาการแล้วเจอฝนธาตุเชียงกะทันหัน ต้นไม้ใหญ่ที่โตเต็มที่ต้นหนึ่งเกิดวิวัฒนาการซ้ำ ปล่อยกลิ่นที่มีฤทธิ์หลอนประสาทรุนแรง ครอบคลุมรัศมีกว้างถึงสี่กิโลเมตร สัตว์ที่หลงเข้าไปในอาณาเขตของมันต่างถูกภาพหลอนครอบงำจนฆ่าฟันกันเอง

ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ กลิ่นนั้นสามารถทะลุผ่านไส้กรองหน้ากากป้องกันที่มนุษย์ใช้ในตอนนั้น เข้าไปส่งผลกระทบต่อสมองคนได้

ในวิกฤตครั้งนั้น สมาชิกทีมเลี่ยงชิงเสียชีวิตไปยี่สิบหกคน รวมถึงหัวหน้าและรองหัวหน้าทีม ทำให้ทีมเลี่ยงชิงเหลือแต่ชื่อ เฉินตงหยาง สมาชิกระดับสามของทีม ดึงตัวมนุษย์วิวัฒนาการฝีมือดีจากทีมเลี่ยงชิงไปตั้งทีมตงหยาง ซึ่งปัจจุบันติดอันดับสิบของฐาน ส่วนทีมเลี่ยงชิงตกอันดับกลายเป็นทีมเล็กๆ ที่ไม่ติดแม้แต่ท็อปสามสิบ

ในวิกฤตครั้งนั้น เซี่ยชิงที่เป็นมนุษย์วิวัฒนาการสายพละกำลังรับหน้าที่แบกหามอยู่ท้ายขบวน จึงไม่ได้เข้าไปในอาณาเขตของต้นไม้ปีศาจ เธอเสี่ยงตายใช้เชือกช่วยสวีเจวียนที่ตกอยู่ในภวังค์ภาพหลอนออกมาได้ หลังจากนั้นเป็นเวลานาน เซี่ยชิงไม่กล้าเข้าป่าวิวัฒนาการลึกๆ อีกเลย

ตอนนี้ แค่ยืนมองอยู่ไกลๆ เซี่ยชิงก็ตระหนักดีว่าต้นไม้ใหญ่ในป่ากันชนต้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่เธอจะรับมือได้คนเดียว เธอถึงขั้นไม่กล้าขยับเข้าไปใกล้กว่านี้ เพราะกลัวจะหลงเข้าไปในอาณาเขตพลังของมัน

เธอตวัดมีดฟันคางคกที่แลบลิ้นพุ่งใส่ขาดสองท่อน ยัดซากใส่ถุงหนัง แล้วรีบถอยกลับบ้าน ขึ้นไปบนดาดฟ้า พอส่องกล้องดูแล้วเห็นว่าต้นไม้ต้นนั้นยังอยู่ ไม่ใช่เธอตาฝาด ก็รีบหยิบมือถือออกมา

ยังไม่ทันจะโทรหาจงเทา ผู้กองถานก็โทรมาเสียก่อน น้ำเสียงเขายังคงเคร่งขรึมกระชับ "เซี่ยชิง ที่ดินหมายเลข 3 มีความผิดปกติไหม?"

เซี่ยชิงรีบตอบ "มีค่ะ ในป่ากันชนทางทิศตะวันตกของที่ดินหมายเลข 3 มีต้นไม้ใหญ่ที่โตเต็มที่แล้วเกิดวิวัฒนาการซ้ำ สูงขึ้นอย่างน้อยห้าเมตร พุ่มใบขยายกว้างขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่า"

ผู้กองถานรีบซักต่อ "คุณอยู่ที่ไหน? ปลอดภัยไหม?"

เซี่ยชิงตอบ "ปลอดภัยค่ะ ฉันยืนส่องกล้องดูจากหน้าหมู่บ้าน"

"ดีแล้ว" น้ำเสียงของผู้กองถานเคร่งเครียดขึ้น ออกคำสั่งเด็ดขาด "รออยู่ที่เดิม ห้ามไปไหน ผมจะนำทีมไปจัดการเดี๋ยวนี้ ไม่อนุญาตให้คุณเข้าร่วมภารกิจ"

คำพูดที่เตรียมไว้ถูกดักคอหมดเกลี้ยง เซี่ยชิงวางสายยังไม่ทันตั้งสติ ก็ได้ยินเสียงดัง "ปัง" มาจากชั้นล่าง ตัวตึกสั่นสะเทือนตามมาติดๆ

เซี่ยชิงรีบปิดหน้าต่างแล้ววิ่งลงมาดู ภาพที่เห็นทำเอาเลือดขึ้นหน้า เจ้าลูกพี่แกะดันพังประตูเหล็กกันขโมยบานคู่หน้าบ้านจนล้มลงไปนอนแอ้งแม้งกับพื้น

แค่นั้นยังไม่พอ ไอ้แกะเฮงซวยที่น่าจะจับแล่เนื้อลงหม้อตัวนี้ ยังบังอาจใช้เท้าเหยียบประตูบ้านเธอไว้!

ที่เกินไปกว่านั้นคือ มันยังหรี่ตาจ้องเซี่ยชิง ราวกับว่าเซี่ยชิงทำเรื่องเลวร้ายทรยศหักหลังมันอย่างนั้นแหละ!

ไอ้...

เซี่ยชิงสูดหายใจลึกข่มความโกรธ ลองหยั่งเชิงดูอาการของลูกพี่แกะ กลัวว่ามันจะได้รับธาตุเชียงเกินขนาดจนเกิดวิวัฒนาการธาตุเชียง หรือถูกต้นไม้ปีศาจต้นนั้นควบคุม "ลูกพี่แกะ?"

"มอ!" ลูกพี่แกะคำรามลั่น ใช้กีบเท้าตะกุยที่จับประตูอันหรูหราจนพัง "เคร้ง" หลุดออกมาอันหนึ่ง

ความโกรธของเซี่ยชิงพุ่งปรี๊ด กัดฟันกรอดล้วงบิสกิตอัดแท่งออกมาจากกระเป๋า "อยากกินไหม?"

ตาของลูกพี่แกะเบิกโพลงทันที "แบ๊ะ"

ได้ยินเสียงสองของลูกพี่แกะ เซี่ยชิงก็ฟิวส์ขาด ปาบิสกิตลงพื้นแล้วตะโกนลั่นพุ่งเข้าใส่

"แม่งเอ๊ย! วันนี้ถ้าซัดแกไม่น่วม ฉันจะไม่แซ่เซี่ย!"

จบบทที่ บทที่ 19 ซัดให้น่วม

คัดลอกลิงก์แล้ว