- หน้าแรก
- ไปเป็นเกษตรกรในแดนเถื่อน
- บทที่ 6 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 6 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 6 ซ่อมแซมบ้าน
บทที่ 6 ซ่อมแซมบ้าน
ภายใต้อิทธิพลร่วมกันของธาตุเชียงและธาตุอี๋ในชั้นบรรยากาศ ในกระบวนการวิวัฒนาการโดยรวมของสิ่งมีชีวิตบนโลก ได้ปรากฏปรากฏการณ์หนึ่งที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจน นั่นคือ:
ยิ่งเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเท่าไหร่ ระดับการวิวัฒนาการยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
ในขณะที่มนุษย์โดยทั่วไปวิวัฒนาการ 2 เท่า และมีเพียงประมาณ 2 ใน 1000 คนที่วิวัฒนาการหลายเท่า แต่สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่มีโครงสร้างร่างกายไม่ซับซ้อนจำนวนมากกลับวิวัฒนาการเฉลี่ยถึง 8 เท่า ซึ่งอัตราส่วนการวิวัฒนาการหลายเท่าก็สูงกว่ามนุษย์อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นดาวบลูสตาร์หลังภัยพิบัติจึงอันตรายกว่าเดิมหลายเท่าสำหรับมนุษย์
ในขณะที่สิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการบนดาวบลูสตาร์นำมาซึ่งอันตรายถึงชีวิต แต่มันก็นำมาซึ่งโอกาสในการอยู่รอดเช่นกัน นั่นคือสิ่งที่มนุษย์สามารถบริโภคได้โดยตรง ซึ่งมีธาตุกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายเจือปนเพียงเล็กน้อย และมีปริมาณธาตุเชียงไม่เกิน 5 ใน 1000 ส่วน
นักวิจัยตั้งชื่อให้สิ่งเหล่านี้ว่า: อาหารปลอดภัย
ปัจจุบัน งานวิจัยได้ยืนยันข้อเท็จจริงสามประการ: หนึ่ง ยิ่งปริมาณธาตุทั้งสองชนิดต่ำเท่าไหร่ ยิ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์มากเท่านั้น สอง ยิ่งมีสัดส่วนของอาหารปลอดภัยในมื้ออาหารสูงเท่าไหร่ ร่างกายมนุษย์ยิ่งมีความสามารถในการต้านทานมลพิษในสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้นเท่านั้น สาม อาหารปลอดภัยที่วิวัฒนาการหลายเท่าช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของมนุษย์ได้ดีกว่าอาหารปลอดภัยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เนื่องจากอาหารปลอดภัยไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคของประชาชนทั้งประเทศ รัฐบาลประเทศฮัวจึงกำหนดให้สิ่งมีชีวิตที่บริโภคได้ ซึ่งมีธาตุกัมมันตรังสีที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย และมีปริมาณธาตุเชียงอยู่ที่ 5 ถึง 15 ใน 1000 ส่วน เป็น "อาหารทางเลือก"
เมื่อใช้เครื่องตรวจสอบกับอาหารปลอดภัยและอาหารทางเลือก ไฟสถานะจะขึ้นเป็นสีเขียวเหมือนกัน ปลาดุกวิวัฒนาการที่เซี่ยชิงตบตายตัวนี้ถ้านำไปที่เขตปลอดภัย จะสามารถแลกเสบียงได้มากพอให้เธอกินไปได้ถึงสามเดือน
เซี่ยชิงที่เอียนกับรสชาติของเสบียงอัดแท่งเนื้อหยาบเต็มทน ตอนนี้อยากกินเนื้อใจจะขาด
เธอจัดการชำแหละปลาดุกจนสะอาด หั่นเป็นชิ้นโยนลงหม้ออย่างรวดเร็ว เติมน้ำพุจากเขาลงไปแล้วต้มทันที
เครื่องปรุง? มีแค่เกลือกับพริกป่น
เครื่องเคียง? ไม่มี
ไม่สิ เธอมีหัวพันธุ์มันฝรั่งวิวัฒนาการตั้ง 6 ชั่ง
แต่เซี่ยชิงตัดใจกินไม่ลง เพราะในไฟล์ [คู่มือการเพาะปลูกฉบับสมบูรณ์] ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า นี่เป็นอาหารปลอดภัยที่มีปริมาณธาตุเชียงเพียง 2.5 ใน 1000 ส่วน แต่อัตราการงอกต่ำมาก อยู่ที่ระหว่าง 30-35% เท่านั้น
มันฝรั่ง 6 ชั่งที่เธอได้มา จะปลูกขึ้นกี่ต้น จะได้ผลผลิตกี่ชั่ง ล้วนเป็นเรื่องที่ยังไม่รู้ เธอจึงไม่กล้ากิน
ไม่นานกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของเนื้อก็ลอยโชยออกมาจากหม้อ เซี่ยชิงยื่นจมูกเข้าไปดม มั่นใจเลยว่าปลาดุกตุ๋นหม้อนี้หอมกว่าเนื้อปลาตุ๋นที่ขายในโรงอาหารของเขตปลอดภัย แถมกลิ่นคาวดินยังน้อยกว่าด้วย
ปลาดุกตัวนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นอาหารปลอดภัย
แม้หลังวิวัฒนาการปริมาณการกินของเธอจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว แต่เซี่ยชิงกินปลาดุกหนักสิบกว่าชั่งตัวนี้ไปไม่ถึงครึ่งก็อิ่มแปล้ โชคดีที่ตอนนี้เป็นเดือนกุมภาพันธ์อากาศยังเย็น ปลาที่เหลือจากมื้อเที่ยงเก็บไว้กินมื้อเย็นก็ไม่เสีย
ต่อไปเธอจะมีอาหารมากขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องหาวิธีติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กับตู้เย็นให้เร็วที่สุด แต่ก่อนหน้านั้น เธอต้องหากระจกมาซ่อมหน้าต่างเพื่อป้องกันแมลงวิวัฒนาการหรืองูเงี้ยวเขี้ยวขอที่จะบุกเข้ามาเสียก่อน
เซี่ยชิงหิ้วถุงผ้าใบใบใหญ่กับเครื่องมือ ตัดสินใจใช้เวลาช่วงบ่ายออกลาดตระเวนสำรวจหมู่บ้านร้าง
ในที่ดินหมายเลข 3 มีหมู่บ้านสามแห่งตั้งกระจายตัวเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวกลับ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่คั่นกลาง เซี่ยชิงพักอยู่ในหมู่บ้านร้างทางทิศเหนือที่ติดกับภูเขา ส่วนด้านหน้าฝั่งซ้ายและขวามีหมู่บ้านร้างตั้งอยู่อีกฝั่งละแห่ง
หมู่บ้านร้างถูกพืชพรรณกลืนกินไปหมดแล้ว เมื่อแหวกหญ้ารกชัฏ เซี่ยชิงก็เห็นกระดูกคนและสัตว์ที่ถูกแทะจนขาวโพลนเกลี้ยงเกลาจำนวนไม่น้อย
ภาพแบบนี้เซี่ยชิงเห็นมาจนชินชาและด้านชาไปนานแล้ว
หลังจากค้นหาจนครบทั้งสามหมู่บ้าน เซี่ยชิงก็ขนกระจกที่ยังพอใช้ได้กลับมาบ้าน เลือกกระจกนิรภัยลามิเนตที่ขนาดพอเหมาะมาเช็ดทำความสะอาด ใช้มีดตัดกระจกตัดให้ได้ขนาด แล้วนำไปติดตั้ง อัดด้วยกาวซิลิโคน แล้วปิดทับด้วยแถบยางกันซึมอย่างแน่นหนา
ผ่านมาถึงปีที่สิบ วัสดุก่อสร้างที่ผลิตก่อนเกิดภัยพิบัติล้วนหมดอายุเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว ของที่เธอใช้ตอนนี้เป็นของที่นำออกมาจากเขตปลอดภัย
ภัยพิบัติทำลายระบบอุตสาหกรรมการผลิตเดิมของดาวบลูสตาร์จนพังพินาศ ทำให้สิ่งของที่เคยกดมือถือสั่งซื้อได้ง่ายๆ ก่อนเกิดภัยพิบัติ กลายเป็นสินค้าขาดแคลนที่หาซื้อไม่ได้
แค่กาวซิลิโคนกับยางกันซึมพวกนี้ เซี่ยชิงยังต้องอาศัยตำแหน่งหัวหน้าหน่วยย่อยในทีมก่อสร้างถึงจะเบิกออกมาได้
หลังจากพ่อเสียชีวิต เซี่ยชิงที่ไร้ที่พึ่งแถมยังหน้าตาดี หากอยากมีชีวิตที่สุขสบายและมีเกียรติในเขตปลอดภัย ถ้าไม่มีความแข็งแกร่งระดับเทพ ก็ต้องมีทีมที่แข็งแกร่งที่ไว้ใจฝากชีวิตได้ หรือไม่ก็ต้องขายเรือนร่างแลกกับการอยู่รอด
เซี่ยชิงไม่ได้เก่งเทพ ไม่มีคนที่ไว้ใจได้ และยิ่งไม่อยากขายตัว เธอจึงเลือกตัดผมสั้น ทาหน้าดำอำพรางตัว แฝงเข้าไปทำงานในทีมก่อสร้าง
การหาแต้มเป็นเป้าหมายรอง เป้าหมายหลักของเซี่ยชิงคือการซ่อนตัว เรียนรู้วิชาช่างก่อสร้าง และสะสมวัสดุที่หาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตคนเดียวนอกเขตปลอดภัย
แน่นอนว่าในทีมก่อสร้างก็มีคนคิดไม่ซื่อกับเซี่ยชิง แต่พอได้ลิ้มรสพละกำลังอันน่าเกรงขามของเธอ ต่างก็ล้มเลิกความคิดกันไปหมด
หลังจากติดตั้งกระจกใสแจ๋วเสร็จเรียบร้อย เซี่ยชิงก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ในที่สุดบ้านก็มิดชิดเสียที พอเห็นว่ายังพอมีเวลาก่อนฟ้ามืด เซี่ยชิงก็ถือพลั่วเดินไปที่ลานบ้านข้างๆ ขุดหลุมฝังโครงกระดูกขาวโพลนของผู้ใหญ่หนึ่งคน เด็กหนึ่งคน และสุนัขอีกหนึ่งตัวที่ถูกหญ้ารกปกคลุมอยู่
ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งตัวนี้ถูกพืชวิวัฒนาการที่ชื่อว่า 'กาฝาก' ฆ่าตาย ดูจากท่าทางของโครงกระดูก เจ้าหมาตัวนี้พยายามช่วยเจ้าของจนวาระสุดท้ายของชีวิต
เมล็ดกาฝากวิวัฒนาการไม่ได้เจริญเติบโตได้แค่บนต้นไม้ แต่ยังฝังรากในตัวสัตว์และมนุษย์ได้ หากเจ้าบ้านไม่รู้ตัวและกำจัดทิ้งได้ทันเวลา ไม่นานก็จะถูกมันดูดเลือดเนื้อจนแห้งตาย เซี่ยชิงยังจำได้แม่นถึงครั้งแรกที่เห็นศพคนถูกกาฝากฆ่าตาย บนศพมีผลกาฝากสีแดงสดขึ้นเป็นพวงๆ ตอนนั้นเธอคิดว่านั่นคือภาพที่สยดสยองที่สุดของภัยพิบัติแล้ว
แต่หลายปีที่ผ่านมา เหตุการณ์เฉียดตายครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้เธอเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า ไม่มีคำว่าสยดสยองที่สุด มีแต่สยดสยองยิ่งกว่า โชคดีที่ตอนนี้มนุษย์มีวิธีป้องกันตัวเองในระดับหนึ่ง ขอแค่ไม่สุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในพื้นที่ธรรมชาติที่ยังไม่ได้เคลียร์พื้นที่ ก็จะไม่ถูกสิ่งมีชีวิตวิวัฒนาการโจมตีขนานใหญ่
หลังจากฝังร่างทั้งสามชีวิตเสร็จ เซี่ยชิงก็ถือโอกาสถางหญ้าและทำความสะอาดบ้านหลังนี้ไปด้วย บ้านหลังนี้กำลังก่อสร้าง โครงสร้างหลักสองชั้นที่หล่อด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กเพิ่งเสร็จก็เจอกับฝนกรดและการวิวัฒนาการครั้งใหญ่ งานโครงสร้างรองและประตูหน้าต่างยังไม่ได้ทำ โชคดีที่หลังคาใช้กระเบื้องเรซิน และเจ้าของบ้านพยายามปกป้องบ้านไว้อย่างสุดความสามารถ ไม่อย่างนั้นโดนฝนกรดกัดเซาะอยู่นานครึ่งปี อย่าว่าแต่คอนกรีตเลย แม้แต่เหล็กเส้นก็คงละลายหายไปหมดแล้ว
เซี่ยชิงตัดสินใจใช้ที่นี่เป็นโกดัง เก็บของชิ้นใหญ่ที่ไม่สำคัญมากนัก เช่น เครื่องมือการเกษตร เฟอร์นิเจอร์ ไม้ และวัสดุก่อสร้าง
เก็บกวาดเสร็จก็เดินสำรวจรอบๆ อีกรอบ เซี่ยชิงรู้สึกภูมิใจกับผลงานตัวเอง ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าควรจะหาสัตว์วิวัฒนาการที่เฝ้าบ้านได้มาเลี้ยงสักตัวให้เร็วที่สุด
สุนัขวิวัฒนาการระดับสูงหรือห่านก็ได้ ถ้าเป็นห่านจะดีที่สุด เพราะมันกินหญ้า
แต่ก็เป็นได้แค่ความคิด สัตว์ที่วิวัฒนาการระดับสูงแล้วยังยอมเชื่องให้มนุษย์เลี้ยงนั้นหายากยิ่งกว่างมเข็ม เซี่ยชิงไม่คิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดแค่นั่งรออยู่ในที่ดินก็มีสัตว์เดินมาให้เลี้ยง เริ่มปลูกผักสำคัญที่สุด